บทที่ 3
หว่าหวามาทำงาน
@ เช้าวันต่อมา
หว่าหวา talk
กริ๊ง เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นตอนตีห้า จากที่ตลอดทั้งคืนไม่ได้นอนสักนิดมัวแต่ครุ่นคิดว่าจะเอายังไงกับการทำงานที่กชกรกรุ๊ปดี ถ้าจะให้หาเงินล้านนึงไปจ่ายพูดแบบไม่ต้องคิดคือไม่มี แล้วถ้าไปทำงานฉันจะต้องเจอเื่บ้าๆ แบบเมื่อวานอีกมั๊ย เฮ้อ ถอนหายใจแรงๆ ด้วยความอึดอัดใจ แต่ยังไงต้องไปทำงานสินะ ไปก็ไป
วันนี้ฉันตั้งใจว่าจะไปให้ทันรถบริษัท จะได้ประหยัดเงินค่าวิน อันที่จริง กชกร กรุ๊ป เป็บริษัทที่มีสวัสดิการพนักงานระดับพระเ้าประทานเลยก็ว่าได้ ดีครบเครื่องแบบร้องะโเป็บริษัทในฝันของผู้คนทั่วโลกเลย แต่หารู้ไม่ว่าประธานบริษัทนั้นไร้มารยาท ไร้เหตุผล สิ้นดี ช่างเถอะอย่าคิดอะไรมากเลย รีบแต่งตัวเถอะหว่าหวา ฉันบอกตัวเอง
แม่ฉันบอกว่าวันแรกของการเริ่มงานควรใส่สีแดงเพราะจะทำให้ทุกอย่างราบรื่น ฉันก็เลยหยิบเดรสสั้นเหนือเข่าแขนกุดสีแดงขึ้นมาใส่ รวบผมครึ่งหัวและติดโบว์สีแดง พร้อมกับรองเท้าส้นสูงสีแดง สรุปคือแดงทั้งตัว ทำตามที่แม่บอกขนาดนี้ วันนี้มันต้องเป็วันที่ดีแน่นอน สาธุขออย่าให้มีอุปสรรคอะไรเลยนะ สายมูเตรูขนาดนี้ขอให้วันนี้มีแต่เื่ดีดีด้วยเถอะนะเ้าคะ ยกมือพนมเหนือหัวขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วเดินออกจากห้องอย่างมั่นใจ
รถบริษัทเคลื่อนมาจอดตรงจุดรอรถ ฉันก้าวขึ้นบัสขนาดใหญ่ แล้วก็มองหาที่นั่งทำไมทุกคนในนี้ถึงมองมาที่ฉันเป็ตาเดียวแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ รู้สึกแปลกๆ เขินๆ ยังไงไม่รู้ หรือเพรสะชุดแดงมันเว่อร์เกินไป อย่าเสียความมั่นใจนะหว่าหวา ฉันให้กำลังใจตัวเอง (เธอสวยไงจ๊ะ หว่าหวา ไรท์ตอบแทน)
ฉันนั่งรถประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงบริษัท สะดวกดีไม่ต้องขับรถเองเสียอย่างเดียวคือจากตารางเดินรถบางวันรถจะมาถึงเช้ามาก ถ้าเป็แบบนั้นบางครั้งฉันคงต้องขับรถมาเอง มองดูนาฬิกาตอนนี้มีเวลาว่างเกือบหนึ่งชั่วโมง ไปหาอะไรทานหน่อยดีกว่า ฉันเลยเดินไปที่ร้านกาแฟใกล้ๆ
ในขณะที่นั่งทานกาแฟ ฉันก็ส่งรูปการแต่งตัวของฉันไปให้เพื่อนสนิทดู แต่ละคนเอ่ยแซวกันใหญ่ถึงความแดงทั้งตัวของฉัน เว่อร์บ้างละ แต่งตัวไม่เผื่อใครบ้างละ อ้าวก็ฉันมั่นใจแบบนี้นี่นา ว่าแล้วก็แนะนำเพื่อนสนิทของฉันให้รู้จักกันหน่อยดีกว่า คนแรกคือซามา เป็ผู้ชายแต่มีหัวใจผู้หญิง มีหน้าตาหมดจรดหล่อเหลา ปากร้ายแต่ใจดีที่สุด คนที่สองคือ ทีดี้ สาวสวยสุดน่ารักมั่นใจในตัวเอง แก่นแก้ว พร้อมลุย ทั้งคู่เป็เพื่อนรักของฉันั้แ่สมัยเรียนมัธยม พอเรียนจบมหาวิทยาลัยก็แยกย้ายกันไปทำงานคนละที่ แต่ก็ยังติดต่อกันตลอด เมาท์มอยกันเสมอ
เบน น่านฟ้า talk
" อื้มม รีบไปทำงานดีกว่า" ผมตื่นนอนเช้ากว่าทุกวัน ด้วยความตื่นเต้นปนกังวลใจเล็กน้อย คิดแต่ว่ายัยหว่าหวาจะมาทำงานมั๊ย แต่ผมมั่นใจว่ายังไงเธอต้องมาเพราะคงหาเงินหนึ่งล้านมาให้ผมไม่ทันหรอก แต่มันก็อดกังวลไม่ได้เผื่อเธอหาเงินมาทัน เอาเป็ว่าผมนอนไม่หลับทั้งคืนครับ เพราะอยากเจอหน้าเธอ ว่าแล้วก็รีบแต่งตัวไปทำงานดีกว่า
@ ลานจอดรถกชกรกรุ๊ป
@ ในรถสปอร์ตของเบน (น่านฟ้า)
" ฮื้อ ฮืม ฮือออ " เมื่อขับรถมาจอดที่ลานจอดรถของบริษัท ผมก็ยังนั่งอยู่ในรถเปิดเพลงฟังและฮัมเพลงไปด้วย เพราะมาถึงที่ทำงานเช้ากว่าปกติ ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมอารมณ์ดีขนาดนี้ มันรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
" เฮ้ย!!! " ในขณะที่ฟังเพลงเพลินๆ คนที่ผมอยากเจอก็เดินผ่านหน้ารถของผมไปพอดี หว่าหวา!! วันนี้เธอมาทำงานและมาในสีแดงทั้งชุดซะด้วย ยัยนี่ทำไมในสายตาผมเธอถึงสวยและน่ารักได้ขนาดนี้วะ ผมมองตามร่างระหงที่เดินผ่านหน้ารถผมไป แล้วอมยิ้มออกมาเหมือนคนบ้า แต่พอมองไปรอบๆ กลับมีผู้ชายหลายคนมองเธอด้วยสายตาชื่นชมไม่แพ้กัน โอ๊ย!!! มองทำไมวะ กูมีสิทธิ์มองยัยนี่ได้คนเดียว จากที่ผมชื่นชมความสวยจากชุดสีแดงของเธอเมื่อกี๊ ตอนนี้กลับอยากให้เธอไปเปลี่ยนชุดอื่นที่ไม่สวยขนาดนี้มาซะแล้ว ขัดตาชิบ
พอหว่าหวาเดินเข้าตึกไปสักพักผมก็เดินตามเข้าไป เพราะใกล้เวลาเริ่มงานแล้ว
"บอส หล่ออ่ะ "
"เทห์อ่ะ อยากเป็คนในหัวใจ " เมื่อเดินผ่านสาวๆ พนักงานบริษัทตัวเองทุกคนก็หันมาซุบซิบถึงผมกันใหญ่ คนมันหล่อนี่ครับ ให้ทำไงได้ ผมนี่ไม่ค่อยอวยตัวเองเลย พูดเล่นนะครับอย่าถือสา
(หว่าหวา talk : เฮ้อ ก็ไม่เห็นจะหล่อเท่าไหร่นะ ทำไมสาวๆ ในบริษัทนี้ต้องกรี๊ดกร๊าดคลั่งไคล้บอสไร้เหตุผลแบบนี้ด้วย พอดีฉันเดินเข้ามาในลิฟต์สายตาก็เห็นประธานบริษัทเดินเข้าตึกมา สาวๆ แถวนี้ก็เอ่ยชื่นชมในความหล่อเหลาของเขาเกรียวกราว ฉันเลยนึกหมั่นใส้ พวกเธอไม่รู้ล่ะสิว่าที่จริงฉากหลังประธานสุดหล่อนั้นน่ารังเกียจแค่ไหน อ๊อย!! อย่าสนใจเลย ฉันกดลิฟต์ขึ้นไปยังแผนกบัญชีดีกว่า)
@ ห้องทำงานของน่านฟ้า (เบน)
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“สวัสดีครับท่านประธาน วันนี้มาทำงานเช้ากว่าเลขาอีกนะเฮีย” ไอ้ชินเลขาส่วนตัวของผมหนุ่มหล่อ สูงยาวเข่าดี ท่าทางสุภาพ แต่คำพูดกวนตีน เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับเอ่ยแซว ไอ้นี่กวนประสาทแต่เช้า
ไอ้ชินมันเป็รุ่นน้องของผมั้แ่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย คุยกันถูกคอและเป็คนดี พอเรียนจบผมก็เลยให้เข้ามาทำงานเป็เลขาส่วนตัว ด้วยความขยัน ตั้งใจทำงาน จากที่ไม่มีอันจะกิน ตอนนี้กลายเป็คนหนุ่มไฟแรงที่ไม่เดือดร้อนเื่เงินไปแล้วครับ เพราะมันซื่อสัตย์ตั้งใจทำงาน เป็เลขาที่ดีมาตลอด ผมก็ต้องตอบแทนความทุ่มเทด้วยเงินเดือนสูงที่สูงลิ่วครับ
“อะไรของมึง กูมาเช้าหน่อยมันผิดปกติเหรอวะ” ผมย้อนมันกลับ
“ยิ่งกว่าผิดปกติ มีงานด่วนเข้ามาครับผม จะรับงานเลยมั๊ยครับท่าน” มึงยังจะแขวะไม่เลิก
“เออ ว่ามา ขอให้มันด่วนจริงๆ เถอะ ถ้าไม่ด่วนมึงตาย”
“มีประชุมกับแผนกบัญชีตอนเก้าโมงครับ” บัญชีเหรอ พอได้ยินชื่อแผนกตาก็ลุกวาวเลยครับ ตอนแรกก็กำลังนั่งคิดอยู่ว่าจะเข้าหายัยหว่าหวายังไง พอมีเื่ประชุมมก็เข้าทางพอดี เหมาะมากดีมากไอ้ชิน น้องรัก
"แล้วมึงมาบอกกูตอนที่อีกสิบนาทีประชุมจะเริ่มเนี่ยนะ เดี๋ยวปั๊ด " ผมแกล้งเย้าเลขาทำทีง้างมือจะตบหัว มันหลบแทบไม่ทัน
" โทษทีครับ ผมก็พึ่งรู้ "
" เออๆ ไปสิ มึงรออะไรอ่ะ " ผมพูดจบก็เดินนำหน้าเลขาออกจากห้องอย่างอารมณ์ดี
" ครับ อะไรของเค้าวะ " ไอ้ชินงงกับการเปลี่ยนอารมณ์ของผม แต่ก็เดินตามหลังมาอย่างเสียไม่ได้ แกล้งอะไรดีวะ ในขณะเดินไปตามทางผมก็นึกหาวิธีแกล้งสาวชุดแดงไปด้วย มันมีความสุขอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตเลยครับ
เอ็นดูความฟุ้งซ่านของเฮียเบน