ข้าวของทุกอย่างของซูฮวา ถูกซูลี่จัดเก็บลงกล่องอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยเพื่อรอการขนย้ายคืนให้เ้าของ การขนย้ายคืนให้เ้าของที่ว่า นางย่อมหมายถึงนำไปเก็บเอาไว้ที่เรือนรับรองก่อน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยจึงจะหาเวลานำไปฝังร่วมกับร่างของน้องสาวฝาแฝดอีกที
เมื่อประตูถูกเปิดออก คนติดตามทั้งสองก็หันมาหาผู้เป็นายโดยพร้อมเพรียงกัน
“ท่านหญิงจาง...” เจิ้งหลู่เอ่ยยังไม่ทันจบคำ ซูลี่ก็พูดขัดขึ้น
“นายหญิง...ต่อไปนี้ให้พวกเ้าเรียกข้าว่านายหญิง” ซูลี่เอ่ยย้ำกับชายหนุ่มทั้งสอง อยู่ที่นี่นางจะให้ใครรับรู้ถึงฐานะในปัจจุบันของตนเองไม่ได้
“รับทราบขอรับ นายหญิง” หลูเหยาตอบรับว่องไวพลางประสานมือโค้งศีรษะ เจิ้งหลู่เห็นแบบนั้นก็รีบทำตาม จากนั้นทั้งสองคนก็ช่วยกันยกกล่องข้าวของที่มีเพียงไม่กี่อย่างเพื่อนำไปไว้เรือนรับรอง
แน่นอนว่าเพื่อไม่ให้ถูกจับได้ ก่อนหน้านี้ซูลี่จึงเตรียมการมาเป็อย่างดีแล้ว ทั้งให้คนของตนสืบและวาดแผนที่ภายในจวนขึ้น ทั้งหานักวาดมาวาดรูปคนในสกุลหยู และคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อความแเีในการสวมบทบาทเป็น้องสาวฝาแฝดที่ลาลับไป ดังนั้นนางจึงสามารถเดินไปที่เรือนรับรองอย่างมั่นใจโดยไม่ต้องเอ่ยถามหรือให้มีคนนำทาง ส่วนบุคคลที่พบภายในจวน นางก็นึกถึงภาพวาดที่ได้จดจำมาประกอบกับข้อมูลลักษณะนิสัยและลักษณะทางกายภาพ เช่นนั้นนางจึงระบุตัวตนของคนที่พบกันเป็ครั้งแรกได้ในทันที เช่นหยูจินิ เย่ฮุ่ยอิ่ง หรือแม้แต่สาวใช้ที่ได้พบกันก่อนหน้านี้
“ซูฮวา เ้ามาแล้ว” เสียงของหยูจินิดังขึ้นเมื่อเห็นว่าคนในดวงใจกำลังเดินมาทางตนที่รออยู่ด้านหน้าเรือนแห่งนี้
ซูลี่เห็นเขาก็ยิ้มออกมาและเดินเข้าไปหา “คุณชายใหญ่ ลำบากท่านแล้วเ้าค่ะ”
“ไม่เลย ไม่ลำบากอะไร เ้า้าอะไรเพิ่มหรือไม่ บอกข้าได้เลยไม่ต้องเกรงใจ” เขาเดินเข้าไปประชิดตัวของหญิงสาวและตั้งใจเอื้อมมือไปจะจับมือของนาง
แต่ทว่า ด้วยสัญชาตญาณของซูลี่ นางจึงปัดมือข้างนั้นออกและถอยห่างด้วยความรวดเร็ว กว่าจะรู้ตัวก็เห็นสีหน้าของเขาเจื่อนลงเล็กน้อยแล้ว
“ขอโทษ ข้าแค่ดีใจที่เ้ากลับมา” หยูจินิยกมือขึ้นเกาศีรษะแก้เก้อ เขารู้ว่าซูฮวาก็เป็เช่นนี้มาโดยตลอด แม้จะรับรู้ได้ว่ามีใจตรงกัน แต่ด้วยศักดิ์ฐานะ นางก็มักจะเจียมเนื้อเจียมตัวไม่เคยให้เขาทำสิ่งใดเกินเลยแม้แต่น้อย ถึงอย่างนั้นเขาก็สุขใจที่นางเคยอยู่ข้างกายเขามาโดยตลอด แต่เหตุไฉนกิริยาของนางเมื่อครู่จึงคลับคล้ายว่านางกำลังรังเกียจเขากัน
หยูจินิเริ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ทว่ายังไม่ทันได้คิดหาคำตอบ สตรีตรงหน้าก็ชิงพูดขึ้นก่อน
“ข้าแค่เกรงว่าคนจะมองคุณชายใหญ่ไม่ดีน่ะเ้าค่ะ ถึงแม้ว่าข้าอยากกลับมาอยู่ข้างกายท่าน อยากฟันฝ่าอุปสรรคไปกับท่าน แต่ว่า...” ซูลี่เอ่ยไปแล้วก็ช้อนสายตาขึ้นมองคนตรงหน้า
“แต่อะไรหรือ” หยูจินิถามนางเสียงอ่อนโยน
“แต่ว่าคุณชายใหญ่กำลังจะแต่งงาน ข้า...ข้ากลัวคนจะมองท่านไม่ดีเ้าค่ะ ข้าไม่เคย้าสิ่งใดไปมากกว่าการได้อยู่ข้างกายท่านเลย แม้จะมีฐานะเป็เพียงสาวใช้ผู้หนึ่งก็ตาม” ซูลี่แสร้งก้มหน้าบีบน้ำตา
“ข้า...” หยูจินิพูดไม่ออก เพราะเื่ที่เขากำลังจะแต่งงานนั้นเป็เื่จริง
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ เราไม่พูดเื่นี้กันดีกว่า ข้าทนได้ หากต้องถูกรังแกเหมือนก่อนหน้านี้ข้าก็ทนได้เ้าค่ะ อย่างไรนั่นก็คือท่านหญิงหลี่ คือฮูหยินของคุณชายใหญ่ในอนาคต นับเป็เ้านายของข้าอีกคน” ซูลี่แสร้งเอ่ยเสียงสั่น น้ำตาที่คลอเบ้าในคราแรกเริ่มไหลลงมาไม่ขาดสาย นางเติบโตมาท่ามกลางผู้คนที่สวมหน้ากากเข้าหากัน ดังนั้นวิชาการแสดงละครตบตานั้นง่ายดายสำหรับนางเป็อย่างมาก ซึ่งมันก็ได้ผล เพราะในตอนนี้หยูจินิกำลังติดกับแล้ว
“หลี่ฟางฟาง...นางรังแกเ้าหรือ” เขาถามด้วยท่าทีร้อนรน ทว่าสายตาคู่นั้นราวกำลังครุ่นคิดบางอย่างก่อนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ข้าขอโทษ ที่ดูแลเ้าไม่ดีพอ”
ซูลี่ได้ฟังก็ลอบหัวเราะเย้ยหยันอยู่ภายในใจ อย่างที่คาดเอาไว้ ชายผู้นี้ช่างเป็บุรุษที่ไม่ได้ความยิ่งนัก ต่อหน้าแสดงออกว่ารักนักรักหนา คำพูดก็กล่าวว่าอยากปกป้องอยากดูแล พอทำผิดเล็กน้อยก็เอ่ยคำขอโทษเป็ว่าเล่น คำพูดของเขาไม่มีสิ่งใดเชื่อถือได้เลย ไม่รู้ว่าเ้าตัวตั้งใจหรือไม่รู้ตัวเองกันแน่
อีกอย่างเื่ที่ซูฮวาถูกรังแก เขาก็สมควรรู้ อยู่ในจวนเดียวกันจะว่าไม่สังเกตเห็นเลยก็คงเป็ไปไม่ได้ อยู่ที่ว่าเขาสนใจที่จะหาต้นตอจริงๆ หรือเปล่า เย่ฮูหยินรังแกเพราะไม่ชอบใจในตัวซูฮวานั่นก็ปกติเพราะนางเป็แม่ ซึ่งเื่นี้เขาเองก็รู้อยู่แล้ว แต่เขาไม่นึกเอะใจเลยหรือว่าเส้นสายของหลี่ฟางฟางมีมากขนาดนั้นย่อมต้องรู้เื่ของซูฮวากับเขา และด้วยนิสัยของสตรีนางนั้นไม่มีทางปล่อยซูฮวาไปเป็แน่ ขนาดนางที่เพิ่งได้รู้เื่ราวมองปราดเดียวยังคาดเดาทุกอย่างออก
แต่สำหรับเขาคนนี้...นางไม่มั่นใจเลยว่ากำลังแสร้งโง่ปิดหูปิดตาอยู่หรือไม่
“ใช่เ้าค่ะ ท่านหญิงหลี่ให้ซ่งหยวนที่เป็คนของนางทำร้ายร่างกายของข้าสารพัด ให้มารดาของท่านขายข้าออกไปเป็นางคณิกา และยัง...ยังลอบทำร้ายหมายเอาชีวิตข้าระหว่างเดินทาง” แน่นอนว่าประโยคหลังนางปั้นเสริมเติมแต่ง เพราะแท้จริงหลี่ฟางฟางได้ทำไปแล้วต่างหาก เพียงนึกถึงก็ยิ่งทำให้ซูลี่ลอบกำมือแน่น
หยูจินิได้ยินซูลี่เอ่ยชื่อท่านหญิงออกมาจากปากเช่นนั้นในใจก็พลันสั่นระรัว เขากวาดสายตาไปโดยรอบอย่างนึกระแวดระวังเพราะกลัวว่าใครจะได้ยินเข้า เมื่อไม่เห็นว่ามีบ่าวรับใช้คนใดอยู่ใกล้ๆ จึงลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ซึ่งอากัปกิริยาเช่นนี้อยู่ในสายตาของซูลี่ทั้งหมด
“คุณชายใหญ่ ท่านถอนหายใจเพราะนางเอาชีวิตข้าไม่สำเร็จใช่หรือไม่” ซูลี่เอ่ยย้ำ นางเพิ่งพูดเื่ความเป็ความตายไป เขากลับสนใจเื่อื่นมากกว่า นี่จึงเป็ที่แน่นอนแล้วว่าสิ่งที่เขาพูดก่อนหน้านี้เื่ที่หากใครจะทำร้ายนางให้ข้ามศพเขาไปก่อน คำพูดเ่าั้เป็เพียงลมปาก พูดได้แต่ทำไม่ได้ ไม่แปลกใจเลยที่ชีวิตถูกครอบครัว ถูกอำนาจ คอยบงการให้เขาก้าวเดินไปตามเส้นทางนั้น