ตำนานผู้วิเศษ

[MageLegend] ตอน 168 : ปัญหาที่เคอซวนต้องการให้ถางเทียนเจี๋ยระวัง

"!ห๊ะ" ถางเทียนเจี๋ยอ้าปากอย่างตกใจ ก่อนจะพูดกับเคอซวนว่า ท่านคิดเช่นนั้นได้อย่างไร


"ในตอนแรกข้าก็คิดว่าเขาอาจจะเป็นเพียงแค่ปราชญ์ หรืออย่างแย่ที่สุดอาจจะเป็นผู้วิเศษอาณาจักรวิญญาณขั้นสูงสุด แต่เมื่อข้าคิดไปคิดมา และนึกถึงอดีตของตัวข้า ตลอดจนเรื่องราวที่เกิดขึ้นของเจ้าเด็กตัวแสบในช่วงหลายปี ข้าก็คิดได้ว่า ชีวิตของเจ้าเด็กนี่ดูจะมีปัญหามากเกินไป ราวกับมีผู้จัดวางปัญหาไว้ให้เขา หากพวกเราไม่คิดอะไรให้ซับซ้อน พวกเราอาจจะคิดว่ามันเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ แต่สุดท้ายข้าก็คิดว่ามันจริงเหรอที่ทั้งหมดจะเป็นเรื่องบังเอิญได้"


"ปัญหาคืออะไรรู้ไหม... เช่นรูปปั้นของนางเงือกขาว มันเป็นเพียงสมบัติระดับกลาง ใช่มันควรเป็นเช่นนั้น แต่สิ่งนี้กับผนึกสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ดวงวิญญาณของนางก่อนตายไม่ได้อยู่ในขอบเขตแห่งปราชญ์แน่นอน หากนางอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ทั้งเจ้าและข้ารู้เรื่องนี้ดี นางควรจะอยู่ในขอบเขตผู้ครองบัลลังก์แห่งเทพ เทวทูตคือขอบเขตต่ำสุดที่นางจะเป็นได้ ไม่เช่นนั้นนางไม่มีทางส่งการตระหนักรู้อันยิ่งใหญ่ ที่ทำให้พวกเราบรรลุเส้นทางผู้วิเศษง่ายราวกับดื่มน้ำแบบนี้ได้"


"แต่ปัญหาคืออะไรรู้ไหมคุณชายถางเทียนเจี๋ย สมบัติที่ผนึกดวงวิญญาณของนางไว้ กลับมาอยู่ในอาณาจักรอันเล็กกระจ้อยอย่างอาณาจักรหมีขาวแดนเหนืออันไร้ชื่อ ดินแดนแห่งนี้แทบจะไม่มีทางออกทะเลเสียด้วยซ้ำ แต่มันกลับได้มาหลับใหลอยู่ที่นี่ อยู่มานับพันๆ ปี เชื่อข้าเถอะ แม้ในอาณาจักรระดับสาม รูปปั้นนางเงือกขาวก็จะเป็นสมบัติลึกลับที่ถูกจัดเก็บอย่างดี หากมีผู้รู้ความสามารถของมัน แต่มันกลับมาอยู่ที่นี่ได้ ข้าไม่จำเป็นต้องสืบว่ารูปปั้นนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร และจ้าวอาณาจักรหมีขาวในอดีตได้มันมาอย่างไร ข้าเชื่อว่าข้าไม่มีทางหาพบ เจ้ารู้หรือไม่ว่าเพราะอะไร"


"ข้าไม่รู้" ถางเทียนเจี๋ยส่ายหน้าเร็ว


"นั่นก็เพราะมีใครบางคนลบร่องรอยทั้งหมดของมันไปแล้ว นอกจากนั้นคนคนนี้ยังสามารถที่จะตัดทอนอำนาจของดวงวิญญาณนางเงือกขาว ที่พวกเราคาดว่าเป็นดวงวิญญาณของนางเทพ ตัดส่วนอำนาจของนางให้เหลือเพียงขอบเขตแห่งปราชญ์ได้ และทำให้ความทรงจำของนางไม่สมบูรณ์ และเจ้าคิดดู ผู้ที่จะสามารถลดอำนาจแห่งเทพได้นั้น ควรจะเป็น... ใครกันล่ะ" ดวงตาเคอซวนฉายแววเจ้าเล่ห์บางอย่าง


ถางเทียนเจี๋ยตอนนี้ดูรีบร้อนและพูด "ท่านอาวุโสเคอซวน ท่านกำลังจะบอกว่า เทวทูตหรือเทพ กำลังชักใยเรื่องราวอยู่เบื้องหลังพวกเรา"


"อาจจะไม่ใช่พวกเรา... เพียงแค่เจ้าเด็กนั่นเซี่ยซีหาน" พูดจบเคอซวนหัวเราะ


อยู่ๆ ถางเทียนเจี๋ยตัวเขารับรู้ถึงอันตรายบางอย่าง "เช่นนั้น พวกเราไม่ใช่ว่าตกอยู่ในอันตรายมากหรอกเหรอ ท่านอาวุโสเคอซวน"


"เจ้าหนุ่มถางเทียนเจี๋ย เจ้าจะตกใจและพูดเสียงดังไปทำไมกัน เจ้ากำลังทำเหมือนกับว่าตัวเองกลัวตาย"


ถางเทียนเจี๋ยยิ้มแหยงๆ เล็กน้อย เขาไม่ใช่คนกลัวตายก็จริง แต่ไม่ใช่ไม่มีความกลัวในจิตใจเลย


"จริงๆ เจ้าก็เคยตายไปแล้วครั้งหนึ่งในโลกแห่งสายหมอกสีขาวนั้น และคนที่ช่วยเจ้ากับข้าคือเจ้าเด็กน้อยตัวแสบ หากเราคิดแบบนี้ ความตายของพวกเราก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องอาลัย นอกจากนั้นตอนนี้พวกเราก็ยังมีชีวิตอยู่ พวกเราควรจะขอบคุณเขา ไม่ใช่มากังวลที่จะตาย ถางเทียนเจี๋ยเราสองคนต่างเคยตายไปแล้วด้วยกัน"


ถางเทียนเจี๋ยดวงตาเบิกกว้าง ก่อนจะนิ่งคิด และเขาก็พบว่ามันเป็นเช่นนั้น ถางเทียนเจี๋ยพูดเบาๆ ว่า ใช่ใช่ใช่หลายครั้ง


"แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่พวกเราจะมาคิดอะไรด้านลบ แม้ข้าจะชี้ปัญหาให้เจ้าได้เห็น แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าหวาดกลัวถึงขนาดนั้น นั่นเพราะไม่ว่าใครที่อยู่เบื้องหลังเจ้าเด็กตัวแสบ ไม่ว่าเขาจะคิดดีหรือร้าย แต่ความจริงอย่างหนึ่งก็คือ เขาจะไม่อยู่เบื้องหน้าของเจ้าเด็กตัวแสบเซี่ยซีหาน และสองในเร็วๆ นี้ ข้ามั่นใจว่า เขากำลังพยายามสนับสนุนให้เจ้าเด็กตัวแสบได้เติบโต ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง หากเจ้าจับตาดีๆ เจ้าจะรู้ว่า เจ้าเด็กตัวแสบเติบโตอย่างรวดเร็วเสมอ นี่แสดงว่าพวกเราสองคนก็จะไม่มีปัญหาในระยะสั้นและยังได้รับผลประโยชน์อีกเช่นกัน แต่ที่ข้าเน้นย้ำบางอย่างกับเจ้าในวันนี้ เป็นเพราะข้าต้องการชี้ให้เจ้าเห็นถึงความสำคัญของการได้รับพลัง จริงๆ แล้วเวลาของพวกเราอาจจะน้อยกว่าที่พวกเราคิด ทุกเส้นทางที่ทำให้พวกเราเติบโตและได้รับอำนาจอันยิ่งใหญ่ พวกเราต้องรีบทำ แม้บางอย่างอาจจะดูน่าตลกและดูตลบตะแลงไปบ้าง เช่น การอ้างตัวว่าเป็นเทวทูตของราชาแห่งเทพ ฮะฮาฮ่า" พูดถึงตรงนี้เคอซวนหัวเราะเสียงดัง


เขาดื่มชาอีกครั้งก่อนจะพูดต่อ


"วิธีที่สามในการเข้าเถลิงบัลลังก์แห่งเทพ เจ้าก็รู้ว่าผู้คนสำคัญที่สุด หากไร้วาสนาและโอกาสที่มอบจากเทพเจ้าที่แท้จริง ศรัทธาของมนุษย์และสรรพชีวิตคือบันไดสุดท้าย ที่จะทำให้พวกเราก้าวสู่บัลลังก์แห่งเทพได้ และเพราะแบบนั้น พวกเราจำต้องสร้างรากฐานนี้เอาไว้แต่เนิ่นๆ สุดท้ายพวกเราไม่รู้ว่า พวกเราสองคนจะได้ก้าวไปสู่บัลลังก์แห่งเทพด้วยวิธีใด ดังนั้น เราต้องทำในทุกๆ ความเป็นไปได้ นอกจากนั้นข้าคงไม่ต้องเล่าถึงการเป็นเทพด้วยวิธีพิเศษ วิธีนั้นยากเกินไปที่เราจะได้รับโอกาส มันน้อยเสียยิ่งกว่าหนึ่งในล้าน นอกจากนั้นเราก็ไปแข่งเรื่องนี้กับเหล่าเทพเจ้า และเทพปีศาจทั้งหลายไม่ไหวหลอก"


"ข้าเข้าใจแล้วท่านผู้อาวุโส ในอนาคตข้าจะหัดที่จะโป้ปดให้ชำนาญเช่นท่าน"


ปู้ดดดดดดดดด เคอซวนพ่นชาอุ่นๆ ใส่หน้าถางเทียนเจี๋ย


"ข้าขอโทษ"


"ไม่เป็นไรท่านผู้อาวุโส" ถางเทียนเจี๋ยพูดพลางเช็ดหน้าของตัวเองไป จากนั้นก็บอกกับเคอซวนว่า เรามาวางแผนสำหรับทำการส่งเหล่าเด็กๆ กลับบ้านอย่างปลอดภัยในหมู่คนที่คิดจะกลับบ้านกันเถอะ ส่วนเด็กๆ และหญิงสาวที่ต้องการเข้ากับพวกเรา นี่ไม่ใช่ปัญหาตอนนี้พวกเรามีเงินบูลนี่มากพอที่จะดูแลทุกคนแล้ว


สุดท้ายถางเทียนเจี๋ยก็พูดกับเคอซวนเรื่องการไปปล้นสัญญาทาส การวางแผนดำเนินการเรียบร้อยดี ด้วยพลังวิเศษของทั้งสองการดำเนินการปล้นช่างง่ายเหลือเกิน


...


วันต่อมา ณ โรงสุราในเมืองหลวงของอาณาจักรไม้หมื่นกิ่ง


"เอ้าพี่ชายฉีเยี่ยนดื่มๆ ท่านลุงกัวเฉินท่านก็ดื่มด้วยสิขอรับ" เสียงของเซี่ยซีหานฟังดูครื้นเครงและเป็นกันเองมาก


"ข้าว่าข้าเริ่มเมาแล้ว" ฉีเยี่ยนพูดทั้งที่ดวงตาสะลึมสะลือ


กัวเฉินเมื่อเหล้าเข้าปาก เขาก็เริ่มมีนิสัยแบบเดียวกับชายกักขฬะทุกคน


"ว๊ายนายท่าน ท่านจับก้นข้าทำไม"


กัวเฉินแสยะยิ้มมุมปากก่อนจะคอพับแนบไปกับโต๊ะ พร้อมทำมือส่งยิ้มให้หญิงสาวในโรงสุราที่โวยวายเมื่อครู่


ฉีเยี่ยนมองกัวเฉิน ไอ้เจ้านี่เมาแล้วจริงๆ


"น้องชายตอนนี้คงได้เวลาที่ต้องจากกันแล้ว ข้ามีเรื่องที่จะต้องสะสางที่เมืองหลวงอาณาจักรไม้หมื่นกิ่งนี้สักหน่อย และก็อย่างที่ข้าได้เคยเล่าให้เจ้าฟังไป หากมีโอกาสจงรีบๆ เดินทางมาที่อาณาจักรชั้นสามของข้าเสียเถอะ ที่นั่นมีโอกาสมากมายรอเจ้าอยู่ แค่พลังธรรมชาติอย่างเดียวก็เหนือกว่าอาณาจักรชั้นหนึ่งเช่นนี้มากนัก ไปที่นั่นเจ้าจะมีผู้สนับสนุนมากมาย นอกจากนั้นอีกไม่กี่สิบปี หรืออาจจะไม่กี่ปีข้างหน้า ไม่ว่าดินแดนใดก็อาจจะหาความสงบสุขไม่ได้ พวกเราเริ่มพบการปรากฏตัวของเผ่าพันธุ์จากดินแดนข้ามโลกมากขึ้นเรื่อยๆ พวกมันกรีดมิติและเข้ามาโลกของเรา นอกจากนั้นใต้พื้นโลก เหล่า 'สวะ' เผ่าพันธุ์ไร้จิตสำนึกที่คิดแต่การผสมพันธุ์ พวกมันเริ่มปรากฏตัวไปทุกที่ของโลกใบนี้แล้ว เจ้าต้องระวังอย่างมาก เพราะเหล่า 'สวะ' นั้นมีหลายเผ่าพันธุ์เหลือเกิน ในพวกที่แข็งแกร่ง อาจจะแข็งแกร่งได้เทียบเท่านักรบสิบดาบสิบสองดาบ หรือแม้แต่เหล่าปราชญ์เลยก็ได้ เจ้าจงอย่าได้ประมาท การมาที่อาณาจักรชั้นสามอย่างอาณาจักรดาบที่สิบสามจะปลอดภัยสำหรับเจ้าและครอบครัว อย่างน้อยๆ ที่แห่งนี้ก็มีขอบเขตเทวทูตอยู่ประจำการ"


"ขอบคุณพี่ชายที่เป็นห่วงข้า" เซี่ยซีหานพูดด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ เขาดูเหมือนเมา สายตาทอดยาวไปไกล เลยร่างของฉีเยี่ยนที่นั่งตรงข้ามเขาไปอีก


"ไอ้น้องชายซีหาน ข้าขอถามอะไรเจ้าอย่าง อย่างจริงใจได้หรือไม่" ฉีเยี่ยนถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง


"ได้สิขอรับ" เซี่ยซีหานตอบกลับทันทีด้วยแววตาที่จริงจังและมุ่งมั่น


"เจ้าไม่ได้ดื่มเหล้าสักอึกในแก้วของเจ้าก็มีแต่นมอุ่นๆ เจ้าจะหน้าแดงและมีสีหน้าเหมือนเมาได้ยังไง"


"หึหึ" เซี่ยซีหานหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนที่จะตอบ โดยที่สายตาของเขามองไปที่แม่สาวรินสุรา ที่แต่งกายวาบหวิวที่นมบะลักกั๊ก ที่แทบจะทะลักมิทะลักแหล่ออกมา "พี่ชายไม่รู้อะไรเซี่ยซีหานคนนี้เมานมได้ และที่นี่ก็มีนมดีกรีแรงๆ เยอะเหลือเกิน"


"เจ้าเลือกกำดาวออกซีหาน"


"เป็นเรื่องปกติพี่ชาย"

คล้ายกับเรื่องตำนานผู้วิเศษ ที่คุณอ่าน