โจวเหวินเลือกใช่ด้วยความใคร่รู้ เขาไม่รู้ว่าต้องให้อาหารอย่างไร และไม่รู้ว่าสัตว์เลี้ยงคู่หูกินอะไร
ถึงแม้ผู้คนในโลกความจริงจะใช้ผลึกเสริมพลังให้สัตว์เลี้ยงคู่หู เพื่อเร่งกระบวนการวิวัฒนาการของพวกมัน แต่เหมือนว่าสถานการณ์ของมดบินปีกเงินจะแตกต่างออกไป มันไม่ได้กำลังวิวัฒนาการ แต่กำลังเติบโต
“มีตัวเลือกอาหารสองชนิด ได้แก่ มดกระดูกกลายพันธุ์ และมดแกร่งกลายพันธุ์ กรุณาเลือกอาหารที่ต้องการป้อน”
“อาหารเป็นสัตว์เลี้ยงคู่หูอย่างนั้นเหรอ” โจวเหวินรู้สึกว่ามันฟุ่มเฟือยเกินไป สัตว์เลี้ยงคู่หูตัวใดตัวหนึ่งก็มีมูลค่ามากพอให้เทียบกับค่าอาหารนานครึ่งปีของคนทั่วไป แต่มันกลับต้องกินสัตว์เลี้ยงคู่หูเป็นอาหาร
โชคดีที่โจวเหวินไม่สามารถเอาสัตว์เลี้ยงคู่หูที่ได้จากในเกมออกไปขาย มดแกร่งกลายพันธุ์ไม่ค่อยมีประโยชน์แล้ว เอาไปใช้เป็นอาหารก็ไม่รู้สึกเสียดายนัก
จากนั้นโจวเหวินก็เลือกให้มดแกร่งกลายพันธุ์เป็นอาหารอย่างไม่ลังเล ป้อนมันให้กับมดบินปีกเงิน
มดแกร่งกลายพันธุ์ที่ถูกเลือก กลายเป็นประกายแสงพุ่งเข้าหามดบินปีกเงินแล้วเข้าสู่ร่างกายของมัน ส่วนมดบินปีกเงินนอกจากเปล่งแสงสีเงินขึ้นในช่วงแรกแล้ว หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น และปราศจากการเปลี่ยนแปลงใด ๆ นอกจากสถานะหิวที่หายไปแล้ว
หลังจากสังหารมดบินปีกเงิน มดแกร่งทั่วไปและมดแกร่งกลายพันธุ์ก็ต้านตัวละครสีเลือดกับมดกระดูกไม่ได้เลย โจวเหวินควบคุมพวกมันเดินไปข้างหน้า เขาอยากดูว่าในรังมดยังมีอะไรอีก
มดกระดูกกลายพันธุ์บุกฝ่าท่ามกลางฝูงมดราวกับเป็นรถถัง แต่ที่นี่มีฝูงมดเยอะจนน่ากลัว ทะลักมาไม่หยุดราวกับน้ำหลาก หลังจากบุกสังหารมาเกือบครึ่งชั่วโมง ก็เดินหน้าไปได้แค่ไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น
เมื่อเห็นว่าพื้นที่ใต้ดินตรงนี้กว้างขึ้นมาก โจวเหวินก็มีความคิดบางอย่าง เขาเรียกมดบินปีกเงินออกมาในลักษณะแปลงสภาพ ปีกใสขนาดเล็กสี่ข้างปรากฏขึ้นบนหลังของตัวละครสีเลือด ทำให้ตัวละครสีเลือดบินขึ้นมา
ถึงแม้ตัวละครสีเลือดจะบินได้สูงสุดแค่สิบกว่าเมตร แต่ก็สูงพอให้มดแกร่งเหล่านั้นสัมผัสไม่ถึงตัวเขา อีกอย่างตรงนี้เป็นใต้ดิน จึงไม่มีพื้นที่ให้บินสูงกว่านี้
ความจริงบินสูงเกินไปก็ไม่ได้ เพราะบนเพดานถ้ำก็มีมดไต่อยู่จำนวนมาก โจวเหวินจึงไม่อยากให้ตัวละครสีเลือดบินเข้าใกล้เพดานถ้ำมากเกินไป
โชคดีที่โชคชะตาตำนานราชันแห่งการบินต่ำของมดบินปีกเงินมีประโยชน์อย่างมาก สามารถบินต่ำอย่างคล่องแคล่ว ต่อให้มดแกร่งเหล่านั้นกระโดดพุ่งใส่เขาจากเพดานถ้ำ ก็หลบได้อย่างง่ายดาย
บินพุ่งไปข้างหน้าอย่างเต็มกำลัง โจวเหวินอยากรู้ว่ายังมีมดบินปีกเงินตัวอื่นอีกไหม หรือไม่ก็สิ่งมีชีวิตต่างมิติที่ระดับสูงกว่านี้ เพราะการสังหารมดแกร่งธรรมดาไม่สามารถเติมเต็มความพึงพอใจของเขาอีกต่อไปแล้ว
ยิ่งลึกเข้าไปถ้ำ พื้นที่ก็ยิ่งกว้างขวางขึ้น ไม่นานนักภาพในเกมก็เปิดกว้างออก เผยให้เห็นโพรงใต้ดินที่กว้างใหญ่ขึ้นเบื้องหน้า ซึ่งใหญ่โตจนเกินจะจินตนาการได้
ภายในโพรงใต้ดินแห่งนั้นมีรังมดมากมายเชื่อมต่อกัน ราวกับเป็นเมืองใต้ดินขนาดมหึมา
แต่รังมดเหล่านั้นแตกต่างจากสิ่งก่อสร้างของมนุษย์ ลักษณะคล้ายลูกหินกลมขนาดต่าง ๆ เชื่อมโยงกันด้วยแทงหินขนาดใหญ่ กินพื้นที่ไปเกือบครึ่งหนึ่งของโพรงใต้ดิน
อีกทั้งรอบนอกรังมดก็มีฝูงมดบินปีกดำจำนวนมากบินวนอยู่ โจวเหวินมองเห็นแค่ราง ๆ ว่าตรงใจกลางของรังมดมีรังมดทรงกลมขนาดใหญ่ยักษ์ และยังเปล่งแสงสีทองประหลอดออกมา
ทันใดนั้นโจวเหวินก็เห็นมดบินปีกดำฝูงหนึ่งพุ่งเข้ามา ตัวละครสีเลือดถูกพวกมันรุมฆ่าโดยที่ไม่มีโอกาสได้ดิ้นรน
เมื่อเห็นหน้าจอมืดดับลง โจวเหวินก็ออกจากเกม ต่อจากนี้อีกสักระยะหนึ่ง เขาก็น่าจะยังไม่สามารถสำรวจเมืองมดแห่งนั้นต่อ
“อย่างน้อยต้องรอให้มดบินปีกเงินเติบโตก่อน ฉันถึงมีโอกาสไปสำรวจเมืองมด ไม่รู้ว่าแสงทองในรังมดตรงศูนย์กลางนั่นคืออะไร ดูไม่เหมือนมดเลย” โจวเหวินได้มองแค่ไม่นาน เนื่องจากฉากอยู่ไกลเกินไป จึงมองเห็นไม่ชัด
โจวเหวินรู้สึกหิวพอดีเลยอยากไปหาอะไรกิน แต่กลับพบว่าภายในตู้เย็นของหลี่เสวียนว่างเปล่า สิ่งเดียวที่มีอยู่คือพิซซ่าครึ่งชิ้นที่กินเหลือไว้ แถมยังขึ้นราจนฟูแล้ว
“เปิดตู้เย็นใหญ่ขนาดนี้ไว้ตลอด แต่ไม่มีอะไรเลย ไม่เปลืองไฟไปหน่อยเหรอ” โจวเหวินตัดสินใจออกไปซื้อเสบียงกลับมา อีกไม่กี่วันก็จะเปิดเทอม อย่างน้อยช่วงนี้เขาก็ต้องมีอาหารไว้กิน
ภายในห้องสวีทของโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองลั่วหยาง เฉียวซือหย่วนกำลังอ่านเอกสารฉบับหนึ่งอย่างตั้งใจ
ผู้หญิงผมทองตาฟ้าที่ชื่อลี่ซือ กำลังมองแท็บเล็ตพร้อมกับรายงาน “ข้อมูลของเด็กหนุ่มคนนั้นอยู่ในนี้แล้วค่ะ เขาชื่อโจวเหวิน เป็นนักเรียนโรงเรียนมัธยมกุยเต๋อ เพิ่งจบการศึกษาปีนี้ ผลคะแนนไม่เลว ได้อันดับสองของการทดสอบภาคปฏิบัติในเมืองกุยเต๋อ สอบเข้ามหาวิทยาลัยซีหยางแล้ว พ่อของเขาชื่อโจวหลิงเฟิง ทำอาชีพเป็นนักแปล ไม่มีภูมิหลังพิเศษอะไร แต่ที่น่าสนใจคือ โจวหลิงเฟิงเพิ่งแต่งงานใหม่เมื่อไม่นานมานี้ ส่วนคนที่เขาแต่งงานด้วยก็คือ แม่หม้ายตระกูลอันที่ชื่อว่าโอวหยางหลาน”
“โอวหยางหลาน แม่ของอันเทียนจั่วเหรอ” เฉียวซือหย่วนได้ยินแล้วตกใจเล็กน้อย ในที่สุดก็เงยหน้ามองลี่ซือ
ลี่ซือยิ้มเล็กน้อยแล้วพยักหน้าตอบ “ใช่แล้วค่ะ แม่ของผู้บัญชาการอัน ตามข้อมูลที่ได้รับมา อันจิ้งยังเคยย้ายไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมกุยเต๋อ เพื่อสู้กับโจวเหวินโดยเฉพาะ”
เฉียวซือหย่วนฟังจบแล้วครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะมองลี่ซือแล้วถามว่า “โจวหลิงเฟิงไม่มีภูมิหลังอะไรเลยจริงเหรอ”
“ฉันให้คนไปตรวจสอบแล้ว ทั้งสามรุ่นในตระกูลไม่มีอะไรผิดปกติเลย พ่อของโจวหลิงเฟิงเป็นช่างไม้ เขาไม่ชอบทำงานใช้แรงมาตั้งแต่เด็ก ประกอบกับมีพรสวรรค์ด้านภาษา จึงเลือกทำงานสายนักแปล” ลี่ซือดูข้อมูลพลางกล่าว
“เป็นไปได้ไหมที่โจวหลิงเฟิงจะติดต่อกับคนนอกประเทศพวกนั้น” เฉียวซือหย่วนถาม
“น่าจะเป็นไปไม่ได้ค่ะ ถึงแม้โจวหลิงเฟิงคนนี้จะมีพรสวรรค์ด้านภาษา แต่กลับเป็นคนเหลาะแหละ หาแต่ความสุขใส่ตัว ขี้เกียจทำงาน ทั้งยังหลงผู้หญิง ชอบไปเที่ยวบาร์ ด้านการฝึกฝนก็เละเทะสุด ๆ เพิ่งฝืนบรรลุระดับตำนานได้เมื่อไม่กี่ปีก่อน คนแบบนี้ คนนอกประเทศพวกนั้นคงไม่สนใจหรอก” ลี่ซือกล่าว
“งั้นก็แปลก คนอย่างโอวหยางหลานจะสนใจผู้ชายแบบนี้ได้ยังไง” เฉียวซือหย่วนขมวดคิ้ว
“ผู้หญิงไม่ชอบผู้ชายดี ๆ บางทีโอวหยางหลานอาจชอบคนเสเพลอย่างโจวหลิงเฟิงก็ได้” ลี่ซือกล่าว
เฉียวซือหย่วนส่ายหน้าพูดอย่างมั่นใจว่า “โอวหยางหลานไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้นแน่นอน ตอนที่ตระกูลอันเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อันต้าถงเสียชีวิต อันเทียนจั่วเพิ่งอายุสิบสี่ปีก็สืบทอดกิจการของตระกูลอัน สิ่งที่ตระกูลอันถือครองอยู่ เป็นที่หมายตาของคนใหญ่โตจำนวนมากในสหพันธ์ แม้แต่คนในตระกูลอันเองก็มีอยู่ไม่น้อยที่จ้องเล่นงานเขา กล่าวได้ว่ากังวลทั้งภายนอกและใน อันเทียนจั่วสามารถรักษากิจการตระกูลจนถึงทุกวันนี้ทั้งที่อายุยังน้อยแค่นั้น เธอคิดว่าเขาพึ่งพาใคร ผู้หญิงที่เก่งกาจอย่างโอวหยางหลาน ต่อให้จะแต่งงานอีกครั้ง เธอคิดว่าหล่อนจะซี้ซั้วเลือกผู้ชายที่ไม่มีความสามารถเหรอ”
“แต่พวกเราสืบมาชัดเจนแล้ว ตระกูลโจวไม่มีเบื้องหลังอะไรจริง ๆ โจวหลิงเฟิงบริสุทธิ์มาก น่าจะไม่มีความเกี่ยวข้องกับพวกนอกประเทศนะคะ” ลี่ซือกล่าว
“อย่าได้ดูถูกพวกนอกประเทศ” เฉียวซือหย่วนครุ่นคิดแล้วพูดต่อ “ตอนนี้โจวเหวินอยู่บ้านตระกูลอันใช่ไหม”
“เปล่าค่ะ เพราะเขากับหลี่เสวียนรวมทีมกันสอบเข้ามหาวิทยาลัย ดูเหมือนความสัมพันธ์จะค่อนข้างดี ดังนั้นหลังจากมาถึงลั่วหยาง เขาก็พักอยู่ที่บ้านของหลี่เสวียน ก่อนหน้านี้ที่พวกเราไปจังหวัดกุยเต๋อแล้วไม่เจอเขา ก็เพราะหลี่เสวียนพาเขามาลั่วหยางก่อนที่พวกเราจะไปถึง” ลี่ซือกล่าว
“พาโจวเหวินมาที่นี่ ระวังอย่าให้ใครรู้ตัวเด็ดขาด โดยเฉพาะตระกูลอัน” เฉียวซือหย่วนพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น