เนื่องจากไอช่าแสดงความรับผิดชอบด้วยการเดินทางไปยังอาณาจักรบลูสกายทันที จึงทำให้กลุ่มของเธอมีโอกาสเพียงแค่ล้างเนื้อล้างตัว และรับเสบียงเป็ขนมปังกับเนื้ออบจากมาเกรฟโคลสันเท่านั้น
ม้าที่เหล่าจอมเวทนำมาถูกเปลี่ยนเป็ตัวใหม่เพื่อพร้อมเดินทาง รถม้าได้รับการซ่อมแซมจากจอมเวทที่มีสกิลรักษาสิ่งประดิษฐ์ ไม่นานนักพวกเขาก็ต้องออกเดินทางทันที
“ดูเหมือนว่าท่านไอช่าจะโกรธมากเลยล่ะ” จอมเวทหนุ่มที่นั่งรถม้ามาด้วยกันตอนแรกกล่าวกับแลนซ์ ขณะที่เขากำลังจูงม้าตัวใหม่มาล่ามรถม้า “ที่ท่านคาร์ดินัลแม็กซิมัสไม่ทำหน้าที่ทูตของพระเ้า ปล่อยหญิงสาวโชคร้ายไว้เพียงลำพัง”
“ไม่ใช่ว่าไม่ทำ แต่ทำอะไรไม่ได้หรือเปล่า” จอมเวทหญิงที่มาด้วยกันในตอนแรกกล่าวแทรก “ยังไงบลูสกายก็โทษศาสนจักรไม่ได้อยู่แล้ว และท่านคาร์ดินัลก็รู้ว่าตัวเองช่วยอะไรไม่ได้ เพราะอำนาจของศาสนจักรแผ่มาไม่ถึงที่นี่ เลยต้องปล่อยเลยตามเลย”
“แย่จริงๆแบบนี้” ไอช่าที่เดินมาที่หลังกล่าวพลางถอนใจ “แค่เจ็ดวัน กว่าเราจะเดินทางไปถึงบลูสกายก็กินเวลาตั้งหกวันแล้วนะ ไม่รู้จะทันมั้ย”
เนื่องจากม้าของจอมเวทนั้นเป็ม้าธรรมดา การเดินทางจากบลูฟิชไปบลูสกายจึงใช้เวลานาน อย่างเร็วสุดคือห้าวัน หากไม่เจอกับเหตุการณ์ผิดปกติอะไร
แลนซ์กำลังชั่งใจว่าจะเดินทางตามต่อไปด้วยดีมั้ย เพราะหากเขาตามกลุ่มนี้ไป เขาคงไปไม่ทันช่วยแอนนาแน่ๆ หากต้องไปด้วยกัน ก็คงไม่พ้นต้องเปิดเผยพลังตัวเอง
ไอช่ามารั้งท้ายสุด เธอเดินออกมาจากที่ทำการชั้นล่างของศาลาเ้าเมืองพลางส่งยิ้มให้กับแลนซ์ พร้อมมอบป้ายฐานะทองแดงให้ ที่เธอมาช้ากว่าคนอื่นเพราะเื่นี้นี่เอง
แลนซ์รับป้ายทองแดงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็กกว่าฝ่ามือมา ด้านหน้าเขียนชื่อของเขาและเมืองในสังกัด ซึ่งเมืองที่เขาสังกัด มีชื่อว่าเมืองไลท์ เป็เขตปกครองพิเศษที่อยู่ในอาณาจักรเร้ดกราวน์ อาณาจักรเพื่อนบ้านเพียงหนึ่งเดียวของบลูสกายในทวีปไกอา
ที่เร้ดกราวน์ไม่โดนกลืนกินและเหลือรอดอยู่ได้นั้น เป็เพราะศาสนจักรแอบส่งกองกำลังและอาวุธยุทธภัณฑ์มาช่วยเหลือ จึงทำให้บลูสกายยึดครองไม่สำเร็จ หลังจากนั้นอาณาจักรเร้ดกราวน์จึงต้องตอบแทนด้วยการรับศาสนามาริก้าเป็ศาสนาประจำชาติ และให้เขตปกครองพิเศษซึ่งกินพื้นที่หนึ่งในสี่ของอาณาจักร นั่นก็คือเมืองไลท์นั่นเอง ซึ่งเมืองไลท์นั้นถูกรักษาการโดยอาร์คบิชอปไอช่า
ถ้าถามว่าบลูสกายรู้เื่การช่วยเหลือของศาสนจักรมั้ย บลูสกายรู้อยู่แก่ใจ แต่พวกเขาทำอะไรไม่ได้ เพราะถ้าหากประกาศเป็ศัตรูกับศาสนจักร พวกเขาอาจต้องต่อสู้กับกองกำลังผสมจากทวีปแอตลาส รวมถึงต่อสู้กับผู้กล้าคนปัจจุบันซึ่งอยู่ในความดูแลของศาสนจักร ผู้กล้าอาม่อน
“ขอบคุณมากครับ” แลนซ์กล่าวพลางก้มหัวขอบคุณ “หากมีโอกาสผมจะเดินทางไปที่เมืองแห่งแสงอย่างแน่นอนครับ”
“ฉันเข้าใจว่าเธอตั้งใจจะปราบหายนะสีดำ จึงให้การสนับสนุน” ไอช่ากล่าว “จากเมืองบลูฟิชนี้ นั่งเรือไปยังทวีปแอตลาส แนะนำว่าให้ไปยังสาธารณรัฐไวทโฮป ที่นั่นมีโบสถ์ของเราอยู่นับสิบแห่ง เธอไปขอพึ่งพิงได้โดยใช้ป้ายฐานะนั้น หรือไกลออกไปหน่อยทางทิศเหนือ จะเจอจักรวรรดิเอเธียน่า ที่นั่นเป็สาขาใหญ่ของโบสถ์เราซึ่งสมเด็จพระสันตปาปาประทับอยู่ นอกเหนือจากนี้ฉันไม่แนะนำ เพราะเธอจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากศาสนจักร”
“ขอบคุณที่แนะนำครับ แต่ผมคงไม่ไปตอนนี้หรอก”
“ทำไมหรือคะ” ไอช่ากล่าวด้วยความสงสัย เพราะเธอได้ตอบแทนด้วยการให้ป้ายฐานะแล้ว แลนซ์ไม่น่าจะมีธุระอะไรกับเธอต่อ
“พวกคุณกำลังจะไปเมืองหลวงของอาณาจักรบลูสกายใช่มั้ยล่ะครับ...ผมยินดีช่วยคุ้มกันจนกว่าจะถึงที่นั่น และจากนั้นผมค่อยไปทวีปแอตลาสก็ยังไม่สาย”
ไอช่ายิ้มหวานก่อนจะเอื้อมมือมาลูบหัวแลนซ์ทันที พลางขยี้หัวเขาเบาๆ
“เป็เด็กดีจังเลยนะคะ งั้นฉันขอจ้างเธอให้คุ้มกันพวกเราจากหายนะสีดำนะหนูแลนซ์”
แลนซ์พยักหน้ารับ ก่อนที่เขาจะได้นั่งรถม้าคันเดียวกับไอช่า รถม้านั้นแล่นด้วยความเร็วที่มากกว่าปกติจนเกิดการสั่นะเืตลอด แต่ทว่าไอช่าไม่มีทีท่าว่าจะขอให้ลดความเร็วลง
“ดูเหมือนว่าศาสนจักรจะเป็องค์กรณ์ที่ดีกว่าที่คิดนะ” แลนซ์กล่าวกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแ่เบา “ต่างจากโลกของเราลิบลับเลยล่ะ”
ในกาลก่อน แลนซ์ไม่มีโอกาสได้พิสูจน์ว่าศาสนจักรมาริก้าดีมั้ย เพราะว่าเขาและกำลังทหารของบลูสกายร่วมกันโจมตีอาณาจักรเร้ดกราวน์ จนสุดท้ายเขาต้องต่อสู้กับศาสนจักร และต้องทำลายโบสถ์ของศาสนจักรไปหลายแห่ง รวมทั้งจับนักบวชไปเรียกค่าไถ่อีกหลายคน
บลูสกายเลือก่เวลาทำากับเร้ดกราวน์ตอนที่เขาอายุสิบหกปี ซึ่ง่เวลานั้นผู้กล้าอาม่อนของศาสนจักราเ็หนักจากการไปบุกทวีปคนตาย จึงทำให้ไม่สามารถมาสู้กับเขาได้ และต่อมาผู้กล้าอาม่อนก็เสียชีวิต ทำให้แลนซ์ไม่มีโอกาสเห็นหน้าผู้กล้าคนนั้นเลยสักครั้ง
รถม้าและกลุ่มม้าของจอมเวทเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่ทำได้ จนกระทั่งเวลาผ่านไปหนึ่งวันเต็มๆ กลุ่มของไอช่าก็เดินทางมาได้ประมาณร้อยกิโลแล้ว แน่นอนว่าพวกเขาพักผ่อนกันน้อยกว่าปกติเพื่อเร่งทำเวลา จนพวกจอมเวทหลายๆคนหาวหวอดขณะขี่ม้า บางคนก็ตาดำคล้ำ ส่วนม้าเองก็ค่อนข้างล้าจนความเร็วตก
จนกระทั่งพวกเขามาหยุดที่หน้าป้อมปราการร้างแห่งหนึ่ง ดูเหมือนมันจะร้างมาหลายปีแล้ว เพราะหญ้าและต้นไม้แทรกตามสิ่งก่อสร้าง อีกทั้งเมื่อมองเข้าไปยังพบกับซากเมืองและอาคารบ้านเรือนทรุดโทรมอย่างหนักจนยากเกินจะอยู่อาศัย
“จากนี้แหละของจริง” ไอช่ากล่าวกับแลนซ์ ขณะที่เธอเดินลงมาจากรถม้าพร้อมกับเขา “หนูแลนซ์ เธอรู้หรือเปล่า ว่าที่นี่ที่ไหน”
“เมืองร้างสินะครับ จากที่ดู” แลนซ์กล่าวพลางแสร้งทำไม่รู้ ความจริงแล้วเขารู้ดีว่าที่นี่คือเมืองมิริน อดีตเมืองใหญ่เมืองสำคัญของบลูสกาย ที่ล่มสลายเพราะหายนะสีดำ ปัจจุบันมันถูกทิ้งร้างเพราะเมืองนี้ยังคงมีพวกหายนะสีดำหลบซ่อนอยู่ ทางอาณาจักรทำได้เพียงเวทผนึกไม่ให้มันออกจากเขตแดนได้
หากเป็คนของบลูสกาย ทางบลูสกายจะใช้เส้นทางลับหลังเขาซึ่งมีเวรยามแ่าผ่านแทนช่องทางนี้ แน่นอนว่าคนที่รู้เส้นทางคือพ่อค้าชั้นสูง ขุนนางในอาณาจักร และเชื้อพระวงศ์เท่านั้น
ดังนั้นหากอยากไปถึงบลูสกายให้ไวที่สุด โดยไม่ต้องอ้อมผ่านอาณาจักรเรดกราวน์หรือป่าทึบซึ่งเป็แหล่งอาศัยของพวกมอนสเตอร์ ก็ต้องใช้ทางตรงทางนี้เท่านั้น
“ขอโทษด้วยนะจ๊ะหนูแลนซ์ เราต้องพึ่งเธอล่ะ” ไอช่ากล่าว “เราจะใช้เวลาแค่สองวันในการเดินทางไปบลูสกาย หากผ่านอดีตอาณาจักรร้างแห่งนี้ ไม่ต้องอ้อมยาวหรือเข้าอาณาจักรเร้ดกราวน์ แต่ว่าในอาณาจักรร้างนี้ มีพวกหายนะสีดำอยู่ และเราไม่รู้ว่ามันซ่อนตัวที่ไหน หรือเป็ประเภทใด”
“ถ้าเจอผมจะช่วยจัดการให้ครับ” แลนซ์กล่าว “ดังนั้นพักม้าสักหน่อย ก่อนเดินทางเข้าไปในป้อมปราการดีไหมครับ”
ไอช่าพยักหน้ารับ ก่อนที่เธอจะสั่งการให้จอมเวททั้งหลายตั้งค่ายบริเวณนี้
เนื่องจากบริเวณนี้อยู่ใกล้กับพวกหายนะสีดำ จึงทำให้ไม่ต้องกลัวมอนสเตอร์หรือว่าโจรป่า แต่ถึงอย่างนั้นจอมเวททั้งหลายก็ยังคงมีการผลัดเวรกันเฝ้ายามอย่างเคร่งครัด แม้จะเลยเที่ยงคืนไปแล้ว
“อันที่จริงในเมืองนี้ไม่มีหายนะสีดำหรอก” แลนซ์กล่าวกับตัวเองเบาๆ ขณะที่เขาบินเข้ามาในเมืองมิริน เขายืนอยู่บนหัวเทพีตรงลานน้ำพุร้างกลางเมือง พลางมองวนรอบบริเวณ
“ไอ้ที่น่ากังวลน่ะ คือพวกโจรที่ถูกดูแลโดยเคาท์พาราตินมากกว่า พวกนี้จะดักปล้นพ่อค้าหรือคนที่ใช้เส้นทางบริเวณใกล้เคียงเมืองนี้ และโยนความผิดให้กับหายนะสีดำ”
แลนซ์กล่าวขณะสอดส่องสายตาไปยังตึกรามบ้านช่องใกล้เคียง เขารู้ว่ามีสายตาจับจ้องเขาอยู่ คฤหาสน์ร้างใกล้ๆลานน้ำพุนั้นเป็แหล่งกบดานของพวกโจรที่ถูกดูแลโดยเคาท์พาราติน
แลนซ์จำได้ว่าบุตรีของบารอนคนหนึ่งถูกโจรลักพาตัวไป และสืบไปสืบมาจึงทราบว่าเป็ฝีมือของเคาท์พาราติน แน่นอนว่ามีการสืบสานเื่ราวจนนำไปสู่การเปิดเผยตัวตนของเขา รวมถึงแหล่งกบดานของพวกโจร แต่เื่ที่ว่านี้มันจะเกิดขึ้นในอีกสองปีให้หลัง
“ล้างบางพวกมันล่วงหน้าดีไหมนะ” แลนซ์กล่าวขณะมองบ้านช่องรอบๆบริเวณน้ำพุซึ่งมีสภาพดีกว่าปกติ มันคือแหล่งซ่องสุมของพวกโจรนั่นเอง ป่านนี้พวกโจรเองก็คงจะรู้แล้วว่ามีรถม้าของศาสนจักรผ่านมา หากแลนซ์ไม่ลงมือก่อน บางทีพวกนั้นอาจไปตามกองกำลังที่กระจายอยู่ตามป่ามาสมทบจนยากจะรับมือ
“เวทตรวจจับกระแสมานา เสริมพลังอีกห้าสิบเท่า”
แลนซ์ใช้เวทพื้นฐานระดับกลาง เวทตรวจจับมานา มันจะช่วยตรวจสอบคน มอนสเตอร์ หรืออะไรก็ตามที่มีมานาไหลผ่านในร่างได้คร่าวๆ ระยะตรวจจับกับความสามารถขึ้นอยู่กับการฝึกฝนและการใส่มานาลงไป
แลนซ์ฝึกเวทนึ้ได้แค่ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่ระดับเบื้องต้นของเขาถูกพลังจิตฟอร์ซ คอนโทรลเลอร์เสริมพลังให้อีกห้าสิบเท่า มันจึงเทียบเท่ากับเวทหยั่งรู้ของพวกปราชญ์เวทในราชสำนักไปเรียบร้อยแล้ว
เวทเสริมพลังจนกลายเป็เวทหยั่งรู้ของแลนซ์ ตรวจสอบได้ว่ามีพวกใช้วิชาตัดกระแสมานาในอากาศแอบดูเขาอยู่ไกลๆอีกสองคน ซึ่งสองคนนั้นเป็จอมเวทชั้นสูงที่คุ้มครองเคาท์พาราติน บ่งบอกให้รู้ว่าท่านเคาท์พาราตินอยู่นี่ และคงเสพสุขกับสาวชาวบ้านผู้โชคร้ายคนใดคนหนึ่งอยู่แน่ๆ ถึงได้มีจอมเวทติดตามคุ้มกัน
แลนซ์จับััได้ถึงพลังเวทในร่างของมนุษย์จำนวนสิบคน ร่างทั้งเก้าแอบซุ่มในบ้านเรือน ส่วนอีกหนึ่งร่างกำลังเดินมาหาเขา และพวกจอมเวทชั้นสูงอีกสองคนแอบอยู่ไกลออกไปอีก
“ไอ้หนู ที่นี่อันตรายนะ มาทางไหนรีบกลับไปซะ”
โจรร่างสูงใหญ่กำยำกล่าวเตือนแลนซ์ด้วยเสียงดังก้อง ดูเหมือนว่าคนๆนี้ยังมีจิตสำนึกที่ดีอยู่บ้าง เขาจึงเลือกจะไม่ทำร้ายเด็ก หรือไม่ก็เพราะไม่มีเหตุผลให้ทำร้าย
“ผมเป็นักผจญภัยน่ะ” แลนซ์กล่าว “ได้ข่าวว่าหัวหน้าโจรลักพาตัวสาวชาวบ้านมากบดานในนี้ เลยตามรอยมา”
โจรร่างสูงใหญ่กัดฟันแน่นทันที ดูเหมือนแลนซ์จะพูดตรงเกินไปจนหาที่ตาย เขาไม่อาจจะช่วยอะไรแลนซ์ได้อีกแล้ว
“อย่างงั้นเหรอ” มีเสียงกังวาลจากด้านหลังโจรรูปร่างสูงใหญ่ เป็จอมเวทระดับเบื้องต้นในชุดคลุมเก่าๆ “แกโชคร้ายจังนะไอ้หนู ที่ดันมาแสนรู้แถวๆนี้”
“อโหสิเถอะนะ” โจรร่างสูงใหญ่กล่าว “ตอนแรกตั้งใจจะไล่ไปเฉยๆ แต่ถ้าแกเป็นักผจญภัย ก็คงต้อง...อุ๊ก”
โจรร่างใหญ่ยังไม่ทันพูดจนจบ เขาก็ถูกบอลแสงของแลนซ์กระแทกใส่ลิ้นปี่จนจุกลงไปนอนกองกับพื้น ส่วนจอมเวทเบื้องต้นที่กำลังทำท่าจะร่ายเวท ถูกแลนซ์ประชิดตัวเสียแล้ว
หมัดของเด็กอายุสิบสองที่ดูบอบบาง แต่เสริมพลังให้หนักถึงหนึ่งตัน ซัดใส่หน้าของจอมเวทระดับเบื้องต้นจนหัวของเขาหมุนถึงสามรอบซ้อน ก่อนที่ร่างของจอมเวทจะล้มลงไป เขาตายแล้ว ตายเพราะคอหัก
แลนซ์ใช้เวทหยั่งรู้ของเขาต่อทันที พบว่าพวกโจรที่ซุ่มดูอีกแปดคนยังไม่เคลื่อนไหวใดๆ ยกเว้นจอมเวทชั้นสูงอีกสองคนที่แอบดูเขาอยู่ จอมเวทชั้นสูงสองคนเคลื่อนไหวแล้ว
จอมเวทในชุดคลุมสีม่วงขลิบทองสองคนเดินออกมาหาแลนซ์อย่างไม่ปิดบังใดๆ เขาถือคฑาเวทชั้นสูงมาด้วย คฑานั้นเป็สีเงินหัวั บ่งบอกว่าเป็จอมเวทจากอาณาจักรต้าหลง จอมเวทต่างแดนจากทวีปิ
“ไม่รู้ว่าแกเป็ใครหรอกนะ นักผจญภัยหนุ่ม” จอมเวทชั้นสูงคนหนึ่งกล่าวพลางแสยะยิ้ม “เวทเสริมพลังแกน่าสนใจดี คงต้องขอจับมาทรมาณเล่นเพื่อให้บอกความลับของแกล่ะนะ”
“ดูมันทำหน้าสิท่านพี่” จอมเวทชั้นสูงอีกคนกล่าว “ไม่มีท่าทียอมแพ้จากแววตาของมันเลย สงสัยมันคงไม่รู้มั้ง ว่ากำลังเจอกับจอมปราชญ์ที่มีพลังทัดเทียมกับจอมเวทถึงสามร้อยคนอยู่น่ะ”
สองจอมปราชญ์หัวเราะล่าอย่างสบายใจ พวกเขาไม่คิดเลยสักนิด ว่ากำลังเจอกับใครอยู่