พ่อเลี้ยงขา... รักหนูได้ไหมคะ

    คนหนึ่งอยากหยุด แต่อีกคนไม่ยอมปล่อยวาง

     

    เมื่อย้อนกลับมาคิดดูแล้ว เซ็กซ์ กับเด็กสาวอายุน้อยแถมยังเป็นลูกเลี้ยงของตัวเองไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องเหมาะสมเลย เขาควรมีสติมากกว่านั้น ควรเป็นผู้ใหญ่ที่คอยห้ามปรามไม่ใช่คล้อยตามจนสุดท้ายไม่รู้ว่าใครพึ่งใครกันแน่แบบนี้

     

    ไม่สิ บางทีอาจเป็นเขาเองนี่แหละที่เห็นแก่ตัว ยึดติดกับเด็กสาวคนนี้มากกว่า และมันถึงเวลาต้องปล่อยมือสักที ก่อนที่จะเกิดเรื่องร้าย ก่อนจะมีใครรู้

     

    ใบหลิวยังเด็ก เธอโหยหาความรัก ความอบอุ่นเพราะขาดพ่อแถมแม่ก็ไม่สนใจไยดี และเพราะยังเด็กจึงอาจสับสนว่าเซ็กซ์ที่มีร่วมกันกับเขาคือสิ่งที่ปรารถนา และหวังจะใช้มันเติมเต็มในส่วนที่ขาด แต่วันหนึ่งเมื่อเธอดีขึ้นแล้ว ทั้งยังมีอนาคตที่สดใสรออยู่ข้างหน้า คำว่าเป็นชู้กับพ่อเลี้ยงของตัวเองไม่ควรต่อท้ายชื่อของเธออีกต่อไป

     

    และหากเธอไม่รู้ว่าควรหยุดตรงไหน เขานี่แหละจะหยุดมันเอง

     

    ตอนนี้สิ่งเดียวที่เรวัตปรารถนาอย่างสุดหัวใจก็คือให้เธอได้พบคนที่ถูกต้องเหมาะสม คนที่จะรักและคอยดูแลเอาใจใส่เธอแทนเขากับ... กรกนก และหลังจากที่เฝ้ามองมาหลายปีดูเหมือนว่าเธอจะได้พบกับผู้ชายคนนั้นแล้ว

     

    หลังจากนี้เขาก็ได้แต่หวังว่าเด็กหนุ่มคนนั้นจะรักและดูแลรอยยิ้มของใบหลิวให้ดีที่สุดก็พอ

     

    ...

     

    หลายวันผ่านไป

     

    “ป๊าวันนี้อยู่บ้านรึเปล่าคะ” ใบหลิวแนบโทรศัพท์ไว้ข้างหูแล้วหยิบกระเป๋ามาสะพาย เธอกำลังจะออกเดินทางกลับบ้านในรอบหลายเดือน

     

    “อยู่สิ ป๊าจะไปไหนได้ จะกลับบ้านเหรอให้ป๊าไปรับรึเปล่า”

     

    “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวรุ่นพี่ที่รู้จักกันจะไปส่ง”

     

    “อืม งั้นก็บอกเขาขับรถระวัง ๆ ไม่ต้องรีบนะ เดี๋ยวป๊าโทรบอกแม่ให้” กรกนกออกไปข้างนอกกับต้นหลายชั่วโมงแล้วคงต้องบอกให้รีบกลับ

     

    “ค่ะ”

     

    หลังวางสายรอยยิ้มบางก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหญิงสาว แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนเรวัตก็ยังเป็นคนเดิมที่ตื่นเต้นดีใจไปกับการกลับบ้านของเธอเสมอ

     

    สองชั่วโมงผ่านไป

     

    รถเก๋งสีขาวค่อย ๆ แล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านในช่วงบ่ายแก่ เมื่อรถจอดสนิทหนึ่งก็หันไปมองหญิงสาวที่กำลังปลดเข็มขัดนิรภัยด้วยสายตาคาดหวัง

     

    “ให้พี่ลงไปส่งมั้ยครับ”

     

    ใบหลิวชะงักมือก่อนหันไปสบตาเขา “หืม?”

     

    หนึ่งยิ้มบางแล้วพูดต่อ “พี่หมายถึง ไหน ๆ ก็มาแล้วให้พี่ลงไปสวัสดี เอ่อ คุณแม่กับป๊าของหลิวสักหน่อยดีมั้ย”

     

    พูดจบเขาก็หัวเราะพลางยกมือขึ้นลูบต้นคอด้วยความประหม่า

     

    คำพูดนั้นของรุ่นพี่หนุ่มทำให้ใบหลิวนิ่งไปครู่หนึ่ง ตลอดสามปีที่ผ่านมาคนคนนี้ไม่เคยเร่งรัด ไม่เคยบีบให้เธอต้องตอบรับความรู้สึก และไม่เคยเรียกร้องสถานะใด ๆ เลย มีเพียงสิ่งเดียวที่เขาบอกเอาไว้ คือถ้าเธอพร้อมเมื่อไร เขาก็อยากรู้จักครอบครัวของเธอให้มากกว่านี้ แต่เธอยังไม่พร้อมนี่สิ ไม่รู้ว่าเขาจะยอมรออีกนิดได้รึเปล่า

     

    “พี่หนึ่ง...” ใบหลิวเรียกเสียงอ่อย เท่านี้หนึ่งก็รู้ทันที ชายหนุ่มยกยิ้มไม่ถือสาเพราะยังไงการที่เธอเป็นฝ่ายขอให้เขามาส่งที่บ้านก็ถือว่าเป็นความคืบหน้าที่ดีที่สุดในรอบสามปีแล้ว

     

    “โอเคครับ พี่รอ” เขายอมรับการตัดสินใจของเธออย่างง่ายดาย

     

    “ขอบคุณค่ะ”

     

    ใบหลิวยืนส่งจนรถของรุ่นพี่หนุ่มเลี้ยวหายไปจากสายตาถึงได้หันกลับมากดกริ่งเบา ๆ รอไม่นานนักประตูก็เปิดออก แต่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือกรกนกซึ่งผิดจากที่เธอคาดเอาไว้รอยยิ้มบางจึงจางหายไปอย่างรวดเร็ว

     

    “แม่...” หญิงวัยกลางคนมองสำรวจลูกสาวคนเดียวตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างรวดเร็วก่อนผลักประตูให้กว้างขึ้น

     

    “เข้ามาสิ” น้ำเสียงเรียบเฉยไม่เหมือนคนที่เพิ่งได้เจอกันในรอบหลายเดือนเลย

     

    ใบหลิวข่มความรู้สึกขมปร่าในอกลงแล้วเม้มริมฝีปากเข้าหากัน จากนั้นก็เดินผ่านคนเป็นแม่เข้าไปในบ้านเหมือนไม่รู้สึกอะไร ส่วนกรกนกปิดประตูรั้วเสร็จก็หันกลับ สองแม่ลูกเดินเข้าบ้านพร้อมกันระหว่างนั้นก็พูดคุยกันสั้น ๆ อย่างมายังไงหรือกินข้าวรึยังเท่านั้น

     

    บทสนทนาแสนสั้นก็จบลงอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย

     

    เมื่อเข้ามาในบ้านกรกนกก็แยกตัวไปจัดการงานของตัวเองต่อทันที ใบหลิวมองแผ่นหลังของคนเป็นแม่ครู่หนึ่งก็ถอนหายใจพลางยิ้มเจือน

     

    เอาเถอะอย่างน้อยก็มีคนที่อยากเจอเธอมากกว่าแม่อีกตั้งสองคน

     

    “พี่ค้าบบบ” เพียงแค่คิดเสียงใส ๆ ของเด็กชายคนหนึ่งก็ดังขึ้น เมื่อรู้ว่าพี่สาวถึงบ้านแล้วต้นก็วิ่งลงมาจากชั้นบนแทบไม่ทัน ร่างเล็กกระโจนเข้าใส่อ้อมแขนของใบหลิวเต็มแรง

     

    “โอ๊ยยย เบาหน่อยเดี๋ยวพี่ล้ม” เธอเซไปด้านหลังจริง ๆ แต่ก็ตั้งหลักได้อย่างรวดเร็ว ใบหลิวรับน้องชายเข้ามาในอ้อมแขน อุ้มเขาขึ้นแล้วหัวเราะร่า จมูกเล็กกดลงบนแก้มแดงก่ำด้วยความตื่นเต้นของน้องชายหลายครั้งด้วยความคิดถึง

     

    “คิดถึงพี่มั้ย”

     

    “คิดถึงสิคับ” เด็กชายตอบทันทีโดยไม่เสียเวลาคิด คำพูดสั้น ๆ จากใจของเขาทำให้ใบหลิวใจอ่อนยวบ “แต่พี่หลิวไม่ค่อยกลับบ้าน...”

     

    มือเล็กบีบแก้มคนเป็นน้องแล้วเอ่ยด้วยความรู้สึกผิด “พี่ขอโทษ หลังจากนี้พี่จะกลับมาหาต้นบ่อย ๆ ดีมั้ย”

     

    “จริงนะ!”

     

    “จริงสิ”

     

    “เย้” แขนสั้น ๆ ตวัดรอบคอคนเป็นพี่อีกครั้ง รอยยิ้มกว้างของเขาทำให้ความรู้สึกหม่นหมองในอกของใบหลิวจางหายไปเล็กน้อย

     

    เธออุ้มกอดน้องชายอยู่พักหนึ่งก็วางเขาลงแล้วถาม “ต้นครับ ป๊าอยู่ไหน”

     

    “ในห้องทำงานคับ”

     

    “ตั้งแต่เช้าเลยเหรอ”

     

    ต้นพยักหน้า “คับ ป๊าบอกว่าจะรีบเคลียร์งานเพราะพี่หลิวจะกลับบ้าน”

     

    หัวใจของใบหลิวอุ่นวาบขึ้นมาทันที นี่ยังไงล่ะสองหนุ่มที่เฝ้ารอและดีใจกับการกลับมาของเธอ

     

    “พี่จะไปหาป๊า ต้นไปเล่นต่อเถอะ” ใบหลิวบอกพลางลูบหัวน้องชายเบา ๆ

     

    “โอเค!” ต้นตอบอย่างร่าเริงแล้ววิ่งขึ้นบันไดไป

     

    คนเป็นพี่มองตามแผ่นหลังเล็กของน้องชายไปจนลับตา เธอรอจนได้ยินเสียงประตูห้องของเขาปิดลงจึงค่อยเดินตามขึ้นไป แต่ปลายทางคือห้องทำงานของเรวัตที่อยู่ตรงสุดทางเดินไม่ใช่ห้องนอนของตัวเองอย่างที่ควรจะเป็น

     

    คล้ายกับเรื่องพ่อเลี้ยงขา... รักหนูได้ไหมคะ ที่คุณอ่าน