หลังจบาครั้งนี้มีคดีหนึ่งที่เกิดแล้วสร้างความหวาดกลัวให้แก่ราษฎรเป็อย่างมาก นั้นคือคดีสยองสิบสองศพ
คดีนี้กลายเป็คดีที่สร้างความหวาดกลัวเป็อย่างมาก คดีนี้ในอดีตแม้จะไขคดีได้ แต่เลี่ยงหรงคิดว่ามีคนจงใจให้มันไปทางทิศทางนั้นเสียมากกว่า คงเลี่ยงมิได้ที่จะไม่เกี่ยวข้อง
คดีสยองสิบสองศพ ตามชื่อเลยมีสิบสองคนที่ตาย แล้วศพที่ตายล้วนเป็หญิงสาว เลี่ยงหรงจำได้ว่ามีคุณหนูตระกูลใหญ่ถึงสามคนด้วย มีนางโลมหนึ่งคน ที่เหลือล้วนเป็หญิงสาวธรรมดามีทั้งหญิงที่มิได้ออกเรือน ออกเรือนแล้ว รวมถึงแม่ม่ายด้วย
ซึ่งศพที่พบเห็นล้วนแต่สภาพดูไม่ได้ ทุกศพต้องมีแขนหรือขา ข้างใดข้างหนึ่งหายไปตลอด สภาพศพเน่าเปื่อย กว่าจะตรวจสอบได้ว่าใครเป็ใครนั้นล้วนใช้เวลานานอย่างมาก ยิ่งเกี่ยวข้องกับตระกูลใหญ่อีก ดูอย่างไรก็ไม่ชอบมาพากล คดีนี้มันต้องมีอะไรแน่ๆ
แต่น่าเสียดายที่ในอดีตเลี่ยงหรงไม่ได้สนใจในคดีนี้มากสักเท่าไหร่ เลยทำให้ไม่รู้รายละเอียดอะไรเท่าที่ควร
“ ถ้าหรงเอ๋อร์ไม่หวังทรัพย์มาก เ้าลองเปลี่ยนพระราชทานจากทรัพย์สินมาเป็ราชโองการเลือกคู่ครองเอง เป็การป้องกันที่ไม่เลว “ ถ้าได้ราชโองการนี้มาจะได้เป็การป้องกันพวกขุนนางที่มักจะมีความดีความชอบมาขอพระราชทานสมรสกับแม่ทัพเลี่ยง ถ้าเป็จริงขึ้นมาเลี่ยงหรงจะถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับฝ่ายที่ขอราชโองการโดยทันที แม้จะไม่เต็มใจก็ตาม และมันทำให้ความหวาดระแวงของฝ่าาที่มีต่อทัพทักษิณมีเพิ่มมากขึ้นด้วย
อย่าว่าแต่เหลียงซานที่คิดเช่นนี้ เลี่ยงหรงเองคิดเช่นนี้เหมือนกัน แต่มีข้อเสี่ยงอยู่ ขึ้นอยู่กับว่าฮ่องเต้ทรงไว้วางใจข้ามากเท่าใด หากไม่ไว้ใจ ฝ่าาจะคิดว่าข้ามีใจให้ใครหรือมีเป้าหมายบางอย่าง แต่ถ้าเชื่อใจพอมองแผนของขุนนางออกราชโองการนี้ก็จะมิมีปัญหาใดๆ
“ ข้าเองก็คิดเช่นนั้น “
“ ดีแล้ว ถ้าสาส์นส่งมาถึงพี่จะต้องเดินทางกลับเมืองหลวงแล้ว “
เจ็ดวันต่อมา สาส์นเจรจาสงบศึกก็มาถึง เลี่ยงหรงส่งให้กับชินอ๋องเพื่อนำไปถวายให้แก่ฮ่องเต้
รายละเอียดในสาส์นส่วนใหญ่จะเป็ของบรรณาการอย่างแร่ อัญมณี เงินทอง ผ้าไหมที่ของขึ้นชื่อแคว้นจ้าว ซึ่งเป็พี่เหลียงที่บอกมา และปกติจะต้องมีองค์หญิงมาเชื่อมสัมพันธ์ไมตรี แต่เพราะป่วยหนักจึงมิอาจมาได้
อย่างน้อยก็ตัดอำนาจแคว้นจ้าวไป
ไม่นานนักก็มีการปล่อยตัวเชลยกลับสู่แคว้นจ้าว เป็การประกาศว่าาได้สิ้นสุดลงแล้ว
วันต่อมาก็มีราชโองการเรียกทหารทัพทักษิณร่วมฉลองชัยชนะในครั้งนี้ด้วย
เฮ้ย ~
งานเลี้ยงน่าเบื่อจะตายไป มีแต่เื่น่ารำคาญเกิดขึ้นทั้งนั้น หากมิใช่ราชโองการก็มิคิดที่จะไปหรอก รวมถึงในงานครั้งนี้มีแต่พวกขุนนางที่ชอบตีสองหน้า นิสัยน่ารำคาญทั้งนั้น
เลี่ยงหรงถ่ายทอดคำสั่งเตรียมออกเดินทางกลับเมืองหลวงในอีกสามวันข้างหน้า
สามวันต่อมา
เมื่อทหารทุกคนพร้อม ก็ออกเดินทางได้ทันที เดินทางกว่าห้าวันมาถึงประตูของเมืองหลวงที่ตอนนี้ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม ประตูเมืองได้เปิดออก มีร่างอาชาสีดำขนาดใหญ่ซึ่งผู้ที่ขี่คือแม่ทัพใหญ่ แม่ทัพเลี่ยงนั้นเอง ตามมาด้วยรองแม่ทัพอู๋ซวนทางด้านขวา กุนซือลู่เฟินทางด้านซ้าย มีราษฎรมายืนอยู่เต็มไปหมด ใช้เวลาครึ่งชั่วยาม จึงถึงวังหลวง เลี่ยงหรงไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ตามธรรมเนียม
" ถวายพระพรฝ่าา ขอพระองค์ทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นหมื่นปี “
" ตามสบายเถิด " ฝ่าาพูดคุยกับเลี่ยงหรงเพียงเล็กน้อย
เลี่ยงหรงมีจวนพระราชทานอยู่หลังหนึ่ง แต่มิค่อยได้กลับมาอยู่สักเท่าไหร่เพราะอยู่แต่ชายแดนตลอดที่จวนจึงมีพ่อบ้าน และบ่าวรับใช้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น
" นายท่าน ยินดีต้อนรับกลับขอรับ " เป็พ่อบ้านและบ่าวคนใช้ที่ออกมาต้อนรับ
" อืม "
" บ่าวจัดเตรียมอาหารไว้ให้ นายท่านจะทานเลยหรือไม่ขอรับ " พ่อบ้านคนนี้เลี่ยงหรงซื้อมาจากตลาดทาส รวมถึงบ่าวไพร่บางส่วนด้วย หากผู้ใดผิดสัญญาก็คงมิรอดชีวิตออกไป จึงมีความซื่อสัตย์อยู่มิน้อยโดยเฉพาะพ่อบ้านคนนี้ที่เลี่ยงหรงค่อนข้างไว้ใจได้
" อืม "
หลังจากทานอาหารเสร็จเลี่ยงหรงก็ไปที่ห้องหนังสือเพื่อเคลียร์เอกสาร รวมถึงพวกสมุดบัญชีมาตรวจสอบดูความเรียบร้อย ถึงแม้ว่าจะไว้ใจพ่อบ้านก็ตาม แต่ก็มิได้กลับมาเป็ปีๆ เมื่อตรวจสอบสอบความเรียบร้อยก่อนจะไปนอนพัก
สองชั่วยามผ่านไป
" เออนายท่านขอรับ "
" มีเื่อันใด "
" ชินอ๋องฝากชุดมาให้นายท่านใส่ขอรับ " หืม ดีมิน้อย เพราะเื่นี้เองเลี่ยงหรงก็มิค่อยจะถนัดมากนัก
" นำไปเก็บ งานเลี้ยงข้าจะใส่ชุดนี้จัดเตรียมไว้ให้ดี " ก็ชินอ๋องอุตส่าห์ให้มา
อีกด้านหนึ่ง
มีบุรุษท่าทางองอาจสมกับเป็แม่ทัพเดินเข้ามาให้ห้องเเห่งหนึ่ง ซึ่งด้านในมีบุรุษอยู่แล้วสามคนแต่ละคนล้วนไม่ธรรมดา
“ เสด็จพี่ท่านเป็อย่างไรบ้าง “ ผู้ที่เอยออกมาคือองค์ชายสาม ผู้เป็น้องชายร่วมมารดาของชินอ๋อง ได้รับการแต่งตั้งเป็อ๋อง นามรุ่ยอ๋อง ซึ่งพึ่งเดินทางกลับมาจากชายแดนที่ตนนั้นประจำอยู่
“ พี่มิได้เป็อันใดมาก นั่งก่อนเถิด “ เมื่อรุ่ยอ๋องนั่งลง เสี่ยวซานก็มิรอช้ายื่นเอกสารต่างๆให้แต่ละคนได้ดู
“ องค์ชายรองเคลื่อนไหวแล้ว “ เป็องครักษ์เสี่ยวซานเอยขึ้น เสี่ยวซานมิได้เป็แค่องครักษ์ธรรมดาแต่ยังเป็สหายั้แ่ยังเด็กๆของชินอ๋องอีกด้วย
“ ข้ารู้เื่ของแคว้นจ้าวมาบ้างแล้ว “ รุ่ยอ๋องอ่านจดหมายที่ผู้เป็พี่ชายของตนเขียนมา รวมถึงเื่ต่างๆที่มีขุนนางกังฉินมีส่วนร่วมในาครั้งนี้อีกด้วย เห็นทีต้องรีบกำจัดเสียแล้ว
“ ตัดกองกำลังไปได้อีกหนึ่ง “ องค์หญิงบรรณาการก็ไม่ได้มาเชื่อมสัมพันธ์ไมตรี อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้ แถมยังได้แร่ทองคำที่เป็ของปลอมไปอีกตั้งหาก ถ้าทางนั้นฉลาดสักหน่อยก็คงใช่เวลาไม่นานที่รู้ว่าแร่ที่ได้ไปนั้นเป็ของปลอม แผนในครั้งนี้มิเลวเลยจริงๆ
“ ่นี้ระวังอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายให้ดีๆ แผนการล้มแล้ว คงมิยอมอยู่เฉยเป็แน่ “ มือปราบหลัวเอยพรางจิบชา อีกฝ่ายถือเป็หัวเรือใหญ่เลยก็ว่าได้ อยู่มาถึงทุกวันนี้มิใช่แค่ตาแก่หนังเหนียวธรรมดาหรอก
“ น้องสามเ้าอยากได้บัลลังก์หรือไม่ “ ชินอ๋องเอยถามผู้เป็น้องชายอย่างจริงจัง เพราะยังไงตนก็มิคิดอยากจะ0ได้บังลังก์นั้นแล้ว
“ นี่พี่คิดว่าข้าจะแย่งบัลลังก์ท่านหรือ “ น้ำเสียงของรุ๋ยอ๋องตื่นตระหนกเป็อย่างมาก
“ ฮ่าๆ ถ้าเ้าอยากได้พี่จะให้เ้า “ คราวนี้รุ่ยอ๋องใเป็อย่างมาก เสด็จพี่นะหรือจะยกบัลลังก์ให้ข้า นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
“ ทำไมละเสด็จพี่ ที่ท่านพยายามมาทั้งหมด ทำไม!! “ ตอนนี้รุ่ยอ๋องกำลังสับสนเป็อย่างมาก ราวกับว่าเื่ที่ผ่านมาของเสด็จพี่จะเปล่าประโยชน์เป็ได้
“ ตอนนี้พี่ไม่อยากได้แล้ว “ เพราะมีคนที่ข้ารักอยากจะดูแล การเป็ฮ่องเต้ไม่สามารถมีสนมเพียงนางเดียว หรงเอ๋อร์ของข้ามิยอมแน่ ถ้ารู้ยังไงก็จะพยายามออกมาตรงนั้นเพื่อไม่ให้ตนเองเ็ปไปมากกว่านี้ จริงๆก็มิใช่เพียงแค่หรงเอ๋อร์หรอก ตัวข้าเองก็ด้วย
“ ข้า… “ จริงๆตนก็มิอยากได้บัลลังก์อะไรขนาดนั้น การต้องแบกรับความหวัง ความ้า มิใช่เื่ง่ายดายนัก “ ไม่เชิง จะได้หรือมิได้ก็ได้ “ เหลียงซานเห็นน้องตนตอบมาเช่นนี้ก็พอเดาได้ว่ารุ่ยอ๋องเองก็มีนิสัยเหมือนกับตนเองคนเก่า ที่พยายามทำสิ่งต่างๆให้เสด็จพ่อของตนได้มองเห็นบ้าง หึ เด็กน้อยเอย ช่างน่าสงสัยยิ่งนัก
“ หืม งั้นพี่ยกให้เ้า “ เสด็จพี่มันง่ายขนาดนั้นเลยรึ “ เ้ามิต้องเป็ห่วงพี่จะให้การสนับสนุนเ้า รวมถึงสายงานลับต่างๆ “
“ ขอรับ “ รุ่ยอ๋องเคร่งเครียดมิน้อยเพราะตนก็เป็ทหารเื่ภายในราชสำนัก ตนมิถนัดมากนัก แต่ก็แค่บางเื่ที่สามารถจัดการได้
“ เ้ามิมั่นใจ “ เป็มือปราบหลัวที่ถาม ดูจากสีหน้าเคร่งเครียดแล้วคงเกิดความมั่นใจขึ้นมาบ้าง
“ ขอรับ “ รุ่ยอ๋องยอมรับอย่างง่ายดาย
“ ฝึกฝนขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วเ้าจะเก่งขึ้นเอง มิมีผู้ใดเก่งมาั้แ่แรกหรอก มีพี่อยู่ทั้งคน “ ชินอ๋องให้กำลังใจน้องชายที่ดูจะเคร่งเครียดมิน้อย ทำเอารู้สึกผิดอยู่บ้าง หากน้องสามไม่ไว้ที่จะเป็ฮ่องเต้แล้วมีแต่ความทุกข์ละก็เห็นทีอาจจะต้องหาผู้อื่นที่เหมาะสมกับบัลลังก์ขึ้นมาจริงๆ
“ ขอบคุณเสด็จพี่ “ การแก่งแย่งชิงบัลลังก์มีมาทุกยุคสมัย นั้นจึงเป็เื่ปกติที่เล่าองค์ชายจะต้องไขว่คว้ามันมาให้ได้ ต่อให้ไม่อยากเข้าร่วมก็ถูกดึงลงมาในศึกครั้งนี้อยู่ดี
“ พี่จะให้เสี่ยวเฮย เสี่ยวไป๋ ไปอยู่กับเ้า “ ทั้งคู่เป็หน่วยลับของชินอ๋อง ส่วนด้านฝีมือถือว่าสูสีกับเสี่ยวซานเลยทีเดียว
“ จะดีหรือเสด็จพี่ “ ส่งมือดีมาขนาดนี้
“ ดี “ เมื่อพี่ชายว่าเช่นนั้นรุ่ยอ๋องก็ย่อมรับ
ชินอ๋องให้เสี่ยวซานนำหนังสือเล่มหนึ่งมา ซึ่งหนังสือเล่มนี้เป็รายชื่อของขุนนางที่อยู่ฝั่งหนิงอ๋องและยังมีพวกขุนนางกังฉินที่ไม่ได้เข้าร่วมโดยตรงแต่อาศัยผลประโยชน์ทางอ้อมบ้าง ทางธุรกิจบ้าง แต่ที่หนักๆเลยมิพ้นเื่ภาษีประชาชนมาทำเื่มิดีอีกด้วย ในหนังสือเล่มนี้มิได้มีเพียงรายชื่อธรรมดาๆเพียงเท่านั้นยังมีรายชื่อครอบครัวแต่ละตระกูลที่สำคัญอยู่ โดยเฉพาะพวกสตรีที่้าจะมาหาประโยชน์
รุ่ยอ๋องเมื่ออ่านคร่าวๆก็เข้าใจสิ่งที่เสด็จพี่้าจะสื่อ ในไม่ช้านี้รายชื่อพวกนี้จะต้องไม่ได้ตายดีแน่