EMPEROR WORLD ONLINE

    กลยุทธ์ที่ 34 เป้าหมายหลักในถิ่นคนโฉด

    กลยุทธ์ที่  34  เป้าหมายหลักในถิ่นคนโฉด

    “ดูเหมือนฉันจะเชื่อมือนายได้สินะ...”ลูเซียพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

    “แน่อยู่แล้วครับ” จักรพรรดิตอบอย่างมั่นใจ

    ไม่นานขบวนรบใหม่ก็ถูกจัดขึ้น  พร้อมกับระดับของจักรพรรดิเลื่อนขึ้นเป็นอัศวินในฐานะกุนซือ  จากทหารเป็นอัศวินสายปราชญ์ต้องชนะศัตรูในจำนวน  100 คนให้ได้โดยที่ตัวเองเลือดไม่ถึงขีดแดง จักรพรรดิอยู่ขั้นทหาร  100 อยู่แล้วแถมไม่ได้สู้เลือดจะตกสีแดงได้ไงแค่แนะนำจนได้ชัยชนะขั้นเขาก็เลื่อนโดยปริยาย

            “ที่เหลือก็มอนเตอร์อีกไม่กี่สิบตัวแล้ว”ลูกน้องของลูเซียพูดขึ้นมา  ถึงไม่มีจักรพรรดิคอยเป็นกุนซือให้แต่พวกเขาก็เชื่อว่าจัดการพวกมันได้อยู่แล้ว  แค่อาจมีคนเจ็บมากขึ้นและใช้เวลานานกว่าเดิมเท่านั้น  กระนั้นพวกเขาก็ยอมทำตามคนที่ลูเซียให้โอกาส  แล้วในตอนนั้นเอง

            “!!!!”โพรงถ้ำแห่งนี้ก็ลุกเป็นไฟพื้นดินเริ่มสั่นไหว

            “บ้าน่ามันไม่น่าจะมาที่นี่ได้นี่!?” ลูกน้องของลูเซียพูดขึ้นด้วยความตระหนก

            “อะไร?”ลูเซียถามกลับ

            “ซาลามันเดอร์ค่ะนายหญิง  ซาลามันเดอร์มันโผล่มาค่ะ!!”

            “!!” ลูเซียถึงกับแสดงท่าทางตกใจออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็นพร้อมชูกำไลข้อมือของตัวเองขึ้นมา  แต่จักรพรรดิกลับจับข้อมือเธอเอาไว้เสียก่อน

            “...ผมบอกแล้วว่าจะจัดการมันให้คุณเอง”

            ในขณะที่จักรพรรดิพูดกับลูเซีย  อสูรกายกิ้งก่ายักษ์สูง  3 เมตรยืนสี่ขา  มีแผงคอเป็นพังผืด  ลิ้นยาวหางยาวเป็นหนาม  ทั้งตัวลุกเป็นเพลิงก็ส่งเสียงคำรามออกมา

            “!!!!”

            ซาลามันเดอร์ขั้นองครักษ์ระดับ  80 ปกติจะพบมันได้ที่ดันเจี้ยนที่  25  ของที่นี่ลงไป  ลูเซียจะเริ่มรู้สึกตกใจก็ไม่แปลก  เพราะอย่างน้อยที่นี่ก็ไม่เคยถูกมอนเตอร์เข้าเล่นงานหนักๆแบบนี้เลยมันถึงยังมีคำนำหน้าว่า “แฮปปี้” นำหน้าชื่อสถานที่นี้อยู่

            “จัดการได้แน่นะ”ลูเซียถามจักรพรรดิด้วยความแน่ใจอีกครั้ง

            “เชื่อใจผมสิ”จักรพรรดิตอบก่อนจะออกคำสั่งกับลูกน้องของลูเซียออกไป

            “สั่งให้พวกนักฆ่าถอยออกมาเดี๋ยวนี้ให้พวกนั้นคุ้มกันนักเวทนักบวนนักธนูแทน แล้วให้พวกนักรบโดยเฉพาะพวกที่เล่นเป็นแทงค์เต็มตัวขึ้นไปแนวหน้าซะ  นักเวทใช้เวทน้ำยิงขาจำกัดการเคลื่อนไหวของมันไว้  นักธนู มือปืนเล็งที่ขามันด้วย”

            ทุกคนทำตามจักรพรรดิบอก  แล้วในตอนนั้นการต่อสู้ก็เริ่มขึ้นด้วยการเปิดฉากจากเจ้าซาลามันเดอร์ด้วยการพ่นไฟสายใหญ่ออกมา  3 สายในปากเดียว  เล่นงานพวกผู้เล่นที่อยู่แนวหน้าในสายตาที่จักรพรรดิเห็น

            โชคดีที่ลูกน้องของลูเซียเป็นพวกมีความสามารถพวกเขาจึงทานรับมันได้อย่างไม่ยากเย็น  แถมในจำนวนนั้นก็ยังมีผู้ที่มีความสามารถในการสั่งการอยู่ด้วย  จึงเข้าใจเป็นอย่างดีว่าทำไมทางด้านลูเซียถึงให้พวกตนจัดขบวนรบแบบนี้

            พอพ่นไฟหมดตอนนั้นเองพวกนักเวทแทบทุกคนก็ใช้เวทธาตุน้ำเล่นงานเจ้าซาลามันเดอร์ต่อ  ทว่าคราวนี้ไม่ง่ายพอมันเปล่งเสียงออกมาอีกครั้ง  คราวนี้ความร้อนจากตัวมันกลับลุกท่วมขึ้นมารอบตัวจนทำให้ตัวเองอยู่ภายใต้กองเพลิงขนาดใหญ่  น้ำที่พุ่งเข้ามาเลยระเหิดกลายเป็นไอแทบทันที

            พอคำสั่งถูกถ่ายทอดออกไปอีกพวกสายแทงค์ทุกคนบุกลุยไปที่ตัวมันอย่างบ้าคลั่ง  กระนั้นยังไม่ถึงตัวมันเลือดของพวกเขาก็เริ่มลดลงแล้วด้วยความร้อนจากตัวเจ้าซาลามันเดอร์ที่แผ่ซ่านออกมา  และพอคิดว่าจะเล่นงานมันได้หางที่ใหญ่โตดุจแส้ของมันก็ได้ฟาดสัดตัวพวกเขาให้ถอยออกมาอีก  ก่อนที่มันจะกระโจนใส่พวกที่อยู่แนวหลังจนแตกกระเจิง

            ทั้งๆที่มีแต่ความวุ่นวายจักรพรรดิกลับพูดขึ้นมาต่อด้วยรอยยิ้ม

            “ในตอนนี้มันอยู่ใกล้น้ำมากแล้วดันมันลงน้ำซะ!!”

            เจ้าซาลามันเดอร์ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดพร้อมลำตัวถอยไปที่แอ่งน้ำเรื่อยๆกระนั้นมันก็ยังไม่ตกลงไป  ในตอนนั้นเองทวนที่เขาเรียกตัวมาด้วยสกิลเสียงปราชญ์ก็ชักดาบเล่มโตวิ่งฝ่าฝูงมอนเตอร์  กลุ่มลูกน้องลูเซีย  ฟันดาบเล่มโตตัดผ่านกับเปลวเพลิงอันร้อนแรงที่มันพ่นออกมาอัดร่างเจ้าซาลามันเดอร์ตกสู่บ่อน้ำ

            “กรี๊ซซซ!!!”มันร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อร่างของมันตกลงกระทบน้ำไม่เป็นท่า  แต่มันก็ยังไม่ตาย

            ทวนที่ถือดาบในมือกระโดดขึ้นไปบนตัวมันที่ดิ้นอย่างทรมานในน้ำต่ออย่างรวดเร็ว  ใช้สกิลกระแทกพื้นปักดาบลงสู่หัวใจมัน โดยปกติสกิลกระแทกพื้นนั้นจะเป็นสกิลที่มีไว้โจมตีคู่ต่อสู้ในวงกว้างไม่ได้เฉพาะเจาะจง  การที่ทวนทำแบบนี้มันเสมือนเป็นการดัดแปลงใช้ซึ่งตัวเขาเองอาจรู้หรือไม่รู้ผลลัพธ์ที่ตามมา

            กระนั้นจากพลังที่กระจายตัวไปโดยรอบมันกลับอัดอยู่ที่เจ้าซาลามันเดอร์ตัวเดียวในน้ำ  จนมันมีผลทำให้มันมีความตายที่โหดร้าย มันกระอักเลือดออกมาพร้อมกับเกิดแรงระเบิดโดยรอบตัวมัน  ส่งสายน้ำพุ่งสูงสู่ด้านบนเป็นวงคลื่นก่อนสายน้ำนั้นจะค่อยๆโปรยปรายลงมาอย่างช้าๆ เป็นสายฝน

            เสียงเฮดังลั่นเกิดขึ้นมาพร้อมกับเจ้ากิ้งก่ายักษ์นอนตายหงายท้อง และมันยังทำให้จักรพรรดิมองรูปแบบการใช่สกิลต่างๆได้อย่างหลากหลายยิ่งขึ้น

             

            “ดูเหมือนด้านนอกพวกไมดาสเองก็จัดการพวกมันได้แล้วนะ  แล้วพวกนั้นก็กำลังมาที่นี่แล้วด้วย”ลูเซียพูดขึ้นมาในชุดดั้งเดิมที่เปลี่ยนกลับ

            “แล้วได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมรึเปล่าครับ?”จักรพรรดิถามขึ้นมาเรียบๆ พร้อมตอนนี้มีทวนและวันด้ายืนอยู่

            “ไม่ได้อะไรเลย...”

            ถึงจะไม่ได้ข้อมูลอะไรใหม่ๆเข้ามาเลย  แต่ลูเซียก็เริ่มคิดถึงบางอย่างที่ผิดปกติระหว่างวันนี้และเมื่อวานนี้ที่มีและไม่มีได้บ้างแล้ว

            “จะว่าไปเมื่อวานนี้ยังปกติดีอยู่เลย  แต่พอนายมาปุ๊บมันก็มีเรื่องต่างๆมากมายเกิดขึ้นมาทันทีเลยนะ”

            “เปล่านะผมไม่ได้ทำอะไรเลย!!!”จักรพรรดิพูดเหมือนเด็กๆ ที่ขอความเห็นใจก่อนจะคิดอะไรบางอย่างได้ 

            ถึงอย่างไรเสียการช่วยเหลือลูเซียก็ถือว่าเป็นประโยชน์สำหรับเขา 

            “...คุณลูเซียมีมอนเตอร์แถวนี้ที่พอจะพูดได้บ้างรึเปล่าครับไม่ต้องเอาเป็นภาษาคนก็ได้”

            “ถึงจะเจอไปพวกนั้นส่วนใหญ่ก็ไม่คุยโต้ตอบกับเราหรอก  มีแต่จะเข้าเล่นงานเราทันทีที่พบตัวเท่านั้น”ลูเซียพูดพร้อมตั้งข้อสงสัยขึ้นมากับจักรพรรดิ

            “ไม่ต้องห่วง...ผมมีวิธี”จักรพรรดิว่าจบด้วยรอยยิ้ม

             “ดูเหมือนฉันจะคิดถูกนะที่ไม่ส่งตัวนายให้ไมดาส  ได้เดี๋ยวฉันส่งให้คนไปช่วยด้วยก็แล้วกัน”

             “ขอบคุณมากครับ เอ๊าะ  แล้วอีกอย่างเป็นสิ่งที่ผมอยากได้ข้อมูลของมันกับคุณอย่างเร่งด่วนช่วยดูมันให้ผมทีได้ไหมครับ”

            “เอาซิ”ลูเซียยิ้มบางๆ ออกมา

            จักรพรรดิมองรอบๆก่อนจะพูดขึ้นมาอีกครั้ง

            “ตรงนี้ไม่ได้ครับ”ลูเซียที่ได้ยินเช่นนั้นเข้าใจในสิ่งที่จักรพรรดิพูด

            พอมาอยู่ในห้องที่ลับตาคนทุกคนแล้วจักรพรรดิก็โชว์มันออกมาให้เธอดู  กำไลสีขาวงาช้างมีอักขระสีแดงแปลกๆอยู่โดยรอบมากมายที่สวมใส่ที่มือขวาของเขา 

            “มันคือ?”ลูเซียพูดขึ้นด้วยความสงสัยอย่างถึงที่สุด

            “กำไลแห่งสัจจะครับ”จักรพรรดิตอบก่อนดวงตาของลูเซียจะลุกวาวพร้อมกับนำไอเทมที่เป็นแว่นตาขึ้นมาสวมใส่ซึ่งมันเป็นไอเทมที่ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูล

            ลูเซียจับมือจักรพรรดิพลิกไปพลิกมาก่อนจะได้บทสรุป

            “สิ่งที่สลักอยู่รอบมันคืออักษรปีศาจชั้นสูง”

            ““อักษรปีศาจชั้นสูง””

            “ใช่...ตอนนี้ฉันรู้แค่นี้  แต่มันคงเป็นอะไรที่คล้ายๆ คำสาปใช่ไหม”

            จักรพรรดิลังเลที่จะพูดออกไปทว่าเขาก็พูดออกไปจนได้

            “...ครับถึงตอนนี้ผมจะบอกคุณไม่ได้  แต่ก็ตามนั้น”

            ลูเซียยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

            “ดูเหมือนเรื่องของนาย  จะมีประโยชน์สำหรับฉันมากนะ”

            “ความสามารถของคุณเองก็เช่นกัน...”

            เหตุผลที่จักรพรรดิมาที่นี่  1 อย่างก็เพราะเธอนี่ล่ะ เพราะเขายังขาดซึ่งข้อมูลต่างๆ มากมายเกินไป  พอรู้ข้อมูลมาบ้างว่าที่แห่งนี้มีอักขระตรงกับสิ่งที่เขาสวมใส่อยู่ด้านบนยอดสุดเขาก็วางแผนจะมาที่นี่ทันที  การเป็นโจรการฝึกวิชาอย่างอื่นเป็นแค่องค์ประกอบของเป้าหมายหลักนี้เท่านั้นแต่ทั้งหมดก็เพื่อพื้นฐานของเขาเอง

            “เอาเป็นว่านี่เป็น  1 ในข้อตกลงของผมและคุณที่ทำธุรกิจกันช่วยหาข้อมูลของมันเพิ่มให้ผมทีเรื่องค่าใช้จ่ายไม่เกี่ยง”

            “ได้เลยเพราะดูเหมือนนายจะมีอะไรอีกเยอะที่ฉันต้องการ...”

             

            จักรพรรดิไม่ปล่อยให้เวลาสูญเปล่าไมดาสก็กำลังมาที่นี่เขาจึงออกเดินทางต่อทันที  คนทั้ง 2  ของลูเซียที่ลูเซียให้มานำทางจักรพรรดิได้พาจักรพรรดิออกไปด้านหลังอย่างไม่ยากเย็นโดยที่ใช้เส้นทางที่มีอยู่มากมายเหมือนทางลับเป้าหมายหลักเหมือนจะคืบมาแล้วจักรพรรดิก็ชื่นใจ ส่วนปัญหาเรื่องที่นี่ที่เขาเสนอตัวเพราะคิดจะใช้มันซื้อใจลูเซียด้วยการช่วยเหลืองานเธอส่วนปัญหาระหว่างเขากับไมดาสเขาคิดว่าหากค่อยๆจัดการไปเดี๋ยวทุกอย่างก็เคลียร์ได้เอง(?) มีแค่ส่วนเรื่องเอร่าคงมีแต่จะต้องทำใจ 

            และที่ที่เขามุ่งไปนั้นมีชื่อว่าหุบเขารัตติกาลเป็นสถานที่ที่อยู่ส่วนลึกสุดของแฮปปี้ชาโด้ว์แห่งนี้ 

              ในระหว่างที่คิดเพลินๆ อยู่นั้น  จู่ๆ หนึ่งในลูกน้องของลูเซียก็พูดขึ้นมากับเขา

            “ถึงจะไม่รู้ก็เหอะว่านายคิดอะไรอยู่แต่อย่าประมาทเชียวล่ะ  เมื่อก่อนเคยมีคนหลายคนถูกพวกมอนเตอร์ที่ฉันกำลังพานายไปหาลักพาตัวไปด้วยแล้วพวกนั้นก็ไม่กล้ากลับมาที่นี่อีกเลยเป็นครั้งที่สอง  แม้แต่พวกเราเองก็ไม่รู้แน่ชัดเช่นกันว่าเกิดอะไรขึ้น  หากไปที่นั่นรู้เพียงอย่างเดียวคือทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันเป็นมอนเตอร์ที่น่ากลัวและพูดได้”

            จักรพรรดิยิ้มพูดขึ้นมา

            “น่าสนุกดีนี่”

            “แบก...ดีๆ  สิ..”วันด้าพูดขึ้นมาขณะขี่หลังของจักรพรรดิอยู่ จะทิ้งเธอไว้ที่นั่นก็ไม่ได้หากเธอถูกพบตัวละก็ลูเซียเดือดร้อนแน่ในเวลานี้ที่เธอไม่คิดจะเดินไปเบื้องหน้าต่อด้วยขาของตัวเองภาระนั้นจึงตกมาที่จักรพรรดิผู้ซึ่งเป็นขี้ข้าเธอขณะนี้  ทั้งๆ ที่ทวนเสนอตัวแต่คำพูดนั้นก็เหมือนไร้ความหมาย

            เดินมาด้วยความยากลำบากจากทั้งเส้นทางที่เริ่มลาดชันขึ้นและหญิงสาวด้านหลังตน  ลูกน้องลูเซียสายนักฆ่าคนนึงก็พูด

            “เอาล่ะอีกไม่นานเราก็จะถึงที่หมายกันแล้ว”

            นี่พวกเขาก็เดินมาหลายชั่วโมงแล้ว  จักรพรรดิถือว่าที่ที่เขามานั้นไม่ได้ไกลมากเพราะความชันของหินทำให้การเดินของพวกเขาล่าช้าเท่านั้น  แต่หากคิดดูในแง่ของความเป็นจริงละก็สถานที่ที่พวกโจรอยู่อยู่ใกล้กับรังของมอนเตอร์แค่ใต้จมูกเท่านั้น  แถมยังเป็นมอนเตอร์ที่น่ากลัวตัวนึงในเกมด้วย(จากที่ได้ฟังเขาเล่ามาเมื่อกี้)  การที่พวกในแฮปปี้ชาโด้ว์ยังอยู่ได้อย่างปลอดภัยถือว่าเป็นเรื่องน่าแปลกมาก  เพราะมันก็ไม่ได้อยู่ในโซนปลอดภัยขนาดนั้นเลยถึงแม้จะนอนหลับอ๊อฟไลน์ได้ก็เหอะ

            จักรพรรดิยังไม่ลืมว่าอีกฝ่ายเป็นมอนเตอร์ซึ่งเป็นตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นศัตรูของผู้เล่นโดยเฉพาะในกรณีของพวกอ็อคเขาต้องใช้แผนหลายชั้นในการเข้าหาแต่รอบคนนี้จักรพรรดิไม่มีแผนในการเข้าหาเลย

            ในตอนนั้นเองคนทั้งหมดก็หยุดเดินแหงนมองภูเขาหินสูงชันเบื้องหน้าเหนือหมอกหนาไปอีก

            “เจ้านั่นอยู่บนนี้เหรอ?”จักรพรรดิพูดอย่างตกตะลึง

            “ใช่  เจ้านั่นอยู่บนนี้ล่ะ” เขาตอบ

            “โอเค  ถ้าอย่างนั้นพวกนายทุกคนรอฉันอยู่นี่...”จักรพรรดิต้องปล่อยวันด้าลงมาจากหลังของตนแล้วล่ะ 

            “ถ้าอย่างนั้นพวกฉันก็ขออยู่ที่นี่ตามคำนายก็แล้วกัน”ลูกน้องของลูเซียไม่ค้าน

            “ถ้านายท่านพูดขึ้นมาแบบนั้นข้าก็ไม่กังขา  แต่ต้องสัญญากับข้านะว่าหากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นท่านต้องเรียกข้าทันที”ทวนกล่าวขึ้นมาด้วยความจริงจัง

            จักรพรรดิเข้าใจความรู้สึกของทวนดีจึงพูดขึ้นมาเรียบๆ

            “ตกลง”

            เรื่องทวนเคลียร์แล้วแต่อยู่ดีดีวันด้าก็จ้องเขาเขม็งซะอย่างงั้น

            “ทำไมนายต้องไปคนเดียวด้วย?”

            จักรพรรดิยิ้มแหะๆตอบออกไป

            “...มันสะดวกกว่าก็แค่นั้นและฉันไม่อยากให้เธอเจออันตราย..”ทั้งๆ ที่แกล้งแซวเนียนๆ ให้ใจหวั่น  วันด้ากลับทำสีหน้านิ่งจนจักรพรรดิหวาดกลัวแทน

            “เข้าใจแล้ว....”เธอว่า

             “อ๋อ อีกอย่างระวังตัวด้วยนะนี่เป็นถิ่นของมอนเตอร์แล้วหากมีผู้รุกล้ำนายก็น่าจะรู้ว่าเป็นยังไง”ลูกน้องของลูเซียเสริมขึ้นมาอีก

            เขารู้อยู่แล้วว่ามันจะเป็นยังไงหากมีพวกมันตัวไหนสักตัวพบเขาละก็เขาจะโดนเล่นงานทันที  จักรพรรดิตั้งสมาธิแหงนมองหุบเขาเบื้องหน้าอย่างเงียบๆก่อนจะใช้สกิลตัวเบากระโดดปีนขึ้นไปบนนั้นด้วยความรวดเร็วผสามกับสกิลปราณวิหค

            “วู้ว  เร็วมากทั้งๆ ที่พึ่งขึ้นเป็นขั้นอัศวินนะนั่น”ลูกน้องของลูเซียคนนึงพูดด้วยความชื่นชม ทวนที่ได้ยินรู้สึกปลื้มแทนเจ้านายของตนเองนิดๆ ก่อนลูกน้องของลูเซียอีกคนจะพูดขึ้นมา

            “เออเร็วจริงๆแต่ไปคนเดียวแบบนั้นมันไม่โง่ก็บ้า  มอนเตอร์ที่เจ้านั่นไปหามีความสามารถถึงขั้นราชาคิดอะไรอยู่ในหัวกันแน่นะ”

            หากจักรพรรดิตายจริงๆเดี๋ยวลูกน้องอย่างทวนก็บอกพวกเขาเองเพราะการแชร์ข้อมูลการมีตัวตนอยู่ในเกมนี้ของผู้เล่นกับผู้ติดตามนับเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว  แล้วในตอนนั้นพวกเขาก็จะกลับไปหาลูเซีย

            กลับกันพอได้ยินแบบนั้นทวนกลับยิ่งเป็นห่วง  กระนั้นเขาก็ยังไม่ก้าวขาไปเบื้องหน้าเฝ้ารอเจ้านายของตนเองด้วยความศรัทธาแทนเมื่อเขาสั่งตนเองไว้แบบนั้นก็เป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องทำตาม

            ในระหว่างที่เห็นทวนทำหน้าลำบากใจแต่กลับไม่ขยับตัวไปไหนเสียทีวันด้ากลับพูดขึ้นมาแทน

            “ไม่ไป...ช่วยเจ้านั่น...จริงๆเหรอ?”

            “..ความเชื่อใจมันเป็นส่วนนึงของความสัมพันธ์  ข้ากับนายของข้าต่อจากนี้มีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่มากมายรออยู่เบื้องหน้าหากแค่นี้ข้ายังทำตามคำพูดเขาไม่ได้ข้าก็จะเสียสิทธิ์ที่จะติดตามเขา”ทวนตอบ

            “....ไร้สาระ...นั่นนายก็แค่  คิดเอง...เออเอง....เจ้านั่นตายแน่...”

            ทวนกัดฟันพูดขึ้นมาด้วยความยากลำบาก

            “ไม่ตายหรอก”

            “....”ด้านของจักรพรรดิพอเขากระโดดขึ้นมาเบื้องบนนี้เรื่อยๆ เขาก็ได้ฤกษ์ใช้ความสามารถโจรอีกครั้ง  การที่เขาเรียนกับเอร่านั้นไม่ได้เพราะต้องการปล้นใครแบบเป็นจริงเป็นจังในเกมนี้ก่อนหน้านี้เขาแค่ทดสอบความสามารถของตนเองเท่านั้น  ความสามารถของโจรที่แท้จริงที่เขาอยากเรียนจากเอร่าก็คือการเร้นกาย  การเข้าหา การไปที่ไหนก็ได้ตามอิสระอย่างที่ตนเองต้องการต่างหาก

            วิชาโจรนี้จักรพรรดิเห็นว่ามันมีประโยชน์และช่วยคานอำนาจของกำไลแห่งสัจจะนั่นเองถึงได้ตั้งใจเรียนและฝึกฝน  เพราะหากสู้ตรงๆไม่ได้เขาก็จำเป็นที่จะต้องหาทางสู้ในรูปแบบอื่น การหลบหนีเป็นสิ่งที่อยู่บั้นปลายความคิดของเขาอย่างสิ้นเชิง

            น้ำหอมวิญญาณได้ฉีดโฉลมตัวจักรพรรดิก่อนนัยน์ตาของเขาจะมองหาเส้นทางการย่างก้าวต่อไปเบื้องบนพร้อมกับที่เขาเริ่มใช้พลังลมหายใจผู้ตาย  จนในที่สุดเขาก็ถึงเขตที่พักอาศัยของเจ้าถิ่นที่นี่ที่ทำรังกันอยู่ตามช่องหินและกิ่งไม้สีดำที่ยื่นออกมาจากหุบเขามากมาย

            ขนาดนั้นมีทั้งน้อยใหญ่คละกันไป  แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นมอนเตอร์จำพวกอีกามี  2 สายพันธุ์หลักๆ ในที่นี้  อีกาปากเหล็กและอีกาพญายม

            ไม่มีเวลาให้หวาดกลัวหรือคิดอะไรมากจักรพรรดิต้องผ่านพวกมันไป จนในที่สุดเขาก็เลยตัวหมอกเบื้องหลังปีนสู่ยอดเขาจนสำเร็จ

            “....”จักรพรรดิหอบเหนื่อยและยังไม่ปรากฏตัวสู่สายตาเป้าหมาย มือของเขาตอนนี้ยึดจับต้นไม้สีดำเอาไว้สายตามองออกไปยังทะเลหมอกด้านหลังที่มีแสงจันทร์ทอลงมาจนเกิดภาพที่สวยงามยามค่ำคืนนี้

            พอตั้งตัวได้จักรพรรดิก็เดินเข้ามายังยอดเขาที่มีพื้นที่หินไม่เท่ากันพร้อมมีต้นไม้สีดำงอกยาวโดยรอบจนพันกันเป็นโดมคลุมปิดทั้งยอดเขา  มีแสงจันทร์เล็ดลอดลงมาเป็นจุดๆ

            สัญญาณเตือนดังขึ้นมาทันที  บ่งบอกว่าจักรพรรดิได้พบเป้าหมายของตนแล้ว

             

            ท่านได้พบมอนเตอร์ราชารัตติกาล  เมลวาส ขั้นราชาระดับ  89  ค่ะ 

             

            จักรพรรดิเดินช้าๆอย่างมั่นคงมองไปที่บัลลังก์ไม้สีดำที่ตั้งสูง

            “เจ้ามีธุระอะไรเจ้ามนุษย์?”

            เสียงผู้ชายที่ฟังดูแทบจะไร้เรี่ยวแรงพูดขึ้นมาบนบัลลังก์  จนทำให้จักรพรรดิฉงน  เขานึกว่าเขาจำเป็นที่จะต้องใช้สกิลเสียงปราชญ์เสียงอีก  หากมอนเตอร์พูดในภาษาคนแปะๆ ได้แบบเขามันก็คุยกันง่ายขึ้นหน่อย

            “ฉันมาที่นี่เพื่อมาคุยกับนาย”

            เจ้าของเสียงนั้นหัวเราะรวน

            “ฮึ  ฮึ ฮึ  ฮึ  ฮึ ไม่นึกเลยว่า จะมีมนุษย์โง่เง่าที่ยอมถ่อมาแค่คุยกับข้าทั้งๆที่หลบกองทัพของข้าเบื้องล่างจนมาถึงที่นี่ได้”

            “แล้วคิดว่าฉันขึ้นมาที่นี่ทำไม?”จักรพรรดิถามกลับ

            “แก้แค้น”เขาตอบกลับกับจักรพรรดิทันที

            “เปล่า  ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อแก้แค้น  อะไรที่ทำให้นายคิดว่าฉันจะทำแบบนั้น?” 

            “ก็เผ่าพันธุ์ของข้า  และเจ้าพวกเผ่าพันธุ์อื่นๆ  เข้าเล่นงานพวกพ้องของเจ้าที่อาศัยอยู่  ณ  ที่แห่งนี้ยังไงล่ะ”

            จักรพรรดิต้องรีบปฏิเสธ

            “ไม่ๆๆๆ  เจ้าพวกนั้นไม่ใช่พวกฉัน  ถึงจะมีจริงแต่พวกนายก็ไม่ได้ทำร้ายเธอ”

            “อ้าวไม่ใช่เหรอ?”

            “ก็ไม่ใช่น่ะสิ ฉันต้องขอบคุณพวกของนายด้วยซ้ำที่ช่วยฉันเอาไว้”

            “.....” ความเงียบบังเกิดขึ้นมาแล้วเสียงนั้นก็พูดขึ้นมาต่อ

            “ถึงยังไงก็เถอะ  การมาที่นี่ของเจ้าถือว่าช่างโง่เขลา”พูดจบคราวนี้เขาก็ดีดนิ้วเป็นเสียงดัง “เป๊าะ”

            ในตอนนั้นเองสกิลสังเกตการณ์ของจักรพรรดิที่น่าจะเช็คดูทุกอย่างอย่างละเอียดแล้วกลับพบเห็นดวงตามากมายจากเบื้องบน  ไม่นานเงาดำมากมายก็ตกลงมาเล็ดรอดเงาไม้สู่พื้นเบื้องล่างนับร่วมร้อยเงา

            คาราสุเท็นกุขั้นบารอน  60  อย่างต่ำ  มันเป็นมอนเตอร์รูปร่างมนุษย์ครึ่งอีกา  ที่ส่วนหัวและขาเป็นอีกามีปีกสีดำเปลือยท่อนบนถือหอกเหล็กในมือเป็นอาวุธและมีถือหอกแปลกๆที่ส่วนปลายเป็นรูปปลอกคอหนามบ้างบางจำนวน

            และอีกพวกซึ่งมีแค่ 2 ตัวในสายตาของจักรพรรดิที่มีชื่อว่า เท็นกุชั้นสูงขั้นดยุค 30  มีรูปร่างไม่ต่างจากเท็นกุอีกามีเสริมแต่งก็แค่มันสวมชุดพิธีญีปุ่นเต็มยศเท่านั้น ตัวนึงเป็นรูปร่างชายบึกบึนและตัวนึงเป็นหญิงรูปร่างปราดเปรียว  ผู้ชายถือกระบองหนามไว้ในมือส่วนผู้หญิงเหน็บดาบญี่ปุ่นไว้ที่เอว

            ในขณะที่จักรพรรดิมองเจ้าพวกที่เข้ามารุมล้อมเขาอย่างไม่คาดคิด  เมลวาสก็ตะเบ็งเสียงพูดขึ้นมา

            “คิดรึไงว่าข้าไม่รู้ถึงตัวตนของเจ้า  ข้ารู้ตั้งแต่ที่เจ้ามาถึงอาณาเขตของพวกข้าเบื้องล่างแล้วนอกจากเจ้าแล้วก็ยังมีอีก  4  คนเบื้องล่าง และก็น่าจะมีนซุ่มอยู่รอบนอกอีกใช่รึเปล่า เจ้ามาที่นี่เพื่อจะล้างแค้นใช่ไหม?”

            จักรพรรดิตอบกลับทันควันด้วยใบหน้าเรียบๆ

            “ก็บอกว่าไม่ใช่ไง....”