“เจ้าหายเป็นปกติแล้ว”
ความดีใจเผยออกมาบนใบหน้าของหญิงสาววัยกลางคน หลังจากเธอได้ยินการตรวจจากศิษย์หลักสถาบันดารา ด้วยใบหน้าดีใจกำลังค้างอยู่บนใบหน้า เธอได้รีบเดินไปด้านข้าง เพื่อให้คนข้างหลังเข้ามาตรวจ
“ข้าหายแล้ว ข้าหายจริงๆแล้ว~!”
เสียงของชาวบ้านคนแล้วคนเล่าร้องตะโกนออกมาด้วยความดีใจ กระโดดเข้ากอดกันมากมายหลายคู่ เด็กเล็กๆที่ไม่รู้เรื่องพวกเขาต่างวิ่งเล่นต่อไป ไม่รับรู้เลยว่าอาการป่วยของพวกเขาเป็นยังไง รู้แค่ว่าพวกเขามีแรงจะวิ่งออกไปเล่นแล้ว หญิงสาวตัวน้อยที่ตงฟางช่วยไว้เธอก็เล่นสนุกกับทุกๆคน จนหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยความเงียบสงบเมื่อเดือนก่อน กลับมาปกติอีกครั้ง ไม่ต่างจากหมู่บ้านที่ตงฟางเดินทางจากมา
“มีใครที่ยังไม่ได้ตรวจอีกไหม” ป๋อเหวินร้องตะโกนก้องด้วยการใส่พลังวิญญาณเข้าไปด้วย วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วที่พวกเขาจะทำการรักษาชาวบ้าน หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่ผู้นำหมู่บ้านตายเมื่อ 14 วันก่อน ชาวบ้านต่างถูกรักษามาเรื่อยๆจนพวกเขากลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
“พ่อหนุ่ม ข้าไม่รู้จะขอบคุณพวกท่านยังไงดี หลายเดือนมานี้พวกเราไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากนอนรออาหาร”
“ไม่เป็นไรท่านลุง พวกข้ารู้ว่าพวกท่านลำบากมามาก แค่คำขอบคุณก็ทำให้พวกข้าสบายใจมากแล้ว”
ตงฟางฉีกยิ้มคุยกับชายแก่ที่เข้ามาขอบคุณพวกเขาที่ช่วยเหลือตลอดเดือนที่ผ่านมา กระทั่งทุกคนเก็บโต๊ะเข้าไปในแหวนเก็บของเตรียมจะเดินทางกลับไปยังสถาบันที่พวกเขากลับมา ชาวบ้านต่างเข้ามาล้อมเพื่อกล่าวขอบคุณ
“เอาล่ะ พวกข้าจำเป็นต้องไปแล้ว ขอให้พวกท่านปลอดภัยไม่มีโรคภัยอีก ส่วนพิษที่ทำให้พวกท่านเกิดโรค ข้าทำลายมันทิ้งจนไม่เหลือสักหยด”
ตงฟางพูดให้กำลังใจชาวบ้าน จนพวกเขากลับมาร่าเริงอีกครั้ง กระทั่งพวกเขาเดินมาถึงหน้าทางเข้าหมู่บ้านพร้อมกับมีชาวบ้านมากมายเดินทางมาส่ง ตงฟางก็โบกมือลาด้วยความเป็นกันเองแล้วเรียกอสรพิษเวหาของเขาออกมาเตรียมบินจากไป คนอื่นๆที่มาด้วยกันต่างเรียกสัตว์อสูรของพวกเขาออกมาใช้งาน
“เอาล่ะ พวกเราคงต้องลากันแล้ว ขอให้ทุกคนโชคดี ถ้ามีเวลาข้าจะแวะมาเยี่ยม”
“ขอให้พวกท่านเดินทางกลับปลอดภัย”
“ฮ่าๆๆๆๆ” เสียงหัวเราะเยาะเต็มไปด้วยความรู้สึกสนุกสนานดังแทรกเสียงของชาวบ้านที่กำลังอวยพรตงฟาง ทันใดนั้นกลุ่มคนสวมใส่ชุดเกราะหลากหลายก็ได้เดินเข้ามาปิดล้อมกลุ่มของชาวบ้านและตงฟางเอาไว้
“หยุด อย่าคิดจะขยับหากไม่อยากตาย”
ชาวบ้านเริ่มขยับเข้าไปใกล้ชิดกันด้วยความกลัว ทางฝั่งศิษย์หลักทำหน้าตื่นกลัวเพราะระดับกลุ่มคนที่อยู่รอบๆมีระดับไม่ต่างจากพวกเขาเลยสักนิด แม้จะเป็นคนที่ท่าทางอ่อนแอยังมีระดับถึงจารึกขั้น 1
“พวกแกต้องการอะไร” ป๋อเหวินเป็นฝ่ายถามกลุ่มคนที่เดินเข้ามาปิดล้อมพวกเขา
“ฮ่าๆๆ เจ้าไม่เกี่ยว อยู่เงียบๆแล้วข้าจะไม่ทำอะไร เอาละตงฟาง พวกข้ามาในวันนี้ก็เพื่อมาพบกับเจ้า”
ป๋อเหวินและทุกคนมองจ้องตงฟาง ทางกลุ่มชาวบ้านพวกเขาต่างลงไปนั่งจากคำสั่งของคนที่อยู่รอบๆ ตงฟางจึงย่นคิ้วทำหน้าวิตกกับการกระทำของกลุ่มคนเหล่านี้
“พบข้า? พวกเจ้าต้องการพบข้าในเรื่องใด”
“ฮ่าๆ เจ้ายังไม่รู้อีกเหรอตงฟาง ตอนนี้ทุกคนต่างไล่ล่าตามเจ้าเพื่อทักษะที่เจ้าได้มาจากนิกายโบราณ เอาล่ะส่งมันมาให้พวกเราซะแล้วเราจะปล่อยชาวบ้านเหล่านี้ไป”
ศิษย์หลักมองจ้องมายังตงฟาง โอกาสรอดของพวกเขามีทางเดียวคือการส่งทักษะนิกายโบราณให้คนเหล่านี้ไป
“เดี๋ยวก่อน พวกเจ้าตามข้ามานานแค่ไหนแล้ว ” ตงฟางทำหน้าสงสัย
“ฮ่าๆๆ พวกข้าตามเจ้าตั้งแต่ออกจากเมืองหลงไห่แล้ว ”
“แล้วทำไมพวกแกถึงพึ่งเคลื่อนไหวล่ะ” ความสงสัยนี้ยังคงอยู่ในหัวของตงฟางมาตลอด เขาจึงถือโอกาสนี้ถามพวกมันไปตรงๆ จะได้รู้สักทีว่าพวกมันกำลังวางแผนอะไรเอาไว้
โอกาสเล่นงานเขามีมากมาย พวกมันสามารถเดินเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อจับชาวบ้านมาข่มขู่เขาตอนไหนก็ได้ แต่พวกมันเลือกใช้วันนี้วันที่เขากำลังจะเดินทางออกจากหมู่บ้าน
“ฮ่าๆๆ อยากรู้เหรอ ข้าบอกเจ้าให้ก็ได้ตงฟาง พวกข้าน่ะอยากให้เจ้ามีสัมพันธ์กับชาวบ้านเหล่านี้ เดิมทีพวกข้าสามารถบุกเข้ามาในหมู่บ้านช่วงไหนก็ได้ แต่พวกข้าคิดว่าหากทำแบบนั้นลงไปเจ้าจะต้องหนีอย่างแน่นอน พวกข้าจึงเฝ้ารอเจ้ามาตลอด รอให้เจ้าเกิดความรู้สึกดีกับชาวบ้าน หลังจากพวกเราจับทุกๆคนเป็นตัวประกัน ตัวของเจ้าก็ยากที่จะหนีเพราะมีสัมพันธ์ที่ดีกับชาวบ้านเหล่านี้ไปแล้ว”
ตงฟางยังคงทำหน้าวิตกต่อไป เขารู้สึกแปลกใจที่พวกมันยอมรอเขามากขนาดนี้ รอให้เขาเกิดความรู้สึกดีกับชาวบ้านเหล่านี้ เพื่อทำให้ชาวบ้านเป็นเครื่องมือต่อรองที่ดีขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง จนเขาไม่สามารถหลบหนีไปได้
“ดูจากชุดเกราะพวกเจ้าข้ารู้ว่าพวกเจ้ามีหลายกลุ่มมากๆ ข้าไม่เชื่อว่าพวกเจ้าทุกกลุ่มวางแผนเหมือนกัน” ตงฟางถามต่อไป เขาคิดว่ามันแปลกเกินไปที่กลุ่มคนมากมายมากกว่ายี่สิบกลุ่มจะร่วมมือกัน
“ฮ่าๆๆ มันจะไปยากอะไรล่ะ เราก็แค่ตกลงส่วนแบ่งให้เท่าๆกันเท่านั้น ใครก็ตามที่ได้ทักษะจะต้องกระจายมันให้ทุกกลุ่มได้ครอบครองด้วยกัน เวลาที่เสียไปเพราะรอให้แกรักษาชาวบ้านนิดๆหน่อยๆ ก็ถือว่าคุ้มที่ทุกคนจะยอมทำตามเท่านั้น”
“ฮะ ฮะ….ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”
ใบหน้าวิตกกังวลเปลี่ยนไปเป็นใบหน้าดีใจเต็มไปด้วยความสนุกสนาน กลุ่มคนที่อยู่รอบๆเมื่อเห็นท่าทางของตงฟางพวกเขาต่างไม่เข้าใจ บางคนคิดว่าตงฟางอาจจะเสียสติไปแล้วก็ได้ จึงมองเขาด้วยความรู้สึกระวังตัว
“รอให้ฉันมีความหวังกับการรักษาชาวบ้านจนหายดี แล้วก็เข้ามาทำลายความหวังของฉันด้วยการจับทุกคนเป็นตัวประกัน ฮ่าๆๆๆ”
เสียงหัวเราะของตงฟางยังคงดังสะเทือนไปทั่วหมู่บ้าน เขารู้สึกสนุกมากๆกับการลงมือของคนเหล่านี้ เขาระวังตัวไว้ตลอดคิดว่าพวกมันอาจจะเดินทางเข้ามาโจมตีเขาในช่วงกลางดึก กลับกลายเป็นว่าพวกมันรอให้เขารักษาทุกคนจนหายดี แล้วทำลายความรู้สึกดีของเขาที่รักษาชาวบ้านทิ้ง เขาจึงรู้สึกตลกมากกับสิ่งที่พวกมันทำ หากเขาเป็นเด็กอายุ 15 ทั่วไปอาจจะโกรธบ้าง แต่ตอนนี้เขากลับไม่ใช่อย่างนั้น
“หุบปากของแกซะแล้วส่งทักษะนิกายโบราณมา~!”
“ส่งมา ส่งมันมาไม่อย่างนั้นเราจะฆ่าทุกคนที่นี่”
“ส่งทักษะมา~!”
เสียงของคนมากมายร้องตะโกนข่มขู่ตงฟางพลางเดินเข้าไปจับชาวบ้านขึ้นมาจี้คอด้วยอาวุธ ถึงอย่างนั้นตงฟางกลับหัวเราะไม่หยุดจนพวกมันโกรธ
“เจ้า เจ้าคิดว่าพวกเราไม่กล้า~!”
“เห็นนี่ไหม” ตงฟางพยายามกลั้นขำจากนั้นก็นำเอาอาวุธระดับ 5 ออกมาชูให้ทุกคนเห็น
“ดาบของพวกเจ้าฆ่าใครไม่ได้หรอก ข้าจะให้ยืมเอาไหม มันจะได้ตัดคอชาวบ้านได้ง่ายๆ แค่วางดาบคอของพวกเขาก็หลุดออกจากบ่าแล้ว”
“เจ้า~! ได้ อยากเล่นใช่ไหม คิดว่าพวกเราไม่กล้าอย่างนั้นเหรอ เอาตัวมันมา”
ชาวบ้านพยายามมองหาทางรอด พร้อมกับส่งสายตาไปยังตงฟางเพื่อขอให้เขาช่วย ทว่าตอนนี้ในแววตาของตงฟางกลับมองทุกคนต่างออกไป ภายในแววตาของตงฟางกลับมองพวกเขาไม่ต่างจากมดปลวกที่คิดจะปล่อยให้ตายตอนไหนก็ได้
ตุบ~!
ป๋อเหวินถูกลากไปคุกเข้าห่างจากตงฟางไปราว 5 เมตรพร้อมกับมีดาบสองเล่มวางพาดคอ
“ถ้าแกคิดว่าชาวบ้านยังไม่มีค่าพอ งั้นฉันจะฆ่าศิษย์หลักที่มากับแก”
“หือ ป๋อเหวินเหรอ นี่พวกแกจะทำอะไรเขา ” ตงฟางทำสีหน้าตื่นตกใจ จนกลุ่มคนที่อยู่รอบๆฉีกยิ้มคิดว่าตัวเองข่มขู่ตงฟางได้ ทันใดนั้นตงฟางกลับเป็นฝ่ายหัวเราะเยาะพร้อมกับโยนดาบระดับ 5 ไปให้คนที่กำลังข่มขู่เขาด้วยป๋อเหวิน
“นั่นดาบ ข้าให้พวกเจ้ายืม แม้จะเป็นระดับจารึกก็ตายง่ายๆหากฟันมันลงไปที่คอ”
“ตงฟาง ตงฟางเจ้ากำลังคิดจะทำอะไร” ป๋อเหวินทำสีหน้าตกใจ เขาไม่อยากจะเชื่อว่าตงฟางจะกล้าปล่อยให้ศิษย์หลักที่มาด้วยกันตายแบบนี้
“นี่ป๋อเหวิน จำได้ไหมว่าข้ามีฉายาว่าอะไร”
“อะ อสรพิษตงฟาง”
“ใช่ ข้ามีฉายาว่าอสรพิษตงฟาง การฆ่าคนสำหรับฆ่ามันง่ายกว่าการรักษามาก เอาสิพวกเจ้าคิดว่าคนในหมู่บ้านข่มขู่ข้าได้ งั้นข้าจะบอกพวกเจ้าให้ก็ได้ ว่าคนในหมู่บ้านเป็นสิ่งที่ข้าคนนี้ก็ฆ่าได้เช่นเดียวกัน”
ชาวบ้านที่ได้ฟังคำพูดของตงฟางต่างตะลึงงัน เด็กหนุ่มบ้าๆบอๆที่แสนจะใจดีกลับมีใบหน้าเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ใบหน้าของเขาตอนนี้เหมือนพวกโจรที่กำลังปล้นชิงชาวบ้าน ทางฝั่งกลุ่มคนที่เข้ามาจับชาวบ้านต่างตื่นตะลึงงันเพราะตอนนี้ตงฟางกำลังปลดปล่อยพิษสีแดงเลือดออกมาจากตัวของเขาจนเกิดเป็นหมอกเตรียมจะกลืนกินทุกๆคนที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้
“ตงฟาง เจ้ากล้าฆ่าชาวบ้าน!”
“ทำไมจะไม่กล้าล่ะ สิ่งที่ข้าเกลียดที่สุดคือจุดอ่อนของข้า หากข้ามีจุดอ่อนข้าก็แค่ทำลายมันทิ้งเท่านั้น ตอนนี้พวกเจ้าคิดว่าชาวบ้านเป็นจุดอ่อนของข้าใช่ไหม งั้นข้าก็แค่ทำลายมันทิ้งด้วยมือของข้าก็พอแล้วหนิ จริงไหม”
“เจ้าไม่กล้าหรอก แม้เจ้าจะกล้าฆ่าชาวบ้าน แต่ป๋อเหวินเจ้าไม่กล้าปล่อยให้เขาตายแน่นอน”
“ทำไมถึงคิดเช่นนั่นล่ะ” ตงฟางอยากรู้ความคิดของคนกลุ่มนี้ เหตุใดพวกมันจึงคิดว่าเขาไม่กล้าฆ่าป๋อเหวิน
“การที่เจ้าปล่อยให้ศิษย์หลักตายก็หมายความว่าเจ้ากำลังสร้างความแคลงใจให้กับอาจารย์ตึกยา สุดท้ายเจ้าก็จะไม่ได้รับการสนับสนุนจากตึกยาเพราะปล่อยให้คนมีฝีมือในตึกยาตาย”
“ฮ่าๆๆ” ตงฟางหัวเราะเยาะด้วยความสะใจ ตั้งแต่เข้าไปในสถาบันเฟยเทียน เขายังไม่เคยเจออาจารย์ท่านอื่นเลยนอกจากอาจารย์อี้และอาจารย์จื่อรั่ว การที่อาจารย์ในหมู่ตึกยาจะแคลงใจเขาจนไม่ช่วย ตงฟางกลับคิดว่ามันไม่สำคัญอะไร เพราะเขาช่วยตัวเองมาตลอด ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องให้ใครช่วยแล้ว
“ต่อให้พวกเจ้าจะฆ่าศิษย์หลักตึกยาเพื่อข่มขู่ข้า ต่อให้จะฆ่าศิษย์หลักตึกเล่นแร่แปรธาตุเพื่อข่มขู่ข้า หรือจะฆ่าศิษย์หลักตึกอื่นๆเพื่อข่มขู่ ข้าตงฟางคนนี้ก็ไม่มีความรู้สึกเสียใจหรือเห็นใจใดๆเลย จะโทษก็ต้องโทษพวกเขาที่อยากรู้จักข้าเอง ส่วนป๋อเหวินคนนั้นพวกเจ้าฆ่าเถอะ รีบๆฆ่ามันเลยก็ดีเพราะข้าไม่ชอบพวกสายลับ สายสืบ พวกนกสองหัว พวกแฝงตัวเข้าหาข้าเพื่อผลประโยชน์”
ศิษย์หลักของสถาบันทั้ง 3 มองไปยังป๋อเหวิน พวกเขาไม่เข้าใจว่าตงฟางกำลังหมายถึงอะไร ทำไมป๋อเหวินจึงถูกตงฟางพูดถึงด้วยคำพูดแบบนั้น
“อ้าว นี่พวกเจ้ายังไม่รู้เหรอ” ตงฟางทำสีหน้าตกใจมองหน้าศิษย์หลักทุกๆคนที่ถูกจับกดไว้บนพื้น บนคอถูกวางพาดด้วยดาบ
“ตายจริง ข้านึกว่าพวกเจ้ารู้แล้วซะอีก งั้นช่วงนี้ยังพอมีเวลา ข้าจะบอกอะไรพวกเจ้าให้ก็ได้ ป๋อเหวินน่ะ มันถูกจ้างมาอีกทีหนึ่ง”
ความสงสัยเผยบนใบหน้าของทุกๆคน ป๋อเหวินก็เช่นกัน แต่ตงฟางกลับหัวเราะเนื่องจากมันกำลังแกล้งทำหน้าไม่เข้าใจ