รถเคลื่อนเข้าไปจอดในที่จอดรถของผู้บริหารภายใต้อาคารสูงห้าสิบชั้น ภามหอบแฟ้มเอกสารที่ต้องใช้ในที่ประชุมวันนี้แล้วเดินหน้าไปยังห้องประชุมเล็กชั้นสิบแปด ขณะขึ้นลิฟต์มือถือในกระเป๋ากางเกงเขาก็สั่นรัว มือหนาล้วงออกมามองหน้าจอ
สายเรียกเข้า : คุณแม่
ชายหนุ่มระบายลมหายใจออกมาหนึ่งครั้งเพราะรู้ว่าคุณแม่ของเขาโทรมาเื่ที่เขาทิ้งหลานสาวของเพื่อนคุณย่าไว้กลางห้างเมื่อหลายวันก่อน เธอคงจะฟ้องคุณย่าของเขาเรียบร้อยแล้ว
“ครับแม่” เขารับโทรศัพท์ขณะก้าวออกจากลิฟต์
(ภามอยู่ไหนลูก) น้ำเสียงของภารดีอ่อนหวานเสมอเมื่อคุยกับลูกชายคนเล็ก
“บริษัทครับแม่” ภามพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
(เย็นนี้คุณย่าจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ภามต้องมาให้ได้นะลูก เื่ที่ลูกก่อไว้เมื่อวันก่อน คุณย่าโกรธมาก ยังไงวันนี้ก็มาง้อหน่อยแล้วกันนะ) เธอพูดเสียงเบาคล้ายกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงเห็นอกเห็นใจลูกชาย
ภามถอนหายใจอีกครั้งแล้วกลอกตามองบน
“ครับ” เขารับคำอย่างว่าง่ายเพราะรู้อยู่เต็มอกว่าแม่ของเขาโดนคุณย่าตำหนิแกมบังคับถึงได้เข้ามายุ่มย่ามกับชีวิตส่วนตัวของลูก ๆ ปกติเธอจะให้อิสระกับลูกชายทั้งสองคน ไม่เคยตีกรอบห้อมล้อมจนลูกชายต้องอึดอัดใจ
ภามเข้าใจว่าคุณย่าเป็ห่วง แต่หลานสาวคุณหญิงมรกตชื่อเชออะไรสักอย่างไม่ใช่ไทป์ของเขาจริง ๆ พอคิดเื่นี้ภาพของใครบางคนก็ผุดขึ้นมาในสมองแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
เด็กสาวที่มีใบหน้าตาเหมือนตุ๊กตา ดวงตากลมโตทอประกายระยิบระยับเหมือนลูกแมวน้อย จมูกโด่งรั้นรับกับริมฝีปากเล็กที่ช่างเจื้อยแจ้วเจรจา ภามเดินใจลอยจนเลยห้องประชุมเล็กไปอย่างไม่รู้ตัว
ปรางทองอ้าปากหวอในห้องประชุมขณะมองเ้านายที่เดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ผ่านกระจกใสโดยยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ากำลังเดินเลย เธอขยี้ตาสองรอบเพราะคิดว่าตัวเองตาฝาดแล้วมองเขาอีกครั้ง
“คุณภามยิ้ม” เธออุทานออกมาเบา ๆ ราวกับเป็เื่แปลกประหลาด เมื่อได้สติเลขานุการสาวจึงพรวดพราดวิ่งตามออกไป
“ท่านรองคะ ห้องประชุมอยู่ทางนี้ค่ะ” ปรางทองนึกสงสัยว่าเ้านายกินอะไรผิดสำแดงมาหรือเปล่า ปกติเขาเป็เสือยิ้มยาก ั้แ่ร่วมงานกันมาหลายปี น้อยครั้งที่ใครจะเห็นสีหน้าอื่นนอกจากเรียบเฉย
ภามหยุดเท้ากึกทันทีเมื่อได้ยิน เขายืนนิ่งตั้งสติแล้วกวาดตามองรอบ ๆ ซึ่งอีกนิดเดียวก็จะถึงประตูหนีไฟแล้ว จากนั้นจึงรีบปั้นหน้าเคร่งขรึมก่อนจะหันหลังกลับไปแล้วยกมือถือขึ้นมาโชว์เลขา คล้ายจะบอกว่าเขามาคุยธุระ
“ขอโทษค่ะ งั้นพี่ไปรอในห้องประชุมนะคะ”
“ครับ เดี๋ยวผมตามไป”
เมื่อเลขาเดินออกไปแล้วภามก็ส่ายศีรษะให้กับตัวเอง ก่อนจะยืนรออยู่สองสามนาทีแล้วเดินเข้าไปในห้องประชุม
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนถึงเวลาเลิกงาน ท่านรองประธานนั่งอยู่ในรถเพื่อทำใจอยู่พักใหญ่ขณะมองหน้าจอโทรศัพท์ เขาปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีเบอร์แปลกโทรเข้ามา
“สวัสดีครับ” ภามถือคติรับหมดไม่สนว่าจะเป็เบอร์มิจฉาชีพหรือไม่ เพราะกลัวจะพลาดดีลกับลูกค้าใหม่มากกว่า
(สวัสดีค่ะคุณภาม น้าเอง) น้ำเสียงคุ้นหูตอบกลับมา
“ครับคุณน้า” ภามยืดตัวตรงพลางกรอกเสียงที่เจือความเคารพลงไป เพราะเขาจำได้ว่านี่คือเสียงคุณแม่ของอัญญารินทร์
(รบกวนหรือเปล่าคะ)
“ไม่เลยครับ ผมเลิกงานแล้ว” ภามพูดด้วยความอ่อนน้อม
(คือน้าอยากโทรมาขอบคุณเื่ตอนเช้า ถ้าคุณภามไม่ผ่านมา อัญชันต้องไปโรงเรียนสายแน่ค่ะ)
น้ำเสียงของคุณนายทานตะวันร่าเริง ภามไม่แปลกใจเลยว่าอัญญารินทร์สดใสตลอดเวลาเหมือนใคร โชคดีจริง ๆ ที่เด็กสาวได้แม่มาเต็ม ๆ
“ไม่เป็ไรครับ ทางผ่านผมพอดี ไม่ได้รบกวนอะไรเลย ถ้าวันไหนคุณน้าทั้งสองไม่ว่าง ฝากอัญชันมากับผมก็ได้นะครับ แล้วตอนเย็น...” ภามเผลอตัวพลั้งปากพูดสิ่งที่คิดออกมาจนหมดไม่ยั้งไว้เลย ทั้งที่รู้ว่าขจรหวงแหนลูกสาวขนาดไหน
(คุณพ่อไปรับค่ะ ่เย็นไม่ค่อยมีปัญหา)
“ครับ”
(วันที่สิบนี้คุณภามว่างไหมคะ)
“ว่างทั้งวันเลยครับ” ภามจำได้ว่าตอนเช้าอัญญารินทร์ได้บอกล่วงหน้าว่าคุณแม่ของเธอจะเลี้ยงมื้อเย็นขอบคุณ เขาจึงรับปากทันทีโดยไม่ลังเล
(งั้นน้าขอเลี้ยงมื้อเย็นคุณภามที่ร้านสำรับไทยสาขาเซนทรัลเวิลด์นะคะ) เธอบอกสถานที่นัดหมายและคุยกันอีกสองสามประโยคก่อนจะขอตัววางสาย
ภามนั่งอมยิ้มอยู่ในรถอีกราวสิบห้านาที กระทั่งพี่ชายของเขาส่งข้อความมารัว ๆ ว่าให้รีบบึ่งมาเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นคุณแม่ร้องไห้แน่ ชายหนุ่มจึงสูดลมหายใจลึกแล้วกดปุ่มสตาร์ตรถมุ่งหน้าบ้านใหญ่ของตระกูลเตชานันท์
เขารักคุณแม่มากจึงไม่อยากให้คิดมากหรือมีปัญหากับคุณย่าเพราะเขา ค่ำนี้ก็ถือว่าทำเพื่อแม่แล้วกัน
ภามจงใจมาสายเพื่อไม่ให้อยู่นาน เมื่อมาถึงสายตาที่มองมายังเขาของคุณย่าไพพรรณก็กดดันจนภามรู้สึกอึดอัด เขารู้อยู่เต็มอกว่าท่านรักและห่วงใยหลานทุกคน แต่วิธีแบบนี้ก็ดูจะบีบคั้นกันมากเกินไป
“มาแล้วเหรอ สงสัยงานคงยุ่งมากสินะ อีกไม่นานคงได้เป็ซีอีโอดีเด่นแห่งชาติแน่ ๆ” คุณหญิงไพพรรณเอ่ยกระแนะกระแหนหลานชายที่มาเป็คนสุดท้าย คนเป็ย่าทำไมจะรู้ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของหลานตัวเองดี
ภามยิ้มน้อย ๆ พลางยกมือไหว้ผู้ใหญ่รอบโต๊ะนั้นจนครบ ก่อนจะเดินไปยังโต๊ะที่มีบรรดาลูกพี่ลูกน้องของเขานั่งอยู่กันก่อนแล้ว
ภามลอบมองสำรวจแขกในงาน เมื่อเห็นหลานสาวของคุณหญิงมรกต เพื่อนซี้คุณย่าส่งยิ้มกว้างมาให้ ความหดหู่ก็จู่โจมเข้ามาทันควัน คราวนี้ดูท่าทางคุณย่าของเขาจะตั้งใจจับคู่ให้จริง ๆ เพราะไม่เพียงครอบครัวของคุณหญิงมรกต ยังมีอีกหลายตระกูลที่คุณย่า้าจะจับคู่ให้หลาน ๆ ทุกคน
“กินข้าวมาหรือยังลูก” ภารดีที่นั่งอยู่อีกโต๊ะเดินมาถามภามด้วยความเป็ห่วง ยิ่งเห็นแววตาหม่นหมองแล้วหัวอกคนเป็แม่ก็พลันอึดอัดตามไปด้วย
“ยังครับ คุณแม่ไปดูแลแขกเถอะครับ”
หลังจากที่ผู้เป็แม่เดินกลับไปแล้วภามก็เหลือบไปเห็นว่าโต๊ะที่แม่เขานั่งมีไฮโซครอบครัวหนึ่งที่กำลังคุยกับคุณพ่อของเขาอย่างออกรส
ภามหันไปมองพี่ชายเขาที่กำลังนั่งหน้าเบื่อหน่ายอยู่ข้าง ๆ
“นี่งานอะไรเหรอเฮีย” ภามรับแก้วแชมเปญจากบริกรมาจิบแล้วเอ่ยปากถามพี่ชายที่เอาแต่กระดกวิสกี้ขึ้นดื่มโดยไม่พูดไม่จาสักคำ
“เห็นว่าเป็งานฉลองวันครบรอบแต่งงานของคุณอานะ”
“อ๋อ” ภามพยักหน้ารับแล้วยกแชมเปญขึ้นจิบ
ทว่าไม่นานก็โดนพี่ชายสะกิดให้หันมองหลานสาวของคุณหญิงมรกตที่เดินนวยนาดตรงดิ่งมาที่โต๊ะเขา ภามอยากจะทำสีหน้าเอือมระอาแต่ก็จำเป็ต้องปั้นหน้าให้เป็ปกติ
“พี่ภามขา! เชอร์รีนั่งด้วยคนได้ไหมคะ” สาวสายในชุดเดรสรัดรูปจนเห็นทรวดทรงองเอวและเนินอกโผล่พ้นขอบเสื้อขึ้นมายั่วยวนสายตาบรรดาหนุ่ม ๆ ในงาน แต่แล้วความมั่นใจของเชอร์รีก็ต้องสูญสิ้น เมื่อหนุ่ม ๆ ทุกคนในโต๊ะครอบครัวเตชานันท์ไม่สนใจมองเธอแม้แต่น้อย
“เก้าอี้ไม่ว่างแล้ว เชิญคุณเชอร์รีโต๊ะโน้นดีกว่าค่ะ” ลูกพี่ลูกน้องออกหน้าช่วยภาม เธอชี้ไปยังโต๊ะของคุณพ่อเธอข้าง ๆ
เชอร์รีถลึงตาใส่หญิงสาวคนพูดแล้วเหลือบมองภามที่ยังคงนั่งนิ่งถือแก้วแชมเปญหมุนเล่นไปมา ไม่ทักทายเธอสักคำ หญิงสาวรู้สึกหน้าแตกยับเมื่อพี่ชายของภามวางกระเป๋าลงบนเก้าอี้ตัวเดียวที่ยังว่าง เธอกวาดตาไล่จดจำทายาทเตชานันท์ทุกคนที่ไม่ให้เกียรติเธอ จากนั้นก็กระแทกส้นสูงเดินไปฟ้องคุณยายของเธอที่นั่งร่วมโต๊ะกับคุณย่าของภาม
ผ่านไปราวชั่วโมงครึ่งงานเลี้ยงก็จบลง พ่อ แม่ และคุณอาของภามจึงยืนส่งแขก พวกเขาที่เป็หลาน ๆ ทั้งห้าคนก็ตรงดิ่งไปลาคุณปู่กับคุณย่าที่ห้องโถง
“เ้าภามนี่ สงสัยจะเป็เกย์จริง ๆ” คุณหญิงไพพรรณเปรยกับสามีไล่หลังหลาน ๆ ดวงตาก็ทอดมองหลานชายคนกลางอย่างภามด้วยความสงสัย คนอื่นเปิดตัวแฟนกันหมดแล้ว เหลือแค่ภามคนเดียวที่ไม่มีทีท่าว่าจะสนใจผู้หญิงคนไหนเลย ดูแปลกจนน่าจะมีความลับบางอย่างที่ไม่กล้าบอกใคร