สวัสดีครับ ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไรดี เพราะช่วงนี้ก็เปี้ยวนิยายไปไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ ไม่รู้จะขอโทษยังไงให้พอกับการหายไปบ่อยๆ...
แต่ถ้าคนที่ติดตามกันมาสักพักแล้วน่าจะพอเข้าใจเหตุผลหลายๆ อย่าง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงอยากจะบอกคำนี้กับนักอ่านทุกคนจริงๆ...
ขอโทษครับ จะพยายามมาให้บ่อยขึ้นเท่าที่จะเป็นไปได้...
ส่วนที่มาของบทนี้ ก็ตามชื่อตอนเลยครับ เนื่องจากวันที่28มิถุนายนนี้ผมจะมีอายุครบ35ปีบริบูรณ์ และเนื่องจากช่วงนี้ผมใช้เวลาอยู่กับพ่อค่อนข้างมาก เลยมีหลายๆ ครั้งที่คุยกับแกไปก็นึกถึงเรื่องเก่าๆ ขึ้น และจู่ๆ ก็มีความรู้สึกหนึ่งขึ้นมา
"พ่อภูมิใจในตัวลูกบ่าว"
คำหนึ่งคำที่ผมอยากได้ยินจากพ่อมาชั่วชีวิต แต่สุดท้ายแล้วไม่ว่าผมจะพยายามอย่างไรก็คงไม่มีทางได้ยินอีกแล้วในชีวิตนี้ มันเป็นสิ่งสิ่งเดียวที่อยากได้จากพ่อมากที่สุดในชีวิต แต่ถึงอย่างนั้นตลอด17-18ปีที่ผ่านมาที่ผมพยายามมาผมจะไม่เคยได้ยินมันสักครั้ง ต่อให้ย้อนกลับไปก่อนที่พ่อจะติดเตียงไปก็ไม่เคยได้ยินมันเลย
งงๆ เนาะว่าพูดถึงทำไม แค่รู้สึกว่าในตอนนี้ สิ่งที่ผมอยากได้มากที่สุดในตอนนี้ แต่ในช่วงนี้ถ้าใครแวะมาอ่านผมเพ้อบ่อยๆ ในตอนที่ไม่มีเนื้อหา ก็คงพอจะรู้ว่าหลายเดือนมานี้ผมค่อนข้างจริงจังปฏิบัติธรรม(คงสติปัตฐาน4โดยพิจารณาขันธ์5 โคจรรอบโดย ญาณ16บางส่วน ถ้าใครอยากรู้ไปหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ครับ) กับการศึกษาพระไตรปิฎก(ตั้งแต่พระสุตันตะปิฎกไปเนื่องจากเป็นเพียงแค่ฆารวาสจึงไม่ได้ศึกษาวินัยปิฎก) ซึ่งหากใครอยากพูดคุยเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมสามารถคุยกับผมได้เสมอเลยครับ ทักไปได้เลยที่เฟส "นามปากกา สุขนิรันดร์"
นั่นแหละครับ ผมก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดีแต่มันเป็นหนึ่งในสิ่งที่ผมตกค้างอยู่ในใจ ทั้งๆ ที่รู้ดีว่าแม้ผมจะไม่ได้เป็น "ลูกรัก" ของพ่อเหมือนกับพี่ๆ แต่ผมก็เป็นส่วนหนึ่งในความรักของพ่อ และที่สำคัญที่สุดคือผมได้เข้าใจตกผลึกแผลสำคัญๆ จนหายดีเกือบหมดแล้ว ส่วนรายละเอียดถ้าใครสงสัยอะไรทักมาหาได้นะครับ ตราบเท่าที่ผมรู้ผมจะตอบให้
ส่วนที่โผล่มาบทนี้ก็ไม่ใช่อะไรหรอกครับ อย่างแรกก็อยากมาขอโทษนักอ่านจริงๆ และอย่างที่สองอยากมาแจ้งว่าหลังจากบทนี้ไปถ้าวันไหนผมไม่มาก่อน3ทุ่มก็จะได้ไม่ต้องรอกัน(ปกติก็น่าจะไม่มีคนรออยู่แล้วเพราะหายบ่อยมาก) แต่นับจากตอนนี้ถ้าหากไม่มีเรื่องสำคัญจริงๆเช่นพ่ออาการซุดหนักหรือแจ้งอีบุ๊คเล่มใหม่ออก ทุกๆ ตอนนับแต่นี้ไปจะเป็นเนื้อหานิยายล้วนๆ ครับ
อย่างสุดท้าย...
ผมอยากได้ของขวัญครับ...
*-*
ตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้ผมแทบจำไม่ได้แล้วว่าได้ของขวัญวันเกิดตอนไหนบ้าง ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วสะดวกใจจะอวยพรใต้โพสนี้เลยก็ได้นะครับ แฮ่ะๆ ขอล่วงหน้าซะนานเลย ช่วงนี้จิตไม่ได้มาอยู่กับตรงนี้เท่าไหร่ มัวแต่ทำโน่นนี้จนวันนี้นั่งหน้าคอมตั้งแต่เช้ายังไม่ได้นิยายสักตัว (เนื่องจากเป็นฉากกลับมาของเยว่หัวเลยอยากให้กลับมาสวยๆ นิดนึง) *-*
และถ้าหากใครอยากส่งขนมลูกอมเล็กๆ น้อยๆมาอวยพรก็ส่งมาได้ที่ 78 ม.4 ต.ประกอบ อ.นาทวี จ.สงขลา 90160 /0633135224 *-*
หรือใครจะโดเนทหรือโอนตรงมามาก็ยินดีนะครับ 9280394142 KTBปรีชา
และเหมือนทุกๆ ครั้งนะ ทุกๆ ยอดโดเนทตอนนี้ร่วมสมทบทุนการ "ทำบุญ" ของไรท์ด้วยนะแต่การทำบุญในที่นี้มิได้ไปวัดวาแต่อย่างใด แต่ส่วยสมทบทุนให้ไรท์สามารถดูแลพ่อที่ป่วยติดเตียงกับแม่ที่สติยังไม่สบบูรณ์ดี กับการฝึกสติปัญฐานของไรท์ด้วยนะครับ
ซึ่ง! สำคัญ!!
ถ้าหากใครโดเนทมาต่อให้เป็นเพียงแค่บาทเดียว ลองสาธุบุญที่ผมได้ทำด้วยนะ เพื่อที่นักอ่านจะได้รับ "อานิสง" และเป็นการสร้าง "เหตุ" ที่ทำให้จิตใจละวางจากทรัพย์ส่วนนั้นและอื่นๆถ้าให้ละเอียดคงยาวหลายหน้า เอาเป็นว่า...
หวังว่าเรามีกรรมที่เชื่อมต่อกันแล้วไปเจอกันในสักวัน เพราะว่าถ้าหากเชื่อในศาสนาพุทธและเชื่อในการเวียนว่าย ผมได้ตั้งมั่นในความปรารถณาเอาไว้แล้ว ว่าจะขอศึกษาธรรมให้ถ่องแท้ และจะนำพาผมที่เคยรักและปรารถนาดีต่อกันข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งกล่าวคือกระแสแรกแห่งนิพพานให้ได้ ไม่ว่ามันจะต้องกินเวลาไปนานแค่ไหนก็ตาม...
ต่อให้ใน "รอบนี้" เราอาจจะไม่ได้เจอกัน เพราะผมตั้งใจเอาไว้แล้วว่าหลังจากที่ "ส่งพ่อกลับบ้าน" ผมคงจะศึกษาธรรมและเริ่มเข้าสมาธิแล้ว ถ้าหากความตั้งใจนี้ยังไม่เปลี่ยนไป ผมคงไม่ได้เดินทางไปไหนไกลๆ และอยู่ปฏิบัติธรรมที่บ้านไปเรื่อยๆ จนกว่าจะจบรอบนี้หรือบางสิ่งที่เกินจินตนาการไปนิดนึงจะเห็นผล...
และใช่แล้วครับ ผมมีความตั้งใจที่จะเป็นเหมือนคนให้ตู้เย็นกับเยว่หัว...
ถ้าหากผม "สร้างเหตุ" ที่ดีพอและถูกต้องพอ ผมคงจะสามารถคงความตั้งใจนี้ได้ เหมือกับในตอนที่เราอยากจุดเทียน ถ้าหากมีเทียน มีไฟแช็ค มีอากาศ ผมคงจะสามารถจุดเทียนได้...
ไม่ว่านักอ่านจะเป็นใคร อยู่ในมุมไหนในดลก หวังว่าเหตุที่เราสร้างขึ้นมา จะสามารถนำพาให้เราได้พบเจอกันในสักวัน หรือต่อให้นักอ่านจะบรรลุธรรมแล้วข้ามไปอีกฝั่งก่อนได้ ผมก็ขออนุโมทนาด้วยครับ ส่วนผมก็จะทำตามความตั้งใจนี้ต่อไป อย่างน้อยที่สุดในชาติภพนี้ ผมขอพาพ่อกับแม่ไปในทางที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และหวังว่านิยายที่ผมได้เขียนนับแต่นี้ไป จะสามารถให้อะไรกับนักอ่านได้บ้าง ต่อให้เพียงแค่คนเดียวเข้าใจมันได้เพียงแค่ครู่เดียว ผมก็ดีใจแล้ว..........
สรุปหลักๆ บทนี้ที่โผล่มาก็แค่มาขอคำอวยพรจากนักอ่านกับระบายให้ฟังแหละ ยังไม่ชินกับความเหงานี้สักทีหลังจากตอนนี้ไปค่อยไปเจอกันในเนื้อหานะครับ ตอนไหนก็ตอนนั้น
อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญ...
ขอบคุณทุกๆ คนมากนะครับที่ไม่ว่าจะเป็นการแวะเข้ามาหรือเม้นหรือโดเนทก็แล้วแต่ ทุกคนเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผมยังคงสามารถทำตามความตั้งใจแบบนี้ต่อไปได้ ถึงผมจะไม่ใช่นักเขียนที่ดีนัก แต่อย่างน้อยที่สุดผมก็มั่นใจว่าผมเป็นลูกชายที่ดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้แล้ว เพราะอย่างน้อยที่สุดตลอดเวลาที่พ่อติดเตียงมา ไม่เคยมีวันไหนที่พ่อต้องโดดเดี่ยวตราบเท่าที่ไม่ใช่ICU และไม่เคยมีมื้อไหนที่พ่อกินข้าวช้าไปแม้แต่มื้อเดียว
