การเผชิญหน้าในตลาดสดเมื่อวานได้สั่นะเืความเงียบสงบอันหยาบกระด้างของเมือง หลงเหลียง ไปอย่างสิ้นเชิงเื่ราวของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งที่ใช้ มีดสั้น สะบั้นความลำพองของกลุ่มนักเลงตัวฉกาจและทำให้พวกมันต้องอับอายขายหน้ากลางตลาด ได้แพร่กระจายไปทั่วเมืองราวกับไฟลามทุ่ง
เช้านี้เมื่อ หลี่เฟิ่ง เดินออกจากโรงเตี๊ยมเขาััได้ถึงสายตาแปลกๆ ที่จับจ้องมาที่เขาอย่างไม่วางตาผู้คนในตลาดที่เคยเดินก้มหน้าก้มตาอย่างหวาดระแวงบัดนี้กลับเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาที่หลากหลายบางคนมองด้วยความชื่นชมระคนหวาดกลัว บางคนมองด้วยความเคารพและบางคนก็มองด้วยความสงสัย
พ่อค้าแม่ค้าที่เมื่อวานยังหน้าซีดเซียววันนี้กลับมีรอยยิ้มบนใบหน้ามากขึ้น พวกเขากล้าที่จะส่งเสียงเรียกลูกค้าและดูเหมือนจะมีการค้าขายที่คึกคักกว่าปกติพ่อค้าผักที่หลี่เฟิ่งช่วยเหลือเมื่อวาน รีบเดินเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าซาบซึ้ง
"เ้าหนู! เ้ามาแล้วหรือ!"พ่อค้าผักเอ่ยด้วยเสียงที่สั่นเครือ "เมื่อวานนี้เ้าเป็ผู้มีคุณช่วยชีวิตข้าไว้จริงๆ! ข้าไม่รู้จะตอบแทนเ้าอย่างไรดี"
"ไม่เป็ไรขอรับท่านลุง"หลี่เฟิ่งตอบด้วยรอยยิ้มบางๆ "ข้าแค่ทำในสิ่งที่ควรทำ"
"ไม่นะ!เ้าต้องรับสิ่งนี้ไป!" พ่อค้าผักยื่นผักสดๆ กำใหญ่ให้หลี่เฟิ่ง"ถือเป็น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากข้า"
หลี่เฟิ่งรับผักมาด้วยความเกรงใจเขาััได้ถึงความจริงใจของชายชราผู้นี้การกระทำของเขาเมื่อวานดูเหมือนจะสร้างความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆให้กับเมืองนี้ได้จริงๆ
หลังจากนั้นพ่อค้าแม่ค้าคนอื่นๆ ก็เริ่มเข้ามาทักทายหลี่เฟิ่ง บางคนยื่นผลไม้ให้บางคนยื่นขนมให้ ทุกคนต่างแสดงความขอบคุณและชื่นชมในการกระทำของเขาหลี่เฟิ่งรู้สึกแปลกใจและอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกนี่คือความรู้สึกที่เขาไม่เคยััมาก่อน ความรู้สึกที่ได้เป็ที่ยอมรับและเป็ที่พึ่งพาของผู้อื่น
ชื่อเสียงของ หลี่เฟิ่ง ในฐานะ ผู้มีคุณธรรม และ มีฝีมือ เริ่มแพร่กระจายไปในวงแคบๆของชาวเมืองหลงเหลียง พวกเขาเริ่มเรียกเขาว่า "จอมยุทธพเนจร" ผู้ที่มาช่วยปลดปล่อยพวกเขาจากการถูกรังแกของเหล่าอันธพาล
แน่นอนว่าเื่ราวเช่นนี้ย่อมไปถึงหูของ ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น ของเมืองหลงเหลียงอย่างรวดเร็ว
ชายผู้มีอิทธิพลสูงสุดในเมืองหลงเหลียงคือ "เถ้าแก่หวัง" เ้าของโรงเตี๊ยมที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเป็เ้าของโรงบ่อนพนันและเป็ผู้บงการอยู่เื้ักลุ่มนักเลงที่หลี่เฟิ่งเพิ่งจัดการไปเถ้าแก่หวังเป็ชายวัยกลางคน รูปร่างอ้วนท้วม ใบหน้ากลมโต ดวงตาเล็กๆของเขาเต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์และอำมหิต
ในห้องโถงกว้างของโรงเตี๊ยมที่หรูหราที่สุดในเมืองเถ้าแก่หวังกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักอย่างโอหังเบื้องหน้าของเขามีโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสุราและอาหารเลิศรสสองข้างของเขามีสาวใช้คอยรับใช้ ส่วนลูกน้องคนสนิทของเขาซึ่งเป็หัวหน้ากลุ่มนักเลงที่หลี่เฟิ่งเคยจัดการไปเมื่อวานกำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดและเต็มไปด้วยความอับอาย
"แก...แกกล้าดียังไงถึงทำให้ข้าต้องเสียหน้าถึงเพียงนี้!"เถ้าแก่หวังตบโต๊ะเสียงดังสนั่น "ไอ้เด็กเมื่อวานซืนคนเดียวทำให้คนของข้าต้องอับอายขายหน้ากลางตลาด! ข้าเลี้ยงพวกแกไว้ทำไม!"
หัวหน้ากลุ่มนักเลงตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว"ขอรับนายท่าน! ข้า... ข้าไม่คิดว่ามันจะมีฝีมือถึงเพียงนี้!มันใช้มีดสั้นได้รวดเร็วดุจสายฟ้า และวิชาตัวเบาของมันก็พลิ้วไหวราวกับผี!"
"ผีงั้นรึ! ฮึ่ม!"เถ้าแก่หวังแค่นเสียง "ในเมืองหลงเหลียงนี้ ไม่มีใครกล้ามาหือกับข้า!ไม่ว่ามันจะเป็ผีหรือคน ข้าก็จะบดขยี้มันให้จมดิน!"
"นายท่านจะให้ข้าจัดการอย่างไรขอรับ?" ลูกน้องถามด้วยความประหม่า
เถ้าแก่หวังยิ้มแสยะ"ง่ายมาก... มันชอบช่วยคนอ่อนแอใช่ไหม? งั้นก็สร้างสถานการณ์ให้มันต้องออกมาแสดงฝีมือเสียหน่อย"
ดวงตาของเถ้าแก่หวังฉายแววอำมหิต"จัดการให้มันได้รับบทเรียนที่ไม่มีวันลืม! ทำให้มันรู้ว่า ผู้มีอิทธิพลที่แท้จริง ในเมืองหลงเหลียงนี้คือใคร!"
ในขณะเดียวกันหลี่เฟิ่งกลับมายังโรงเตี๊ยมที่เขาพักเขาสังเกตเห็นว่าสายตาของเถ้าแก่โรงเตี๊ยมเปลี่ยนไปเล็กน้อยจากที่เคยดูเหนื่อยล้าและเมินเฉยบัดนี้กลับมีแววตาที่เกรงใจและให้ความเคารพมากขึ้น
"เ้าหนู...เช้านี้ข้าขอเลี้ยงอาหารเ้า" เถ้าแก่โรงเตี๊ยมเอ่ยขึ้น"ถือเป็การตอบแทนที่เ้าช่วยพ่อค้าผักเมื่อวาน"
หลี่เฟิ่งยิ้มบางๆ"ขอบพระคุณท่านลุง"
เถ้าแก่โรงเตี๊ยมยกสำรับอาหารเช้าง่ายๆมาให้เขา ทั้งโจ๊ก ขนมปัง และชา หลี่เฟิ่งกินอย่างช้าๆขณะเดียวกันก็คอยเงี่ยหูฟังบทสนทนาของผู้คนที่อยู่ในโรงเตี๊ยม
"ได้ยินว่าเถ้าแก่หวังโกรธมากที่คนของมันถูกเด็กหนุ่มเมื่อวานเล่นงานเอา"เสียงหนึ่งพึมพำ
"แน่นอนสิ!พวกนักเลงนั่นมันเป็พวกมือเท้าของเถ้าแก่หวังนี่นา" อีกเสียงเสริม
"เด็กหนุ่มคนนั้นฝีมือดีจริงๆกล้าหาญนักที่ไม่กลัวพวกเถ้าแก่หวัง"
หลี่เฟิ่งฟังบทสนทนาเ่าั้อย่างเงียบๆเขารู้ดีว่าการกระทำของเขาได้สร้างความไม่พอใจให้กับ ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น อย่างเถ้าแก่หวังแล้วและการเผชิญหน้าครั้งต่อไปคงจะใหญ่กว่าเดิม
แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวแต่อย่างใดตรงกันข้าม ความรู้สึกตื่นเต้นและท้าทายกลับผุดขึ้นมาในใจ
"นี่คงเป็อีกหนึ่งบททดสอบสินะ"เขานึกถึงคำสอนของไป๋เฟิง "ยุทธภพเป็ที่ที่เต็มไปด้วยอันตรายการแก่งแย่งชิงดี..."
หลี่เฟิ่งรู้ดีว่าเขายังไม่แข็งแกร่งพอที่จะเผชิญหน้ากับ "พันธมิตรไร้เงา" ได้โดยตรงการเผชิญหน้ากับเถ้าแก่หวังอาจเป็บทเรียนสำคัญที่จะช่วยให้เขาเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จหลี่เฟิ่งก็เดินออกจากโรงเตี๊ยม เขามุ่งหน้าไปยังตรอกซอยเล็กๆ ที่เงียบสงบเพื่อฝึกฝนวิชาของตนเองให้เข้มข้นขึ้น
เขาฝึกฝนวิชาลมปราณโคจรพลังงานภายในร่างกายจนรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่ววิชาตัวเบาของเขาพัฒนาไปอีกขั้น เขาสามารถะโข้ามกำแพงสูงได้อย่างง่ายดายและการเคลื่อนไหวก็รวดเร็วและไร้เสียงยิ่งขึ้น
และที่สำคัญที่สุดคือการฝึกใช้ มีดสั้นปริศนา ของเขาเขาร่ายรำกระบวนท่าเจ็ดกระบวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนการเคลื่อนไหวลื่นไหลและเป็ธรรมชาติราวกับมีดสั้นเป็ส่วนหนึ่งของร่างกายเขาจริงๆ ทุกครั้งที่เขาใช้มีดสั้นแสงสีเงินอ่อนๆ ก็จะส่องประกายออกมา ราวกับมีดเล่มนั้นกำลังตอบสนองต่อจิตใจของเขา
"ท่านอาจารย์ไป๋เฟิง...ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง" หลี่เฟิ่งพึมพำกับตัวเอง
ตลอดทั้งวันหลี่เฟิ่งใช้เวลาไปกับการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง เขาไม่ได้กลับไปทำงานเล็กๆ น้อยๆเหมือนที่เคยทำ เพราะเขารู้ดีว่าภัยกำลังจะมาถึง
เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำผู้คนในเมืองเริ่มกลับบ้าน หลี่เฟิ่งเดินกลับมายังโรงเตี๊ยมของเขาบรรยากาศในเมืองดูเงียบสงัดลงเล็กน้อยแต่เขาััได้ถึงพลังงานที่คุกรุ่นอยู่เบื้องล่าง ราวกับพายุที่กำลังก่อตัว
ขณะที่เขาเดินผ่านตรอกซอยแคบๆแห่งหนึ่งที่เชื่อมไปยังโรงเตี๊ยม เขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของผู้หญิงดังขึ้น!
"ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย!"
หลี่เฟิ่งรีบพุ่งตัวเข้าไปในตรอกซอยทันทีสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ดวงตาของเขาแข็งกระด้าง
กลุ่มนักเลงจำนวนมากกว่าเมื่อวานหลายเท่านำโดยนักเลงสามคนที่เขาเคยจัดการไป กำลังรุมล้อม หญิงสาวคนหนึ่ง ที่ดูท่าทางอ่อนแอและหวาดกลัวใบหน้าของหญิงสาวซีดเผือด ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยน้ำตาและคำอ้อนวอน
"พวกแกคิดจะหนีไปไหน!?" หัวหน้ากลุ่มนักเลงตะคอกใส่หญิงสาว"เถ้าแก่หวังสั่งให้จับตัวแกไป!"
หญิงสาวกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวพยายามดิ้นรนให้หลุดจากการจับกุมของพวกนักเลง
ภาพตรงหน้าทำให้ความโกรธแค้นในใจของหลี่เฟิ่งปะทุขึ้นอย่างรุนแรงอีกครั้งนี่คือสิ่งที่เถ้าแก่หวังทำ! มันใช้คนบริสุทธิ์เป็เหยื่อ เพื่อล่อให้เขาออกมา!
"หยุดเดี๋ยวนี้!"หลี่เฟิ่งะโขึ้นเสียงดัง ทำให้กลุ่มนักเลงและหญิงสาวหันมามองเขาเป็ตาเดียว
นักเลงทั้งสามที่หลี่เฟิ่งเคยจัดการไปมองเขาด้วยความใปนความแค้น
"ไอ้เด็กเวร!แกกล้ามาอีกหรือ!" หัวหน้ากลุ่มนักเลงะโด้วยความเดือดดาล
หลี่เฟิ่งไม่ตอบเขาก้าวเข้าไปหาพวกนักเลงอย่างช้าๆดวงตาของเขาเต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธแค้นและความมุ่งมั่น
"ปล่อยนางซะ"หลี่เฟิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบ "มิฉะนั้น...พวกเ้าจะต้องชดใช้!"
นักเลงทั้งกลุ่มมองหน้ากันพวกเขารู้สึกได้ถึงความกดดันจากเด็กหนุ่มตรงหน้า แต่ด้วยจำนวนที่มากกว่าและคำสั่งของเถ้าแก่หวัง ทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือก
"รุมมัน!ให้มันรู้ซะว่าใครคือเ้าถิ่น!" หัวหน้ากลุ่มนักเลงะโสั่ง
นักเลงจำนวนมากพุ่งเข้าใส่หลี่เฟิ่งพร้อมกันดาบ กระบอง และหมัดเท้าเข้ามาจากทุกทิศทาง
หลี่เฟิ่งชัก มีดสั้นปริศนา ออกมาอย่างรวดเร็ว แสงสีเงินวูบวาบในความมืดของตรอกซอย
"ข้าจะทำให้พวกเ้ารู้... ว่า มีดสั้น เล่มนี้... สามารถ สะบั้นความลำพอง ของพวกเ้าได้อย่างไร!"
การต่อสู้ที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว หลี่เฟิ่ง แม้จะยังไม่แข็งแกร่งมากนักแต่ด้วยไหวพริบ ความมุ่งมั่น และมีดสั้นคู่ใจ เขาจะพิสูจน์ให้ เมืองหลงเหลียง แห่งนี้เห็นว่า คุณธรรม ย่อมอยู่เหนือ อำนาจอิทธิพล และ เสียงร่ำลือ ของเขาจะดังไปไกลกว่าที่ใครจะคาดคิด...