เมื่อมาถึงคฤหาสน์ พ่อบ้านนิกซ์ออกมาต้อนรับเหมือนรู้งาน ได้แจ้งกับคุณชายด้วยว่าท่านเดลล์กับท่านแคล คืนนี้คงไม่กลับบ้าน เพราะเหตุผลที่ว่าท่านต้องเข้าประชุมเตรียมการรับมือสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด อันเกิดได้ตลอดทุกเมื่อในวันบวงสรวงเหล่าเทพเจ้าอะไรพันนั้นกับเหล่าสภากลางทั้งหลายในเรื่องหารือกัน ทำให้อานนท์หน้าหงอยเดินคอตกขึ้นห้องไปอาบน้ำแต่งกายด้วยเสื้อกันหนาวไหมพรมขาวกับกางเกงนอนลายทางสีเทาเพื่อพักผ่อน เพราะก่อนมาถึงเขากับเมดสาวได้รับประทานอาหารกันมาเรียบร้อยแล้วส่วนห้องของริต้าอยู่ใกล้ห้องเจ้านายของนาง เพื่อได้รักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ถึงคฤหาสน์หลังนี้มีภูตประจำตระกูลปกป้องอยู่ก็ตามที“ เฮ้อ เบื่อชะมัด ! ” เสียงผ่อนลมหายใจยาวของอานนท์ กำลังเอามือก่ายหน้าผากมองเพดานสูงลายภาพดอกไม้สีน้ำกับโคมคริสตัลระย้าหรู ทั้งบ้านและห้องนี้ มันช่างใหญ่สำหรับตัวเขาจริง ๆ“ แต่ก็เอาเถอะ ลองติดต่อหาฮารัสสักหน่อยดีกว่า มันอาจยังไม่นอน ” อานนท์เปลี่ยนลุกขึ้นมานั่งเอื้อมมือหยิบไลมิวส์อา กดโทรหาเพื่อนชายเจ้าขี้บ่นในทันที ซักพักฮารัสก็รับสายเขา“ ฮารัส ยังไม่นอนใช่เปล่าว่ะ ? ” อานนท์เอ่ยทัก แต่สิ่งที่ได้ตอบมากลับเป็นเสียง“ อานนท์ !! ข้าคิดถึงเจ้าจัง ” นั่นคือเสียงผู้หญิงนามว่าอมราเพื่อนสาวของเขา ทำให้เด็กหนุ่มต้องรีบผลักไลมิวส์อาออกจากหู ดูว่ากดผิดเบอร์หรือเปล่าแต่ดูยังไงก็ใช่เบอร์ฮารัส“ เอ่อ สวัสดีอมรา ช่วงนี้ข้าไม่ค่อยเห็นเจ้าเลยนะ คงวุ่นกับการซ้อมดนตรีอยู่ใช่หรือไม่ ” อานนท์ทักทายกลับด้วยน้ำเสียงเรียบแต่คนที่ได้ยินกลับฟังว่าเสียงหล่อมาก“ ใช่เจ้าค่ะ แต่อานนท์... ” อมรารีบตอบเสียงใส หยุดเว้นวรรคจนคนที่รอฟังต้องทักขึ้น“ หืม ว่าไงครับ ? ” อานนท์ปรายตามองไลมิวส์อา“ คือว่าอมรา... ” เสียงเธอเริ่มสั่น ทำให้อานนท์สงสัยเข้าไปใหญ่ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น มีเรื่องอะไรที่เขายังไม่รู้อีกหรือเปล่า“ คืออะไรอมรา ! ”“ คือ ข้าจะไม่ได้เรียนที่เดิมแล้วนะ... ” พร้อมมีเสียงร้องไห้ตามมา ทำให้อานนท์เกิดเครื่องหมายปรัศนีย์ไปทั่วหัว“ หือ ทำไมเหรอ ทำไมเจ้าถึงไม่เรียนที่นี่แล้วล่ะ เพราะอะไร ? ” อมราเป็นเพื่อนสาวคนแรกและคนเดียวที่เขาชื่นชมความมีน้ำใจของนางมาตลอด แต่พอมารู้เรื่องนี้แล้วทำให้รู้สึกใจหายยังไงอย่างบอกไม่ถูก " ทางท่านพ่อท่านแม่อยากให้ข้าไปเรียนต่อทางด้านดนตรีสายเฉพาะเลยน่ะอานนท์ "เสียงสะอื้นของอมราก็เบาลง เมื่อนางรู้สึกถึงความเป็นห่วงจากอานนท์ได้ผ่านสื่อไลมิวส์อา ซึ่งทางครอบครัวของเด็กสาวเป็นตระกูลที่ร่ำรวยอยู่ลำดับต้น ๆ ของเขตนี้ เพราะประกอบอาชีพการค้าขายระหว่างมิติในเรื่องอัญมณี ไม่น้อยไปกว่าพวกตระกูลเหล่าขุนนางชั้นสูง ทำให้ท่านพ่อท่านแม่ของนางมีการตั้งกฎระเบียบมากเกินไป จนทำให้ลูกทั้งสองรู้สึกกดดันทางความรู้สึก และเรื่องนี้ก็อยู่ในความต้องการจากท่านแม่ของนาง การตัดสินใจผิดในครั้งแรกที่ยอมให้ลูกสาวไปเรียนด้านสายจอมเวทซึ่งดูแล้วมันอาจทำให้ไม่มีอนาคตและมีการงานที่มั่นคงซักเท่าไหร่ เพราะคำว่าจอมเวทแล้วแสดงถึงบุคคลที่ต้องมีความสามารถจริง จบเข้าหน่วยงานเปิดรับคนที่มีคุณสมบัติเก่งกาจพอช่วยขจัดภัยต่อมิติ ไม่ใช่เพียงแค่ใช้เวทมนตร์เป็นแล้ว และหางานได้เงินดี ๆ ที่มันจะแลกกับการเสี่ยงตลอดเวลาในการออกไปทำงานของแต่ละหน้าที่“ อ๋อ ว่าแต่เจ้าจะไปเมื่อไหร่ ? ” อานนท์ถามต่อ ระหว่างนั้นเอามือป้องปากหาว“ วันจันทร์น่ะ ไปพร้อมกับไบอาเลย... ” อมราตอบด้วยเสียงเบา เมื่อได้ยินข่าวจากเพื่อนสาวคนสนิท เพราะการซ้อมดนตรีของพวกนางทำให้เพิ่มความสนิทสนมกันเกิดขึ้นในทุกวัน ซึ่งเด็กสาวรู้สึกดีใจที่ได้เห็นจดหมายจากไบอาส่งข่าวมาบอกในเรื่องนี้ “ ไบอาก็ไปด้วยเหรอ...” อานนท์ถามเสียงดัง เพราะรู้สึกตกใจที่รู้ว่ากลุ่มของเขาจะไม่มีอมรากับไบอาคอยพูดคุยให้คุ้นหูอยู่ตลอด “ แต่ข้าว่ามันก็ดีนะ เจ้าจะได้ไม่ต้องเหงาด้วย ” และเอ่ยเพื่อปลอบขวัญกำลังใจให้เพื่อนสาวไม่ต้องรู้สึกเศร้าอะไรกับการที่ไม่ได้เจอกันภายในรั้วโรงเรียน แต่มันก็ไม่ใช่ว่าข้างนอกจะเจอกันไม่ได้ซักหน่อย และเหตุนี้ทำให้อานนท์ไม่ต้องการถามไถ่อะไรต่อ“ งั้นพรุ่งนี้เจ้าก็ยังมาเรียนอยู่ใช่หรือไม่ ? ” เด็กหนุ่มเปิดตารางเรียนในไลมิวส์อา ใช่แล้วพรุ่งนี้เขาต้องเข้าเรียนวิชากลยุทธศาสตร์เบื้องต้นของศาสตราจารย์วาลเทอร์ ซึ่งได้เรียนกับพวกสายกลยุทธ“ ข้าคงไม่ได้ไปเรียนแล้วน่ะ แต่เย็น ๆ จะเข้าไปเก็บของที่หอพัก ถึงตอนนั้นเราไปกินข้าวด้วยกันได้ไหม ? ” อมราเอ่ย อมยิ้มอย่างดีใจและคิดถึงตอนนางกับอานนท์แค่สองคนจะได้ไปกินข้าวกันโดยไม่มีใครเป็นก้างขวางคอระหว่างพวกเขาอีก“ เอ่อ.... เอายังงั้นก็ได้ ข้าตกลง ” อานนท์พยักหน้าตอบ เพราะยังไงแล้วเลี้ยงส่งเพื่อนสาวสักหน่อยก็ดีเหมือนกันหลังจากวางสายจากอมรา เวลายามค่ำคืนนี้อานนท์จ้องมองดวงจันทร์กำลังส่องแสงสว่างนวล บรรยากาศข้างนอกช่างหนาวเย็นยะเยือกแต่ด้านในมันช่างอบอุ่นดีจริง ๆ ทำให้เขาผล็อยหลับสนิทไม่รู้ตัวจนกระทั่งได้ยินเสียงเพลงอะไรสักอย่างตรงข้างหู เปลือกตาอานนท์เปิดขึ้นมองพร้อมผ่อนลมหายใจด้วยความรู้สึกรำคาญอยู่นิด ๆ“ เฮ้อ มีอะไรให้กระผมรับใช้อีกขอรับ คุณหญิงลูซซี่ !! ”ตอนนี้อานนท์เอาตัวนั่งพิงหัวเตียงกอดอกมองภูตสาวสวยด้วยท่าทางสะลึมสะลือ เหลือบมองนาฬิกาติดผนังตรงทางซ้ายมือบอกเวลา ‘ เหอะ ตีสาม เจริญพร !! ’เด็กหนุ่มบ่นในใจ แต่สำหรับลูซนางนั่งกุมท้องหัวเราะจนหมดแรงนอนฟุบลงบนตักเจ้านายตนเฉยเลย อานนท์รีบเอามือยกหัวภูตสาวขึ้นแต่ลูซยื่นมือตีเตือนกลับก่อน ทำให้เด็กหนุ่มต้องถอนลมหายใจออกมาแทน“ มีไรก็ว่ามาเร็วลูซ ข้าง่วง ! ” อานนท์เอ่ย มือป้องปากหาวอีกครั้ง“ ข้าอยากให้เจ้าเข้าไปในห้องของคนรับใช้ และเอาเสื้อผ้าที่นางใส่ในวันนี้มาให้กับข้า แค่นั้นแหละ ” ลูซพูดรัวมือลูบต้นขาอานนท์ไล่วนเป็นวงกลม ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกจั๊กกะจี้ แต่ทำหน้าสงสัยว่าทำไมจะต้องเอาเสื้อของริต้ามาด้วย“ เพราะข้าจะเอาเสื้อนางมาตรวจสอบดูอะไรนิดหน่อยน่ะและเพื่อความสบายใจ ข้าอยากจะให้เจ้าทำให้ข้าหน่อย นะ ๆ ” ลูซลุกขึ้น ทำตาปริบ ๆ ใส่อานนท์เพื่ออยากขอร้อง“ แล้วทำไมไม่เข้าไปเอาเองล่ะ ” อานนท์หันหน้าหนีทำเป็นเมินใส่ คิดจะล้มตัวลงนอนต่อ เด็กหนุ่มเริ่มหงุดหงิดที่ใครเข้ามาปลุกเขาในเวลานอนแบบนี้“ ถ้าข้าเข้าไปเองได้ ข้าก็คงไม่มาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหรอก เชอะ !! ” ลูซพูด กอดอกสะบัดหน้า ดูจากเจ้านายคงไม่ยอมช่วยในเวลาแบบนี้แน่ นางเลยต้องงัดท่าไม้ตายเข้ามาทำให้อานนท์ยอมร่วมมืออย่างปฏิเสธไม่ได้“ ถ้าเจ้ายอมช่วย ข้าจะบอกความลับอย่างหนึ่งที่น้าของเจ้าปิดบังไว้อยู่นานแล้วเกี่ยวกับเรื่องแม่ของเจ้า ดีไหมล่ะ ถือว่าแลกกัน ?! ”ลูซยกคิ้วสูงอย่างมีเลศนัย ทำให้อานนท์เห็นแล้วรู้สึกลังเลว่าจะเชื่อคำพูดนั้นดีหรือไม่ แต่ความอยากรู้อยากเห็น เด็กหนุ่มเลยใช้เวลาครุ่นคิดอย่างหนัก ตอนนี้เขาไม่มีกะจิตกะใจอยากนอนต่อแล้ว ซักพักเลยตอบตกลง ฟังลูซบอกในแผนการเข้าไปห้องของเมดสาวอย่างที่ไม่ให้เจ้าตัวรู้สึกว่ามีคนบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวอยู่ ซึ่งเป็นแผนที่ง่าย ๆ แค่เปิดประตูตรงเข้าไปในห้องน้ำแล้วเอาเสื้อผ้าของนางกลับมา แล้วที่อานนท์นั่งฟังอยู่สองนานเพียงแค่นี้ ซึ่งดูก็รู้ว่าภูตตนหาเรื่องแกล้งเขาอีกตามเคยอานนท์ถอนลมหายใจตลอดเวลาระหว่างเปลี่ยนเสื้อคลุมเพื่อเลือกตัวให้หนากว่าเดิม เพราะด้านนอกห้องมันหนาวมาก ถึงภายในบ้านมีเตาผิงอยู่ด้านล่างมุมหนึ่ง แต่ความอุ่นนั้นมันไม่ได้มาถึงด้านบนเลยสักนิด เขาตัวสั่นรีบป้องปากให้ความอุ่น เดินออกไปยังหน้าห้องริต้าเพื่ออยากทำให้เสร็จ ๆ ไป จนกระทั่งมาถึงหน้าประตูห้องนอนริต้า เด็กหนุ่มหยิบกุญแจห้องทั้งหมดนำมารีบไขอย่างระมัดระวังพยายามทำให้เงียบที่สุด (อานนท์มีกุญแจของห้องทั้งหมด เพราะพ่อบ้านนิกซ์มอบให้เผื่อในกรณีฉุกเฉิน) รีบเปิดประตูเข้าไปอย่างเงียบเชียบพบกับความมืดเข้าสู่สายตา อานนท์เพ่งดูเห็นร่างเมดสาวนอนไม่รู้ตัวอยู่บนเตียงเล็ก ซึ่งความแตกต่างภายในห้องกับเห็นได้ชัด เด็กหนุ่มไม่สนใจอะไรมากรีบเดินย่องไปทางห้องน้ำอย่างที่ลูซบอกระหว่างการเริ่มแผนสายตาเขาเหลือบเห็นดวงจันทร์สีเลือดทางด้านหน้าต่างใสเหนือหัวเตียงริต้า อานนท์ขมวดคิ้วรู้สึกแปลกใจพลันบานหน้าต่างเปิดออกทำให้เขาต้องรีบวิ่งเข้าไปปิดบานนั้นอย่างลืมตัว แต่คนบนเตียงยังคงหลับสนิท ยิ่งทำให้อานนท์โน้มตัวเข้าไปดูใกล้ ๆ ริต้ามากขึ้น ทันใดนั้น.... กับสิ่งที่เขาต้องเบิกตากว้างชนิดที่ว่าจะถลนออกมาเมื่อริต้าเอาแขนคล้องคอเด็กหนุ่มเข้าลงมารวดเร็ว บรรจงกัดฝังกดเขี้ยวยาวคล้ายงูลงบนไหล่กว้างเขาราวสายฟ้า เสียงฟังดูเจ็บปวดต้องหยุดชะงักเมื่อมือเล็กรีบปิดปากเจ้านายนางตามสัญชาตญาณของนักล่า ! ร่างกายพยายามดิ้นให้พ้นออกไปเท่าไหร่ ไม่มีโอกาสหลุดรอดจากเขี้ยวเพชฌฆาตน้อยลงไปเท่านั้น ! เด็กหนุ่มเริ่มนิ่งและอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ นอนพับทับร่างเล็กเหมือนศพไร้เลือดเลี้ยงเข้าไปทุกที“ ริต้า ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ ! ”เสียงอ่อนแทบกระซิบดังข้างหูเรียกสติเมดสาว เปลือกตาเริ่มปิดลงในที่สุดกับเรี่ยวแรงทั้งหมดได้หายไป มือเย็นเฉียบจากริต้ายื่นเข้ามาจับแขนอานนท์พร้อมโน้มใบหน้านางลงจูบปากเขารุกล้ำความเป็นส่วนตัวเข้าไปเรื่อย ๆ ปฏิกิริยาตอบสนองเริ่มทำงานอย่างหนักหน่วงจนฝ่ายหญิงต้องรีบผงะออก ประคองศีรษะเจ้านายตนวางลงหมอนนุ่มอย่างอ่อนโยน สิ่งที่ทำเมื่อกี้เป็นการให้เลือดด้วยทางลิ้นเพื่อส่งกลับไปหล่อเลี้ยงร่างกายอานนท์เหมือนเดิม เด็กสาวไม่ได้เจตนาทำร้ายเจ้านาย แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดถึงว่าอานนท์จะย่องเข้ามาด้วยเหตุผลอะไรก็ตามในเวลาใกล้ออกหากินคือตีสามครึ่ง ถึงภายนอกดูเหมือนมนุษย์ธรรมดาแต่ภายในกับร้อนรุ่มความกระหายอยู่เต็มไปหมด ยิ่งได้กลิ่นหอมจากตัวอานนท์เข้าไปด้วยแล้วมันยิ่งไปกระตุ้นความกระหายของนางมากขึ้นเข้าไปใหญ่อานนท์เหลือบมองใบหน้าริต้ากับริมฝีปากอยู่นิดหนึ่งก็เบี่ยงหลบ พยายามยันตัวเองขึ้นแต่ดันกลับไม่สำเร็จ เขาต้องนอนลงเช่นเดิมจนเห็นริต้าลากเก้าอี้เล็กเข้ามานั่งตรงข้างเตียง“ ทำไมคุณชายถึงเข้ามาในห้องนอนของดิฉันเจ้าคะ ? ” ประโยคเดียวและได้ใจความยิงตรงมายังอานนท์กับสายตาเต็มไปด้วยความสงสัยมากมายกำลังรอฟังคำตอบอยู่“ เอ่อ คือ... ข้า ” เสียงอ่อนฟังดูติด ๆ ขัด ๆ ยิ่งทำให้ริต้าหรี่ตามองอย่างจับผิดจากท่าทางของเจ้านายนางมากขึ้น เห็นเด็กหนุ่มหันมองไปยังเสื้อผ้าอันวางพับอยู่บนโต๊ะตัวสูงข้างห้องน้ำ“ คุณชายต้องการเอาเสื้อของดิฉันไปพิสูจน์หาอะไรบางอย่างใช่หรือไม่เจ้าคะ ? ” ใช่แล้ว ริต้าคิดว่าคุณชายอาจรู้ถึงเผ่าพันธุ์ที่แท้จริงของนางได้ ถึงในใบประวัติบอกว่าไม่จำเป็นต้องระบุเผ่าพันธุ์ก็ตาม แต่การถามออกไปเช่นนั้นแค่เพียงลองตั้งข้อสมมติฐานหาความจริงเพื่อความแน่ใจอีกอย่างหนึ่งด้วยเมื่อเห็นคุณชายไม่ตอบริต้าเลยลุกขึ้นไปหยิบเสื้อผ้า ยื่นให้กับเขาด้วยรอยยิ้มที่เดาอารมณ์ไม่ออก มันช่างทำให้อานนท์รู้สึกขนลุกซู่อย่างกับเจองูตัวเป็น ๆ อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง ! ทำไมชีวิตของข้าต้องถึงได้มาพัวพันกับงูพวกนี้ด้วยนะ !!!“ ข้าขอถามเจ้าก่อน ” อานนท์ไม่เพียงพยายามหลีกเลี่ยงคำตอบ แต่กลับขอถามเมดสาวด้วยความอยากรู้ขึ้นมาเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์ของนาง“ เจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่ ?! ”แต่คำถามนั้นมันอาจฟังดูแรงไปสำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง ริต้าได้แต่ยืนยิ้มฝืด ๆ แทบพยายามข่มอารมณ์ตัวเองไม่ให้ร้องไห้หรือโต้กลับ ทั้งภาระที่นางต้องหาเงินมาใช้หนี้แทนพ่อ และวันนี้ที่ได้เริ่มงานเป็นวันแรกแต่กลับทำเรื่องไม่ดีเกือบทำร้ายหลานชายคนเดียวของท่านเดลล์ ซึ่งเป็นคนในตระกูลเก่าแก่ที่สุดสืบทอดเชื้อสายเลือดนักเวทสายบริสุทธิ์ คอยสนับสนุนเกื้อกูลให้กับเหล่าตำแหน่งขุนนางใหญ่โตมากมายเท่าที่นางพอรู้จักมาจากท่านพ่อ ถือได้ว่าเป็นเสาหลักใหญ่ตระกูลหนึ่งเลยของคนในเขตนี้ต่างรู้จักกันดีมาตั้งแต่บรรพบุรุษอานนท์เห็นท่าทางของริต้าก็รู้ได้ทันทีว่าเขาพูดแรงไป ทำให้เด็กหนุ่มรีบก้มหัวขอโทษจนริต้าเอื้อมมือห้าม แต่คุณชายเอาแต่สายหน้าและพูดขึ้น“ ข้าขอโทษ คือข้าพูดไปโดยไม่คิดน่ะ ข้าขอโทษจริง ๆ ” ริต้ารีบพยักหน้าอย่างไม่ถือสา เมื่อเห็นว่าคุณชายของนางดูรู้สึกผิด ระหว่างนั้นปรากฏร่างบางสวยสง่ายืนอยู่ด้านหลังเด็กสาวก่อนแล้ว อานนท์เห็นถึงกับตกใจกับการมาของภูตตน“ ลูซ ! ” เสียงอุทานดังของอานนท์ทำให้ริต้ารีบหันไปมองด้านหลัง นางถึงต้องรีบผงะออก ล้มนั่งลงบนเตียงตรงข้างเด็กหนุ่มที่ยังคงนั่งพิงหัวเตียงอยู่“ ไหนบอกเข้ามาไม่ได้ไง ?! ข้าไม่น่าเชื่อเจ้าเลยจริง ๆ ลูซ ” อานนท์นึกโมโห มือพยายามพยุงตัวเองให้ลุกออกจากเตียงได้สำเร็จ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันทำให้ริต้ายิ่งงุนงงเข้าไปใหญ่“ คุณชายเจ้าค่ะ ผู้หญิงคนนี้คือใครเหรอเจ้าคะ ? ” ริต้าหันไปมองทางคุณชาย “ ภูตประจำตัวของข้าเอง ไม่มีอะไรหรอกริต้า ” อานนท์ตอบอย่างกดน้ำเสียงหนักช่วงแรก ยืนกอดอกมองภูตสาวแสนสวยยืมยิ้มหวานแพรวพราวส่งมาให้ จนเขาต้องพูด “ เหอะ ” กลับไปแทน“ แต่เอาเถอะ... ” เด็กหนุ่มคิดเปลี่ยนเรื่องในเมื่อโมโหไปก็เท่านั้น หันมาหาริต้าอีกครั้งพลางเอ่ย “ ริต้า ตกลงเจ้าเป็นเผ่าพันธุ์อะไรเหรอ ? ” เด็กสาวมองอานนท์ตาปริบ ๆ รีบตอบก่อนคุณชายมีน้ำโหขึ้นมาอีกครั้ง ระหว่างนั้นหันไปมองภูตสาวสลับกับเด็กหนุ่มไปด้วย“ เผ่าพันธุ์ของดิฉันคือมาเรียซิน คุณชายไม่รู้จักก็ไม่แปลกหรอกค่ะ เพราะว่า… ” ริต้าหยุดเว้นวรรคจนอานนท์คิดว่านางตอบเขาเพียงแค่นี้ แต่ดูนางเหมือนจะมีอะไรมากกว่านี้นะ“ เพราะอะไรเหรอ ? ” อานนท์กลับมานั่งลงด้านข้างริต้าอย่างเดิม ทำหน้าสงสัยและอยากรู้เอามาก ๆ จนใบหน้าเด็กสาวเริ่มแดงขึ้นด้วยความเขินอายพลันหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เพราะทนความหล่อผิดธรรมดาของชายคนนี้ไม่ได้จริง ๆ“ ก็เพราะ... เผ่าพันธุ์ดิฉันมันใกล้สูญพันธุ์เข้าไปทุกทีทุกทีแล้ว ซึ่งเหลือรอดไม่กี่คนที่จะดำรงอยู่จนมาได้ถึงทุกวันนี้เจ้าค่ะ ” ประโยคคำตอบสั้น ๆ ของริต้าที่ฟังดูแปลกสำหรับอานนท์ แต่เขาพยายามเข้าใจเกี่ยวกับวงจักรของการสูญพันธุ์ ซึ่งเปรียบระหว่างนักล่าหมู่มากและกับเหยื่อหมู่น้อยกว่าที่มีจำนวนลดน้อยลงจนอยู่ในภาวะล่อแหลมต่อการสูญพันธุ์ไป“ อ๋อ ” อานนท์พยักหน้า เหลือบมองภูตสาวสื่อที่ว่าชิ่งหนีกลับไปนอนต่อ โดยไม่อยากบอกเหตุผลที่แท้จริงของการย่องเข้ามาในห้องริต้า แต่ดูเหมือนนางรู้ทันรีบหันจ้องคุณชายตนและเอ่ยต่อทันที“ ว่าแต่เหตุใดเจ้าคะ ทำไมคุณชายถึงต้องการเสื้อผ้าของดิฉันถึงขนาดต้องแอบย่องเข้ามาห้องของคนอื่นด้วย ? ” ระหว่างพูดลองแกล้งประชดใส่ สายตาริต้ามองเสื้อผ้าที่อยู่ในมือคุณชายอยู่อีกรอบ“ ข้าเนี่ยแหละที่ขอให้อานนท์ทำเอง... ” จู่ ๆ ลูซเอ่ยแทรกขึ้นและหยุดเว้นวรรคทำให้ริต้าหันไปมองทางภูตสาวอย่างสงสัย “ ก็เพราะข้าไม่ไว้ใจและอยากจะรู้ถึงเจตนาที่แท้จริงของเจ้ายังไงล่ะ โดยข้าก็ต้องสืบให้รู้ถึงเผ่าพันธุ์ที่เจ้าปิดบังเอาไว้และอีกหลาย ๆ เรื่อง จนต้องให้ได้แน่ใจว่าเจ้าจะไม่มีพิษมีภัยกับอานนท์ของข้าจริง ๆ ! ” ลูซยิ้มนิดหนึ่ง เอ่ยต่ออีก “ และตอนนี้ข้าก็เชื่อแล้วว่าเจ้าไม่มีเจตนาร้ายกับอานนท์ ”“ เดี๋ยวนะ แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ นั่นคือแผนของเจ้าอีกใช่ไหมลูซ ?! ” อานนท์ลุกขึ้นอีกครั้ง กอดอกหรี่ตามองด้วยใบหน้าเริ่มแดงขึ้น เพราะความโกรธและโมโหตัวเองที่ชอบให้ภูตสาวตนหลอกใช้เขาอยู่ตลอด ! แถมยังไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้หญิงคนนี้อีกตามเคยลูซยิ้มแห้ง พยักหน้าอย่างช้า ๆ รู้สึกถึงความร้อนส่งมาที่นางได้ทันที “ คือว่า... มันก็ไม่เชิงจะเป็นแผนที่ข้าวางไว้หรอกนะอานนท์ ” เด็กหนุ่มทำหน้านิ่งชนิดที่ว่าใครเห็นแล้วต้องหลงใหลอย่างหัวปักหัวปำ ความรู้สึกถึงภายในห้องเริ่มร้อนแทนที่ความหนาวปกคลุม จนริต้าต้องยกมือปาดเม็ดเหงื่อบนใบหน้าตนด้วยความรู้สึกกลัวกับผู้ชายคนนี้เข้าแล้ว “ งั้นก็บอกมาให้หมดว่าเพราะอะไร ทำไมถึงต้องทำแบบนี้กับข้า ?! ” เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา ลูซรีบกลืนน้ำลายดังเอือก ตัดสินใจบอกความจริงไปทั้งหมดอย่างไม่กั๊ก“ ตอนที่เจ้าเจอกับอานนท์ครั้งแรก ข้าก็เริ่มได้กลิ่นของเผ่าพันธุ์ที่คิดว่ามันได้หายสาบสูญไปแล้วอยู่ใกล้ ๆ และพอนานไปข้าก็รู้ว่าเจ้าเป็นชาวมาเรียซิน ผู้เหลือรอดจากการไล่ล่าของเผ่าพันธุ์โกคาเรย์... ” ลูซหยุดเว้นวรรค และเอ่ยต่อเมื่อเห็นทั้งสองคนนั่งตั้งใจฟังอยู่ โดยเฉพาะริต้า นางพยักหน้าตลอดเมื่อลูซเล่าถึงการไล่ล่าของพวกโกคาเรย์ “ ข้าย่อมรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์ของเจ้า ข้าเลยใช้โอกาสนี้ทดสอบความซื่อสัตย์และทำให้เจ้าเผยเจตนาที่แท้จริงออกมาว่ามาดีหรือร้ายกันแน่ต่อเจ้านายของข้า ! ” ประโยคหลังลูซเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและดูจริงจัง จนอานนท์เริ่มเข้าใจในความเป็นห่วงของภูตสาว เด็กหนุ่มเดินอ้อมเตียงไปหาลูซ ยื่นมือจับมือเล็กของนางเพื่ออยากง้ออย่างกับคู่รักเมื่อใครพบเห็นต่างทำให้เข้าใจผิดได้ เช่นริต้าความเงียบปกคลุมพื้นที่ห้อง เมื่อต่างคนไม่มีอะไรพูดคุยต่อ อานนท์รู้สึกแบบนั้นเลยขอตัวกลับไปห้องนอนของตัวเอง ส่วนลูซได้เข้าสู่ห้วงจิตบำเพ็ญเพียรอย่างที่นางทำทุกคืนหลังเจ้านายเข้านอนแล้ว+++++++++++++++++++++เมื่อมนุษย์เข้าสู่ห้วงความฝันราวกลับว่านั่นคือความจริงที่ทุกคนต้องเผชิญอย่างไม่จบสิ้น เช่นเดียวกันกับตอนนี้มีเด็กชายคนหนึ่งกำลังวิ่งหนีหมาป่าหลายตัวด้วยสีหน้าหวาดกลัวในทุ่งกว้างเหลืองเพียงลำพัง จนกระทั่งวิ่งจนมุมมาสุดปากเหวลึก ไม่มีเส้นทางอื่นให้หลบพ้นจากฝูงหมาป่าเบื้องหน้าได้อีก เด็กชายตัดสินใจหันมาเผชิญกับมันด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวพร้อมเตรียมต่อสู้กับสิ่งที่เลวร้ายด้วยกำลังแรงแค่สองมือเล็กคู่นี้ ถึงมีอาการตัวสั่นเพราะความกลัวแผ่ซ่านเข้าสู่จิตใจ แต่เขาไม่ยอมแพ้โดยยังไม่ทันเริ่มต่อสู้กับศัตรูเบื้องหน้าเป็นอันขาด ! ผลสุดท้ายสิ่งที่มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่กล้าเผชิญก็คือความกลัวภายในใจ ถ้ามีความกล้าที่เป็นเครื่องมือสำคัญนั่นแล้วจะไม่มีสิ่งใดทำร้ายเราได้ดีกว่าตัวของเราเองเปลือกตางามพลันเปิดออกด้วยใบหน้าตกใจอันเต็มไปด้วยเหงื่อมากมายปกคลุม ร่างสูงโปร่งลุกขึ้นพรวดออกจากเตียงอย่างกับว่าหลังตัวเองกำลังโดนไฟลนอยู่ เสียงหอบหนักกับการสูดลมหายใจไม่สะดวกเป็นอาการต่อมา อานนท์เดินวนด้วยท่าทางกระวนกระวายจิตใจ จนเด็กหนุ่มต้องเดินไปเปิดผ้าม่านสูงรับแสงดวงอาทิตย์มาเติมเต็มพลัง โดยไม่รอให้เมดสาวเข้ามาทำหน้าที่นี้ให้ หันกลับมายืนตรงกระจกบานใหญ่ข้างหน้าต่างใสวิ้ง ถอดเสื้อไหมพรมขาวที่มีรอยเขี้ยวกับคราบเลือดล้อมรอบสองรูอยู่ข้างไหล่ซ้ายออกมาวางบนโต๊ะเล็กข้างเตียงนอน เผยรอยจริงนั้นอย่างเห็นได้ชัดเจนบนไหล่กว้างแลผิวขาวเนียนดุจเจ้าชาย“ ฝันบ้าอะไรอีกเนี่ย ! ”อานนท์เอ่ยคำสบถอย่างหัวเสียกับความฝันนั่นมันได้เข้ามาทำลายการนอนของเขาอย่างไม่น่าให้อภัย มือเอื้อมเปิดบานตู้เสื้อผ้าออกเพื่อเอาผ้าขนหนูเดินตรงไปอาบน้ำ เด็กหนุ่มยืนมองร่างกายตัวเองอยู่ซักพักใหญ่ ระหว่างแปรงฟันไปด้วยความครุ่นคิดกับความฝันนั้น มันต้องการสื่ออะไรกับข้ากันแน่นะ! แล้วทำไมถึงได้ฝันแบบนั้นด้วย เสียงความคิดดังขึ้นอยู่เรื่อย ๆ จนมารู้สึกตัวอีกที เด็กหนุ่มแต่งกายด้วยชุดนักเรียน พาตัวเองลงมาอยู่ภายในห้องอาหารเรียบร้อย ทุกคนยืนรอทำหน้าที่ของตนนั่นคือเตรียมอาหาร เตรียมเครื่องดื่มในยามที่เจ้านายต้องการเรียก อานนท์เริ่มชินกับการปฏิบัติอย่างกับลูกผู้ดีแบบนี้เข้าแล้ว เขาได้แต่ก้มหัวให้เป็นการขอบคุณ ลงมือรับประทานอาหารอย่างเงียบสุขุม จนริต้าที่ยืนอยู่ด้านข้างต้องเอ่ยทักขึ้น“ วันนี้คุณชายดูไม่แจ่มใสเลยนะเจ้าคะ ? ” เด็กสาวต้องลอบถอนหายใจอันรู้สึกผิดเต็มประดาเมื่อนึกเหตุการณ์ในเมื่อคืน หรือเป็นเพราะว่าเหตุนี้หรือเปล่าที่ทำให้เจ้านายของนางไม่แจ่มใสทำหน้าอมทุกข์ถึงเพียงนี้“ เหรอ ? ข้าไม่เป็นอะไรหรอก ” อานนท์หันมาเอ่ย ส่ายหน้าเบา ๆ ลงมือกินโจ๊กต่อไปจนหมดชามโดยไม่สนใจเมดสาวตน ท่าทางเย็นชาแบบนั้นมันทำให้ริต้าต้องรีบคุกเข่าลงอย่างรู้สึกผิด อันแสดงเห็นออกได้ชัดบนใบหน้าสวยและหูพับลงลู่ปิดแก้มนวลชมพู นิกซ์และเหล่าคนรับใช้ต่างพากันหันมามองอย่างตกใจไปทางคุณชาย อานนท์รีบลุกขึ้นเอื้อมมือจับตัวริต้าให้ยืนลุกขึ้นตามและเผชิญหน้ากันพร้อมรอยยิ้มนิด ๆ จากเด็กหนุ่ม“ ข้าไม่เป็นอะไรจริง ๆ ... คือเมื่อคืนข้าฝันร้ายนิดหน่อย... วันนี้เลยดูไม่ค่อยแจ่มใสซักเท่าไหร่... ” อานนท์รีบเอ่ย เมื่อเห็นสายตากำลังวูบไหวของริต้า นางดูไม่มั่นใจกับตัวเองเหมือนครั้งแรกที่เขาเจอ มือใหญ่ยื่นไปจับหูริต้าให้ตั้งขึ้น เด็กสาวชะงักอย่างตกใจแต่ก็ไม่กล้าขัดความต้องการของคุณชายเป็นครั้งที่สอง ที่ตอนนี้กำลังเอานิ้วจับใบหูริต้าอย่างเพลินมือไปแล้ว‘ นิ่มและเด้งจริง ๆ แฮะ ’ เด็กหนุ่มคิด ยิ้มชอบใจทำให้เหล่าคนรับใช้สาวแอบมองด้วยความเอ็นดูไปตาม ๆ กันและหลงใหลในใบหน้าราวเทพบุตร จนพ่อบ้านนิกซ์ต้องดีดนิ้วเรียกสติของทุกคนรวมถึงคุณชายน้อยนามว่าอานนท์ด้วยหลังจากดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือเรือนขาว พบว่าใกล้เข้าเรียนของวิชาศาสตราจารย์วาลเทอร์แล้วนั่นก็คือเก้าโมงตรง อานนท์รีบเร่งให้พ่อบ้านนิกซ์นำพาหนะคันธรรมดาคือสัตว์คล้ายม้ายูนิคอร์นสีดำตัวหนึ่งกำลังพ่วงกับกระเช้าฟักทอง แต่ใบเล็กกว่าเท่าคนสองคนนั่งกันได้สะดวก พันรอบด้วยเถาวัลย์สานเป็นหน้าต่างมองเห็นทั้งสองฝั่ง กำลังเคลื่อนมาจอดรับอานนท์ตรงประตูใหญ่ของคฤหาสน์พร้อมคนบังคับพาหนะเป็นชายวัยกลางคนที่แต่งกายด้วยเสื้อคลุมดำ สวมหมวกแฟลตแค๊ปลายสก๊อตดำแดง บนมือถือแส้สั้นเพื่อสะดวกในการบังคับสัตว์ด้วยท่าทางชำนาญในหน้าที่เมื่อมาถึงโรงเรียนอานนท์รีบตรงไปยังตึกอาคารของวิชากลยุทธศาสตร์เบื้องต้น คือตึกสีฟ้ามีป้ายเขียนบอกเลขสองตัวโตบนหน้าอาคาร พร้อมกับเหล่านักเรียนเดินเข้าไปแต่ละตึกเพื่อกลับมาเรียนในวันอาทิตย์ เช่นเดียวกับพวกสายจอมเวทที่พากันเข้าไปในห้องหมายเลขห้า เพราะอยู่ชั้นล่างไม่ต้องเสียเวลาในการแย่งกันขึ้นลิฟท์หรือบันได ตึกนี้มีอยู่ทั้งหมดสิบชั้นกันเลยทีเดียวอานนท์เดินเข้าห้องเรียน หาที่นั่งอยู่แถวด้านหลัง เพราะระหว่างนั้นฮารัสและเพื่อนอีกสามคนโทรมาบอกว่าคงกลับไปไม่ทันเรียนของวันนี้ ส่วนเหล่าเพื่อนสาวก็เช่นกันดูท่าว่าวันนี้เขาต้องนั่งโดดเดี่ยวเดียวดายในกลุ่มผู้หญิงมากมายรายล้อมเป็นแน่นักเรียนสายจอมเวทนั่งฝั่งซ้ายใกล้หน้าต่างบานใหญ่ ส่วนทางขวาเป็นที่ของเหล่านักเรียนสายกลยุทธ์ นั่งจับกลุ่มคุยซุบซิบนินทาอีกสายจนรู้สึกถึงได้ ด้วยสายตามากมายจับจ้องมายังเขาเป็นพิเศษอย่างเคยชิน อานนท์เอาแต่นั่งเท้าคางมองบริเวณนี้ไปโดยรอบ มันเหมือนห้องเรียนทั่วไปที่มีเก้าอี้ลอยได้เรียงลงมาเป็นชั้น ๆ แบ่งออกเป็นสองฝั่งเหมือนโรงหนังในโลกเดิม หน้าห้องมีอุปกรณ์ในการเรียนการสอนคือโต๊ะยาวไว้ฉายภาพสามมิติกับกระดานโปร่งใสขนาดใหญ่ลอยใกล้ชิดผนังขาว ระหว่างนั้นอานนท์เห็นกลุ่มเพื่อนสาวที่ชื่อแพนหันหลังมองเขาเป็นระยะ ๆ เช่นเดียวกับพวกเจ้าหญิงเคเซีย ผู้ติดตามของนางและแมรี่ฝาแฝดอีกคนของเอล่าสาวหื่นที่สุดที่อานนท์เคยพบเจอมาในชีวิตส่วนเพื่อนผู้ชายร่วมชั้นต่างพาจับกลุ่มของตัวเองกันไม่เหลือช่องว่างให้อานนท์ได้เข้าไปพูดคุยทำความรู้จักเพื่อแก้เหงา เด็กหนุ่มหยิบหนังสือของวิชานี้มาเปิดอ่านดูไปพลาง ๆ ระหว่างรอศาสตราจารย์เข้ามาสอน ส่วนใหญ่ในเนื้อหาเป็นความหมายของกลยุทธ์ทั่วไป ซึ่งดูยังไม่เจาะลึกอะไรมากนัก อานนท์แค่เปิดอ่านผ่าน ๆ ก็ปิดลง สายตาเห็นปลายรองเท้าผ้าใบสีขาวของผู้หญิงคนหนึ่งกำลังยืนค้ำหัวเขาอยู่“ ขอโทษนะ ที่ตรงนี้มีคนนั่งหรือยังเจ้าคะ ? ” เสียงใสดังขึ้นถามอานนท์จนคนทั้งห้องต้องหันมาสนใจ เด็กหนุ่มเงยหน้ามองผู้หญิงคนนี้ ใบหน้าขาววิ้งกว่าคอเป็นสิ่งแรกที่อานนท์ต้องตกใจผงะออกนิดหน่อย แต่ท่าทางดูใสซื่อของหล่อน กำลังมองมายังเขาทำให้ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าที่ตรงนี้มีคนจองอยู่แล้ว และอีกอย่างก็เป็นผู้หญิงคนเดียวที่เข้ามาหาอานนท์อย่างตรง ๆ แบบนี้ด้วย“ เอ่อ... ยังไม่มีครับ ”อานนท์ตอบ ยิ้มนิดหนึ่ง มองไปด้านข้างขวามือมีกลุ่มเพื่อนชายสายเดียวกันกำลังนั่งอยู่ทั้งหมดหกคน ซึ่งเกือบเต็มหมดเหลือที่เดียวคือเก้าอี้ข้างซ้ายเขาหรือที่ผู้หญิงคนนี้เอ่ยถาม ระหว่างนั้นเห็นศาสตราจารย์วาลเทอร์ หญิงวัยกลางคนมีใบหน้าสวยปังมาแต่ไกล เดินถือไม้กายสิทธิ์สีแดงโดยมีหนังสือบางสองเล่มลอยตามปลายไม้โยกไปมาด้วยท่าทางอารมณ์ดีของวาลเทอร์ ทำให้เหล่านักเรียนทุกคนหยุดสนทนาและหันมาเปิดหนังสือโดยเร็ว รู้สึกว่าสายกลยุทธ์ดูรู้จักนิสัยของศาสตราจารย์หญิงคนนี้เป็นอย่างดี เพราะตอนแรกยังนั่งคุยเสียงดังกันสนุกปาก แต่พอเห็นศาสตราจารย์หญิงเข้ามาเท่านั้นแต่ละคนพากันหยิบหนังสือขึ้นมาอย่างพร้อมเพียง ผิดจากสายจอมเวทอย่างเขาเอาแต่มองงุนงงค่อย ๆ หยิบหนังสือตามกันขึ้นมา“ แปลกแฮะ ”อานนท์เปรย มือเปิดหน้าของหนังสือตามที่ศาสตราจารย์บอก ไม่สนใจผู้หญิงด้านข้างอีกต่อไปกำลังหันมามองเขาอย่างสงสัยกับคำเปรยนั้น หญิงวัยกลางคนรีบอธิบายความหมายของกลยุทธ์และประเภทต่าง ๆ ของมันพร้อมบอกวิธีการเก็บคะแนนโดยจะเน้นภาคทฤษฎีทั้งหมดเกือบไม่มีภาคปฏิบัติ ซึ่งเก็บอยู่เจ็ดสิบคะแนน ส่วนอีกสามสิบเป็นการเข้าเรียนและทำงานในคาบได้มอบหมายให้ อานนท์ไม่สนใจพวกกลยุทธ์แทบไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำแต่ไม่ถึงกับละเลย เพราะการวางแผนกลยุทธ์นั้นใช้ในรูปแบบการวางแผนในชีวิตประจำวันให้เป็นระบบหรือสิ่งที่ใหญ่กว่าคือสามารถช่วยในหน่วยงานต่าง ๆ ภายในอนาคตอีกมากมายได้อานนท์รู้สึกง่วงและอยากนอนที่สุดเพราะการร่ายความหมายด้วยน้ำเสียงเชื่องช้าของศาสตราจารย์หญิงเป็นเครื่องมือช่วยกล่อมทุกคนได้เป็นอย่างดีจริง ๆ เด็กหนุ่มเผลอหลับฟุบลงกับโต๊ะโดยมีหัวของเพื่อนด้านหน้าเป็นเกราะกำบังไว้ คนอื่นที่เห็นหลานชายของผอ.กำลังแอบหลับอยู่ไม่กล้าส่งเสียงหรือฟ้องศาสตราจารย์หญิงเลยสักคน ซึ่งเป็นการดีที่เขาได้นอนหลับยาวไปจนหมดคาบ แต่มันแลกกับการบ้านที่ศาสตราจารย์หญิงแก้เผ็ดให้ คือการคัดความหมายในรายวิชานี้หนึ่งร้อยหน้า แทบเรียกได้ว่าเป็นการลงโทษโหดร้ายที่สุดสำหรับคนที่อยากลองของตั้งแต่คาบแรกเริ่มเรียนของวิชานี้ซึ่งความหมายของการวางกลยุทธ์ อานนท์รีบเปิดดูกับพบว่ามีอยู่ทั้งหมดสิบบรรทัดต่อหนึ่งความหมายและในหน้าหนึ่งคัดได้ถึงห้าประโยคที่จะพอดีต่อไปหน้าที่สองและสามจนครบร้อยหน้า !!
..........................................................