หลังจากที่มังกรมารเก้าเศียรถูกสยบลงได้ ไม่นานนักเหล่าเทพสงครามและจ้าวพิภพก็พากันเข้ามายังเกาะแห่งนี้ เพราะในตอนที่กู่เย่เฉินเชื่อมต่อมิติไปนั้นปลายทางของมันคือห้องประชุมที่เหล่าเทพสงครามและจ้าวพิภพมารวมตัวกัน
เมื่อเห็นว่าประตูมิติปิดลงไปโดยไร้ผู้คนออกมา พวกเขาจึงเร่งจับสัญญาณเครื่องบินรบของทั้งสามคนในทันที ก่อนที่จะเร่งออกเดินทางมาเพื่อตรวจสอบดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ซึ่งสิ่งที่พวกเขาพบเจออย่างแรกเมื่อมาถึงก็คือเขตแดนที่มีความผันผวนของพลังแม่เหล็กทำให้พวกเขาต้องทิ้งยานเอาไว้ด้านนอกแล้วพากันบินเข้าไปยังเกาะใหญ่ที่ตอนนี้พินาศย่อยยับไม่มีชิ้นดี
แน่นอนพวกเขาไม่เจอมังกรมารเก้าเศียรแต่อย่างใด พบเพียงร่างสามร่างที่นอนหมดสภาพอยู่ใจกลางเกาะเพียงเท่านั้น
เหล่าภรรยาของไป๋ฉีรวมไปถึงหมิงเย่เมื่อเห็นภาพนี้ถึงกับล้มทั้งยืนในทันที หัวใจของพวกเธอสั่นสะท้านอย่างช่วยไม่ได้ โชคยังดีที่ภรรยาของอู่จินหยางประคองพวกเธอเอาไว้
หลังจากที่เทพสงครามสายเยียวยาของตรวจร่างกายของทั้งสามคนจนเสร็จสิ้นจึงได้บินมาหาพวกเธอในทันที เพราะพวกเรารู้ว่าในที่นี้คนแรกที่ควรจะรู้เกี่ยวกับอาการของทั้งสามคนคงหนีไม่พ้นพวกเธอ
"อะ อาการของสามีของพวกเราเป็นอย่างไรบ้างคะ"เป็นโรสที่เอ่ยปากไถ่ถามด้วยความร้อนใจ
เทพสงครามสายเยียวยาปลดชุดเกราะส่วนหัวก่อนที่จะกล่าวรายงานออกไปตามผลวินิจฉัย "เทพสงครามไป๋ฉีเพียงแค่สลบไปเพราะ ฟอส และคอสมิคฟรอสเหือดแห้ง"
"แต่สำหรับเทพสงครามจื่อยวนและผู้พิทักษ์กู่เย่เฉินพวกเขาไม่มีบาดแผลทางร่างกายและน่าจะโดนโจมตีทางจิตวิญญาณโดยตรง"เทพสงครามสายเยียวยาอีกคนกล่าว
คำพูดของพวกเขาทำให้หมิงเย่ถึงกับหน้าซีด เธอเป็นผู้ใช้พลังจิตเหมือนกัน ดังนั้นเธอจึงรู้จักความน่ากลัวของการโจมตีจิตวิญญาณเป็นอย่างดี
"ละ แล้วพวกเขาตอนนี้ยังหายใจอยู่หรือเปล่า"หมิงเย่กล่าวถามเสียงสั่น
เทพสงครามแห่งการเยียวยาพยักหน้า "ยังหายใจอยู่เพียงแต่ไม่มีท่าทีว่าจะฟื้นก็เท่านั้น"
"ดี ยังหายใจอยู่ก็ดีแล้ว ต้องมีสักทางที่ช่วยรักษาจิตวิญญาณของพวกเขาให้หายกลับเป็นปกติได้"หมิงเย่กล่าวออกมาเช่นนั้น ในเวลาต่อมาพวกเขาก็ทำการเคลื่อนย้ายร่างของทั้งสามคนกลับดราก้อนการ์เด้นไป
ซึ่งโรงพยาบาลดราก้อนเอ็มไพร์ก็รับดูแลร่างของทั้งสามคนไว้โดยมีไป๋เฉินและไป๋เยว่อิงทำหน้าที่ให้การรักษา
ในตอนแรกไป๋เยว่อิง ไป๋หยาเฟย และไป๋หนิงก็แทบสติแตกอยู่เหมือนกันที่เห็นคนแบกร่างไป๋ฉีเข้ามาในโรงพยาบาล ต่อมาเป็นไป๋เยว่อิงที่ช็อกอย่างหนักจนสลบไปเพราะร่างของพ่อเธอถูกแบกตามร่างของลูกชายมาติดๆ
เมื่อเธอตื่นขึ้นมาก็รีบไปหาไป๋เฉินด้วยความร้อนใจ จากนั้นเธอก็ขอรับหน้าที่ดูแลร่างของทั้งสามคนร่วมกับไป๋เฉินในทันที ทว่าผ่านไปวันแล้ววันเล่าก็ยังไม่มีใครที่ฟื้นขึ้นมาเลยสักคน
ณ ห้องผู้ป่วยชั้นบนสุดของโรงพยาบาล ไป๋เฉินที่มาตรวจร่างกายประจำวันให้ทั้งสามคนมองไปยังหลังมือของลูกชายแล้วยิ้มออกมา "ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นผู้อาวุโสท่านใดให้พลังที่น่าเหลือเชื่อเหล่านี้แก่ลูกชายผม แต่ถึงอย่างไรผมก็ต้องขอบคุณจากใจจริง"
ไป๋เฉินยกมือไปลูบผมสีดำของลูกชายด้วยความเอ็นดู "เห้อ ใครจะคิดกันว่าลูกจะมีไม้เด็ดอย่างร่างพลังงานชั้นสูง โชคดีจริงๆที่ตอนนั้นพ่อเลือกที่จะมอบตราประทับและปลุกสายเลือดส่วนหนึ่งให้"
ย้อนกลับไปในวันที่ไป๋ฉีมาที่บ้านของพ่อแม่พร้อมกับอาการซึมๆ ในวันนั้นก่อนที่เขาจะกลับไป๋เฉินก็ได้เข้าไปตบไหล่ให้กำลังใจ และจังหวะนั้นไม่รู้เป็นเพราะสัญชาตญาณหรือมีสิ่งใดมาดลใจ ไป๋เฉินจึงได้ถ่ายทอดตราประทับและปลุกสายเลือดที่แท้จริงให้กับไป๋ฉีถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ด้วยกัน และสิ่งนั้นคือสิ่งที่สำแดงออกมาในช่วงท้ายของการต่อสู้กับมังกรมารเก้าเศียรนั่นเอง
ตัดกลับมายังปัจจุบันไป๋เฉินที่บ่นพึมพำกับร่างกายของลูกชายเสร็จแล้วก็หันไปมองยังห้องกระจกอีกสองห้องที่ตอนนี้มีร่างของชายสองคนนอนสลบไสลไม่ได้สติเช่นเดียวกัน
"เห้อ ถูกโจมตีจิตวิญญาณอย่างหนัก โชคดีที่จิตวิญญาณของพวกเขาแข็งแกร่งจึงไม่แหลกสลาย แต่หากไม่รักษาก็ต้องเป็นเจ้าชายนิทราอยู่เช่นนี้ไปตลอด น่าเสียดายที่ฉันเองก็ไม่เชี่ยวชาญเรื่องจิตวิญญาณเท่าไรนัก เห็นทีต้องรีบกลับแล้วสิ ที่สหพันธ์น่าจะมีวิธีรักษา"กล่าวจบไป๋เฉินก็ถอนหายใจยาวออกมาเห็นได้ชัดเลยว่าเขาไม่ค่อยอยากจะกลับไปยัง 'สหพันธ์' ที่เขาพูดถึงเท่าไรนัก
หลังจากที่ตรวจสอบร่างกายของทั้งสามคนจนเสร็จสิ้น ไป๋เฉินก็เดินออกจากห้องและตรงไปหาภรรยาทั้งสามคนของตนเองที่ตอนนี้พวกเธอกำลังนั่งเครียดกันอยู่ในห้องทำงาน
"ที่รักอาการของพวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง"เมื่อเห็นว่าไป๋ฉีเดินเข้าไป หญิงสาวทั้งสามคนก็ลุกและกล่าวออกมาพร้อมกัน เห็นได้ชัดเลยว่าพวกเธอเป็นห่วงไป๋ฉีเอามากๆ ส่วนไป๋เยว่อิงยิ่งหนักเพราะเธอมีคนให้ห่วงถึงสองคนด้วยกัน
"เทพสงครามจื่อยวนกับพ่อตาอาการคงที่ ส่วนฉีเอ่อร์ของพวกเราตอนนี้ดีขึ้นมาก อีกไม่นานก็น่าจะฟื้นขึ้นมาแล้ว"ไป๋กล่าวรายงานภรรยาไปตามตรง ทำให้พวกเธอโล่งใจขึ้นได้บ้าง
"ว่าแต่คุณแม่ยายกับลูกสะใภ้เป็นยังไงบ้าง ปกติเห็นมาที่นี่ทุกวันทำไมวันนี้ยังไม่เห็นมา"ไป๋เฉินถามด้วยความสงสัย
"ดูเหมือนว่า พวกเธอมีประชุมกันเรื่องการหายไปของอบิสตัวที่มันทำร้ายลูกของเราน่ะ"เป็นไป๋หยาเฟยที่ไขความกระจ่างให้ เป็นเพราะพวกเขาไม่รู้ว่ามังกรมารเก้าเศียรหายไปไหน ดังนั้นเหล่าเทพสงครามจึงได้เฝ้าระวังกันอย่างไม่หยุดหย่อนเช่นนี้