“คุณน้ำทิพย์!..” เฟยเผลอกล่าวในสิ่งที่ตนคิดออกมาดัง ส่วนเ้าตัวของน้ำทิพย์ที่ล้มลงไปกับพื้นเธอถึงกับทำสีหน้ามึนงง เงยหน้าขึ้นมามองชายแปลกหน้าด้วยความสงสัย..
“นายรู้จักฉันด้วยเหรอ? ..” น้ำทิพย์กล่าวถามพร้อมกับเอียงคอสงสัย เท่าที่เธอจำได้เธอมั่นใจว่าไม่รู้จักผู้ชายหน้าตาดีคนนี้แน่นอน ทางด้านของเฟยที่เพิ่งจะรู้ว่าตัวเองเผลอหลุดปากกล่าวอะไรที่ไม่ควรออกไปร่างกายของเขาก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่หัวสมองจะแล่นคิดหาทางแก้ตัวเร็วยิ่งกว่าแสงเสียอีก
“เออ.. จะมีใครไม่รู้จักคุณบ้างล่ะครับ.. คุณน้ำทิพย์เป็ถึงดาวคณะวิทยาศาสตร์เชียวนะครับ.. ว่าแต่ไม่เป็อะไรใช่ไหมครับ ผมคงจะรีบมากเกินไปหน่อยจึงไม่ได้สังเกต และมองทางให้ดี ยังไงก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ” เฟยกล่าวตอบ และพยายามจะเปลี่ยนเื่เป็เื่อื่นเพื่อไม่ให้เธอซักถามอะไรเขาไปมากกว่านี้..
“งั้นเหรอ.. ไม่เป็ไรหรอก เื่เล็กน้อยเท่านั้น... ว่าแต่นายเถอะ! เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเดียวกับฉันแท้ๆ แต่ฉันไม่ยักจะเคยเห็นนายมาก่อนเลย นายเรียนสาขาไหน ชั้นปีอะไรอย่างนั้นเหรอ?”
น้ำทิพย์กล่าวถามในขณะที่เฟยกำลังช่วยดึงตัวของน้ำทิพย์ให้ลุกขึ้นมาจากพื้น ซึ่งแน่นอนว่าเฟยเกือบที่จะทำน้ำทิพย์หลุดมือ และร่วงลงพื้นอีกครั้ง เพราะว่าคำถามที่เขาพยายามจะเปลี่ยนเื่ไปก่อนหน้ามันได้ถูกถามออกมาจนได้ มันถึงกับทำให้เขาต้องถอนหายใจออกมา..
‘เฮ้ออ มีแต่ต้องตอบตรงๆ เท่านั้นแหละมั้งนะ..’ เฟยกล่าวคิดในใจ ก่อนจะหันมาตอบกับน้ำทิพย์..
“ผมก็เรียนสาขาเดียวกับคุณนั่นแหละครับคุณน้ำทิพย์ แถมยังชั้นปีกันด้วย.. ฮ่าๆ มันค่อนข้างน่าอายเลยล่ะ เมื่อก่อนผมคงจะอ้วนมาก คุณเลยไม่ค่อยจะสังเกต.. ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตแนะนำตัวใหม่อีกครั้งนะครับ.. ณัฐภัทร หรือจะเรียกว่าเฟยเฉยๆ ก็ได้ครับ..” เฟยกล่าวพร้อมกับยิ้มๆ ทางด้านของน้ำทิพย์ที่ได้ยินอย่างนั้นถึงกับเบิกตากว้างเล็กน้อย
“นายคือเฟย คนที่เออ.. อ้วนๆ ตัวใหญ่ๆ คนนั้นน่ะเหรอ.. เป็ไปได้ยังไง ถ้าฉันจำไม่ผิด เมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนฉันยังจำได้ว่านายไม่ได้มีหุ่นดีแบบนี้.. ทำไมนายถึงได้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้กันล่ะ” น้ำทิพย์กล่าวออกมาด้วยความใ ส่วนเฟยก็เหวอไปเลยทีเดียวที่คนระดับดาวสาขารู้จักกับเขาด้วย..
“คุณน้ำทิพย์รู้จักผมด้วยเหรอครับ.. ก็แอบดีใจอยู่หน่อยๆ นะครับเนี่ย ฮ่าๆ” เฟยกล่าวหัวเราะเบาๆ
“ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย.. ก็นายตัวใหญ่ที่สุดในห้อง เป็ใครก็ต้องสังเกตกันบ้างละน่า อีกอย่างนายลืมไปแล้วเหรอว่ายัยเพื่อนสนิทของฉันเป็ใคร.. ยัยสัมจิ๊ดเป็ถึงหัวหน้าคลาสประจำสาขาเราเชียวนะ ยัยนั่นบ่นเื่รายชื่อของเพื่อนั้แ่ตอนปี 1 แถมยังให้ฉันช่วยจำอีก ก็เลยจำได้น่ะ อืมๆ” น้ำทิพย์กล่าวตอบพลางพยักหน้ารับราวกับ้าบอกว่ามันเป็อย่างที่เธอพูด ไม่ใช่อย่างอื่น โปรดอย่าเข้าใจผิด..
“ว้าว! ไอ้เราก็นึกว่าคุณน้ำทิพย์สนใจตัวเราซะอีก.. น่าเสียดายจัง” เฟยกล่าวพร้อมกับหัวเราะให้กับมุกตลกของตัวเอง น้ำทิพย์ที่ได้ยินอย่างนั้นถึงกับหันมามองค้อนใส่ และจู่ๆ อารมณ์ของเธอก็เปลี่ยนไปเป็ฉุยเฉียวในพริบตาเดียว
“ใครจะไปสนใจนายกัน! ฉันก็แค่ถูกฝังความคิดให้รู้จักเพื่อนๆ ในสาขาทุกคนตามยัยส้มจิ๊ดหรอกน่า.. ฉันไม่ได้สนใจในตัวนายเลยสักนิด รู้เอาไว้ด้วย” น้ำทิพย์กล่าวพร้อมกับใช้น้ำเสียงที่เหมือนกับตะคอกใส่ตอบกับเฟย ซึ่งเฟยที่ได้ยินอย่างนั้นก็เห็นท่าไม่ดีแล้ว เขาคิดว่าคงจะทำให้เธอไม่พอใจอะไรสักอย่าง ดังนั้นรีบหนีออกจากสถานการณ์นี้ไปเลยมันก็ยังจะดีเสียกว่า..
“ครับๆ เข้าใจแล้วครับ.. ผมก็แค่คิดเข้าข้างตัวเองบ้างก็เท่านั้น จะมีสักกี่ครั้งกันเชียวที่ดาวสาขาคนสวยจะจำคนธรรมดาๆ อย่างผมได้ ถ้าคุณน้ำทิพย์ไม่เป็อะไรแล้ว อย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ.. เอาไว้เจอกันที่คณะอีกที ผมจะเข้าไปทักทายอีกครั้งนะครับ” เฟยกล่าวพลางยิ้มบางๆ ให้กับเธอ
“อะไรกัน!.. นายเดินมาชนฉัน ขอโทษแล้วก็จะจากไปเนี่ยนะ.. ไม่มีความรับผิดชอบเอาเสียเลย เชอะ!” น้ำทิพย์กล่าวพร้อมกับสะบัดหัวไปอีกทาง และหรี่ตามองแบบงอนๆ ซึ่งเฟยที่เห็นอย่างนั้นจากที่ตัวของเขาเตรียมที่จะหมุน และเดินจากไป กลับต้องชะงักอีกครั้งหนึ่งอย่างไม่เข้าใจ..
“เออ.. แล้วคุณน้ำทิพย์จะให้ผมทำยังไงเพื่อเป็การขอโทษดีล่ะครับ..” เฟยกล่าวถามพลางยิ้มแห้งๆ
“อื้มมม นั่นสินะ เอายังไงดี.. ถ้าอย่างนั้นวันนี้นายมาเป็เบ๊ถือของให้ฉัน 1 วันเป็ไง เอาแบบนี้แหละ อืมๆ” น้ำทิพย์กล่าวพร้อมกับพยักหน้า เฟยที่ได้ยินก็แอบใเล็กน้อย ถ้าในยามปกติแล้วมันควรจะเป็การเลี้ยงข้าว หรือไม่ก็ไอศกรีมสักถ้วยสองถ้วยก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่คุณน้ำทิพย์เธอเล่นให้เขาถือของให้ทั้งวันอย่างนี้ ซึ่งเขาก็ไม่มีเวลาว่างมากพอเสียด้วย เฟยคิดหนักอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบกล่าวอย่างสุภาพ
“เอาเป็วันอื่นแทนได้ไหมครับคุณน้ำทิพย์.. ผมขอพูดตรงๆ เลยนะครับว่าผมมีธุระที่ต้องจัดการอีกหลายเื่ อีกอย่างคือ่นี้พ่อของผมป่วยหนักเข้าโรงพยาบาลมาหลายวันแล้ว ่บ่ายผมก็ต้องกลับไปเฝ้าพ่อที่โรงพยาบาลแล้วน่ะครับ..” เฟยกล่าวตามตรงๆ และหวังว่าเธอจะเข้าใจเหตุผล
“พ่อของนายป่วยหนัก? .. อืม ไม่น่าล่ะ ่นี้นายถึงไม่ได้เข้าเรียน เป็เพราะว่าต้องไปเฝ้าพ่อนั่นเอง ฉันเข้าใจละ.. ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยไม่ได้ เอาเป็วันหน้าวันหลังก็แล้วกัน อย่าลืมล่ะว่านายติดเป็เบ๊ฉันวันหนึ่งนะ..” น้ำทิพย์กล่าวตอบอย่างเข้าใจ เธอไม่ลืมที่จะย้ำเตือนว่าอีกฝ่ายติดหนี้เธออีกด้วย
“แน่นอนครับ.. ผมไม่มีทางลืมสิ่งที่สาวสวยอย่างคุณพูดหรอกครับ ถ้าอย่างนั้นเอาไว้เจอกันที่คณะนะครับ..” เฟยกล่าวพร้อมกับขอตัวลา และโบกไม้โบกมือ ซึ่งน้ำทิพย์ได้แต่ยืนทำท่างอนตุ๊บป่องของเธอไม่ยอมโบกมือลาเฟยเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งเฟยก็ไม่ได้สนใจ เขารีบเดินจากไปพลางคิดในใจว่า..
‘ไม่ว่าจะกี่พันปี.. เราก็ไม่เคยเข้าใจความคิดของผู้หญิงเหมือนเดิมเลยแฮะ’
เฟยกล่าวคิด ก่อนจะมีใบหน้าของเ้าลูกศิษย์เอกของเขา ซึ่งเธอเป็ผู้หญิงที่มีอายุใกล้เคียงกับเขา แถมยังเป็จอมเวทย์อัจฉริยะที่เปรียบเหมือนคู่หูของเฟยเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะไปไหนมาไหน ทุกสถานที่ที่เขาอยู่ก็มักจะมีเธอเสมอ และก็ไม่รู้ทำไมภาพของเธอดันมาซ้อนทับกับคุณน้ำทิพย์คนนี้ ท่าทางคำพูดแทบจะไม่ต่างอะไรกันเลย เฟยสะบัดหัวของตัวเองเพื่อไล่ความคิดนี้ออกไป..
“ทำธุระของเราต่อดีกว่า...”
เมื่อเปลี่ยนความคิดได้ดังนั้นเฟยก็รีบเดินไปยังร้านเสื้อผ้าในทันที แน่นอนว่ามันใช้เวลานานพอสมควรที่จะซื้อของได้ครบเกือบทั้งหมด แม้ว่าในทีแรกเหล่าพนักงานจะเห็นว่าการแต่งตัวของชายคนนี้จะดูไม่ค่อยมีกะตังค์ก็ตาม แต่ด้วยหน้าตาที่หล่อเหลาของเขาก็มีค่าพอที่จะให้ยื้อแย่งเข้าไปพูดคุยได้อยู่ และไม่กี่นาทีต่อมาพวกเธอก็ต้องอึ้งเพราะว่าชายคนนี้ซื้อของหลากหลายราคาหลายรายการ แถมยังสามารถจ่ายเป็เงินสดได้ทั้งหมดอีกด้วย
“ดีที่เรานึกได้ว่าต้องไปกดเงินก่อน.. หืออ ไม่งั้นล่ะแย่แน่ๆ” ก่อนที่จะเข้าไปซื้อของเฟยไม่ลืมที่จะไปกดเงินออกจากบัตรที่เขาได้รับมาจากพิภพ เงินสดกว่า 2 แสนบาทได้ถูกถอนออกมาใช้ นอกจากนี้เฟยยังไม่ลืมที่จะโยกย้ายเงินจำนวนหนึ่งไว้ในบัญชีหลักของเขาไว้สำรองจ่ายอีกด้วย..
“ต่อไปก็เป็พวกรองเท้า.. อืม หาของเ้าฟางไว้สักคู่เป็ของขวัญสักหน่อยก็คงจะไม่เลว จริงสิ! ของเ้าเบนซ์อีกคู่ละกัน ยังไงหลายวันมานี้ก็รบกวนมันหลายอย่าง..” เฟยคิดถึงน้องสาวของตัวเอง และไม่ลืมเ้าเพื่อนยากอย่างเบนซ์ด้วยอีกคน เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็มุ่งตรงไปร้านขายรองเท้าชื่อดังอย่างไนท์กี้เลยทันที..
แต่ทว่า..ในระหว่างทางเดินอยู่นั้นเอง เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูเหมือนว่ากำลังคุยโทรศัพท์กับใครสักคนอย่างโศกเศร้าอยู่ใกล้ๆ และดูเหมือนว่าเธอกำลังเดือดร้อนเื่เงินรักษาอาการป่วยของแม่เธอ..
“คุณหมอคะ ฉันขอร้องล่ะ ช่วยผ่าตัดแม่ของฉันด้วย.. เื่เงินฉันจะรีบหามาจ่ายให้ทันเวลาแน่นอน ขอร้องเถอะค่ะ ช่วยแม่ของฉันด้วย…”
เสียงของหญิงสาวคนนั้นกล่าว ซึ่งเมื่อเฟยได้ยินได้เห็นสีหน้าของเธอก็นึกสงสารขึ้นมาจับใจ มันอาจจะเป็เพราะนิสัยเช่นนี้ ที่เห็นใจคนอื่นั้แ่อดีตจนถึงปัจจุบันมันยังคงแก้ไขไม่หาย
เฟยมองดูสินค้าของหญิงสาวที่ตั้งขาย ปรากฏว่ามันเป็โครงการหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งเขาก็คิดว่าถ้าเขาช่วยด้วยการซื้อสักหลังหนึ่งมันก็น่าจะพอให้เธอได้ค่าคอมมิชชั่นมีมากพอจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลของคุณแม่เธอแน่นอน
“ขอโทษนะครับ.. คุณขายบ้านในโครงการนี้หรือเปล่า..” เฟยไม่รอช้าเอ่ยกล่าวถามในทันที
“ขอโทษนะคะคุณหมอ แต่ฉันต้องไปทำงานแล้ว.. ได้โปรดช่วยเหลือแม่ของฉันด้วย ฉันขอร้อง” หญิงสาวคนดังกล่าวเมื่อได้ยินเสียงทักของเฟย เธอก็รีบปาดน้ำตาน้อยๆ ของตัวเอง ก่อนจะรีบเอ่ยกับคุณหมอให้ช่วยเหลือ ก่อนจะวางสาย และทำงานอีกครั้ง..
“ขอโทษด้วยนะคะที่เสียมารยาท.. คุณลูกค้าสนใจบ้านหลังไหนคะ โครงการของเรามีหลากหลายราคาเริ่มต้นเพียง 2.29 ล้านบาทเท่านั้น.. นอกจากนี้ยังมีเฟอร์นิเจอร์แถมให้บางส่วนทุกๆ หลังที่ซื้อไม่ว่าจะเป็เครื่องปรับอากาศ โซฟา ทีวี ตู้เย็น เรียกได้ว่าพร้อมอยู่เลยค่ะ” หญิงสาวก้มหัวขอโทษกับเฟยเล็กน้อยก่อนจะเริ่มอธิบายอย่างกระฉับกระเฉง เฟยมองไปที่ใบหน้าของเธอในระหว่างที่เธอกล่าวแนะนำตลอดเวลา..
“..ถ้าผมซื้อบ้านจากโครงการที่คุณขาย คุณจะได้ค่าคอมมิชชั่นจากการขายนี้เท่าไร” จู่ๆ เฟยก็กล่าวถามทั้งๆ ที่เธอยังไม่ทันทีจะอธิบายจบ แน่นอนว่าการถามแทรก ประกอบกับการถามถึงค่าคอมมิชชั่น มันก็ทำให้หญิงสาวคนดังกล่าวใ และประหลาดใจไม่น้อย เธอได้แต่หันมาจ้องมองชายแปลกหน้าด้วยความสงสัย..