[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    149 พลังมหาศาล

    [แจ้งเตือน ท่านตกอยู่ในอันตรายระดับ 102 ]


    แอนเดอร์สันตกใจเล็กน้อยที่ระดับความอันตรายเพิ่มสูงขึ้น ตลอดระยะเวลา 5 นาทีที่พวกเขาระดมยิงมอนสเตอร์มันไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากยืนร้องคำราม แต่หลังจากที่มันอ้าปากกว้างผิดปกติจนเสียงร้องของมันดังมากยิ่งขึ้นกว่าก่อนหน้านั้น ระดับความอันตรายก็เพิ่มสูงขึ้นในทันที


    “ทุกคนระวังตัวด้วย มันกำลังจะเปิดใช้งานการโจมตีแล้ว!”


    หัวหน้าร้องตะโกนลั่นบอกให้ทุกคนเตรียมตัวป้องกันการโจมตี ทันใดนั้นคนที่อยู่ด้านข้างแอนเดอร์สันก็ตัวแข็ง เขาจึงกระโดดเข้าไปจับแขนแล้วเหวี่ยงออกไปจากวงการโจมตีด้วยพลังของนักเวทย์ 751 ปี พริบตาที่แอนเดอร์สันเข้ามาช่วยเหลือคนที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้นี้ เมือกสีม่วงรอบตัวของมอนสเตอร์ก็ได้พุ่งออกมารอบๆเพื่อทำลายทุกๆอย่าง


    แผละ แผละ แผละ แผละแผละ!


    ฟู่ว!


    ก้อนหินเม็ดดินทุกๆอย่างที่ถูกเมือกสัมผัสละลายกลายเป็นของเหลวในทันที กระทั่งเมือกชุดแรกหยุดโจมตีแล้วนี้ทหารที่ใช้โล่กำบังของชุดเกราะก็ได้ชักปืนยิงเช่นเดิม เพื่อจัดการมันให้ตาย


    ปิ้วปิ้วปิ้วปิ้วปิ้ว!


    การโจมตีดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ทันใดนั้นหัวหน้าหน่วยก็ได้เปลี่ยนรูปแบบการโจมตี หากพวกเขายังยืนต่อสู้แบบนี้จะกลายเป็นจุดตาย ทันทีที่คำสั่งใหม่กระจายเข้าไปในระบบ ทหารก็เริ่มวิ่งไปตามจุดที่พวกเขาจะต้องวิ่งไปแทนที่ทหารก่อนหน้า  จนเกิดเป็นการวิ่งรอบๆตัวมอนสเตอร์ ไม่ใช่แค่วิ่งรอบๆเท่านั้น บางคนต้องวิ่งล่อสายตา บางคนต้องวิ่งลอดใต้ขา หรือแม้แต่เปิดใช้งานระบบบินของชุดเกราะเพื่อช่วยเสริมให้พวกเขาบินข้ามตัวของมอนสเตอร์ได้ง่าย ทันทีที่รูปแบบการเคลื่อนไหวเปิดใช้ การโจมตีที่มาจากทุกทิศทางก็ได้ระดมโจมตีมอนสเตอร์จนมันตวัดขาและหางไปรอบๆเพื่อโจมตีมนุษย์ตัวเล็กๆ


    ตู้ม โฮก!


    “วิ่งต่อไปอย่างหยุด!”


    แอนเดอร์สันทำตามคำสั่งและวิ่งไปตามรูปแบบของเขาด้วยความใจเย็น ถึงแม้เขาจะไม่สามารถใช้เวทย์โจมตีได้ก็ตาม ปืนในมือของเขายังคงรุนแรงพอจะฆ่ามอนสเตอร์ตัวนี้ได้ สาเหตุที่เขาไม่คิดจะใช้เวทย์โจมตีเลยก็เพราะว่ามันอาจจะพลาดจนทำให้ทุกคนตาย หากมีการตายเกิดขึ้นเพราะเขาเป็นต้นเหตุ มันจะทำให้เขาที่เป็นเด็กใหม่ไม่สามารถรับตำแหน่งหัวหน้าได้ง่าย จะต้องมีคนที่คอยไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน เขาจึงต้องทำตามคำสั่งไปก่อนด้วยการใช้ปืนยิงจากระยะไกลแล้วเคลื่อนไหวไปรอบๆตัวของมอนสเตอร์ 


    แต่แล้วระบบกลับแจ้งเตือนให้แอนเดอร์สันรู้ว่าความอันตรายยังคงสามารถเพิ่มขึ้นไปได้อีกจนเขาต้องรีบมองไปยังจุดที่ระบบชี้ให้เห็นถึงอันตราย


    [แจ้งเตือน ท่านตกอยู่ภายใต้ความอันตรายระดับ 130 ]


    ตึง!


    ร่างของมอนสเตอร์อีกตัวลงกระแทกพื้นหลังจากมันบินมาถึง ทุกคนที่กำลังสู้กับมอนสเตอร์ตัวแรกอยู่ถึงกลับอึ้งเพราะการมีมอนสเตอร์ 2 ตัวปรากฎพร้อมกัน หมายความว่าพวกเขาจะถูกเล่นงานด้วยพลังลึกลับจนทำให้ไม่สามารถขยับตัวได้เป็นจำนวน 20 คนพร้อมกัน


    อย่างไรก็ตามคนที่ตกใจมากที่สุดคือแอนเดอร์สัน เพียงแค่การปรากฎตัวของมอนสเตอร์ 901 ปีอีกตัวเพียงเท่านั้นมันกลับทำให้อันตรายเพิ่มจาก 102 ไปเป็นระดับ 130 ในทันที


    “แค่ 1 ปีเท่านั้นเองนะ”


    แอนเดอร์สันตกใจ เขาเคยเผชิญหน้ากับนักเวทย์ 900 ปีมาแล้วจึงพอจะเปรียบเทียบกับมอนสเตอร์ 900 ปีได้ แต่การที่มอนสเตอร์ตัวใหม่มีพลังเวทย์ 901 ปี มันกลับแสดงความอันตรายได้มากกว่านักเวทย์ 900 ปีไปไกลมาก


    โฮก!


    เสียงคำรามลั่นดังสะท้อนไปทั่ว ก่อนที่มอนสเตอร์ตัวใหม่ที่มาถึงจะหันมองรอบตัวมอนสเตอร์ที่กำลังถูกโจมตี เมื่อเห็นดังนั้นมันจึงไม่รอช้าอ้าปากควบรวมมานาเอาไว้ในปากจนทำให้ระดับอันตรายของแอนเดอร์สันเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 140 


    “แย่แล้ว มอนสเตอร์ตัวใหม่มีระดับ 901 ปี กลับมารวมกลุ่มกันเร็วเข้า!!!”


    ผู้เป็นหัวหน้าสั่งการให้นักเวทย์วิ่งมารวมตัวกัน การกระจายตัวในตอนนี้เป็นเรื่องที่ผิดอย่างมาก แอนเดอร์สันที่ได้ยินคำสั่งจึงวิ่งตามทุกคนไปรวมด้านหลังผู้เป็นหัวหน้าก่อนที่มอนสเตอร์ตัวใหญ่จะปลดปล่อยลำแสงพุ่งตรงเข้าหาทหารหน่วยเอทไนท์


    บรึ้ม!


    เวทย์ป้องกันระดับ 8 เปิดใช้งานการโจมตีของมอนสเตอร์ 901 ปี แอนเดอร์สันมองเห็นอุปกรณ์บางอย่างถูกนำออกมาใช้เสริมเวทย์ป้องกันเพื่อให้มันแข็งแกร่ง แต่ทันใดนั้นเองโล่กำบังขนาดใหญ่กลับถูกทำลายจนทหารทุกคนกระจัดกระจายกันไปรอบๆด้วยพลังเวทย์ของสิ่งที่มีพลังเหนือกว่า


    “หมายเลข 07 ขยับตัวไม่ได้!”


    “หมายเลข 12 ได้รับความเสียหายบริเวณขา!”


    เสียงร้องบอกสถานะของตนเองดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า แอนเดอร์สันที่ใช้เวทย์ระดับ 9 เอาไว้ได้ทันจึงลุกขึ้นหันมองมอนสเตอร์ตัวใหม่ที่เป็นฝ่ายโจมตี หลังจากเขารู้ว่ามอนสเตอร์ตัวแรกที่ใกล้จะตายเป็นลูกของมันนี้ เขาจึงรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้ระดับความอันตรายเพิ่มสูงขึ้น


    “สรุปสถานการณ์ มีผู้ที่สามารถเคลื่อนไหวได้ 10 คน”


    แอนเดอร์สันมองดูการสรุปที่สั้นและได้ใจความ เขาเป็นหนึ่งใน 10 คนที่สามารถลุกยืนขึ้นได้เพราะไม่ถูกพลังปริศนาจากมอนสเตอร์เล่นงาน ทันทีที่เขาลุกขึ้นยืนได้นี้เอนนั้นแอนเดอร์สันไม่รอช้าใช้เวทย์ภูติสายลมจำแลงร่างพัดตัวของทหารที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวให้มารวมกลุ่มกัน การที่เขาไม่พัดทหารออกไปจากขอบเขตพลังของมอนสเตอร์ เนื่องจากว่าเขาจะกลายเป็นเป้าหมายต่อไปที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ดังนั้นจึงพัดทหารมารวมกันเพื่อจะหนีไปพร้อมๆกัน


    “แอนเดอร์สัน หนีออกไปจากที่นี่เร็วเข้า”


    แอนเดอร์สันจำเป็นต้องทำตามคำสั่ง เขาสามารถฆ่ามอนสเตอร์ตัวแรกได้ในทันที เพียงแต่ว่ามอนสเตอร์ 901 ปีไม่น่าจะฆ่าง่าย หากเขาฆ่ามอนสเตอร์ตัวแรกไปก็กลัวว่ามอนสเตอร์ 901 ปีจะไม่ยอมปล่อยพวกเขาไป แอนเดอร์สันจึงพัดร่างของเขารวมไปถึงทหารออกจากจุดที่ต่อสู้กันในทันที


    บู้ม!



    [แจ้งเตือน โฮสต์รอดพ้นจากเรื่องราวที่นำไปสู่ความตายได้สำเร็จ ได้รับตั๋วสุ่มรางวัล 1,400 ใบ]


    แอนเดอร์สันถอนหายใจ ยังโชคดีที่มอนสเตอร์ 901 ปีเป็นห่วงลูกของมันมากกว่าการไล่ล่าพวกเขาจึงทำให้รอดจากการตามล่าได้ ยิ่งมีการแจ้งเตือนจากทางระบบแจ้งให้เขารู้ว่าตัวเองได้ตั๋วมากมาย ยิ่งทำให้เขามั่นใจว่าตัวเองหนีจากมอนสเตอร์ได้แล้ว ต่อให้เขาจะมีความมั่นใจว่าจะสู้กับนักเวทย์ 900 ปีได้ แอนเดอร์สันกลับไม่มีความมั่นใจที่จะสู้กับมอนสเตอร์ที่สามารถใช้พลังแปลกประหลาดหยุดร่างของเขาไม่ให้เคลื่อนไหว


    ฉึก ฉึก ฉึกฉึก!


    เข็มยารักษาฉีดลงไปบริเวณต้นคอของทหารหลังจากที่พวกเขาหลุดออกมาจากพลังที่ทำให้ตัวแข็งราวกับหิน ทันทีที่พวกเขาฉีดยารักษาลงไปในร่างทุกคนก็ค่อยๆกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ร่างกายได้รับบาดแผลจากมอนสเตอร์ 901 ปี


    “พี่โลแกน ปกติมอนสเตอร์ที่พลังเกินกว่า 900 ปีปรากฎตัวบ่อยไหม”


    “ไม่บ่อยหรอกนะ ถ้าไม่ซวยเจอมันเข้า ”


    “แล้วทุกครั้งที่เจอจะพากันทำยังไง”


    “หนีสิ ด้วยอาวุธของพวกเราไม่เพียงพอจะฆ่ามันได้หรอกนะ จะเป็นฝ่ายเรามากกว่าที่จะตาย ส่วนมากมอนสเตอร์ที่เราจะฆ่ามีเพียง 900 ปีหรือต่ำกว่า”


    “แล้วมีครั้งไหนที่ต้องสู้กับมอนสเตอร์ 901 ปีไหม”


    “เคยมีนะ เหตุการณ์นั้นไม่ได้เกิดกับหน่วยของเราหรอก ครั้งนั้นเป็นเหตุการณ์สำคัญและเป็นเหตุการณ์บีบบังคับทำให้เกิดการต่อสู้กับมอนสเตอร์ 930 ปี ยังดีที่มีนักเวทย์ 900 ปีไปด้วยหลายคนจึงสามารถเอาชนะมันได้แต่ก็มีทหารตายไปมากเช่นกัน”


    “รุ่นพี่ ในความคิดของรุ่นพี่ สำหรับสิ่งที่ก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีไปแล้วพี่รู้สึกยังไงกับพวกมัน”


    แอนเดอร์สันสอบถามความคิดของนักเวทย์ทั่วไปว่ามีความรู้สึกอย่างไรกับนักเวทย์ที่ก้าวข้ามพลัง 900 ปีไปได้ ทันใดนั้นเขาก็มองไปยังทหารคนหนึ่งใช้เวทย์แปลกประหลาดที่ไม่เคยเห็นที่ไหนเรียกมอนสเตอร์ออกมาจากวงเวทย์แล้วส่งมันออกไปสำรวจรอบๆ


    “มันเป็นสิ่งที่น่ากลัว ต่อให้เราจะเป็นนักเวทย์ 900 ปีก็ต้องกลัวเป็นธรรมดา”


    “ทำไมล่ะ แค่พลังเวทย์ห่างกัน 1 ปีเท่านั้นนะ ถ้านักเวทย์ 900 ปีเผชิญหน้ากับนักเวทย์ 901 ปีไม่เห็นจะต้องกลัวอะไรเลย”


    “มันไม่ใช่แค่ 1 ปีอย่างที่ตาเห็นหรอกนะแอนเดอร์สัน การยกระดับตัวเองเพื่อก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปี ฉันได้ยินเขาเล่ากันว่าร่างกายแทบจะไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป พลังทุกอย่างจะเพิ่มขึ้นมหาศาล กล้ามเนื้อ กระดูก เส้นเอ็น เลือด ทุกอย่างถูกพัฒนาหรือถูกเปลี่ยนใหม่จนแข็งแกร่งจนนักเวทย์ 900 ปีเทียบไม่ติดไม่เพียงเท่านั้น แกนพลังเวทย์ของพวกเขาก็ถูกยกระดับขึ้นจนสามารถใช้มานาได้นานกว่านักเวทย์ 900 ปีไปไม่รู้กี่เท่า”


    เมื่อรับรู้ถึงความห่างชั้นกันแอนเดอร์สันที่เคยมองนักเวทย์ 901 ปีเพียงแค่มีพลังเวทย์กว่านักเวทย์ 900 ปีไปเพียงแค่ 1 ปี เขากลับต้องมองใหม่ ไม่อย่างนั้นหากเขาพกความมั่นใจมากเกินไป อาจจะเป็นฝ่ายเขาที่พ่ายแพ้ให้กับพี่ชายก็ได้


    “ว่าแต่รุ่นพี่ เมื่อกี้นี้เวทย์อะไร”


    “อ๋อ หมาป่านั่นเหรอ เวทย์อัญเชิญน่ะ มันเป็นเวทย์ลับของตระกูล ไม่มีสอน เหมือนคำสาปตระกูลสกอร์เปี้ยส์นั่นแหละ ไม่มีสอน”


    แอนเดอร์สันพยักหน้าทันใดนั้นเขาก็พบนักเวทย์ราว 5 คนกำลังใช้เวทย์บางอย่างทำให้รอบๆจุดที่ทหารนั่งพักเต็มไปด้วยละอองแสงที่เหมือนจะลบกลิ่นไอพลังมานาของพวกเขาออกไป


    “ไม่ต้องตกใจหรอก ทุกคนที่นี่มาจากหลากหลายกลุ่มอำนาจ จึงไม่แปลกที่จะมีเวทย์ไม่คุ้นตา”


    แอนเดอร์สันรู้เพียงแค่การฆ่า ดังนั้นในตอนที่เขาหนีการไล่ล่าจึงมองเห็นเพียงแค่เวทย์โจมตีเท่านั้น อย่างไรก็ตามเวทย์มากมายที่วิทยาลัยเปิดสอนก็มีเวทย์คล้ายกันกับที่ทหารใช้ในตอนนี้ เขาจึงคิดว่าจะหาเวลาว่างๆใช้งานมัน


    “หัวหน้าครับ มอนสเตอร์ทั้ง 2 ตัวหนีไปจากจุดที่เราต่อสู้เมื่อครู่แล้วครับ”


    ชายผู้ใช้หมาป่าหันมาบอกหัวหน้าเกี่ยวกับการสำรวจ ก่อนที่ทุกคนจะลุกขึ้นจัดรูปแบบอีกครั้ง แอนเดอร์สันที่ไม่ได้เกิดความเสียหายใดๆขึ้นเลยสักนิดนั้นเขาจึงถูกหลายคนมองด้วยความสงสัย แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ตอบและไม่แสดงอะไร เนื่องจากการอยู่เงียบๆมีผลดีต่อเขามากที่สุดในตอนนี้ เขาสามารถอ้างได้ว่าไม่รู้จักพื้นที่แห่งนี้และไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร หากมีคนกล่าวหาว่าเขามีพลังแต่ไม่นำออกมาช่วยเหลือ ข้อแก้ตัวนี้จะสามารถทำให้ทุกคนยอมรับได้


    “เดินหน้าได้!”


    การเดินทางเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ระหว่างเดินทางทุกคนต่างมองหาหินดวงตาเพื่อหลีกเลี่ยงมัน เพราะผลที่เกิดขึ้นจากการโจมตีของหินดวงตาน่ากลัวกว่าการจ้องมองของมอนสเตอร์ นอกจากตัวจะแข็งแล้วร่างกายยังถูกทำให้กลายเป็นหินอีกหลังจากถูกหินดวงตามอง



     

     


    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย ที่คุณอ่าน