--- ครึ่งเดือนต่อมา หน้าป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว ---
"ท่านพี่เทียนเจี๋ย ท่านไม่ต้องมาส่งข้าหลอกขอรับ" เซี่ยซีหานพูดจาอย่างนอบน้อม มือเกาหลังศีรษะ มันรู้แล้วว่าถางเทียนเจี๋ยเป็นใคร และจริงๆ แล้ว ถางเทียนเจี๋ยแข็งแกร่งขนาดไหน
เซี่ยซีหานตอนนี้ กำลังเตรียมตัวออกเดินทางจากป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว เพื่อออกไปตามหาตัวยาเพื่อนำมารักษาดวงตาให้เจียตัว ในระยะไม่ไกลจากป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวมากนัก ราว 250 ถึง 300 กิโล มีเมืองขนาดใหญ่ตั้งอยู่ มันชื่อ 'เมืองรากโสม' เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องสมุนไพรเช่นโสมมาก และไม่เพียงแค่โสม เซี่ยซีหานสามารถไปที่นั่นเพื่อตามหาส่วนผสมสมุนไพรอื่นๆ ได้อีกด้วย ด้วยความที่เมืองรากโสมเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งของอาณาจักรไม้หมื่นกิ่ง
ด้านหลังเซี่ยซีหาน ตงตงนั่งรอเซี่ยซีหานอยู่ ด้านหลังตงตงหมียักษ์มีกระเป๋าขนาดใหญ่
"เอานี่ไป" ถางเทียนเจี๋ยโยนถุงเงินใบใหญ่ให้เซี่ยซีหาน
"250 บูลนี่" เซี่ยซีหานเปิดดู ก่อนที่ใบหน้าของมันจะคล้ายมีน้ำตา ถางเทียนเจี๋ยเป็นคนดี นอกจากเขาจะหล่อแต่เขาก็ยังใจป้ำ เซี่ยซีหานหวั่นไหวในเสียงของเงินที่กระทบกัน "ข้าไม่มีอะไรจะมอบให้เจ้านอกจากเงินบูลนี่ มันไม่ใช่จำนวนที่มาก เมื่อเทียบกับราคาตัวยาที่เจ้ากำลังต้องการจะซื้อ ข้าดีใจที่เจ้าคิดเรียนรู้ที่จะเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ จริงๆ ทางป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวของเราควรสนับสนุนเจ้าเสียด้วยซ้ำ แต่พวกเราเป็นกองกำลังขนาดเล็ก นั่นจึงทำให้เราไม่มีเงินบูลนี่มากพอสำหรับสร้างนักเล่นแร่แปรธาตุได้ นี่คือสิ่งที่ทำให้เจ้าลำบาก หากเจ้าต้องการรักษาเจียตัวด้วยการเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุเอง แต่ข้าจะไม่พูดมันว่าวิธีคิดของเจ้าผิด ข้าเลือกจะสนับสนุนเจ้า"
"พี่ชายเทียนเจี๋ย ขอบคุณท่านที่เชื่อใจข้า"
ถางเทียนเจี๋ยเดินมาแตะไหล่เซี่ยซีหานเบาๆ
"เดินทางครั้งนี้เจ้าต้องระวังให้มาก นับตั้งแต่อาณาจักรหมีขาวแดนเหนือถูกทำลาย ดินแดนโดยรอบนี้ก็ไม่ปลอดภัยเท่าไรนัก การเดินทางของเจ้าคนเดียวทำให้ข้ากังวลใจเล็กน้อย แต่นี่คือประสบการณ์ที่ดี เจ้าจะได้เติบโต สำหรับข้าในเมื่อเจ้าเป็นลูกชายของเจียตัว เช่นนั้นเจ้าก็เหมือนน้องชายของข้า"
"พี่ชาย" เซี่ยซีหานทำตาหวาน ลึกๆ มันหวังว่าจะได้อีกสักห้าสิบบูลนี่
แต่ไม่มีเงินบูลนี่เพิ่มอีกต่อไป
เจียตัวและคนอื่นๆ ไม่ได้มาส่งเซี่ยซีหาน ทุกคนมีงานของตัวเอง เจียตัวไม่คิดว่านี่เป็นการจากลา มันเป็นเพียงการไปเที่ยวของลูกชาย เพราะแบบนั้นเขาจะไม่มาส่งเซี่ยซีหาน
มีเพียงถางเทียนเจี๋ย ที่หลายวันมานี้ใส่ใจเซี่ยซีหานมากเป็นพิเศษ หลังจากการต่อสู้อันดุเดือด เซี่ยซีหานก็ได้รู้จักถางเทียนเจี๋ยมากขึ้น
เขาคือชายหนุ่มจิตใจดีและกล้าหาญของยุคสมัย เข้ากับคนง่าย ตรงไปตรงมา แต่มีความเด็ดขาด
ถางเทียนเจี๋ยกำลังจะกลับมาที่ป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวและเป็นนายของที่นี่คนต่อไป ดังนั้น เขาจึงสนับสนุนเซี่ยซีหานมากเป็นพิเศษ นอกจากนั้นยังได้พูดกับเซี่ยซีหานถึงการพัฒนาป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว เซี่ยซีหานจะได้เงินมากขึ้นและทำงานมากขึ้น ในเร็วๆ นี้ป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวจะถูกย้ายไปอาณาจักรชั้นสอง นายป้อมถางอี้ออกเดินทางไปติดต่อหากที่ตั้งป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวแห่งใหม่ในดินแดนของอาณาจักรชั้น.สอง
สิ่งนี้ทำให้เซี่ยซีหานตื่นเต้น เมื่อเขารู้ว่าเขาสามารถมีรายรับได้มากขึ้น โอกาสในการรักษาเจียตัวและการพัฒนาตัวเองก็มีมากขึ้น ตอนนี้มีเรื่องราวติดขัดหลายอย่าง
และนั่นก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุ ที่ทำให้การเดินทางของเซี่ยซีหาน ไปยัง 'เมืองรากโสม' เซี่ยซีหานต้องเดินทางไปคนเดียว
นั่นเพราะกองกำลังส่วนใหญ่ที่มีฝีมือของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว ได้ติดตามนายป้อมใหญ่ถางอี้ไปอาณาจักรชั้นสอง เพื่อค้าขายยุทธภัณฑ์และหาทำเลที่ตั้งป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวแห่งใหม่ ส่วนกำลังที่เหลือต้องใช้สำหรับการลาดตะเวรรอบป้อม นั่นทำให้ไม่มีใครสามารถติดตามเซี่ยซีหานไปได้
เซี่ยซีหานเดินโบกมือให้ถางเทียนเจี๋ย พร้อมอีกมือที่ลากเจ้าหมียักษ์ตงตงที่มีกระเป๋าใบใหญ่เดินไปกับตัวเอง
การเดินทางครั้งนี้ เซี่ยซีหานแวะเอายุทธภัณฑ์ของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวจำนวนหนึ่งไปขายด้วย
...
เส้นทางยาวไกล ไอลมหนาวหมุนเกลียวเห็นได้เป็นระยะระยะ ผ่านเขาใหญ่ไปลูกแล้วลูกเล่า เซี่ยซีหานจึงเริ่มเห็นทัศนียภาพที่แปลกตา เช่นป่าไม้สีเขียวที่เห็นทอดยาวติดกันเป็นพืด ซึ่งนั้นได้เป็นเครื่องหมายบอกว่า หลังจากเซี่ยซีหานเดินทางลงใต้เป็นเวลา 3 วัน เซี่ยซีหานเข้าสู่เขตเมืองรากโสม
ตงตงตอนนี้ดวงตากลมโตของมันมีประกายสดใส แม้มันจะเป็นหมีขาวแดนหิมะ แต่ตงตงดูเหมือนจะชอบป่าและอากาศที่หนาวเย็นกำลังดีของเมืองรากโสมทางทิศใต้มากกว่า ดินแดนที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี อย่างป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว
"ตงตงแกต้องเดินดีๆ" เซี่ยซีหานพูดพลางดึงสายเชือกที่รั้งคอตงตง
หลังจากที่ได้ทำความรู้จักกับตงตงหมีขาวยักษ์มาระยะหนึ่ง สุดท้ายเซี่ยซีหานก็ตัดใจรังแกตงตงไม่ลง นั่นเพราะจริงๆ แล้ว ตงตงเป็นแค่หมีที่ติงต๊องและมีปัญหาทางจิต ในขณะที่หมีขาวยักษ์ตัวอื่นๆ เลือกจะสู้เพื่ออาหาร หมีตัวเมียในฝูงและกลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มหมียักษ์
แต่ตงตงหมียักษ์ร่างใหญ่ที่หัวหน้าผู้ฝึกสัตว์ติงเชาเลี้ยงมากับมือ แม้ตงตงจะเป็นหมียักษ์พันธุ์พิเศษที่ดูจะเป็นประเภทกลายพันธุ์ร่างใหญ่ แต่มันกลับเอาแต่วิ่งหนีอย่างขี้ขลาดแทนที่จะสู้กับหมียักษ์ตัวอื่นๆ ในฝูงที่ตัวเล็กกว่า ทั้งๆ ที่มันมีร่างใหญ่โตกว่าหมียักษ์ตัวอื่นๆ เกือบหนึ่งเท่าตัว
เซี่ยซีหานประทับใจตงตงในจุดนี้สุดๆ
เพราะตงตงราวกับว่า มันคือตัวเซี่ยซีหานที่กลายพันธุ์และกลายร่างเป็นหมียักษ์ เซี่ยซีหานจึงรังแกมันไม่ลง หลังจากที่ตัวมันพบว่าตงตงมีนิสัยเหมือนมัน
"เฮ้อ" เซี่ยซีหานถอนหายใจ ก่อนจะต้องปีนไปหยิบผลไม้สดมาให้ตงตงกินๆ ตงตงยิ้มกลิ้งและกินอย่างมีความสุข ตงตงอายุเพียงสามขวบ มันยังเด็กมาก แต่เพราะการกลายพันธุ์ทำให้มันดูเหมือนหมียักษ์เต็มวัย ตงตงไร้ความก้าวร้าวโดยสมบูรณ์
"!!!พี่ชายพวกเราเจอหมียักษ์ ที่ด้านหลังของมันมีกระเป๋าใหญ่ นั่นน่าจะเป็นสิ่งของที่ขนเพื่อที่จะเอาไปขาย... และคนที่เป็นเจ้าของน่าจะเป็นเพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่ง"
ยาาาาาาาาาาาาาฮู้ เสียงผู้คนห้อยโหนไปกับต้นไม้ไปมาหลายสิบคน
ก่อนที่พวกเขาจะกระโดดและยืนอยู่บนต้นไม้ มองเซี่ยซีหานราวกับเหยื่อ หน้าตาแต่ละคนระบุชัดว่า เป็นคนที่ชอบทำความดีนิดเดียว ที่เหลือชั่วทั้งหมด
"เจ้าหนุ่ม เจ้าขนอะไรมา" บุรุษใบหน้าเหี้ยมเกรียมที่สุดพูดขึ้น
"ข้านำยุทธภัณฑ์ไปขาย และข้ากำลังเก็บเงินเพื่อนำไปรักษาดวงตาของพ่อ"
"เจ้าเป็นลูกกตัญญู..." บุรุษใบหน้าเหี้ยมเกรียมพูดพร้อมแสยะยิ้ม
"พี่ชาย... คนในหมู่บ้านข้าก็พูดแบบนั้น" ใบหน้าเซี่ยซีหานยิ้มอย่างใสซื่อ
"หัวหน้าดูไอ้เด็กนั้น มันคงคิดว่าพวกเราเป็นเพื่อนเล่นของมัน และชวนมันคุยเพื่อเชิญมันไปกินข้าวที่บ้าน" ชายผู้มีใบหน้าเจ้าเล่ห์และชั่วร้ายด้านหลังบุรุษใบหน้าเหี้ยมเกรียมที่ดูท่าว่าจะเป็นหัวหน้า มันพูดน้ำเสียงเย้ยหยันเซี่ยซีหาน
"ก็แค่เหยื่อที่กำลังจะตาย เล่นสนุกนิดหนึ่งจะเป็นอะไรไป" ชายร่างอ้วนพูดไปก็เคี้ยวเนื้อสีแดงดิบๆ กิน
ในใจของเซี่ยซีหานตอนนี้ตื่นเต้นนิดๆ มันจึงถามบางอย่างด้วยน้ำเสียงร้อนรน
"พี่ชายทั้งหลาย พวกท่านบอกข้าได้หรือไม่ว่า พวกท่านเป็นนักรบกี่ดาบ ข้า... เอ่อคือข้าหมายถึงพวกท่านแข็งแกร่งเทียบเท่านักรบผู้มีตราสัญลักษณ์ดาบกี่เล่ม"
"ไอ้หนูเจ้าดูมีความรู้" ชายอ้วนพูดพร้อมในมือเคี้ยวเนื้อดิบ จากนั้นมันพูดต่ออย่างภาคภูมิใจ "พี่ใหญ่ฮุยของข้า... เขาคืออดีตนักรบสองดาบของอาณาจักรหมีขาวแดนเหนือ ส่วนพวกเราในนี้ ต่างก็เคยเป็นนักรบผู้ได้ตราสัญลักษณ์หนึ่งดาบอันมีเกียรติมาทั้งนั้น เจ้าหนูรู้แบบนี้แล้วก็เตรียมใจตายได้แล้ว เนื้อหมียักษ์สัตว์เลี้ยงของเจ้าน่าจะอร่อย" ชายอ้วนพูดจบก็ดึงมีดใหญ่ออกมาจากด้านหลัง มีดใหญ่ของมันมีลักษณะคล้ายฉลามอ้วน มันพุ่งตัวเร็ว พร้อมแผดเสียง 'ตาย' ก้องกังวานไปทั่วผืนป่า