ตอนที่ 1
“หมายความว่ายังไงทำไมเืของพี่ชายแท้ๆถึงใช้ไม่ได้”เสียงสตรีวัยกลางคนเอ่ยขึ้นอย่างใทั้งครอบครัวต่างตกตะลึงงุนงงไปตามๆกัน ขณะที่พวกเขากำลังอยู่หน้าห้องไอซียูและลูกสาวเพียงคนเดียวได้ถูกเข็นเข้าไปด้านในด้วยอาการาเ็จากอุบัติเหตุขับรถชนกับแท็กซี่คันหนึ่งและหมอบอก้าเืด่วน เนื่องจากโรงพยาบาลกำลังขาดแคลนเืซึ่งลูกชายทั้งสองคนของนางก็รีบไปบริจาคเืทันที แต่ผลกับออกมาว่าเืของพวกเขาใช้การไม่ได้
“คนไข้มีกรุ๊ปเืคนละกรุ๊ปกับผู้บริจาคค่ะดังนั้นจึงไม่สามารถใช้การได้”พยาบาลอธิบายกับญาติคนไข้อย่างใจเย็น
“เืคนละกรุ๊ปจะเป็ไปได้ยังไงกัน”ชายวัยกลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ
“นั่นนะสินั่นน้องสาวแท้ๆของเรานะ ทำไมถึงรับเืพวกเราไม่ได้”ชายหนุ่มหนึ่งในสามดูแล้วน่าจะเป็พี่ใหญ่ สุด เอ่ยขึ้นอย่างไม่เชื่อเช่นกันใบหน้าหล่อเหลาขมวดคิ้วยุ่ง
“คุณพยาบาลตรวจผิดหรือเปล่าครับ”เด็กหนุ่มที่ดูอายุน้อยที่สุดเอ่ยขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อเช่นกันไม่แน่ว่าอาจมีบางอย่างผิดพลาดก็เป็ได้
“ไม่ผิดแน่นอนค่ะเื่เพียงแค่ตรวจกรุ๊ปเืเราไม่มีทางผิดพลาดแน่นอนค่ะ”พยาบาลขมวดคิ้วพร้อมกับเอ่ยอย่างมั่นใจ
ทั้งครอบครัวต่างตกอยู่ในอาการอึ้งตะลึงทุกคนต่างมองหน้ากันไปมาอย่างไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“คุณพยาบาลกรุ๊ปเืเมื่อครู่สามารถบริจาคให้กับคนไข้อีกคนได้นะ”พยาบาลอีกคนรีบวิ่งตามหลังพยาบาลรุ่นพี่ออกมา
“หมายความว่ายังไง”ครอบครัวหยางต่างหันไปมองพยาบาลผู้มาใหม่อย่างไม่เข้าใจเหตุใดเืพวกเขาไม่สามารถบริจาคให้น้องสาวตัวเองได้แต่กับสามารถบริจาคให้คนอื่นได้
“คือแบบนี้ค่ะคู่กรณีของลูกสาวพวกคุณ บังเอิญสามารถรับเืจากพวกคุณได้และบังเอิญว่าลูกสาวของพวกคุณก็สามารถใช้เืของญาติคู่กรณีได้เช่นกันค่ะ”พยาบาลรีบอธิยายให้พวกเขาฟังนั่นยิ่งทำให้พวกเขาตกตะลึงยิ่งขึ้นไปอีก ครอบครัวของพวกเขาล้วนมีกรุ๊ปเืพิเศษจะมีคนที่บังเอิญเช่นนี้ได้อย่างไร
“อี้คุณพาน้องไปบริจาคเืก่อนเถอะ เื่อื่นค่อยว่ากัน”หยางิฟ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมพร้อมกับพยักหน้าส่งสัญญาณให้กับบุตรชายทั้งสามตอนนี้สถานการณ์เร่งด่วน แม้จะมีข้อสงสัย แต่ช่วยคนสำคัญที่สุดส่วนเื่อื่นค่อยว่ากันเถอะ
“ครับพ่อ”หยางอี้คุณหันไปพยักหน้าให้น้อง ๆ ตามเข้าไปยังห้องบริจาคเื
“คุณคะนี้หมายความว่ายังไงกันแน่”จ้าวหลี่อิงเอ่ยกับผู้เป็สามีด้วยความไม่เข้าใจและงุนงงในเหตุการณ์ ที่กำลังเกิดขึ้น
“อย่าคิดมากช่วยลูกให้ปลอดภัยก่อน เื่อื่นค่อยว่ากัน”ผู้เป็สามีถอนหายใจยื่นมือไปตบไหล่ผู้เป็ภรรยาอย่างปลอบใจ ไม่ใช่ภรรยาที่สับสน เขาเองก็สับสนเช่นกัน
“ได้ค่ะ”จ้าวหลี่อิงพยักหน้าให้สามีแม้จะยังรู้สึกไม่สบายใจก็ตาม ก่อนจะหันไปใจจดใจจ่อที่หน้าห้องไอซียู
เวลาผ่านไปห้าชั่วโมงไฟห้องผ่าตัดถึงได้ดับลงพร้อมกันทั้งสองห้องคุณหมอที่ทำการผ่าตัดก็เดินออกมาจากห้องไอซียู สีหน้าแต่ละคนดูเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้ากับการผ่าผัดหลายชั่วโมงเช่นนี้
“คุณหมอลูกสาวเราเป็ยังไงบ้างคะ”ญาติคนไข้ต่างรุมเข้าไปถามคุณหมออย่างร้อนใจ
“ใจเย็นๆครับการผ่าตัดเป็ไปได้ด้วยดี ตอนนี้คนไข้ถือว่าปลอดภัยแล้ว แต่ก็ยังคงต้องรอดูอาการต่ออีกเดี๋ยวจะย้ายคนไข้ไปยังห้องพักพวกคุณไปรออยู่ที่นั้นก็ได้ครับ”คุณหมอกล่าวอย่างใจเย็นกับญาติของคนไข้ทั้งสองกลุ่มก่อนจะพาขบวนหมอจากไป
“ขอทางหน่อยค่ะขอทางหน่อย”ผ่านไปสักพัก ประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออกพร้อมกันพยาบาลเข็นคนไข้ที่ยังไม่ฟื้นออกมาจากห้องผ่าตัดทันทีที่เห็นคนของครอบครัวตัวเองถูกเข็นออกมา พวกเขาต่างมองด้วยความเป็ห่วงเพียงแต่ เมื่อเหลือบมองไปอีกเตียง ทำให้ญาติคนไข้ทั้งสองถึงกับตะลึงไปตามๆกัน
“นี่มัน!”ครอบครัวหยางถึงกับตะลึง เมื่อเห็นใบหน้าหญิงสาวที่อยู่บนเตียงชัดๆเหตุใดอีกฝ่ายถึงได้หน้าตาคล้ายกับผู้เป็ภรรยาเช่นนี้ไม่เพียงแต่เขาจะใเท่านั้น คนอื่น ก็มีสีหน้าไม่แตกต่างกันในใจพวกเขารู้สึกไม่สบายใจขึ้นในทันที
“เอ๋พ่อครับ ผู้หญิงคนนั้นทำไมถึงได้เหมือนพี่ซูซินจังเลย”เด็กชายวัยห้าขวบที่ถูกบิดาอุ้มเอาไว้มองตามเตียงคนไข้ไปด้วยความสงสัยในขณะที่มือเล็กๆชี้ไปทางลูกสาวของตระกูลหยาง คำพูดไร้เดียงสานี้เองทำให้ครอบครัวหยางถึงกับหันไปมองพวกเขาอย่างพร้อมเพียง
“ลูกพูดอะไรน่ะอย่าได้พูดจาเหลวไหล ไปเถอะไปดูพี่สาวลูกกัน”ชายวัยกลางคนรีบอุ้มลูกชายตามคนไข้อีกเตียงไปทันทีเขารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี ดูเหมือนกำลังจะมีเื่วุ่นวายเกิดขึ้น
“นี่มันอะไรกันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”จ้าวหลี่อิงถึงกับตัวเซ โชคดีที่ลูกชายคนโตมือไวพยุงนางเอาไว้ทัน ไม่ปล่อยให้นางล้มลงไป
“อย่าเพิ่งคิดมากให้เ้าใหญ่ไปสืบดูสักหน่อยว่าเื่มันเป็ยังไงกันแน่”หยางิฟ่ง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดเื่ราวที่ประดังประเดเข้ามากำลังทำให้ เขารู้สึกสับสนจริงๆลูกสาวที่เป็แก้วตาดวงใจของครอบครัวพวกเขากับไม่สามารถรับเืจากคนในครอบครัวได้ แต่สามารถรับเืจากคนอื่นได้ในขณะที่ลูกสาวคนอื่นกับสามารถรับเืจากครอบครัวเขาได้นี่มัมหมายความว่ายังไงกันแน่ แค่คิดใจเขาก็รู้สึกไม่สบายใจแล้ว
“อีกอย่างอี้คุณลูกไปดำเนินการตรวจดีเอ็นเออี้หงและเด็กคนนั้นด้วย”คำสั่งนี้ทำเอาทุกคนในครอบครัวอย่างต่างตะลึงทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียด รู้สึกมีลางสังหรณ์ไม่ดี
“คุณคะ”จ้าวหลี่อิงมองผู้เป็สามีอย่างสับสนในใจนางรู้สึกหวาดกลัว และไม่ค่อยยินยอมหากลูกสาวที่นางเลี้ยงดูประดุจเ้าหญิงของบ้านจะไม่ใช่ลูกสาวที่ตัวเองตั้งท้องมาร่วมสิบเดือนจริงๆล่ะ นางจะทำอย่างไร
“อย่างไรเสียก็ต้องพิสูจน์ความจริง”หยางิฟ่งจับมือภรรยา พร้อมกับตบหลังมือนางเบาๆความจริงมากระแทกใส่หน้าขนาดนี้แล้ว เขาจะไม่ทำอะไรเลยได้อย่างไรหากว่าเด็กสาวคนนั้นเป็ลูกสาวตัวจริงของเขาล่ะเขาจะทำผิดโดยการละเลยเธอได้อย่างไร เื่นี้ต้องสืบหาความจริงให้ได้ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับลูกสาวของเขากันแน่และใครกันแน่ที่เป็ลูกสาวของพวกเขา
“ครับพ่อ”อี้คุณรับคำบิดาสีหน้าเคร่งเครียดในใจรู้สึกสับสนไม่น้อย ก่อนจะรีบยกโทรศัพท์โทรหาผู้ช่วยทันที
“ไปเถอะไปดูน้องสาวของลูกกันแต่อย่าได้พูดอะไรเกี่ยวกับเื่นี้ให้อี้หงรู้เด็ดขาด”ิฟ่งถอนหายใจหัวใจหนักอึ้ง ก่อนจะพาครอบครัวเดินไปยังห้องผู้ป่วย เพื่อเยี่ยมเยือนลูกสาว
ในขณะเดียวกันห้องผู้ป่วยอีกห้องมีเพียงชายวัยกลางคนกับลูกชายวัยห้าขวบเท่านั้น ที่เฝ้าไข้ คนป่วยที่ยังคงไม่ฟื้น
“คุณแม่ไม่ต้องเป็เป็ห่วงนะครับ ตอนนี้ซูเจียวปลอดภัยแล้ว ได้ครับแล้วเจอกันครับ”ชายวัยกลางคนวางโทรศัพท์หลังจากโทรแจ้งไปยังหญิงชราผู้เป็ยายของหญิงสาวเขามองลูกสาวที่นอนสลบอยู่ที่เตียงด้วยแววตาเป็ห่วง และเป็กังวล
ที่ลูกสาวเกิดอุบัติเหตุเป็เพราะเธอโกรธที่เขาและอดีตภรรยา เกี่ยงกันที่จะดูแลเธอ ทิ้งเธอไว้ให้ผู้เป็ยายเลี้ยงดูหลังจากที่พวกเขาหย่าร้างกัน นานถึงสิบปีเต็ม เมื่อไม่นานพ่อภรรยาหรือก็คือตาของเธอเพิ่งเสียชีวิตลง ทำให้ผู้เป็ยายต้องแบกรับภาระเลี้ยงดูหลานสาวเพียงลำพังเธอจึงหวังว่าแม่และพ่อจะยินดีรับเธอไปเลี้ยงดู แต่เมื่อเดินทางเข้ามายังเมืองอู่เฉิงกับถูกทั้งบิดาและมารดาปฏิเสธ ด้วยความน้อยใจเธอจึงนั่งรถกับซานไห่เพียงลำพังคาดไม่ถึงว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น และเขาได้รับการติดต่อทันที เพราะทางโรงพยาบาลพบเบอร์โทรศัพท์ของเขาอยู่ในเครื่องของลูกสาวเขาจึงได้เดินทางมาโรงพยาบาลอย่างรีบเร่ง ท่ามกลางความไม่พอใจของภรรยาใหม่
“ฮัลโหลมีอะไรอีกล่ะ”น้ำเสียงหงุดหงิดดังมาตามสาย เมื่อพบว่าผู้ที่โทรเข้ามาเป็อดีตสามี นางรีบลุกขึ้นขอตัวจากโต๊ะอาหาร หามุมเงียบๆเพื่อคุยกับอีกฝ่าย
“จงเหม่ยเจียวเจียวเกิดอุบัติเหตุอยู่ที่โรงพยาบาลอู่เฉิง”ซูเฟิงไม่สนใจน้ำเสียงแสดงความหงุดหงิดของอดีตภรรยาเพราะอีกฝ่ายไม่เคยพูดดีกับเขาอยู่แล้ว
“เข้าโรงพยาบาลเป็อะไร หรือว่า้าเรียกร้องความสนใจอีกล่ะ บอกไว้ก่อนเลยนะยังไงซะฉันก็ไม่มีทางรับหล่อนมาอยู่ด้วยแน่นอน”หงเหม่ยไม่แสดงความรู้สึกสนใจแม้แต่น้อย น้ำเสียงมีแต่ความดูแคลน และรำคาญใจราวกับอีกฝ่ายเป็เห็บหมัดที่น่ารำคาญ
“นี่ลูกสาวคุณาเ็หนัก ถึงกับต้องผ่าตัดคุณไม่เป็ห่วงแกสักนิดอย่างนั้นหรือ”ซูเฟิงรู้สึกหงุดหงิดอดีตภรรยาเป็อย่างมากเขารู้ว่าลูกสาวคนโต ไม่เป็ที่ชื่นชอบของภรรยานักทุกครั้งที่สองพี่น้องฝาแฝดมีปัญหากันอดีตภรรยาจะต้องเข้าข้างลูกสาวคนเล็กทุกครั้งไป ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายจะถูกหรือว่าจะผิดแม้กระทั่งตอนหย่าร้าง เธอยัง้าแค่บุตรสาวคนเล็กเท่านั้นไม่สนใจบุตรสาวคนโตแม้แต่น้อย ราวกับอีกฝ่ายไม่ใช่ลูกของตนเอง