เจ้าอยากให้ข้าเป็นวายร้ายอย่างงั้นเหรอ?? เจ้าเปิดตาดูสิข้าหรือพวกเขากันแน่ที่เป็นตัวร้าย

    เริ่มสงคราม

    ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดในตอนนี้ บรรยากาศรอบตัวถูกห่อหุ้มด้วยความเงียบงันและความสงสัย หลายคนต่างเฝ้ารอให้ใครสักคนเป็นฝ่ายพูดก่อน ในที่สุดจักรพรรดิคนหนึ่งก็กล้าถามขึ้น "แล้ว...ค่าผ่านทางที่เจ้าต้องการคืออะไร?"

    เกาหยวนยืนล้อมอยู่ที่กลุ่มจักรพรรดิ ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความเย่อหยิ่งและมองไปยังทุกคนที่ยืนล้อมรอบ เขายิ้มมุมปากเบา ๆ ก่อนตอบด้วยเสียงเย็นเยียบ "ศพของพวกเจ้าเองไงล่ะ"

    คำตอบของ เกาหยวน ทำให้ทุกคนตกตะลึง ทั้งห้องโถงเงียบงันไปครู่หนึ่งก่อนที่เสียงพึมพำด้วยความไม่พอใจจะดังขึ้นจากทุกทิศทาง จักรพรรดิคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างโกรธเกรี้ยว "เจ้า...เจ้าคิดจะเอาศพของพวกเราเป็นค่าผ่านทางหรือไร? เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงมาล้อเล่นกับพวกเราเช่นนี้!"

    เกาหยวนหัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะของเขาเยือกเย็นและเป็นเชิงข่มขู่ "ล้อเล่นหรือ?" เขาพูดขึ้นพร้อมมองไปรอบ ๆ "เจ้าเข้าใจผิดไปแล้ว ข้าไม่ได้ล้อเล่น ข้าเพียงแต่บอกความจริง… "

    ทันใดนั้น เสียงกระหึ่มของคลื่นพลังขนาดใหญ่ที่กระแทกลงมากับพื้นดินทำให้ทุกสิ่งรอบตัวสั่นไหว กองกำลังพันธมิตรพิทักษ์โลกเทียนหยวนต่างตกใจ เมื่อเห็นพลังที่คาดไม่ถึงนี้พุ่งเข้าหาพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง พวกเขาแทบไม่มีเวลาเตรียมตัวสำหรับการโจมตีอันโหดเหี้ยมที่เกิดขึ้นตรงหน้า พร้อมก้อนหยกน้ำหนักมหาศาลราวกับภูเขาทั้งแปดลูกร่วงลงมาพร้อมกัน ความหวาดกลัวสะท้อนอยู่ในดวงตาของพวกเขา เหล่าจักรพรรดิและผู้ฝึกตนต่างรู้สึกเสียใจที่ได้โจมตีนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่นโดยไม่ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน

    เสียงของชายชราคนหนึ่งก็ดังขึ้นในความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก "ข้าขอให้นายน้อยเหวินช่วยเหลือพวกเราด้วย!" เสียงนั้นเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง และเมื่อเสียงนั้นดังขึ้น ก็มีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเดินออกมาจากเรือบินที่ส่องแสงระยิบระยับเหมือนทองคำ ชายหนุ่มคนนั้นมีท่าทางสงบและมั่นใจอย่างมาก

    "ในเศษโลกนี้ มีคนน่าสนใจมากมายจริงๆ" ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่า 'นายน้อยเหวิน' พูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็น

    "พวกเจ้าสนใจมาเป็นผู้ติดตามข้าหรือไม่? ข้าสามารถพาพวกเจ้าไปยังโลกที่แข็งแกร่งและทรงพลังกว่านี้ได้ พวกเจ้าควรทิ้งโลกที่อ่อนแอ่หรือผู้นำของพวกเจ้าเพื่อออกไปมองโลกที่แข็งแกร่งขึ้นดีกว่านะ พวกเจ้าสนใจหรือไม่?"

    แต่ก่อนที่ใครจะตอบอะไรออกมา ชายชราคนหนึ่งในระดับจักรพรรดิสูงสุดรีบเข้ามาปกป้องนายน้อยเหวินทันที จากก้อนหยกขนาดใหญ่ และเขาก้าวมายืนขวางไว้พร้อมพูดเสียงเข้ม

    "เจ้าไม่รู้หรือว่านายน้อยเหวินคือใคร? เจ้ากำลังมองหาที่ตายอยู่หรือไง!"

    ทันใดนั้น หัวของชายชราคนนั้นก็หลุดออกจากลำตัวโดยไม่ทันได้กล่าวคำใดอีก เสียงของเลือดที่พุ่งกระจายไปทั่วเป็นเสียงเดียวที่เงียบงันในบรรยากาศตึงเครียด แต่นายน้อยเหวินกลับไม่มีท่าทีเปลี่ยนสีหน้าหรือแสดงอารมณ์ใดๆ เขากล่าวเบาๆ ด้วยเสียงที่เย็นชา "เฮ้อ ข้าอุตส่าห์ให้โอกาสแท้ๆ แต่พวกเจ้าช่างไม่รู้จักคุณค่า..."

    ในขณะที่นายน้อยเหวินกำลังพูดต่อ เขาก็เปิดดวงตาขึ้นมาพร้อมกับพบแรงกดดันมหาศาลที่ปล่อยออกมาจากทิศทางรอบด้าน จักรพรรดิทั้ง 136 คนของนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่นได้เร่งตรงมาทางเขาพร้อมเจตนาสังหารที่ไร้ความปรานี สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังนายน้อยเหวิน ราวกับว่าพวกเขาตั้งใจจะสังหารเขาให้สิ้นซากในทันที

    เครื่องรางบางอย่างที่อยู่ในมือของนายน้อยเหวินพลันเปล่งพลังขึ้นอย่างฉับพลัน แสงสว่างสีทองส่องประกายจนแสบตา พาเขาหลบหนีหายไปยังที่ที่หนึ่งในพริบตา เสียงหัวเราะที่แฝงด้วยความเย่อหยิ่งดังก้องทิ้งไว้เพียงเงาของแสงที่ค่อย ๆ จางหายไปในความว่างเปล่า

    ปาจื้อที่ยืนอยู่ท่ามกลางผู้ชมมองตามแสงนั้นไปด้วยดวงตาเยือกเย็น "เครื่องรางอมตะสินะ... เจ้าหนูคนนี้ดูท่าจะมีภูมิหลังที่น่ากลัวทีเดียว แต่ก็เท่านั้นแหละ "

    ทันใดนั้น เงาดำ 160 คนที่เป็นจักรพรรดิสูงสุดก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นจากด้านหลังของนายน้อยเหวิน พวกเขาทั้งหมดต่างแผ่รังสีอันทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบตัวรู้สึกหนักอึ้งขึ้น แม้แต่หมิงไห่ที่ยืนอยู่ยังรู้สึกถึงพลังที่แตกต่างออกไป คนเหล่านั้นแข็งแกร่งกว่าจักรพรรดิสูงสุดทั่วไปมาก

    หมิงไห่ไม่รอช้า จัดแจงพลังปราณในตัว พลันพุ่งเข้ามาพร้อมกับหลงเถิง เขาสองคนโจมตีประสานกันอย่างรุนแรงหมายจะสังหารทุกคนที่ขวางหน้า จักรพรรดิสูงสุดหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านั้นมองดูการโจมตีที่พุ่งเข้ามาด้วยแววตาไม่ดูถูก "อ่อนหัด" เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ก่อนที่มือขวาของเขาจะโบกไปในอากาศ

    พริบตานั้น การโจมตีประสานของหมิงไห่และหลงเถิงก็สลายหายไปทันที แต่ทันใดนั้น ร่างของจักรพรรดิสูงสุดที่เพิ่งโบกมือกลับมีรู ปรากฏมากมายทั่วร่างกาย เขามองดูตัวเองด้วยความงุนงงเพียงครู่หนึ่งก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะสิ้นสุดลง ร่างของเขาร่วงหล่นลงสู่พื้นโดยไร้ชีวิต

    โคลนสังสารวัฏที่ซุ่มมองอยู่ในเงามืดจับตาดูเหตุการณ์นั้นอย่างละเอียด เขากล่าวเบา ๆ ด้วยรอยยิ้มบาง ๆ "น่าสนใจจริงๆ ... พวกนี้คืออมตะในโลกเทียนหยวนที่แท้จริงสินะ แต่พวกเขายอมลดระดับการเพาะปลูกของตนเองลงมาเพื่อเข้ามาปกป้องเด็กหนุ่มคนนั้น" เขาหยุดคิดครู่หนึ่งแล้วหัวเราะเบา ๆ "มันช่างน่าสนใจจริงๆ"

    นายน้อยเหวิน ที่มองดูเหตุการณ์อยู่ต่างรู้สึกตกตะลึง เขารู้ว่าจักรพรรดิสูงสุดเหล่านั้นเป็นอมตะที่ทรงพลัง แต่เนื่องจากข้อกำหนดของเศษโลกนี้ พวกเขาจึงไม่สามารถใช้พลังเต็มที่ได้ ทว่า เพียงแค่การเคลื่อนไหวเพียงไม่กี่ครั้งของพวกนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่นก็สามารถแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งอันล้นพ้นของคนเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน ระดับของพวกเขานั้นใกล้เคียงกับคำว่า "อยู่ยงคงกระพัน" อย่างแท้จริงในเศษโลกนี้เลยก็ว่าได้

    กองกำลังพันธมิตรพิทักษ์โลกเทียนหยวนต่างตื่นตระหนกกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า จักรพรรดิสูงสุดปรากฏตัวมากกว่า 300 คนแล้ว นี่มันบ้าอะไรกัน? ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป พวกเขายังไม่ทันได้ตั้งตัวก็เห็นลำแสงบางอย่างพุ่งมาจากท้องฟ้า ก่อนจะระเบิดขึ้นทำให้มีผู้คนล้มตายจำนวนมาก

    ลำแสงอันทรงพลังพุ่งลงมาอย่างต่อเนื่อง คลื่นความร้อนจากการระเบิดทำให้ทุกอย่างรอบตัวพังทลาย เรือรบของพันธมิตรทั้งหมดถูกเผาไหม้เหมือนฟางที่ถูกโยนลงในกองไฟ และอีกด้านหนึ่งผู้คนก็ถูกเผาอย่างทรมานจากลูกไฟยักษ์ที่คล้ายดวงอาทิตย์ ไม่มีทางรอดสำหรับพวกเขาแม้แต่น้อย

    เสียงหนึ่งดังขึ้นมาเบา ๆ แต่ทว่าชัดเจน "เกาหยวน ถ้าเจ้าเอาแต่เผาพวกมันแบบนั้น มันทรมานเกินไปหรือเปล่า?" เฉินเวยพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

    เกาหยวนยิ้มอย่างเฉยชา "ข้าว่าวิธีของเจ้าหรือมูชูหยวนดูจะเจ็บปวดกว่าข้าเสียอีกนะ"

    เฉินเวยยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะยกดาบจันทราขึ้น เธอกวัดแกว่งดาบอย่างรวดเร็วและเฉียบขาด ในพริบตาเดียว จักรพรรดิสูงสุดบางคนจากกองกำลังพันธมิตรพิทักษ์เทียนหยวนถูกสังหารในทันที

    "ดูนั่นสิ ไอ้หลุมดำนั่น ข้าคิดว่ามันคงกำลังสนุกกับมันอยู่แน่ ๆ" เธอเอ่ยพลางมองไปที่หลุมดำขนาดใหญ่ที่กำลังดูดกลืนผู้คนเข้าไปไม่หยุด พร้อมกับเห็นหวังเหอที่กำลังกลืนกินจักรพรรดิหลายคนอย่างสนุกสนาน

    ชางเชียนที่เพิ่งเสร็จจากการกินอาหารที่นำมาด้วยหมดแล้วก็พูดขึ้นอย่างรำคาญ "ข้าว่ามารีบทำให้มันจบกันเถอะ" นางพูดจบก็รวบรวมพลังวิญญาณ สร้างหอกจำนวนหลายแสนเล่มที่พุ่งเข้าไปไล่ล่าสังหารทุกคนในกองกำลังพันธมิตรเทียนหยวนทันที

    เสียงร้องของผู้คนดังก้องไปทั่วทั้งสนามรบ มีผู้คนหลายแสนคนคนล้มตายในเวลาเพียงไม่กี่นาที และความเร็วในการสังหารก็เร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่มีใครคาดเดาได้ว่าความพินาศนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด

    เสียงของชางหมิงดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "พวกเจ้ามอง อะไรกันอยู่?" เขาตะโกนท่ามกลางเสียงดนตรีที่เริ่มก้องกังวานจากทุกทิศทาง ที่มาของมันนั้นมาจากโคลนร่างกายศักดิ์สิทธิ์แห่งเสียงดนตรีที่ซ่อนอยู่ลึกในสนามรบ เสียงเพลงทวีความเข้มข้นขึ้นทุกขณะ และในพริบตา ดาบขนาดใหญ่ยักษ์ก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า มันพุ่งลงมาฟาดใส่ศัตรูจนหัวหลุดจากบ่าทันที ผู้ที่พยายามเข้าใกล้ชางหมิงต่างถูกตัดขาดราวกับหญ้าแห้งที่ถูกเคียวตัด

    "อย่ามัวรอช้า!" ชางหมิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะปล่อยพลังโดเมนขนาดใหญ่ที่แผ่ขยายออกมารอบตัวเขา ผู้ที่อยู่ในรัศมีโดเมนนั้นถูกฉีกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทุกคนที่บุกเข้ามาหาเขากลายเป็นศพในพริบตา สภาพศพเหล่านั้นเละเทะและถูกสับละเอียดจนไม่เหลือซาก

    ในอีกด้านหนึ่ง หัวหน้าตระกูลหวังมองไปยังทิวทัศน์เบื้องหน้าด้วยความหวาดกลัว เขามองดูคนของตระกูลหวังที่ตกเป็นเหยื่อจากการโจมตีในสนามรบ เลือดสาดกระจายไปทั่ว บางคนถูกลำแสงยิงทะลุจนร่างแหลกสลาย ในขณะที่บางคนถูกความมืดที่ไม่มีที่มาที่ไปกลืนกินอย่างช้าๆ เสียงกรีดร้องเจ็บปวดดังไปทั่ว

    ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าก็ใกล้เข้ามา หัวหน้าตระกูลหวังเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเพียงนิ้วมือที่ชี้ตรงมาที่หน้าผากของเขา ก่อนที่แสงเจิดจ้าจะพุ่งตรงมาจากปลายนิ้วนั้น เขาล้มลงเสียชีวิตในทันที หวังเหอเดินตรงไปหาหวังไป๋ที่ยืนเหม่อมองท้องฟ้าอยู่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พี่ชาย เรามาใช้ท่านั้นกันเถอะ”

    หวังไป๋ยิ้มออกมาเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นดูเหี้ยมเกรียม “ได้สิ น้องชาย” ทั้งสองคนเตรียมพร้อม ตั้งท่าทางอย่างมั่นใจ นิ้วทั้งคู่ชี้ไปที่กองกำลังศัตรูพร้อมกัน

    "แสงมืด!" พวกเขากล่าวพร้อมกัน ด้วยเสียงดังก้องสะท้อนราวกับคำรามจากท้องฟ้า คนจำนวนมากในทางนั้นตกตะลึง ไม่เข้าใจว่าพวกเขากำลังเผชิญกับอะไร แต่แล้วแรงดูดที่รุนแรงก็ดึงพวกเขาเข้าไปอย่างรวดเร็ว

    จากนั้นเสียงระเบิดมหาศาลก็ดังขึ้น ทำให้ทั้งเศษโลกสั่นสะเทือน สัญญาณการเตือนของการทำลายล้างกระจายไปทั่วทั้งฟ้าและดิน ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างกำลังถูกกลืนกินเข้าไปในความมืดมิดแห่งแสงมืดนั้นเอง…

    การต่อสู้ระหว่างจักรพรรดิสูงสุดทั้งสองฝ่ายเป็นไปอย่างดุเดือด จักรพรรดิสูงสุดของนายน้อยเหวินจำนวน 159 คน เข้าปะทะกับจักรพรรดิสูงสุดของนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่น แต่ละการเคลื่อนไหวแฝงไปด้วยพลังที่พร้อมจะสังหารคู่ต่อสู้ได้ในพริบตา ทันใดนั้น กงซุนเล่ยใช้โอกาสที่เกิดขึ้นขณะต่อสู้พุ่งตัวเข้าไปด้วยความเร็วสูง หวังจะสังหารนายน้อยเหวินในทันที

    แต่ทันใดนั้น หญิงสาวที่งดงามราวกับเทพธิดาผู้มีการเพาะปลูกพลังที่แข็งแกร่ง ได้เข้ามาขัดขวางกงซุนเล่ยได้อย่างรวดเร็ว เธอใช้ดาบที่แผ่พลังอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งตรงไปที่กงซุนเล่ย หวังจะสังหารเขาในการโจมตีเพียงครั้งเดียว แต่ดาบของเธอกลับทะลวงผ่านคอของกงซุนเล่ยไปโดยไม่สร้างบาดแผล

    กงซุนเล่ยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เขาจับตัวเธอไว้อย่างแน่นหนา และในพริบตานั้นเขาก็ระเบิดตัวเอง! แรงระเบิดสั่นสะเทือนทุกสิ่งรอบข้าง นางได้รับบาดเจ็บสาหัสในทันทีเนื่องจากนางไม่คิดว่ามันจะระเบิดตัวเองในทันทีแบบนี้แต่นาง กลับใช้ดาบของเธอโจมตีไปที่นายน้อยเหวินอย่างไม่ลังเล การโจมตีนั้นดูเหมือนจะพุ่งตรงไปที่นายน้อยเหวิน แต่แท้จริงแล้วเป้าหมายคือชายชราที่อยู่ด้านหลังซึ่งกำลังเตรียมจะสังหารนายน้อยเหวิน นั่นเอง

    หญิงสาวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ความคิดของเจ้าข้าอ่านออกหมดแล้ว..." เลือดสีแดงสดพุ่งออกมาจากปากของนาง แต่ก่อนที่นางจะพูดจบ ก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แล่นผ่านลำตัวของนาง มือหนึ่งได้เจาะทะลุเข้ามาจากด้านหลัง ควักหัวใจของนางออกมาในทันที

    กงซุนเล่ยพูดขึ้น "เจ้าเดาถูกแล้ว แต่ตัวเลือกของข้ามีถึงสอง ไม่ใช่แค่หนึ่ง" เขาบดขยี้หัวใจของนางในทันที ร่างของนางทรุดลงกับพื้น ท่ามกลางความสับสนของเหล่าผู้ชม

    นายน้อยเหวินที่มีสีหน้านิ่งเฉยมาตลอด ทันใดนั้นเขาก็ตะโกนขึ้นด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและโกรธแค้น "ท่านป้า!" พร้อมกับเปิดสมบัติจักรพรรดิมากมายที่มีอยู่ ส่งพุ่งตรงไปที่กงซุนเล่ยทันที

    จักรพรรดิที่กำลังต่อสู้อยู่รีบหันหลังกลับไปเพื่อช่วยเหลือนายน้อยเหวินทันที แต่ทว่าปาจื้อกลับหัวเราะอย่างบ้าคลั่งแล้วพูดขึ้น "เจ้าหันหลังให้ข้าแบบนี้ ดูถูกกันเกินไปหรือเปล่า?" พร้อมกับปล่อยคลื่นพลังปีศาจออกมาพุ่งเข้าไปกลืนกินจักรพรรดิที่หันหลังให้พวกเขา

    พวกจักรพรรดิพยายามหลบหนีออกจากคลื่นพลังปีศาจนั้น แต่ขา ของพวกเขากลับไม่ขยับ เมื่อพวกเขาก้มลงมองขาของตนเอง พวกเขาเห็นว่าขา ของพวกเขาได้กลายเป็นหยกทั้งหมด พวกเขาพยายามที่จะป้องกันคลื่นพลังปีศาจที่กำลังเข้ามาโจมตี แต่ทันใดนั้น ก้อนหยกขนาดมหึมาได้หล่นลงทับพวกเขาอย่างรวดเร็วด้วยความรุนแรงที่ทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าพร้อมศพของเขาที่โดนพลังปีศาจกลืนกินอย่างสยดสยอง

    เสียงของหญิงสาวคนนั้นดังขึ้นอย่างมั่นคงท่ามกลางความวุ่นวาย "ไม่เป็นไร เจ้ารีบหนีไปซะ... หรือถ้าจะให้ดีกว่า ออกจากเศษโลกนี้ไปทันที เร็วเข้าาาา"

    นายน้อยเหวินที่กำลังจะใช้รูปแบบเคลื่อนย้ายเพื่อหนีหายไป ทันใดนั้นแขนของเขาก็ถูกตัดขาดทั้งสองข้าง ร่างของเขาทรุดลงพร้อมกับเสียงร้องที่แผดดังด้วยความเจ็บปวด หญิงสาวคนนั้นเห็นหลานชายของนางที่แขนขาด นางตัดสินใจใช้พลังชีวิตของตนบางส่วนเพื่อแทรกแซงกฎของเศษโลกนี้ทันที

    เมื่อพลังชีวิตถูกปล่อยออกมา การเพาะปลูกของนางก้าวกระโดดขึ้นถึงระดับกึ่งอมตะในทันที นางพุ่งเข้าโจมตีใส่กงซุนเล่ยอย่างรวดเร็ว พลังของนางทลายการป้องกันของกงซุนเล่ยจนเขาถูกบังคับให้ถอยออกไป และนางก็รีบเข้าไปช่วยนายน้อยเหวิน

    ขณะที่นางกำลังใช้พลังรักษาแขนที่ขาดของนายน้อยเหวิน เลือดจากแผลของหลานชายเธอก็กลายเป็นดาบแหลมคม พุ่งตรงไปที่จุดตายของเธอทันที หญิงสาวพยายามจะหลบหลีก แต่เลือดที่ไหลออกมาจากตัวนางกลับกลายเป็นโซ่ล็อกตัวเธอไว้แน่น

    นางรู้ดีว่าไม่มีเวลาให้ลังเลอีกแล้ว และตัดสินใจเปิดใช้รูปแบบเคลื่อนย้ายเพื่อออกจากเศษโลกนี้ทันทีเพื่อส่งนายน้อยเหวินออกไปจากสถานการณ์นี้ แต่ทันใดนั้น ร่างของนางก็ถูกแยกขาดครึ่ง ร่างของนางลอยไปตามสายลม เลือดกระจายไปทั่วทั้งฟ้า สายตาของนางยังคงจ้องมองหลานชายของตนด้วยความห่วงใยจนลมหายใจสุดท้าย

    การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด แต่สำหรับผู้ฝึกตนระดับต่ำ มันคือการเผชิญหน้าที่น่าหวาดกลัวราวกับอยู่ในนรกบนดิน ทว่าในสายตาของผู้ฝึกตนระดับสูง นี่เป็นเพียงแค่การสังหารหมู่ที่ไม่มีค่าอะไรไปมากกว่านั้น เสียงของการระเบิด การฟาดฟัน และเสียงร้องโหยหวนดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ ความโกลาหลปะทุขึ้นในทุกทิศทางจนยากจะหาความสงบได้

    ทันใดนั้น เรือบินอันทรงพลังสองลำก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ธงบนเรือหนึ่งสะบัดปลิวในสายลม บ่งบอกถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ปีศาจโลหิต ส่วนอีกลำประดับด้วยธงของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ห้าธาตุ ทุกสายตาตกตะลึงเมื่อมองเห็นพวกเขา บางคนในกองกำลังพันธมิตรก็อดสงสัยไม่ได้ว่า "ทำไมพวกเขาถึงมาปรากฏตัวตอนนี้?" ในเมื่อการต่อสู้ของดินแดนตะวันตกกำลังจะจบลงแล้ว

    เสียงหนึ่งดังขึ้นจากเรือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ปีศาจโลหิต "พวกเจ้าช่วยปล่อยนายน้อยเหวินไปได้หรือไม่?" เงาดำจากเรือลำนั้นเผยตัวออกมา และบุรุษที่ยืนอยู่ข้างเขาคือผู้นำคนใหม่ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ห้าธาตุ ทั้งสองคนมองไปยังท้องฟ้า พลันเห็นมังกร 13 หัวที่ปรากฏตัวขึ้น มันเริ่มสะสมพลังโจมตีที่จะถล่มพวกเขาลงมาในทันที

    เงาดำสบถออกมา “ชิ! ทั้งที่ข้าไม่อยากมีปัญหาแท้ ๆ ...” เขาพุ่งออกจากเรือบินไปหานายน้อยเหวินอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ทันถึงตัว มังกร 13 หัวก็ปล่อยพลังโจมตีมหาศาล ทำลายเรือบินทั้งสองลำจนแหลกสลายทันที ผู้นำคนใหม่ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ห้าธาตุพยายามป้องกันตนเองแล้ว แต่ก็ไม่สามารถต้านทานได้เนื่องจากร่างกายของเขาถูกกระสุนน้ำขนาดเล็กยิงทะลุจนเต็มไปด้วยรู ร่างเขาล้มลงบนพื้น ทันทีที่ลมหายใจของมังกร 13 หัวพุ่งเข้าใส่เขาอย่างไร้ปรานี พร้อมกับกวาดล้างผู้อาวุโสที่ติดตามมาด้วยจนหมดสิ้น ส่งพวกเขาไปหาผู้นำคนเก่าของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ห้าธาตุในทันที

    เงาดำพุ่งตรงเข้าหานายน้อยเหวิน หวังจะพาตัวเขาหนีจากสถานการณ์ที่อันตรายนี้ แต่ทันใดนั้น เลือดจำนวนมหาศาลที่ไหลรินออกมาจากร่างผู้บาดเจ็บกลายเป็นหนามแหลมคม พุ่งเข้าแทงเงาดำด้วยความเร็ว เงาดำนั้นจึงต้องถอยไปด้วยความระมัดระวัง เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "โมจุน กลับมาตอนนี้ยังทันนะ ข้าสามารถทำให้พ่อเจ้ากลับมา..."

    แต่ โมจุน กลับไม่สนใจ คำพูดนั้นเหมือนสายลมที่ผ่านหู หนามเลือดจากตัวเขายังคงพุ่งทิ่มแทงใส่เงาดำอย่างต่อเนื่อง เงาดำเริ่มโกรธและตะโกนออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว “ไอ้เด็กเวรเอ๊ยยยยยยย!”

    ในรถม้าคันหนึ่งที่หรูหราและเต็มไปด้วยบรรยากาศที่น่าเกรงขาม หญิงรับใช้คนหนึ่งถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความกังวล "ท่านต้องการช่วยคู่หมั้นของท่านหรือไม่?"

    หญิงสาวที่นั่งอยู่ภายในรถม้าเผยความรู้สึกอันร้อนแรงออกมาจากร่างกายของเธอ เปลวไฟอันรุนแรงโหมกระหน่ำรอบตัวเธอ ขณะที่เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและมุ่งมั่น "เจ้าส่งคนไปช่วยเขาหน่อย"

    หญิงรับใช้ยิ้มและหยิบหยกวิญญาณขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อ เธอพูดบางสิ่งที่ไม่สามารถได้ยินจากภายนอก ขณะนั้นเอง กงซุนเล่ยซึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่คาดคิดพยายามจะโจมตีหญิงรับใช้ด้วยความโหดเหี้ยมทันที

    หญิงรับใช้ยิ้มอย่างไม่ทุกข์ร้อนและพูดด้วยเสียงที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน "นี้เจ้าบ้ารึไง? เล่นไม่พูดไม่จาจะฆ่ากันอย่างเดียวเลยรึไง?" ขณะที่เธอพูดนางหน้าซีดลงพร้อมเสียงดังของแขนที่ขาดออกจากร่างกระทบกับพื้น ทันใดนั้นองครักษ์หลายร้อยคนก็ออกมาจากความว่างเปล่า พุ่งเข้ามาสังหารกงซุนเล่ยอย่างรวดเร็ว

    แต่กงซุนเล่ยกลับเปลี่ยนร่างเป็นสายฟ้าและพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูง องครักษ์ที่ตามไปอย่างเร่งรีบพบว่าร่างของพวกเขาค่อยๆ กลายเป็นหิน พวกเขาตกใจและรีบใช้พลังวิญญาณเพื่อรักษา แต่สิ่งที่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่าคือ ลูกไฟขนาดใหญ่ยักษ์ได้ตกลงมาจากท้องฟ้า

    หญิงสาวที่นั่งอยู่ในรถม้าเปิดใช้สมบัติป้องกันบางอย่างที่มีรูปร่างคล้ายฟีนิกซ์ ฟีนิกซ์แห่งไฟลุกโชติช่วงคลุมร่างเธอ ทำให้การโจมตีของ เกาหยวนไม่สามารถฝ่าเข้าไปได้ แต่ชางเชียนที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วได้ทะลวงผ่านบาเรียที่เหมือนกระดาษอย่างง่ายดาย นางตั้งใจจะสังหารหญิงสาวคนนั้น

    แต่ในขณะที่ชางเชียนกำลังพุ่งเข้ามา หญิงรับใช้ได้ก้าวออกมาอย่างกล้าหาญและยืนขวางอยู่ตรงหน้า หญิงรับใช้ได้รับการโจมตีนั้นแทนมันได้แทงทะลุร่างของนางแต่นางยังคงยิ้มให้กับหญิงสาวที่เธอกำลังปกป้อง แม้จะรู้ว่าเธอจะต้องแลกด้วยชีวิต การโจมตีของชางเชียนกระทบกับบาเรียที่มีรูปร่างคล้ายฟีนิกซ์ทันทีทำให้บาเรียแตกออกแต่ทันใดนั้นเอง ลูกไฟยักษ์นั้นกลับถูกผ่าออกเป็น 2 ส่วนอย่างรวดเร็ว

    ที่ดินแดนตะวันตก สถานการณ์ดำเนินไปอย่างน่าสยดสยอง ศพของผู้คนจำนวนมากถูกทิ้งไว้ทั่วบริเวณ สภาพแวดล้อมรอบตัวเต็มไปด้วยความตายและความสูญเสีย มังกร 13 หัวที่มาพร้อมกับพลังอันน่าหวาดกลัวได้สร้างความโกลาหลและทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้าอย่างไร้ความปรานี ปีกอันกว้างใหญ่ของมันเต็มไปด้วยเลือดและซากศพ

    ผู้คนจากตระกูลต่างๆ มองไปที่มังกรทั้ง 13 หัว ด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดขีด เสียงคำรามและการกระทบกระแทกของมังกรสร้างคลื่นลมที่รุนแรง จนทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความตายที่ใกล้เข้ามา มังกรตัวหนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพและเศร้าหมอง "สมกับที่เคยเป็นพระบุตรที่แข็งแกร่งที่สุด แม้แต่ในตอนนี้ข้าก็ยังรู้สึกว่าเขาแข็งแกร่งที่สุดอยู่ และข้ารู้สึกผิดยิ่งหนักที่เลือกหลงปิงมากกว่าหลงเถิง" เมื่อเขาพูดจบร่างของเขาส่วนบนของเขาก็หายไปในทันทีจากการพ่นลมหายใจของมังกรทำให้เกิดการสังหารตระกูลมังกรทุกตัวในทันที เหลือเพียงเศษซากศพที่ไม่มีร่องรอยของชีวิต

    ทางด้านหมิงไห่ สถานการณ์ก็ไม่ต่างกัน ฝนที่ตกลงมาเป็นฝนแห่งความตาย ทุกสิ่งที่สัมผัสกับฝนของเขาจะถูกละลายจนหมดสิ้น ทหารจากราชวงศ์วังน้ำลึกมองดูสถานการณ์ด้วยความเจ็บปวดและตกใจ ในอดีต พวกเขาเคยอยู่ภายใต้การบัญชาของชายคนนี้พร้อมพวกเขาจำได้ถึงการต่อสู้เพื่อพิชิตแดนใต้ทั้งหมดและความน่ากลัวของชายคนนี้

    ทหารคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยความสับสน "ท่านรัชทายาท ข้าเองไงที่เป็นแม่ทัพให้..." คำพูดนั้นไม่ทันได้จบ ร่างกายของเขาก็ถูกละลายไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับอีกหลายคนที่ยังเหลืออยู่ เสียงร้องขอชีวิตดังขึ้นจากทุกทิศทาง ทหารที่ขอร้องให้หมิงไห่ไว้ชีวิตมองไปด้วยความหวังและความทรมาน แต่หมิงไห่ไม่แยแส เขาไม่สนใจคำขอของพวกเขา และยังคงดำเนินการฆ่าทุกคนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สายตาของเขาหมดสิ้นความสงสาร ไม่มีการละเว้นหรือการปราณีใดๆ

    การต่อสู้ในสนามรบแห่งดินแดนตะวันตกยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด แม้แต่เงาดำที่รับการโจมตีจากมูชูหยวน, ปาจื้อ, ชางหมิง, และโมจุนอย่างหนักหน่วง ก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ เพื่อจะได้มีช่องว่างให้จักรพรรดิที่เหลือรอดได้พานายน้อยเหวินหนีไป ทันใดนั้น แสงสว่างและความมืดได้พุ่งเข้ามาในสนามรบ สังหารจักรพรรดิที่เหลือรอดไปในทันที แต่ในขณะที่ทุกสิ่งกำลังถูกทำลายไป มีหนึ่งในจักรพรรดิที่เหลืออยู่สามารถเปิดใช้รูปแบบเคลื่อนย้ายเพื่อพานายน้อยเหวินหลบหนีได้สำเร็จ

    กงซุนเล่ยโผล่มาจากที่ไหนไม่รู้ ใช้หมัดสายฟ้าพุ่งทะลวง อกของชายที่พานายน้อยเหวินหนีออกไป และเตรียมจะโจมตีให้สังหารนายน้อยเหวินในทันที แต่ทันใดนั้น พวกเขาทั้งหมดถูกพัดกระเด็นออกไปอย่างรวดเร็ว พลังวิญญาณที่แข็งแกร่งพุ่งออกมาจากหญิงสาวคนหนึ่งและเมื่อพวกเขาเงยหน้าขึ้นไปมองพวกเขาก็ได้พบกับหญิงสาวที่ถูกกงซุนเล่ยฆ่าไปก่อนหน้านี้กลับมาพร้อมกับร่างกายที่ฟื้นฟูและแข็งแกร่งกว่าเดิม ซึ่งมีผู้ติดตามที่ไม่ธรรมดามากมายตามมาด้วย นั่นคือเหล่าจักรพรรดิสูงสุดถึง 1000 คน

    พร้อมกับการปรากฏตัวของพวกเขา ชางเชียน, เกาหยวน, และเฉินเวย ถูกพัดกระเด็นออกมาจากการโจมตี และพวกเขาก็ได้รับบาดเจ็บไม่มากนัก หลังจากนั้น คนอีก 1000 คนได้บินตามพวกเขาทั้งสามไป ท่ามกลางการเคลื่อนไหวของพวกเขา รถม้าคันหรูหราที่มีธงเขียนว่า "ราชวงศ์ฟีนิกซ์" ก็ขับเคลื่อนเข้ามาอย่างรวดเร็ว

    ปาจื้อที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดได้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความหวาดกลัว "ราชวงศ์ฟีนิกซ์สินะ พลังระดับจักรพรรดิอมตะเลยรึเนี่ย ช่างน่ากลัวจริงๆ"

    เวลาผ่านไปไม่นาน กองกำลังเสริมจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ปีศาจโลหิตและดินแดนศักดิ์สิทธิ์ห้าธาตุได้มาถึงที่สนามรบ ผู้คนที่เข้าร่วมมีความแข็งแกร่งอย่างมหาศาล รวมถึงจักรพรรดิสูงสุดถึง 500 คนจากสองกองกำลัง เสียงของนายน้อยเหวินดังขึ้นด้วยความโกรธและความแค้น

    "ฆ่าพวกมันซะ! อย่าให้ใครรอดชีวิตไปได้!"

    ในขณะที่ออร่าจากจักรพรรดิ 2500 คนกดดันลงมาที่นิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่น การโจมตีที่รุนแรงก็เริ่มขึ้นทันที แต่แรงกดดันมหาศาลที่พุ่งออกมาจากความว่างเปล่าก็ทำให้การต่อสู้ทวีความรุนแรงมากขึ้น โคลนร่างศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ก่อนหน้านี้ก็ได้ออกมา เนื่องจากพวกเขาถูกสั่งให้รวบรวมต้นกำเนิดและดักจับวิญญาณของจักรพรรดิหรือวิญญาณของผู้ฝึกตนระดับอื่น ๆ

    ชางเชียนที่เห็นการเพิ่มขึ้นของศัตรูกล่าวขึ้นด้วยความเหนื่อยหน่าย "นี้กินแรงกันชัด ๆ พวกเจ้าหายไปไหนมากัน? พวกข้าเหนื่อยแทบแย่เลยนะ"

    โคลนที่เป็นร่างศักดิ์สิทธิ์แห่งอาหารยิ้มพร้อมตอบ " ข้าจะทำเมนูพิเศษให้เจ้าเองหายโกรธได้ไหม " พร้อมกับโยนซาลาเปาเนื้อให้นาง ชางเชียนมองซาลาเปาเนื้อแล้วตอบกลับด้วยความเหนื่อยล้า "ข้าตกลง"

    หญิงสาวคนนั้นที่ยังคงยืนอยู่ด้วยความเย่อหยิ่งกล่าวขึ้น "ถึงมีพวกเจ้ามาเพิ่มมันก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรหรอก" ด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความมั่นใจและการไม่สนใจ

    ทันใดนั้น แรงกดดันที่ทำให้ทั้ง 2500 คนต้องมีสีหน้าตึงเครียดก็พุ่งออกมาอย่างรุนแรง คนจากนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่นรู้สึกถึงความมหาศาลของพลังนั้น และทุกคนในนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่นพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ

    "ข้าได้พบผู้อาวุโสผู้พิทักษ์แล้ว"

    ชายชุดดำ 10 คนเดินออกมาจากความว่างเปล่ามันส่งผลให้ การต่อสู้ครั้งนี้เริ่มทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ความเครียดและความตึงเครียดเพิ่มขึ้นจนเกือบถึงจุดเดือด ทุกคนต้องระวังตัวอย่างที่สุดเพื่อรับมือกับแรงกดดันที่ไม่เคยมีมาก่อน

    คล้ายกับเรื่องเจ้าอยากให้ข้าเป็นวายร้ายอย่างงั้นเหรอ?? เจ้าเปิดตาดูสิข้าหรือพวกเขากันแน่ที่เป็นตัวร้าย ที่คุณอ่าน