บทที่ 42 ประกาศิตหยวนหยาง 2
“ปัง!”
“ปัง!”
บนเนินเขาเตี้ยๆร่างอันใหญ่โตของงูหลามพิษกลืนเปลวไฟไม่ได้ถูกผลักให้ขยับออกจากตำแหน่งเดิมแม้เพียงนิ้วเดียวและนัยน์ตาสีทองเข้มของมันยังคงจับจ้องเย่อู๋เชวียด้วยความเกลียดชังอย่างถึงที่สุด
อย่างไรก็ตามหลังจากเสียงอู้อี้ดังขึ้นอย่างแผ่วเบาร่างที่มีความยาวกว่าสิบห้าวาของมันก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างไม่สิ้นสุดราวกับมีบางอย่างเจาะทะลุเข้าไปในร่างกายของมัน!
“ซ่า ซ่า”
“ฟ่อ!”
งูหลามยักษ์ส่งเสียงคำรามอย่างเจ็บปวดร่างกายของมันก็ดิ้นพล่านอยู่บนยอดเขา!
“ซ่า ซ่า ซ่า!”
เสียงอู้อี้ภายในร่างของงูหลามดังขึ้นเรื่อยๆ!
“ยังไม่ยอมตายอีก!”
เสียงคำรามที่เกรี้ยวกราดเหมือนฟ้าร้องดังขึ้นอีกครั้ง!
“ปัง ปัง ปัง!”
ภูเขาทั้งลูกสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงในขณะที่ร่างอันเพรียวบางของเย่อู๋เชวียหวดกำปั้นเข้าใส่งูหลามยักษ์นับสิบครั้ง!
เลือดของงูหลามพิษกลืนเปลวไฟสาดกระเซ็นอย่างไม่รู้จบ!
“แซ่ดๆ”
เสียงร้องของมันเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและร่างกายอันใหญ่โตก็ดิ้นทุรนทุรายอย่างสิ้นหวังแม้ว่าผิวหนังภายนอกของมันจะแข็งไม่แตกต่างจากแผ่นเหล็กแต่อวัยวะภายในของมันได้ถูกกำปั้นของเย่อู๋เชวียทุบตีจนกลายเป็นเนื้อบดไปแล้ว!
“ปัง!”
เย่อู๋เชวียยืนนิ่งบนร่างกายอันใหญ่โตของงูหลามยักษ์ด้วยสายตาเย็นเยียบ!
“ถึงเวลาสิ้นสุดแล้ว”
จากนั้นกำปั้นสีทองของเขาก็ทุบลงที่บริเวณข้อต่อกะโหลกศีรษะของงูหลามยักษ์ในทันที!
“ควับ”
เมื่อท่าสังหารของเย่อู๋เชวียกำลังประสบผลดวงตาสีทองของงูหลามยักษ์ก็มีประกายของความบ้าคลั่งอีกครั้งจากนั้นปากอันใหญ่โตของมันได้พ่นบางสิ่งบางอย่างที่มีลักษณะคล้ายหินหนืดออกมา!
“ครืน…”
เมื่อเผชิญกับการตอบโต้ที่น่าสะพรึงกลัวอย่างกะทันหันใบหน้าของเย่อู๋เชวียเปลี่ยนไปอย่างรุนแรงแต่เขาไม่ได้มีความลุกลี้ลุกลนแม้แต่น้อย กำปั้นของเย่อู๋เชวียยังคงทุบลงไปที่จุดเดิมด้วยความเร็วที่เพิ่มมากขึ้นในขณะเดียวกันเขาก็ใช้แรงกระแทกที่เกิดจากการโจมตีผลักดันตัวเองให้หลบรอดจากของเหลวสีแดงเข้มได้อย่างฉิวเฉียด!
ในลมหายใจต่อมาฝ่าเท้าที่อัดแน่นไปด้วยปราณสีทองของเย่อู๋เชวียก็กระแทกเข้าหาศีรษะงูหลามพิษกลืนเปลวไฟด้วยความโกรธแค้น!
“ตายไปซะ!”
“ปัง!!!”
ศีรษะงูหลามพิษกลืนเปลวไฟถูกเหยียบย่ำจนแหลกละเอียดดวงตาและสมองของมันถูกบีบออกจากกะโหลกศีรษะราวกับเนื้อบดก้อนใหญ่
การเผชิญหน้ากันระหว่างเย่อู๋เชวียและงูหลามพิษกลืนเปลวไฟจบลงเพียงเท่านี้!
ฉากอันน่ามหัศจรรย์ตกอยู่ในดวงตาทั้งสองคู่ที่เพิ่งก้าวขึ้นมาบนยอดเขาในตอนนี้จิตใจของหลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าววูบไหวจากความตกใจ!
“เฮ้อ!”
ซือหม่าอ๋าวระบายความอัดอั้นตันใจออกมาจากนั้นสายตาที่เขามองเย่อู๋เชวียก็เต็มไปด้วยความชื่นชมและหวาดกลัวเล็กน้อย!
ใบหน้าของหลินอิงหลัวมีรอยยิ้มที่อ่อนหวานปรากฏขึ้นเย่อู๋เชวียไม่เพียงจะสบายดีเท่านั้น แต่ระดับการฝึกฝนของเขายังพัฒนาขึ้นอีกด้วยเขาฆ่าสัตว์อสูรระดับกลางขั้นสามด้วยตัวเขาเองซึ่งเพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่าความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ไม่เป็นรองผู้บ่มเพาะอาณาจักรหลอมรวมวิญญาณระดับกลางแล้ว!
เมื่อเห็นท่าทางของหลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวเย่อู๋เชวียก็หัวเราะอย่างมีความสุข จากนั้นมือขวาของเขาก็สะบัดเบาๆพร้อมกับส่งผลมรกตวิญญาณอัคคีให้สหายทั้งสองตามลำดับ
ในขณะเดียวกันเย่อู๋เชวียก็กระโดดข้ามกลับไปยังเกาะเล็กๆที่อยู่กลางบ่อน้ำเพื่อค้นหาความลับที่อยู่ในโพรงต้นไม้โดยไม่รอช้า
หลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวมองไปยังผลมรกตวิญญาณอัคคีในมือด้วยสายตาซับซ้อนเมื่อมองไปยังแผ่นหลังของเย่อู๋เชวียพวกเขาก็ทำได้เพียงถอนหายใจเท่านั้น
“ตัง แกรก!”
เย่อู๋เชวียหันกลับไปรื้อค้นรากของต้นไม้ที่ตายแล้วจนยับเยินมือของเขาสัมผัสเข้ากับน้ำที่เย็นเยียบด้านล่างหลังจากค้นหาอยู่ครู่หนึ่งในที่สุดมือขวาของเขาก็สัมผัสได้ถึงบางอย่างสีหน้าของเย่อู๋เชวียเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้น เมื่อหยิบของสิ่งนั้นขึ้นมาเขาจึงมองเห็นว่ามันเป็นเหรียญเงินที่มีลักษณะแปลกประหลาดเหรียญหนึ่ง
กลิ่นอายของความโบราณถูกปลดปล่อยออกมาจากเหรียญเงินอย่างต่อเนื่องเห็นได้ชัดว่าของสิ่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาเป็นเวลานานมากแล้ว
ที่ด้านหน้าของเหรียญมีรูปของดวงอาทิตย์สีเงินขนาดใหญ่สลักอยู่เมื่อเย่อู๋เชวียพลิกเหรียญอีกด้านเขาก็มองเห็นตัวอักษรเล็กๆที่ถูกสลักไว้ใจกลางเหรียญ มันเป็นคำว่า “หยวนหยาง”!
.........