เถียนเซี่ยงตงฝึกกระบวนท่าหมัดอยู่ในสนามฝึก แต่สายตากลับมองไปยังโจวเหวินที่นั่งอยู่ใต้ร่มเงาต้นไม้ข้างสนามฝึกเป็ระยะ เขาฝึกซ้อมมาหนึ่งชั่วโมงแล้ว แต่โจวเหวินกลับมัวแต่นั่งพิงต้นไม้เล่นเกม
“ยิ่งเปรียบเทียบก็ยิ่งน่าหงุดหงิด พวกเราฝึกซ้อมกันแทบตาย หมอนั่นกลับเอาแต่เล่นเกมอย่างสบายใจเฉิบ” เถียนเซี่ยงตงยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกกลัดกลุ้ม
หลังจากฝึกซ้อมด้วยกันมาหลายวัน เถียนเซี่ยงตงก็เข้าใจเื่หนึ่ง สาเหตุที่โจวเหวินเป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งโรงเรียนมัธยมกุยเต๋อ ไม่เพียงเพราะว่าเขามีพร์ด้านการฝึกฝนที่ดีเยี่ยมเท่านั้น
เดิมทีเถียนเซี่ยงตงเชื่อว่า คำกล่าวที่ว่าการฝึกฝนก็เหมือนพายเรือทวนกระแสน้ำนั้นจะใช้ได้กับมนุษย์ทุกคน อย่างไรเสียมนุษย์ก็ไม่ใช่เครื่องจักร ถ้าไม่ฝึกฝนทุกวันก็มีโอกาสถดถอยได้ง่าย
โดยเฉพาะในยามต่อสู้จริง การจับจังหวะและรักษาระยะห่าง ล้วนมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดขึ้นเสมอ
แต่โจวเหวินกลับแตกต่างออกไป ตราบใดที่เขาเรียนรู้เื่สิ่งใหม่แล้ว ไม่ว่าโดยปกติเขาจะฝึกซ้อมหรือไม่ แต่เมื่อถึงยามใช้งานก็จะทำได้อย่างชำนาญเป็ธรรมชาติ
ตลอดหลายวันมานี้ที่พวกเขาสี่คนฝึกซ้อมประสานงานกัน โจวเหวินก็ให้ความร่วมมืออย่างมาก แต่เมื่อถึงเวลาที่พวกเขาแยกกันฝึกเดี่ยว โจวเหวินก็จะหนีไปเล่นเกมคนเดียว
ถ้าไม่ใช่เพราะตอนที่ทั้งสี่คนซ้อมประสานงานกันแล้วโจวเหวินแสดงออกได้อย่างดีเยี่ยม กระทั่งกล่าวได้ว่าเป็คนที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาทั้งสี่คน เถียนเซี่ยงตงคงอดไม่ได้ที่จะสวมบทอาจารย์สั่งสอนเขาแล้ว เพื่อให้เขารู้ถึงความสำคัญในการตั้งใจฝึกฝนพัฒนา
แต่ตอนนี้เถียนเซี่ยงตงกลับทำได้แค่มองโจวเหวินเล่นเกม ส่วนตัวเองทำได้แค่ฝึกฝนอย่างยากลำบาก
“มัวมองอะไรอยู่ ไม่มีสมาธิในการฝึกเลย กระบวนท่าของนายเพี้ยนไปหมดแล้ว” หลี่จื้อที่อยู่ด้านข้างเดินเข้ามาพูด
เถียนเซี่ยงตงมองโจวเหวินที่เอาแต่เล่นเกมอยู่ตรงนั้นแล้วกล่าวอย่างอิจฉา “มันจะดีแค่ไหนถ้าฉันมีพร์แบบโจวเหวิน การฝึกฝนยากลำบากขนาดนี้ ใครกันจะไม่อยากนั่งเล่นเกมสบายใจทั้งวัน”
หลี่จื้อยิ้มกล่าว “นายคิดจริง ๆ เหรอว่าโจวเหวินเอาแต่เล่นเกมทั้งวัน”
“ไม่จริงหรือไง เขาเอาแต่นั่งเล่นเกมอย่างสบายใจทุกวัน พวกเราต่างก็เห็นกันนี่” เถียนเซี่ยงตงกล่าว
หลี่จื้อกลับส่ายหน้าแล้วกล่าว “พวกเราแค่เห็นเฉพาะตอนที่เขามาโรงเรียน แต่พวกเราไม่รู้ว่าเขาได้ทำอะไรหลังจากเลิกเรียน”
“คือนายจะบอกว่าเขาฝึกหนักที่บ้านหลังจากเลิกเรียนอย่างนั้นเหรอ” เถียนเซี่ยงตงเข้าใจความหมายของหลี่จื้อ
“โลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย ๆ โดยไม่ต้องพยายามหรอก โจวเหวินคนนี้ดูผิวเผินเหมือนไม่เป็พิษเป็ภัย ราวกับเขาไม่แยแสอะไรเลย แต่เนื้อแท้เขาเป็คนหยิ่งทะนงมาก ครั้งก่อนเขาแพ้ให้กับอันจิ้งอย่างหมดรูป ถึงแม้ครั้งนั้นจะไม่ใช่ความผิดของเขาโดยตรง แต่ด้วยนิสัยของเขา เขาต้องผูกใจเจ็บแน่นอน และพยายามฝึกฝนอย่างสุดชีวิต ซึ่งเห็นได้จากความชำนาญในการต่อสู้จริงของเขา เขาไม่ใช่คนเกียจคร้านเสเพลอย่างที่แสดงออกแน่นอน” หลี่จื้อกล่าวอย่างจริงจัง
“แล้วทำไมเขาถึงทำตัวเหลวแหลกตอนอยู่ในโรงเรียนด้วยล่ะ มันไม่มีความจำเป็เลย เอาเวลาที่เล่นเกมไปฝึกฝนไม่ดีกว่าเหรอ” เถียนเซี่ยงตงพูดอย่างสงสัย
หลี่จื้อมองโจวเหวินแล้วกล่าวต่อ “ฉันว่าตอนที่เขาเพิ่งพ่ายแพ้ให้เขาอันจิ้ง คงกระทบสภาพจิตใจเขาไม่น้อย ทำให้คนอื่นคิดว่าเขาปล่อยตัวตกต่ำ”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเื่ที่เขาต้องเล่นเกมในโรงเรียนด้วยล่ะ” เถียนเซี่ยงตงยังคงหาคำตอบไม่ได้
“นายลองคิดดูสิ ถ้าทุกคนต่างคิดว่านายเป็คนเหลวแหลก แต่นายกลับสอบติดมหาวิทยาลัยชื่อดังได้ และยังได้คะแนนอันดับหนึ่งในเมือง เท่ากับเป็การตบหน้าคนอื่น แบบนี้นายจะรู้สึกสะใจไหม” หลี่จื้อกล่าว
“หน็อย เ้าโจวเหวินนั่นช่างจิตใจมืดมนจริง ๆ เ้าเล่ห์ตัวพ่อเลย...” เถียนเซี่ยงตงเข้าใจทันที และถึงกับะโออกมา แต่โชคดีที่ถูกหลี่จื้อปิดปากเอาไว้
แน่นอนว่าโจวเหวินไม่ได้เป็อย่างที่เถียนเซี่ยงตงคิด การที่เขาเล่นเกมก็ยกระดับพลังได้เหมือนกัน อีกทั้งตัวละครในเกมก็เปรียบเสมือนร่างแยกของเขา ทุกครั้งที่ตัวละครต่อสู้ในเกม เขาก็จะได้รับประสบการณ์ต่อสู้และความชำนาญด้านทักษะ เขาจึงไม่จำเป็ต้องฝึกซ้อมอีก
“มดแกร่งกลายพันธุ์ !” ขณะที่โจวเหวินกำลังฟาร์มอย่างเพลิดเพลิน จู่ ๆ ก็เห็นมดแกร่งสีแดงฉานทั่วกายปรากฏตัวขึ้น
ตลอดหลายวันมานี้ เขาสังหารมดแกร่งกลายพันธุ์ไปอย่างน้อยสิบกว่าตัว แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็ไปตามที่คาดหวัง
นอกจากมดแกร่งกลายพันธุ์ตัวแรกที่เกิดผลึกสองชิ้นแล้ว มดแกร่งที่เหลือกลับมีอัตราการเกิดผลึกที่ลดลงเรื่อย ๆ อีกทั้งคุณภาพของผลึกก็แย่ลงไม่น้อย
อย่าว่าแต่ผลึกสกิลเลย แม้แต่ผลึกระดับเก้าเองก็พบเจอได้น้อยมาก ถึงขั้นมีมดแกร่งกลายพันธุ์ประมาณสิบตัวก็ยังไม่มีการเกิดผลึก
ครั้งนี้เมื่อโจวเหวินเห็นมดแกร่งกลายพันธุ์ จึงไม่ตื่นเต้นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เขาควบคุมตัวละครสีเือย่างสงบนิ่ง ก่อนจะซัดหมัดเฮอร์คิวลิสเข้าไปสองครั้ง จนทำให้มดแกร่งกลายพันธุ์สิ้นชีพในทันที
“ติ๊ง !”
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น ครั้งนี้มีบางอย่างเกิดขึ้น
โจวเหวินไม่ได้ตื่นเต้นมากนัก ต่อให้เกิดผลึกออกมา แต่ถ้าเป็ผลึกระดับเจ็ดแปดแต้ม เว้นแต่ว่ามันเป็ผลึกความเร็ว ไม่เช่นนั้นก็ไม่ค่อยมีประโยชน์ต่อเขา และทำได้แค่ฟื้นฟูพลังที่เสียไปเท่านั้น
แต่เมื่อโจวเหวินมองดูสิ่งที่เกิดออกมากลับตกตะลึงเล็กน้อย เพราะสิ่งที่เกิดออกมา ชื่อของมันกลับไม่ใช่ผลึก
“สังหารมดแกร่งกลายพันธุ์ ได้รับไข่สัตว์คู่หู”
ข้อความแจ้งเตือนแสดงขึ้นที่มุมซ้ายล่างของหน้าจอเกม ทำให้โจวเหวินที่เห็นแล้วทั้งประหลาดใจทั้งดีใจ
เมื่อเกิดไข่สัตว์คู่หูก็หมายความว่าเขามีโอกาสสัตว์เลี้ยงคู่หู แต่เท่าที่เขารู้มา สัตว์เลี้ยงคู่หูแทบจะไม่เกิดต่อระดับธรรมดา โดยทั่วไปต้องถึงระดับตำนานก่อนจึงจะมีโอกาสสัตว์เลี้ยงคู่หู
กล่าวได้ว่าสัตว์เลี้ยงคู่หูเป็สัญลักษณ์แสดงความสามารถและสถานะ ผู้ที่สามารถหาสัตว์เลี้ยงคู่หูเดินไปตามถนน โดยทั่วไปล้วนเป็ผู้แข็งแกร่งระดับตำนานขึ้นไป ซึ่งได้รับการเคารพและชื่นชมจากผู้คน
สาเหตุที่คนระดับธรรมดาแทบไม่มีสัตว์เลี้ยงคู่หู เป็เพราะว่าสิ่งมีชีวิตต่างมิติระดับธรรมดาแทบจะไม่เกิดสัตว์เลี้ยงคู่หู มีแค่สิ่งมีชีวิตต่างมิติระดับตำนานเท่านั้นที่จะมีโอกาสที่น้อยนิดในการเกิดสัตว์เลี้ยงคู่หู อีกทั้งไข่สัตว์คู่หูระดับตำนานยังต้องใช้ลมปราณของระดับตำนานในการฟัก ดังนั้นต่อให้มนุษย์ระดับธรรมดาได้รับไข่สัตว์คู่หู ก็ฟักมันออกมาไม่ได้
หลังจากฟักสัตว์เลี้ยงคู่หู กล่าวได้ว่ามันจะร่วมเป็ร่วมตายกับเ้านาย ยากที่จะเปลี่ยนมือให้คนอื่น แต่ถ้าดึงดันจะเปลี่ยนมือจริง ๆ ก็ต้องแลกกับราคาที่สูงมาก คนทั่วไปจึงไม่ทำเช่นนั้น
โจวเหวินอยู่ในเมืองเล็ก ๆ อย่างจังหวัดกุยเต๋อ เขาเองก็ยังไม่เคยเห็นมนุษย์ระดับธรรมดาคนไหนได้สัตว์เลี้ยงคู่หู
ไข่สัตว์คู่หูฟองนั้นมีขนาดเท่ากำปั้นของตัวละครสีเื พื้นผิวไข่ขาวนวลกึ่งโปร่งแสง รูปร่างทรงรี ภายในมีจุดแสงสีแดงหลายจุดกำลังส่องกระเพื่อม ดูลึกลับและงดงามในคราวเดียวกัน
โจวเหวินควบคุมตัวละครสีเืไปหยิบไข่สัตว์คู่หูมาอย่างรวดเร็ว ทันทีที่นิ้วของตัวละครสีเืััโดยไข่สัตว์คู่หู โจวเหวินก็รู้สึกสั่นะเืไปทั่วร่างกาย ลมปราณในร่างกายราวกับถูกเข็มฉีดยาสูบออก และไหลตรงเข้าโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว
ในเกมเอง ค่าลมปราณของตัวละครสีเืก็ลดลงอย่างฉับพลัน จากเก้าแต้มกลายเป็ศูนย์ในชั่วพริบตา