เสน่หาชั่วกัลป์

    บทที่ 77 เยี่ยมเยียนเฟิงหยุนฉี่กลางดึก


            อากาศยามค่ำคืนเหน็บหนาวเป็นที่สุด ทว่าหูเหยียนกลับรู้สึกร้อนไปทั้งตัว และหวังให้ตอนนี้เป็นฤดูหนาว เพื่อที่นางจะได้ไม่รู้สึกดั่งถูกเผา

            เมื่อคิดว่าจะได้เข้าใกล้ท่านพี่มากขึ้น นางก็จำต้องเบือนหน้าหนี เพื่อมิให้ตนเองหัวเราะคิกคัก จำต้องรั้งตนเองไว้ เพื่อมิให้หันหลังวิ่งหนี จำต้องระงับความสุขที่หวนกลับมา เพื่อมิให้เสียสติ นี่มันน่ารำคาญยิ่งนัก! 

      นางรู้ว่าท่านพี่ยังคงอยู่ที่เขตลิ้วเหอ และอาศัยอยู่ในโรงเตี๊ยมที่ไหนสักแห่ง

            ตอนที่เจอท่านพี่เป็นช่วงปลายของยามเซิน พอดี แม้ว่าคนเหล่านั้นจะอยู่บนหลังม้า แต่การเคลื่อนไหวกลับดูเป็นระเบียบไม่รีบร้อน ซ้ำยังให้ความรู้สึกผ่อนคลายที่ต้องการพักผ่อน

            ในเขตลิ้วเหอมีโรงเตี๊ยมทั้งหมดสิบหกแห่ง แบ่งเป็นโรงเตี๊ยมขนาดเล็กสี่แห่ง โรงเตี๊ยมขนาดใหญ่สองแห่ง แห่งหนึ่งดูมีสง่าราศี อีกแห่งดูโอ่อ่าร่ำรวย โรงเตี๊ยมที่ดูมีสง่าราศีมีชื่อว่าโรงเตี๊ยมชุนถู โรงเตี๊ยมอีกแห่งที่ดูโอ่อ่าร่ำรวยมีชื่อว่าโรงเตี๊ยมจินเหมิน

            นางแค่ต้องไปสอบถามหนึ่งในสองโรงเตี๊ยมนี้ ซึ่งไม่ยาก

            ทว่าเมื่อลวี่เยาไปถึงหน้าโรงเตี๊ยมจินเหมิน นางกลับลังเล

       

            เพียงคิดว่าใกล้จะได้เจอท่านพี่ หัวใจของนางก็เต้นรัวราวกับตีกลอง ความรู้สึกเช่นนี้แปลกประหลาดเกินไปแล้ว เมื่อนึกถึงช่วงแรกที่นางเจอเขา ยังไม่เคยมีอาการใจเต้นแรงเช่นนี้มาก่อน ราวกับแค่อ้าปากมันก็สามารถพุ่งออกมาจากลำคอ  

            ลวี่เยาสูดหายใจเข้าลึก ๆ พลางหันหลังเดินอ้อมไปทางด้านหลังโรงเตี๊ยม บอกกับตนเองว่าวันนี้แค่มาสืบดู ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกจนเกินไป ทว่าขาและเท้าทั้งสองกลับไม่เชื่อฟัง มันอ่อนเปลี้ยราวกับไม่มีกระดูก นางดีดตัวขึ้นคิดจะกระโดดข้ามกำแพง แต่กลับกระแทกกำแพงจนใบหน้าบวมช้ำ หน้าผากได้รับบาดเจ็บ  

            นางกระโดดลงจากกำแพงพร้อมกับตัวที่สั่น ก่อนเอื้อมมือไปแตะใบหน้า สูดลมหายใจอันเยือกเย็นด้วยความเจ็บปวด นางหวงแหนและปกป้องใบหน้าของตนเองเป็นที่สุด แต่มันกลับเป็นเช่นนี้ การดูแลผิวหน้ามานานหลายปีช่างเป็นเรื่องสูญเปล่า ใบหน้าเอ๋ย เจ้าช่างไม่เอาไหน! ต่อไปเจ้าอย่าเรียกตนเองว่าใบหน้า ให้เรียกตนเองว่าก้นไปเสียเลย! 

            ในใจลวี่เยามีเป็นหมื่นพันความรู้สึก แต่เท้ากลับไม่หยุดเคลื่อนไหว จนกระทั่งเดินมาเจอคอกม้า นางเห็นม้าตัวสูงใหญ่ยืนตระหง่านอยู่ในนั้น ในที่สุดก็ยืนยันได้แล้วว่าท่านพี่พักอยู่ที่โรงเตี๊ยมจินเหมิน!

            ความตื่นเต้น ดีใจ คาดหวัง ฮึกเหิม และอารมณ์อื่น ๆ ที่น่าจะเร้าใจค่อย ๆแทนที่ด้วยความหวาดกลัว ตื่นตระหนก สิ้นหนทาง และปวดใจอย่างช้า ๆ  

        

            ลวี่เยามีสายตาเฉียบแหลมมาก พริบตาเดียวก็จำม้าของท่านพี่ได้ จากการดูแลอย่างพิถีพิถัน เห็นได้ชัดว่าท่านพี่เป็นคนที่รักม้ามาก 

      ลวี่เยายิ้มมุมปาก ก่อนใช้นิ้วชี้ร่ายมนตร์กลางอากาศ จากนั้นสะบัดมือ ปล่อยให้เลือดหยดลงบนหน้าผากของม้า แทรกซึมเข้าไปอย่างช้า ๆ 

            ม้าตัวนั้นตื่นตัวมากเมื่อเข้าใกล้คนแปลกหน้า แต่ลวี่เยาไม่เข้าไปใกล้ หลังจากกระทำการเสร็จ นางหันหลังและตรงไปยังบ่อน้ำลึกหลังโรงเตี๊ยม ก่อนจะตักน้ำขึ้นมาเติมในถังไม้ ก้มลงมองใบหน้าของตนเองผ่านระลอกน้ำที่กำลังกระเพื่อม 

       ระลอกน้ำที่สั่นไหวก็เหมือนกับรอยยิ้มที่ประชดประชัน ในแต่ละชั้น แต่ละวง แต่ละระลอกล้วนไม่สม่ำเสมอ เช็ดไม่ออก และเด่นชัด 

            นางดูเหมือนปีศาจร้าย

      ลวี่เยาถอนหายใจเบา ๆ คิดจะเอื้อมมือออกไปล้างหน้า แต่นึกได้ว่าต่อให้ล้างสามสี่รอบ ก็มิอาจลบล้างรอยฟกช้ำและอาการบวมบนใบหน้า

        นางไม่คาดคิดมาก่อน ว่าวันหนึ่งตนเองจะนั่งหมอบอยู่ใต้หน้าต่างห้องของท่านพี่และคิดถึงชายอื่น ทว่าความเป็นจริงกลับเป็นเช่นนี้ นางคิดถึงไป๋จื่อชี 

        หลานไป๋จื่อชีผู้นั้น มันจะดีเป็นอย่างมากหากเขาสามารถทนต่อความเจ็บปวด และไม่ชิงตายไปเสียก่อน เกมในครั้งนี้จำเป็นต้องดำเนินต่อไป

       นางอึดอัดใจยิ่งนัก เมื่อเห็นว่าท่านพี่ที่นางรอคอยทั้งวันทั้งคืนพักอยู่ตรงหน้านี้ ทว่านางกลับไม่สามารถเข้าไปแสดงความรักที่สูญหาย นางอึดอัดจะตายอยู่แล้ว!

     

            ลวี่เยาโกรธจัด พลางยื่นนิ้วมือออกไปแตะจมูกที่สะท้อนบนผืนน้ำ ก่อนจะดื่มน้ำเข้าไปอย่างรุนแรงพลางกล่าว “ให้เจ้าดูแลใบหน้าของตัวเองให้ดี เหตุใดเจ้าจึงทำไม่ได้? บ้าจริง!” ถังไม้พลิกคว่ำจนเกิดเสียงดัง น้ำใสค่อย ๆ ไหลซึมลงไปในพื้น  

            เฟิงหยุนฉี่รักม้าของตนเป็นที่สุด เมื่อได้ยินเสียงแปลก ๆ ดังมาจากสวนด้านหลัง จึงคิดว่ามีโจรจะมาทุบตีม้า เขารีบลุกจากเตียง ก่อนจะเปิดหน้าต่างและมองไปยังด้านล่าง พลางตะโกนถามด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ใครน่ะ?!”

        ลวี่เยากำลังโกรธจัด ทันทีที่ได้ยินเสียงตะโกนเช่นนั้น จึงชูคอตอบกลับไป “ยายเจ้าน่ะสิ!”

       เฟิงหยุนฉี่หรี่ตา ก่อนจะตกตะลึงไปชั่วขณะ

      ลมหนาวยามค่ำพัดผมยาวของเขาขึ้น ปัดผ่านเบา ๆ ระหว่างลำคอ ราวกับมือที่มองไม่เห็น และทิ้งความอบอุ่นที่ร้องขอชีวิตไว้ตามผิวของเขา  

            คนที่อยู่ข้างล่างนั่น เป็นคนใช่หรือไม่?!

            แต่ไหนแต่ไรเฟิงหยุนฉี่ไม่เคยกลัวผีสางเทวดา และไม่เคยพบเห็นผีหรือเทพมาก่อน แต่สิ่งที่อยู่ด้านล่างกลับทำให้เขาสับสนมาก หรือว่าโลกนี้จะมีผีอยู่จริง? 

       ใบหน้ามีรอยฟกช้ำ ซ้ำยังมีรอยเขี้ยว ดวงตาสองข้างไม่เท่ากัน กระดูกและผิวหนังไม่สม่ำเสมอ ผมยุ่งปลิวไปตามลม พร้อมกับท่าทางแยกเขี้ยวยิงฟัน ทั้งร่างสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบที่ไม่สามารถซ่อนเล็บมือที่ดูคล้ายเปื้อนเลือด สีหน้าของนางดุร้าย สายตาเต็มไปด้วยความอาฆาต ดูแล้วไม่เหมือนมนุษย์เลยสักนิด  

      

            ไม่ว่านางจะเป็นปีศาจหรือมนุษย์ก็ตาม หากนางไปเยี่ยมคอกม้าตอนกลางดึก คงไม่ได้มีเจตนาดี เช่นนั้นก็ฆ่านางเสียก่อนแล้วค่อยว่ากัน!

            เฟิงหยุนฉี่ใช้มือดึงขอบหน้าต่างออกมา ก่อนจะเขวี้ยงใส่ลวี่เยา!  

            หากขอบหน้าต่างแทงโดนร่างของลวี่เยา จะต้องบาดเจ็บร้ายแรงถึงชีวิตอย่างแน่นอน

       ทว่า ในขณะที่เฟิงหยุนฉี่ตกตะลึงครู่หนึ่ง ลวี่เยาก็มองเห็นใบหน้าของผู้ถามอย่างชัดเจน หน้าตาเจ้าเล่ห์เช่นนั้น คิ้วยาวดกดำ ดวงตาดุจหินที่ส่องแสง ปลายจมูกเชิด ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อย เขาแต่งกายด้วยชุดคลุมสีดำ ด้วยหน้าตาของเขาที่แสดงท่าทีเหยียดหยามใต้หล้า และการทำตามอำเภอใจที่ชั่วร้ายนั่น เขาเป็นคนในฝันที่นางเฝ้าคะนึงหาอยู่จริง ๆ –ท่านพี่!  

        ไม่ว่าฟ้าจะผ่าลงทัณฑ์ห้าครั้งกลางกระหม่อม โง่งงเป็นไก่ตาแตก สูญสิ้นความหวังทั้งมวล สภาพสยดสยองน่าอนาถ เจ็บปวดจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ โศกเศร้าปานจะขาดใจ ฯลฯ คำพูดใด ๆ ที่บรรยายถึงความทุกข์ยากสุดขีด สำหรับลวี่เยาในตอนนี้ มันมิใช่เรื่องเกินจริงเลย ไม่เพียงไม่เกินจริง แต่เขายังเป็นคนใกล้ชิดอีกด้วย!  

      ราวกับลวี่เยาเห็นตนเองแตกสลาย ดั่งมรกตที่ถูกห่อด้วยหิน ซึ่งถูกทุบแหลกเป็นชิ้น ๆ โดยผู้ที่ไม่รู้อะไรเลย

      น่าเศร้าเหลือเกิน!

      

            นางอยากจะร้องไห้ แต่หาจังหวะไม่ได้ นางหดคอ พลางขยับตัวเลื่อนเท้าไป พลางเช็ดขอบหน้าต่างที่เป็นอาวุธ ก่อนจะพลิกตัวรีบหนีออกมาจากโรงเตี๊ยม และพยายามวิ่งหนีอย่างสุดชีวิต!  

        ราวกับอยากจะฆ่า! ตัว! ตาย! จริงๆ!

        หากมิใช่เพราะอดทนรออย่างขมขื่นมาหลายปี ไม่แน่ว่านางอาจกลั้นใจตายไปแล้วจริง ๆ แต่หากไม่มีช่วงความทรมานเหล่านี้ แล้วเหตุใดนางจึงต้องกลั้นใจตายด้วยเล่า? 

       ย้อนแย้งเกินไปแล้ว แย่จริง ๆ!

        ไหนล่ะที่กล่าวเสียดิบดีกับการเปิดตัวที่น่าทึ่ง รอยยิ้มที่มีความสุข ความสัมพันธ์อันสนิทชิดเชื้อ ความอาลัยรักที่แสนจับใจ?!!!  

        ข้าในวันนี้ – ยายเจ้าน่ะสิ!

            ใบหน้าของลวี่เยาร้อนผ่าว เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยสัมผัสมานานหลายปี นางไม่สนใจความเจ็บปวด พลางถูใบหน้าแรง ๆ

        เฮ้อ รู้อย่างนี้สู้ไม่หลบเสียยังดีกว่า ให้โดนขอบหน้าต่างนั่นแทงตายเสียก็สิ้นเรื่อง!

       จริง ๆ เลย น่าอับอายที่สุด!

            สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดในชีวิต คือเจ้าหิวมาก และในที่สุดเจ้าก็ได้ไข่มาหนึ่งใบ ทว่าเจ้ากลับทำมันแตกด้วยน้ำมือตนเอง เจ้ามือนี่ ต้องโดนตัดเสีย!


    เสน่หาชั่วกัลป์ เล่ม 2 ของน้องหูเหยียนออกแล้วเจ้าค่า ฝาก E-book ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะเจ้าคะ 

    ทุกท่านสามารถคอมเมนต์ให้กำลังใจกันได้น้า ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ

     

    ลิงก์ Ebook (Meb): https://rebrand.ly/hrs639g

    ***ถึงจะมี Ebook แล้ว แต่ยังเปิดให้อ่านฟรีจนจบนะคะ***

    คล้ายกับเรื่องเสน่หาชั่วกัลป์ ที่คุณอ่าน