การต่อสู้ของตูรามและฮาฟเล่ย์ ใช้เวลาประมาณสิบนาทีก่อนที่จะเป็นชัยชนะของตูราม
ตูรามเดินขึ้นแท่นอันดับที่สิบสี่
หลังจากนั้นก็เป็นหน่วยลับเทพยุทธ์ที่ค่อยๆท้าประลองกับอันดับสิบสามจนมาถึงอันดับที่หก
ชัยชนะต่อเนื่องของหน่วยลับเทพยุทธ์ทำให้ผู้ชมทั้งหมดตื่นตระหนกและประหลาดใจ พวกเขาไม่อยากเชื่อเลยว่าหน่วยลับเทพยุทธ์จะแข็งแกร่งขนาดนี้ สามารถเอาชนะห้าตระกูลผู้พิทักษ์ได้อย่างสบายๆ
“ ด้วยความแข็งแกร่งของรุ่นเยาว์ของเมืองรุ่งอรุณ ในอนาคตพวกเขาจะกลายเป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่ของเผ่ามนุษย์แน่ๆ ”
“ นั้นสิ ด้วยความช่วยเหลือของเมืองรุ่งอรุณและท่านไลท์ ความแข็งแกร่งของเผ่ามนุษย์ก็จะพัฒนาอย่างพุ่งทะยาน เผ่ามนุษย์ก็จะสามารถเอาชนะเผ่าปีศาจได้แน่ๆ ”
“ หน่วยลับเทพยุทธ์งั้นหรอ ดูเหมือนว่าต่อไปนี้ชื่อเสียงของหน่วยลับเทพยุทธ์ก็จะโด่งดังยิ่งขึ้นไปอีก ”
ทางด้านห้าตระกูลผู้พิทักษ์ก็มองดูพวกหน่วยลับเทพยุทธ์ด้วยสีหน้าจริงจัง พวกเขารู้ดีว่าการที่หน่วยลับเทพยุทธ์ทั้งเก้าคนทำแบบนั้นก็เพราะจะไล่ลำดับตั้งแต่ท้ายสุดจนไปถึงอันดับต้นๆ
“ ให้ตายเถอะ เป็นรุ่นเยาว์ที่หยิ่งผยองจริงๆ ” ผู้อาวุโสคนหนึ่งของตระกูลเครอสพูดขึ้นด้วยความไม่พอใจ เพราะเขาเห็นว่าหน่วยลับเทพยุทธ์ทั้งเก้าต้องการที่จะไล่เก็บคนตั้งแต่อันดับสิบห้าขึ้นมา เนื่องจากรุ่นเยาว์ของเมืองรุ่งอรุณก็มีทั้งหมดสิบห้าคนพอดี
ตอนนี้รุ่นเยาว์ของเมืองรุ่งอรุณเหลืออีกเพียงแค่หกคนเท่านั้นที่จะชิงหกอันดับแรก
ตอนนี้พวกซีรอสกำลังปรึกษากันอยู่ว่าใครจะเป็นคนไปสู้กับอันดับหก
“ เดี๋ยวฉันจะเป็นคนไปประลองกับอันดับหกแล้วกัน เพราะเจ้าหมอนั้นใช้ธนูในการต่อสู้ ส่วนฉันใช้ปืนในการต่อสู้ ฉันจะทำให้รู้ว่านักแม่นปืนก็แช็งแกร่งเหมือนกัน ส่วนอันดับที่เหลือพวกแกก็เลือกกันเองแล้วกัน ” ราฮีมพูดขึ้นพร้อมกับหยิบลูกอมขึ้นมากิน
“ งั้นเดี๋ยวฉันจะประลองกับอันดับห้าเอง ” คาฟาร์พูดขึ้น เธอไม่ได้ต้องการอันดับแรกๆ เพราะถึงอย่างไรอันดับแรกๆก็ไม่ได้มีความหมายสำหรับพวกเธอ เพราะพวกเธอรู้ดีว่าความแข็งแกร่งของลูกศิษย์ของสมาชิกเดธปาร์ตี้และหน่วยลับเทพยุทธ์แต่ละคนนั้นมีมากขนาดไหน ซึ่งอันดับพวกนี้ไม่สามารถวัดอันดับได้หรอก
เพราะถ้าหากพวกเธอต้องต่อสู้แบบจริงๆจัง อาจจะต้องมีคนได้รับบาดเจ็บสาหัสเลยก็ได้ เพราะทุกครั้งที่พวกเธอสู้กัน ก็อาจจะต้องมีคนบาดเจ็บสาหัสไปแล้ว แล้วพวกเธอก็จะไปหาท่านเดซี่เพื่อที่จะรักษาอาการบาดเจ็บให้
“ อันดับสี่ฉันเอง ” แกนทอสพูดขึ้นก่อนที่เขาจะมองไปยังแท่นอันดับสี่ด้วยแววตาสนุกๆ
“ งั้นฉันขออันดับสามแล้วกัน ” เทเลสซ่าพูดขึ้น เนื่องจากอันดับสามเป็นคนของตระกูลฟรอส ซึ่งเธออยากที่จะแข่งขันพลังเวทย์ธาตุน้ำแข็งกับคนของตระกูลฟรอส นอกจากนี้เธอยังได้เห็นว่าอาจารย์ของเธอสามารถเอาชนะฟีลิปป์รุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลฟรอสได้อย่างสบายๆแถมเวทย์น้ำแข็งของเธอก็ยังเหนือกว่าเวทย์น้ำแข็งของฟีลิปป์อีก
“ อันดับสองฉันจะจัดการเอง ส่วนนายก็ไปแข่งกับอันดับหนึ่งแล้วกัน ” เวอร์โก้พูดขึ้น สำหรับเขาแล้วการประลองครั้งนี้มันไม่มีความหมายอะไรเลยด้วยซ้ำ เขาเพียงแค่ทำตามคำสั่งของท่านไลท์เท่านั้น สำหรับอันดับสำหรับเขาได้อันดับสองก็นับว่ายอดเยี่ยมแล้ว
นอกจากนี้ซีรอสคือลูกศิษย์ของท่านไลท์ เขาต้องการที่จะให้ซีรอสเป็นคนที่โดดเด่นที่สุด เพื่อทำให้ท่านไลท์ภาคภูมิใจและท่านไลท์ก็จะได้ไม่เสียหน้าอีกด้วย
“ เข้าใจแล้วพี่เวอร์โก้ เดี๋ยวฉันจะจัดการกับอันดับหนึ่งเอง ” ซีรอสพยักหน้ารับด้วยสีหน้าจริงจัง
อันดับหนึ่งเป็นของตระกูลอูเบกอส
อันดับสองเป็นของตระกูลวัลแคน
อันดับสามเป็นของตระกูลฟรอส
ราฮีมที่เป็นคนไปประลองกับอันดับหก
“ ฉัน ราฮีมลูกศิษย์ของท่านคอลรุย ฉันขอท้าประลองกับอันดับหก ” ราฮีมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
ที่แท่นอันดับหก ตอนนี้คนที่นั่งอยู่ในตำแหน่งอันดับหกก็คือรุ่นเยาว์ของตระกูลวัลแคนที่มีชื่อว่า ฟอร์แรส
ฟอร์แรสเป็นชายหนุ่มอายุประมาณสามสิบปี รูปร่างสูงใหญ่ เส้นผมสีแดงเพลิงดูสวยงาม
ฟอร์แรสกระโดดขึ้นมาบนลานประลอง
“ ฉันฟอร์แรสแห่งตระกูลวัลแคน ” ฟอร์แรสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพราะเขาเห็นหน่วยลับเทพยุทธ์สามารถเอาชนะรุ่นเยาว์ของห้าตระกูลได้อย่างง่ายดาย โดยที่พวกเขาไม่ต้องเอาจริงเอาจังมากนัก
การต่อสู้ในครั้งนี้กลายเป็นการต่อสู้ที่ทุกคนอยากดู เพราะทั้งสองคนต่างก็ใช้อาวุธระยะไกลเหมือนกัน คนหนึ่งธนูอีกคนหนึ่งใช้ปืน
ราฮีมและฟอร์แรสยืนอยู่ห่างกันคนละฝั่งของสนามประลอง ทั้งสองถืออาวุธของตัวเอง
“ การประลองชิงอันดับที่หก เริ่มได้ ”
ฟุบๆๆๆๆๆ
ลูกธนูสีแดงเพลิงและลูกกระสุนสีเขียวพุ่งใส่กันอย่างรวดเร็ว
เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพียงแค่เสี้ยววินาทีทั้งสองก็ยิงกระสุนใส่กันมากกว่าห้าสิบนัดแล้ว
การต่อสู้ของทั้งสองเต็มไปด้วยความดุเดือดและตื่นเต้น
เพียงแต่ไม่นานการต่อสู้ก็จบลงโดยการชนะของราฮีม ซึ่งทั้งสองคนต่างก็ใช้มหาเวทย์ต่อสู้ แต่สุดท้ายฟอร์แรสก็ไม่สามารถต้านทานการโจมตีของราฮีมได้
นอกจากนี้ดูเหมือนว่าราฮีมก็ไม่ได้เอาจริงอีกด้วย เขาเพียงแค่ใช้มหาเวทย์หนึ่งบท ส่วนฟอร์แรสกลับต้องใช้มหาเวทย์ถึงสามบทเพื่อที่จะต้านทานการโจมตีของราฮีมได้สำเร็จ
หลังจากนั้นทางด้านลูกศิษย์ของสมาชิกเดธปาร์ตี้ก็เอาชนะอันดับห้าจนถึงอันดับสองได้สำเร็จ
ผู้ที่อยู่บนแท่นอันดับห้าจนถึงแท่นอันดับหนึ่ง พวกเขามีความแข็งแกร่งในระดับSS พวกเขาเป็นรุ่นเยาว์ที่มีอายุมากกว่าสามสิบปี นอกจากนี้พวกเขาก็มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากในบรรดาห้าตระกูลผู้พิทักษ์
เนื่องจากการที่จะมีความแข็งแกร่งในระดับSSได้ตั้งแต่ยังอายุน้อยนั้นเป็นเรื่องที่ยากมากๆ ซึ่งส่วนมากถ้าหาไม่ใช่อัจฉริยะก็อาจจะเป็นคนที่โชคดีมีดวงเจอสมบัติที่ทำให้ความแข็งแกร่งของตัวเองพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว เพราะตัวตนระดับSSส่วนมากแล้วจะเป็นคนที่มีอายุมากกว่าหนึ่งร้อยปีขึ้นไปเกือบทั้งหมด
ในการชิงอันดับห้าระหว่างคาฟาร์ปะทะกับรุ่นเยาว์ของตระกูลซันไทม์ ต้องยอมรับว่าการโจมตีของตระกูลซันไทม์เป็นการโจมตีที่เข้าสู่จิตใจของคู่ต่อสู้ด้วยตรง โชคดีที่คาฟาร์ใช้ลมปราณในการป้องกันเสียงดนตรีของรุ่นเยาว์ตระกูลซันไทม์ได้ทำให้เธอเอาชนะได้อย่างง่ายดาย
การชิงอันดับที่สี่ซึ่งเป็นการประลองกันระหว่างรุ่นเยาว์ของตระกูลเครอสและแกนทอส
เนื่องจากรุ่นเยาว์ของตระกูลเครอสใช้เวทย์เสริมร่างกายทำให้เขามีร่างกายที่แข็งแกร่งและทรงพลัง ทำให้การปะทะกันของทั้งสองคนระหว่างแกนทอสและรุ่นเยาว์ของตระกูลเครอสเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แต่สุดท้ายก็เป็นแกนทอสที่สามารถเอาชนะได้อย่างสบายๆ
เพียงหนึ่งหมัดของแกนทอสทำให้รุ่นเยาว์ของตระกูลเครอสถึงกับสำลักออกมาเป็นเลือด แต่ถึงอย่างนั้นรุ่นเยาว์ของตระกูลเครอสก็ใช้แรงทั้งหมดในการต่อสู้ จนสุดท้ายรุ่นเยาว์คนนั้นก็สลบคาสนามประลอง
คนของตระกูลเครอสถึงกับตื่นตระหนกเพราะไม่คิดว่าทักษะเสริมร่างกายของพวกเขาจะพ่ายแพ้ให้กับทักษะของไลท์ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ได้แต่กัดฟันกรอดเพราะอย่างที่รู้กันว่าไลท์นั้นมีทักษะที่เสริมร่างกายที่ทรงพลังและบางทีอาจจะทรงพลังกว่าทักษะเสริมพลังของตระกูลพวกเขาอีก
การชิงอันดับที่สามเป็นการต่อสู้ระหว่างเทเลสซ่ากับรุ่นเยาว์ของตระกูลฟรอส
การประลองของสองคนนี้ทำให้บรรยากาศที่ร้อนระอุกลายเป็นฤดูหนาวในทันที แม้แต่หิมะก็ยังตก ทำให้ผู้ชมต่างพากันใช้พลังเวทย์เพื่อต้านทานอากาศที่หนาวเย็นแบบนี้
แต่สุดท้ายเวทย์น้ำแข็งของเทเลสซ่าก็มีความแข็งแกร่งและทรงพลังกว่าเวทย์น้ำแข็งรุ่นเยาว์ของตระกูลฟรอส
เวทย์น้ำแข็งของเทเลสซ่าทำให้คนของตระกูลฟรอสถึงกับไม่อยากเชื่อสายตาของตัวเองเพราะเวทย์น้ำแข็งของเทเลสซ่าจะทรงพลังกว่าเวทย์น้ำแข็งของตระกูลตัวเอง อย่างที่รู้กันว่าห้าตระกูลผู้พิทักษ์ต่างก็มีทักษะลับที่เอาไว้ใช้ในการฝึกฝนรุ่นเยาว์ของตัวเอง นอกจากนี้ทักษะที่พวกเขาฝึกฝนนั้นก็แข็งแกร่งและทรงพลัง เพราะแบบนี้ห้าตระกูลผู้พิทักษ์ถึงได้แข็งแกร่งและทรงพลังอย่างในทุกวันนี้
แต่ตอนนี้ดันมีคนที่มาทักษะที่ทรงพลังกว่าทักษะของห้าตระกูลผู้พิทักษ์ปรากฏตัวขึ้น ทำให้พวกเขามองไปที่พวกไลท์ด้วยแววตาจริงจัง พวกเขากำลังหาทางที่จะนำทักษะของไลท์มาฝึกฝนให้กับตัวเองให้ได้ แม้ว่าจะต้องเสียสมบัติจำนวนมากก็ตาม
สำหรับการชิงอันดับที่สองคือการต่อสู้ระหว่างหัวหน้าหน่วยลับเทพยุทธ์อย่างเวอร์โก้และรุ่นเยาว์ของตระกูลวัลแคน
แน่นอนว่าผลที่ออกมาก็คือเวอร์โก้สามารถเอาชนะได้อย่างขาดลอย ในฐานะหัวหน้าหน่วยลับเทพยุทธ์ เวอร์โก้ได้รับการฝึกฝนจากไลท์โดยตรง แม้ว่าเขาจะไม่ใช่ลูกศิษย์ของไลท์แต่เขาก็ถูกนับว่าเป็นหนึ่งในคนที่ไลท์สอนมากับมือ ทำให้ความแข็งแกร่งของเวอร์โก้นั้นอาจจะสูสีกับสมาชิกกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้เลยทีเดียว
ซึ่งทันทีที่เริ่มการต่อสู้ เวอร์โก้ระเบิดความแข็งแกร่งของตัวเองก่อนที่จะจัดการกับรุ่นเยาว์ของตระกูลวัลแคนในพริบตา
และตอนนี้เหลือเพียงแค่การประลองชิงอันดับหนึ่งระหว่างซีรอสลูกศิษย์คนที่สองของไลท์และแซนซัครุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในการต่อสู้ในครั้งนี้
แซนซัคเป็นลูกศิษย์ของยโนวาห์ นักดาบที่มีความแข็งแกร่งเป็นอันดับหนึ่งของตระกูลอูเบกอส ทำให้แซนซัคเป็นนักดาบที่มีฝีมือสูงส่ง ซึ่งอาจจะมากกว่ายูเวสด้วยซ้ำ นอกจากนี้เขาก็ยังเป็นจอมเวทย์ธาตุลมที่เป็นธาตุลมพิเศษอย่างธาตุลมพิโรธ
ลมพิโรธจะเป็นการโจมตีที่รุนแรงและบ้าคลั่ง เพียงแต่มันกินพลังเวทย์เยอะเกินไปทำให้แซนซัคไม่ค่อยอยากจะใช้เวทย์ลมพิโรธสักเท่าไหร่
การต่อสู้ของทั้งสองกลายเป็นจุดไฮไลท์ของงานประลองในครั้งนี้ เนื่องจากทุกคนต้องการที่จะรับชมฝีมือของซีรอสว่าแข็งแกร่งขนาดไหน นอกจากนี้พวกเขารู้ดีว่าซีรอสก่อนที่จะมาฝึกฝนกับไลท์ ตอนนั้นเขาอายุเพียงแค่สิบห้าปีมีความแข็งแกร่งในระดับD
แต่พอผ่านไปห้าปี ซีรอสพัฒนาตัวเองได้อย่างรวดเร็ว จนตอนนี้ความแข็งแกร่งของซีรอสนั้นคือครึ่งขั้นสู่ระดับSS อีกเพียงแค่ก้าวเดียวซีรอสก็จะกลาบเป็นตัวตนระดับSSที่อายุน้อยอีกหนึ่งคน ซึ่งคนที่อายุน้อยที่สุดที่มีความแข็งแกร่งในระดับSSก็คือไลท์ ซึ่งไลท์ในตอนนั้นอายุเพียงแค่สิบแปดปีเท่านั้น
เรื่องนี้กลายเป็นที่พูดถึงของตัวตนระดับสูง ในตอนที่ไลท์มีความแข็งแกร่งในระดับSก็ไม่มีใครสนใจ แต่เมื่อเขาเข้าสู่ระดับSSแล้ว เขากลายเป็นจุดสนใจของตัวตนระดับสูงทันที
“ ฉันซีรอส ลูกศิษย์ของท่านไลท์ ฉันต้องการที่จะท้าประลองกับอันดับหนึ่ง ” ซีรอสพูดขึ้น
แซนซัคเดินขึ้นบนลานประลองด้วยสีหน้าจริงจัง เขารู้ดีว่าคู่ต่อสู้ของเขานั้นจะต้องแข็งแกร่งมากและเขาจะต้องทุ่มเททุกอย่างเพื่อที่จะเอาชนะซีรอสให้ได้ เพราะดูอย่างคนอื่นๆพวกเขาก็พยายามอย่างเต็มที่แล้วแต่พวกเขาก็ไม่มีใครที่จะสามารถต้านทานความแข็งแกร่งของลูกศิษย์ของสมาชิกเดธปาร์ตี้และหน่วยลับเทพยุทธ์ได้เลย
“ เข้ามาแสดงให้ฉันเห็นหน่อยว่านายแข็งแกร่งแค่ไหน และมันจะสมกับการที่นายเป็นลูกศิษย์ของท่านไลท์หรือไม่? ” แซนซัคพูดพร้อมกับหยิบดาบออกมา
ซีรอสเองก็หยิบดาบของตัวเองออกมา ดาบของซีรอสเป็นดาบชนิดพิเศษที่ไลท์ให้คุณสตีฟตีขึ้นมาเป็นพิเศษ ทำให้มีความแข็งแกร่งกว่าดาบเล่มอื่นๆมาก
“ ในเมื่อทั้งสองคนพร้อมแล้วก็เริ่มการประลองได้ ”
ทันทีที่สิ้นเสียงตะโกนของกรรมการ แซนซัคและซีรอสก็หายตัวไปอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากทั้งสองต้องการที่จะวัดทักษะดาบทำให้ทั้งสองต่างสู้กันด้วยดาบเท่านั้นและไม่มีพลังเวทย์เข้ามาช่วยเหลือ
นอกจากตัวตนระดับSSและระดับSSSที่เห็นการต่อสู้ของทั้งสองอย่างชัดเจน ตัวตนที่ต่ำกว่านั้นไม่สามารถที่จะมองเห็นการต่อสู้ของทั้งสองได้
พริบตาเดียวก็ผ่านไปสามสิบวินาที
ตัวตนระดับสูงก็รู้แล้วว่าทักษะดาบของซีรอสนั้นเหนือกว่าทักษะดาบของแซนซัค เพราะตอนนี้ร่างกายของแซนซัคมีบาดแผลปรากฏขึ้นมาถึงสามแผล ส่วนทางด้านของซีรอสนั้นเขาไม่เป็นอะไรเลย
แม้ว่าจะผ่านไปสามสิบวินาที แต่มันก็ทำให้แซนซัคตระหนักในบางอย่าง
สีหน้าของแซนซัคเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะต้องมาพ่ายแพ้ทักษะดาบให้กับเด็กที่เพิ่งฝึกฝนทักษะดาบได้เพียงแค่ห้าปีเท่านั้น