สวรรค์นิรันดร์กาล

    การต่อสู้ที่วุ่นวาย

            ด้านหน้าคือการโจมตีจากแนวป้องกันส่วนด้านหลังคือการลอบโจมตีของพวกฉางเฟิงสถานการณ์นี้ทำให้ซุนเต๋าโกรธอย่างมาก เขาเสียใจที่ตามพวกโม่จ้านมาทำให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากแบบนี้

            “ฆ่าฆ่าพวกมันให้หมดและหนีออกจากค่ายกลซะ” ซุนเต๋าคำราม

            “เขตแดนร้อยพิษ”โม่จ้านคำรามพร้อมกับปลดปล่อยเขตแดนร้อยพิษออกมาทันที

            “เจ้าบ้าเจ้าอยากให้พวกเราตายไปด้วยงั้นเหรอ”ซุนเต๋าคำรามและสั่งให้คนของตนเองถอยออกมาจากพวกนิกายพิษทันที

            ส่วนพวกปู้หลิงนั้นมียาแก้พิษอยู่แล้วจึงไม่ได้รับผลกระทบต่อเขตแดนพิษในเขตแดนร้อยพิษนั้นสมชื่อมันมีพิษนับร้อยอยู่ คนธรรมดาที่สัมผัสยากจะแก้พิษออกได้ทันเพราะมันมีพิษมากเกินไป

            “ใช้เปลวเพลิงทำลายพิษซะ”ฉางเฟิงปลดปล่อยเพลิงวิเศษออกมาแผดเผาควันพิษที่พุ่งเข้ามาทันที

            สำหรับฉางเฟิงเขามากายหมื่นพิษเพราะงั้นพิษพวกนี้ทำอะไรเขาไม่ได้แต่ไม่ใช่กับคนอื่น

            “พวกเราปลดปล่อยเพลิงวิเศษออกมาช่วยเหลือฉางเฟิงเร็ว”เถี่ยหลี่ผู้อาวุโสนิกายอัคคีฟ้าคำราม

            บรรดาผู้อาวุโสและศิษย์ของนิกายอัคคีฟ้าปลดปล่อยเปลวเพลิงของตนเองออกมาทำลายควันพิษออกมาอย่างบ้าคลั่ง

            “เตาสามขามังกรโบราณจงแผดเผาสิ่งชั่วร้ายให้กับข้า”ฉางเฟิงนำอาวุธเทพที่ยึดจากผู้นำนิกายอัคคีฟ้ามาและปลดปล่อยเพลิงมังกรออกมาจากเตาสามขาทำให้พิษที่เข้ามาใกล้ทำอะไรพวกฉางเฟิงไม่ได้เลย

            “ถึงกับมีอาวุธเทพโบราณ”โม่จ้านแสดงสีหน้าตื่นเต้น

            ส่วนเถี่ยหลี่มองเตาสามขามังกรโบราณด้วยสีหน้าซับซ้อนอาวุธเทพชิ้นนั้นเป็นของนิกายอัคคีฟ้าแต่เพราะผู้นำนิกายของพวกเข้าตายอาวุธชิ้นนี้ก็ถูกพวกฉางเฟิงนำไปซึ่งพวกเขาก็โทษใครไม่ได้ต้องโทษที่สามผู้นำของพวกเขายโสเกินไปทำอะไรไม่เห็นใครอยู่ในสายตาทำให้ต้องพบจุดจบแบบนั้น

            “กระบี่จักรพรรดิบัญชาทัพ” ซุนเต๋าเหมือนกับกลายเป็นจักรพรรดิผู้ปกครองที่สามารถสั่งการกระบี่ทั่วหล้าได้กระบี่จำนวนมากสั่นไหวและยากจะควบคุมเพราะเต๋ากระบี่ของซุนเต๋า

            “ชั่งเป็นเต๋ากระบี่ที่น่ากลัวจริงๆ”ผู้นำตระกูลซวนหยวนถึงกับสั่นไหว

            “สังหาร!!!!!!!!!!!”ซุนเต๋าคำรามและสั่งการกระบี่นับพันให้โจมตีมายังฉางเฟิง

            “เจ้าไม่อายบ้างหรือยังไงถึงได้มาโจมตีเซียนคนหนึ่ง”ผู้นำตระกูลซวนหยวนปลดปล่อยคนหอกรวมเป็นหนึ่งโจมตีออกไป

            กระบี่แหละหอกปะทะกันอย่างรุนแรงส่วนโม่จ้านก็ได้โอกาสเข้ามาประชิดตัวของฉางเฟิงทันที

            “อยากได้อาวุธเทพของข้ามากเลยงั้นเหรอ”ฉางเฟิงยกยิ้มออกมา

            พริบตาระเบิดเพลิงสังหารหลายร้อยลูกก็ปรากฏออกมาจากร่างของฉางเฟิงร่างของฉางเฟิงถูกของเหลวศักดิ์สิทธิ์ห่อหุ้มเอาไว้และลอยออกไป

            “นี่มัน!!!!!!!”โม่จ้านตื่นตระหนก

            “รีบป้องกันเร็วเข้า”ปู้หลิงกรีดร้อง

            “ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

            การระเบิดขึ้นของระเบิดเพลิงสังหารนับร้อยในคราวเดียวทำให้รัศมีรอบๆของฉางเฟิงกลายเป็นทะเลเพลิงที่รุนแรงร่างของฉางเฟิงลอยออกไปได้พวกโหลวหลานช่วยเอาไว้

            “เป็นอย่างไรบ้าง”เจี้ยนอี้กล่าว

            “ไม่เป็นอะไรแต่จักรพรรดิเซียนของอีกฝ่ายเริ่มจะเร่งมาที่ข้าแล้วสิ”ฉางเฟิงกล่าว

            “พวกข้ารับมือกับพวกนั้นเอง”พวกผู้อาวุโสของสามนิกายพุ่งออกไป หลังจากแรงระเบิดหายไปก็เผยให้เห็นร่างโชคเลือดของโม่จ้านนิกายพิษให้ความสำคัญกับการใช้พิษเป็นหลักและการโจมตีทั้งหมดก็มาจากพิษดังนั้นเรื่องร่างกายกลับเทียบไม่ได้กับนิกายเทพกระบี่

            “เจ้าสารเลวกล้าทำร้ายข้า”โม่จ้านคำรามด้วยความโกรธ

            จักรพรรดิเซียนคนหนึ่งถูกเซียนคนหนึ่งแถมยังอายุน้อยมากๆทำร้ายจนบาดเจ็บหากคนอื่นรู้คงจะพากันหัวเราะเยาะเป็นแน่

            “ฮ่าฮ่า ฮ่า เจ้านี่บาดเจ็บมากแล้วเพราะงั้นข้าคนเดียวก็พอพวกเจ้าไปจัดการกับหญิงชรานั่นเถอะ”ผู้อาวุโสนิกายอัคคีฟ้ากล่าว

            ผู้อาวุโสทั้งสามนั้นแต่เดิมถือเป็นบรรพชนของสามนิกายแต่ตอนนี้สามนิกายถูกควบคุมโดยอาณาจักรสวรรค์ตำแหน่งของทั้งสามจึงเหลือเพียงแค่ผู้อาวุโสและความแข็งแกร่งของทั้งสามเองก็มากกว่าสามผู้นำนิกายเสียอีก

            “ผู้ฝึกฝนเต๋าอัคคี!!!!”โม่จ้านตกใจ

            เถี่ยหลี่เป็นผู้ฝึกฝนเต๋าอัคคีเป็นหลักและความสำเร็จของเถี่ยหลี่เองก็สูงมากในเต๋าอัคคีทำให้โม่จ้านขมวดคิ้วเพราะสำหรับผู้ใช้พิษสิ่งที่กลัวที่สุดคือเปลวเพลิง พวกเขาที่อยู่ในโลกกระบี่ไม่เคยเกรงกลัวนิกายเทพกระบี่เลยเพราะทักษะกระบี่ส่วนใหญ่ทำลายพิษไม่ได้แต่เพลิงที่ฝึกฝนด้วยเต๋ากลับทำได้

            “อะไรตกกลัวงั้นเหรอข้าหนะเคยเจอพวกใช้พิษมาก่อนพวกมันน่ารำคาญมากจริงๆข้าเลยทำลายพวกมันทั้งหมดโดยไม่หลงเหลือการสืบทอดทักษะพวกนั้นอีกและตอนนี้ข้าก็จะทำกับพวกเจ้า” เถี่ยหลี่ควบคุมอาวุธเซียนเตาเซียนอัคคีโจมตีโม่จ้านทันที

            ส่วนกัวสวี่ผู้อาวุโสนิกายบงกชและเอี้ยหลางผู้อาวุโสนิกายปฐพีเร้นลับได้ตรงเข้าหาปู้หลิงและร่วมมือกันโจมตีส่วนจักรพรรดิเซียนคนอื่นๆก็แยกย้ายกันลงมือ

            “ในเมื่อไม่มีจักรพรรดิเซียนมายุ่งแล้วพวกเราก็ลงมือเถอะ”ฉางเฟิงได้พักฟื้นเรียบร้อยพุ่งออกไปเป็นคนแรก หอกในมือถูกกวัดแกว่งไปมา

            “เอาชีวิตของเจ้ามา”ซุนมู่อัจฉริยะของนิกายเทพกระบี่และเป็นหลานของซุนเต๋าพุ่งเข้าหาฉางเฟิงทันที

            “โอ้กำลังมองหาเจ้าอยู่พอดี ได้ยินว่าเจ้าเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยากคนหนึ่งถ้างั้นข้าขอลองหน่อยว่าอัจฉริยะของโลกกระบี่จะแน่สักแค่ใหน” ฉางเฟิงเข้าปะทะกับอีกฝ่ายทันที

            “ตายซะกระบี่จักรพรรดิสังหาร” ซุนมู่ไม่ปกปิดพลังเลยแม้แต่น้อย พลังเซียนขั้นที่8 ถูกปลดปล่อยออกมาทันที

            “น่าสนใจจริงๆเขามา!!!!!!!!!” ฉางเฟิงไม่ได้หลบแต่พุ่งเข้าไปปะทะกับอีกฝ่ายตรงๆหอกในมือของฉางเฟิงเหมือนกับมีมังกรปรากฏออกมา

            “มังกรล่องสมุทร”ฉางเฟิงเองก็ปลดปล่อยทักษะออกมาเช่นกัน

            กระบี่จักรพรรดิปะทะกับมังกรล่องสมุทรการปะทะกันครั้งแรกทำให้การโจมตีของทั้งสองสลายไป ซุนมู่ตกใจเขาไม่คิดว่าเซียนขั้นที่4 จะทรงพลังขนาดนี้

            “ยังไม่จบหรอกนะแยกสวรรค์” ฉางเฟิงเปลี่ยนจากหอกเป็นดาบและโจมตีอีกครั้ง

            “อะไรกันนี่เจ้าฝึกฝนเต๋าอะไรกันแน่”ซุนมู่หลบการโจมตีของฉางเฟิงด้วยสีหน้าตกใจ

            “ฮ่าฮ่า เจ้าลองเดาดู มีดปีศาจสังหาร”

            จากดาบกลายเป็นมีดจากมีดกลายเป็นหมัด การเปลี่ยนการโจมตีของฉางเฟิงทำให้ซุนเต๋ายิ่งตกตะลึงเพราะการโจมตีทั้งหมดผสานไปด้วยพลังของเต๋านั่นหมายความว่าฉางเฟิงศึกษาเต๋าเหล่านั้นทั้งหมด

             

    คล้ายกับเรื่องสวรรค์นิรันดร์กาล ที่คุณอ่าน