เหวยเหนียง หมอดูเทวดา

    ตอนที่ 52 เพราะเข้าใจผิด

            ฝ่าบาททรงใช้เวลาส่วนใหญ่กับการเสด็จเยี่ยมราษฎรพร้อมกับเหล่าขุนนางเพื่อสำรวจปัญหาความทุกข์ยากของปวงชนแคว้นฉินไม่เพียงเท่านั้นตอนกลางคืนพระองค์ยังทรงใช้เวลาส่วนใหญ่กับการอ่านฎีกาและคำร้องทุกข์ต่างๆนานา เพื่อเตรียมวางแผนที่จะแก้ปัญหาและบรรเทาทุกข์ให้พวกเขา ดังนั้นตลอดระยะเวลา 10 วันพระองค์ทรงตรากตรำทำงานอย่างหนักเพียงเพื่อที่จะได้ลืมความเศร้าจากการผิดหวังในความรัก

            พองานทุกอย่างสำเร็จลุล่วงแล้วนั่นจึงทำให้พระองค์ทรงมีเวลามากขึ้นและทรงเห็นว่าเหวยเหนียงนั้นมีความดีความชอบที่มีส่วนช่วยทำให้พระองค์สามารถกอบกู้บัลลังก์ได้สำเร็จและประกอบกับทรงรู้สึกผิดที่มีส่วนทำให้เหวยเหนียงและสามีไม่ได้อยู่ด้วยกันเสียทีดังนั้นพระองค์จึงทรงเรียกนางให้มาเข้าเฝ้า

            “ถวายบังคมเพคะ” เหวยเหนียงคารวะ

            “ลุกขึ้นเถิด” ฝ่าบาทตรัส

            “ขอบพระทัยเพคะ” เหวยเหนียงกล่าว

            “เราขอโทษเรื่องที่ใช้งานซูเยี่ยนให้เดินทางไปรับเสด็จองค์หญิงแคว้นเหลียวทำให้เจ้าและสามียังไม่ได้อยู่ด้วยกันเสียที” ฝ่าบาททรงรู้สึกผิด

            “ไม่เป็นไรเพคะ หม่อมฉันเข้าใจ”เหวยเหนียงไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองใดๆ

            “และมีอีกเรื่องก็คือเราอยากขอบคุณเรื่องที่เจ้ามีส่วนช่วยทำให้เราได้ครองแคว้นฉิน” ฝ่าบาทตรัสอย่างซึ้งพระทัย

            “เอ่อ เรื่องนี้พระองค์ทรงควรที่จะขอบคุณผิงหลางมากกว่าเพคะ” เหวยเหนียงไม่อยากรับความดีความชอบเพราะนางทำตามคำขอร้องของผิงหลาง

            “หมายความว่ายังไง!” ฝ่าบาททรงแปลกพระทัย

            “เพื่อช่วยพระองค์แล้วนางทั้งช่วยตามหาญาติของเด็กผู้หญิงที่ถูกนำตัวไปบูชายัญเพื่อให้มาช่วยเรียกดวงวิญญาณเด็กผู้เคราะห์ร้ายคนนั้นไม่เพียงเท่านั้นนางยังช่วยออกตามหาลูกแก้วมังกรและขโมยมาให้อีก พอขโมยได้นางก็หาสารพัดวิธีเพื่อทำลายลูกแก้วนั้น แม้ว่านางจะทำลายลูกแก้วไม่สำเร็จก็ตามและพอรู้วิธีทำลายลูกแก้วที่แท้จริงนางก็รีบนำลูกแก้วไปที่ถ้ำทางทิศเหนือเพื่อโยนทิ้งลงบ่อน้ำกรดให้อีกตลอดระยะเวลาที่นางช่วยหม่อมฉันแก้อิทธิฤทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองฝ่าบาทพระองค์ก่อนนางไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลยเพคะ ดังนั้นพอเสร็จภารกิจ นางก็เลยเอาแต่นอนลูกเดียวเห็นว่าหลับถึงสองวันสองคืนเลยนะเพคะ” เหวยเหนียงเล่า

            “เป็นความจริงอย่างนั้นหรือ!นางทุ่มเททุกอย่างเพื่อช่วยเราอย่างนั้นหรือ” ฝ่าบาททรงอึ้งและทรงรู้สึกผิดที่เข้าพระทัยผิงหลางผิดไป

            “เป็นความจริงเพคะ” เหวยเหนียงกล่าว

            “เราเข้าใจนางผิดไปจริงๆเราจะทำอย่างไรดี เพราะความน้อยใจที่ไม่เห็นนาง เราก็เลยตกลงยอมอภิเษกกับองค์หญิงแห่งแคว้นเหลียวไปแล้วเรานี่ไม่น่าหุนหันพลันแล่นด่วนตัดสินใจไปแบบนั้นเลยจริงๆ ” ฝ่าบาทตรัส

            “เนื่องจากหม่อมฉันสาบานว่าจะเลิกเป็นหมอดูแล้วเพคะหม่อมฉันก็เลยไม่อาจช่วยเหลือพระองค์ได้” เหวยเหนียงไม่อาจช่วยทำนายใดๆได้

            “ขอบใจมาก ที่เจ้ายอมเสียสละเพื่อเราเราคงต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เรากระทำ ชาตินี้เราคงไม่มีวาสนาได้เคียงคู่กับผิงหลางเพราะนางไม่อยากเป็นสนมหรือเป็นที่สองรองใคร” ฝ่าบาททรงรู้แก่พระทัยดี

            “เอ่อ พระองค์ทรงมีอำนาจพระองค์ทรงสามารถรับนางมาเป็นพระสนมได้นะเพคะ” เหวยเหนียงกล่าว

            “เราไม่อยากบังคับฝืนใจนางและถ้านางอยู่ในวังแล้วไม่มีความสุขเราก็ยิ่งรู้สึกทุกข์ใจที่ทำให้คนรักรู้สึกทรมานใจที่ต้องอยู่กับสามีที่มีภรรยาหลายคน”ฝ่าบาททรงไม่อยากทรมานจิตใจผิงหลาง

            “หม่อมฉันก็ยังคงมั่นใจกับคำทำนายที่หม่อมฉันได้เคยทำนายไว้แล้วว่ายังไงพระองค์และผิงหลางก็เป็นเนื้อคู่กัน ไม่อาจแคล้วคลาดจากกันไปได้เพคะแต่หลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นคงต้องรอดูต่อไปเท่านั้น” เหวยเหนียงกล่าวอย่างมั่นใจ

            “เราก็ได้แต่ภาวนาว่าจะมีหนทางที่ทำให้เราได้เคียงคู่กับผิงหลางตลอดไปเอาล่ะ ที่เราเรียกเจ้ามาในวันนี้ เราจะปูนบำเหน็จให้เจ้าก็แล้วกัน” ฝ่าบาทตรัส

            “ขอบพระทัยเพคะ” เหวยเหนียงกล่าวและรับกล่องสมบัติขนาดใหญ่จำนวน 1 กล่องมาจากกงกง

            “ความจริงการที่เจ้าไม่ได้เป็นหมอดู มันอาจเป็นการปกป้องคุ้มครองเจ้ามากกว่า” ฝ่าบาทตรัส

            “ถูกต้องแล้วเพคะหากหม่อมฉันยังคงเป็นหมอดูต่อไป หม่อมฉันอาจถูกปองร้ายได้ เพราะการล่วงรู้อนาคตทำนายเรื่องของหาย หรือทำนายหาตัวคนร้าย อาจสร้างความไม่พอใจกับคนบางกลุ่มทำให้พวกคนเหล่านั้นเกิดการระแวงและพยายามหาทางกำจัดหม่อมฉันในภายหลังได้ดีไม่ดีหม่อมฉันอาจมีชีวิตไม่ต่างจากหยุนฮวาเพคะ” เหวยเหนียงดูชีวิตของหยุนฮวาเป็นตัวอย่าง

            “แทนที่จะมีคนยกย่องหยุนฮวากลับกลายเป็นว่าพากันเกรงกลัวนางจนถึงขั้นคิดฆ่านาง” ฝ่าบาทตรัส

            “ความจริงคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์นั่นมีไว้ให้สำหรับหมอดูเพคะการเป็นหมอดูสามารถสร้างศัตรูไว้มากมายหมอดูจึงต้องมีอิทธิฤทธิ์ศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มครองตน เพื่อที่ว่าจะได้แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวงแต่หยุนฮวากลับเสียสละมอบอิทธิฤทธิ์ศักดิ์สิทธิ์นั่นให้ฝ่าบาทพระองค์ก่อนดังนั้นหยุนฮวาจึงไม่มีเกราะป้องกันตัวเองทำให้นางได้รับภัยอันตรายจากผู้ที่อิจฉานางได้อย่างง่ายดาย” เหวยเหนียงอธิบาย

            “แล้ววิธีแก้อำนาจศักดิ์สิทธิ์นั้นก็ช่วยปกป้องหมอดูเช่นกันใช่หรือไม่”ฝ่าบาทตรัส

            “ถูกต้องแล้วเพคะวิธีแก้คือการปลดปล่อยดวงวิญญาณที่คุ้มครองตนและยอมทำลายสิ่งวิเศษที่ช่วยปิดดวงตาสวรรค์ หมอดูที่เก่งๆทำนายได้อย่างแม่นยำจะสามารถสร้างศัตรูไว้มากมายดังนั้นพอพวกหมอดูไม่มีสิ่งคุ้มกันแล้ว ก็ควรเลิกเป็นหมอดูต่อไปเพื่อที่ว่าตนจะได้ปลอดภัยและมีอายุยืนยาวเพคะ” เหวยเหนียงอธิบาย

            “ความจริง ที่เราอยากพบเจ้าก็เพื่อให้เจ้าช่วยทำนายเรื่องของผิงหลาง แต่ในเมื่อเจ้าสาบานตนไปแล้วเราจะไม่บังคับให้เจ้าทำนายหรอก เอาไว้ให้สามีของเจ้ากลับมาคราวนี้เราจะหาทางชดเชยให้เจ้าได้อยู่กับสามีก็แล้วกัน” ฝ่าบาทตรัส

            “ขอบพระทัยเพคะ” เหวยเหนียงคิดในใจว่า “พระองค์และผิงหลางเป็นคู่แท้ต่อกันและจะลงเอยในที่สุดเพคะแต่ทรงต้องผ่านอุปสรรคครั้งนี้ไปให้ได้เท่านั้น หม่อมฉันเองก็เช่นกัน”

            *****************************

            ขบวนเสด็จขององค์หญิงตียามาถึงเมืองสุ่ยหวินในยามโพล้เพล้จึงพักตั้งค่ายที่นั่นชั่วคราว

            ตกกลางคืนองค์หญิงทรงมีรับสั่งให้ซูเยี่ยนเข้าเฝ้าเป็นการส่วนตัว

            “มีอะไรให้กระหม่อมรับใช้พะย่ะค่ะ”ซูเยี่ยนสงสัย

            “เราจะไม่พูดพร่ำทำเพลงหรอกนะเราถูกใจเจ้ามาก เจ้ายินดีที่จะเป็นคู่ครองของเราหรือไม่” องค์หญิงตียาตรัสตามตรง

            ซูเยี่ยนอึ้ง แต่เขาก็กล่าวอย่างใจเย็นว่า “ขอบพระทัยสำหรับไมตรีที่พระองค์ทรงมอบให้กระหม่อมแต่กระหม่อมมีฮูหยินอยู่แล้วพะย่ะค่ะ คงรับไมตรีจากพระองค์ไม่ได้”

            “นางเป็นใครสู้เราได้อย่างนั้นหรือ” องค์หญิงทรงสงสัย

            “ถึงนางเป็นเพียงหญิงชาวบ้านคนหนึ่งที่ไม่อาจเทียบกับพระองค์ได้แต่กระหม่อมก็รักนางมากพะย่ะค่ะ” ซูเยี่ยนกล่าว

            “เราจะไม่ยอมแพ้นางหรอกนะสิ่งใดที่เราอยากได้ เราต้องเอาให้ได้” องค์หญิงตรัสคำมั่น

            “พระองค์ทรงอย่าลืมสิว่าทรงเสด็จมาที่แคว้นฉินแห่งนี้เพื่ออะไรทรงต้องอภิเษกสมรสกับฝ่าบาทแคว้นฉินไม่ใช่หรือพะย่ะค่ะ” ซูเยี่ยนเตือน

            “เราได้ข่าวว่าฝ่าบาทพระองค์ก่อนทรงมีสนมมากมายเราคิดว่าพวกเขาเป็นสายเลือดเดียวกันดังนั้นฝ่าบาทพระองค์นี้ก็คงไม่ต่างกันนักหรอก” องค์หญิงทรงกลัว

            “ระดับคุณธรรมของแต่ละคนไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าสายเลือดนะพะย่ะค่ะบางทีฝ่าบาทพระองค์นี้อาจไม่เหมือนพระองค์ก่อนก็เป็นได้ และอีกอย่างการที่องค์หญิงทรงเสด็จมาที่นี่ก็ทรงต้องทำเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างแคว้นซึ่งเป็นการทำเพื่อส่วนรวมนะพะย่ะค่ะ”ซูเยี่ยนพยายามเตือนสติองค์หญิง

            “ใครก็มาบังคับเราไม่ได้หรอกที่เรายอมมาก็เพื่อเจรจากับฝ่าบาทของเจ้าต่างหาก” องค์หญิงตรัสอย่างเอาแต่พระทัย

            “งั้นก็สุดแต่พระทัยเถิดพะย่ะค่ะ”ซูเยี่ยนหมดคำจะพูด

            “เจ้าไปได้แล้วแต่เราขอบอกเจ้าไว้ก่อนว่า เราไม่ยอมแพ้แค่นี้หรอก” องค์หญิงตรัส

            “งั้นกระหม่อมทูลลาพะย่ะค่ะ”ซูเยี่ยนรีบเดินออกไปจากที่ประทับขององค์หญิงทันที

            สักพักกงกงผู้ดูแลองค์หญิงก็เดินเข้าไปในที่ประทับขององค์หญิง

            “เรื่องที่เราสั่งให้เจ้าทำเรียบร้อยดีหรือไม่” องค์หญิงตรัสกับกงกง

            “เรียบร้อยดีพะย่ะค่ะ” กงกงทูล

            “ดีมาก! เราจะตบรางวัลเจ้าอย่างงาม”องค์หญิงทรงยิ้มมุมพระโอษฐ์

            *****************************

            เช้าวันรุ่งขึ้นขบวนเสด็จขององค์หญิงก็เคลื่อนต่อไปเพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวง

            ในระหว่างที่เดินทางอยู่นั้นซูเยี่ยนก็สอบถามทหารคนสนิทด้วยความสงสัย

            “ผิงหลางอยู่ที่ไหนเหตุใดนางถึงไม่ขี่ม้านำทางขบวนเสด็จล่ะ” ซูเยี่ยนกล่าว

            “เรียนท่านแม่ทัพผิงหลางไม่สบายขอรับ นางขอนอนบนรถม้า” ทหารคนสนิทรายงาน

            “นางคงรู้สึกเจ็บช้ำมากความทุกข์ใจของนางอาจส่งผลทำให้สภาพร่างกายเจ็บป่วยได้สินะ” ซูเยี่ยนรู้สึกสงสารอดีตลูกน้องจับใจแต่เขาก็ไม่อาจช่วยเหลืออะไรได้

            และแล้วขบวนเสด็จก็เข้าสู่เมืองหลวงอย่างปลอดภัย

            *****************************

            ณ ที่ประทับของฝ่าบาท

            ท่านเอกอัครราชทูตจากแคว้นเหลียวขอเข้าเฝ้าฝาบาทแคว้นฉิน

            “ถวายบังคมพะย่ะค่ะ” ท่านเอกอัครราชทูตกล่าว

            “มีอะไรอย่างนั้นหรือคุยกันพรุ่งนี้เช้าไม่ดีกว่าหรือ” ฝ่าบาททรงสงสัย

            “เอ่อองค์หญิงตียาต้องการอภิเษกคืนนี้พะย่ะค่ะ” ท่านเอกอัครราชทูตทูล

            “อะไรนะ! การอภิเษกควรจัดให้สมเกียรติและควรจัดตามฤกษ์ยามสิจะสุ่มสี่สุ่มห้าจัดได้อย่างไร” ฝ่าบาททรงตกพระทัยกับพระดำริขององค์หญิง

            “หากพระองค์ทรงไม่จัดงานอภิเษกในคืนนี้องค์หญิงก็จะเสด็จกลับและทรงจะอ้างกับท่านอ๋องว่าฝ่าบาททรงเกี่ยงไม่ยอมอภิเษกพะย่ะค่ะ” ท่านเอกอัครราชทูตขู่

            “พวกเจ้ากำลังบังคับเราอยู่นะ”ฝ่าบาททรงกริ้ว

            “สุดแล้วแต่พระองค์จะตัดสินพระทัยพะย่ะค่ะ”ท่านเอกอัครราชทูตกล่าว

            ฝ่าบาททรงตั้งสติและยอมสงบสติอารมณ์จากนั้นก็ตรัสว่า “ก็ได้! จัดคืนนี้ก็คืนนี้”

            “ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ” ท่านเอกอัครราชทูตรีบขอตัวทันที

            เพื่อที่ว่าจะได้ไม่เกิดสงครามระหว่างแคว้นฝ่าบาทจึงทรงตัดสินพระทัยยอมอภิเษกกับองค์หญิงตียาในค่ำคืนนี้

            *****************************

            เนื่องจากการจัดพิธีอภิเษกนั้นฉุกละหุกมากทำให้เหล่าขุนนางบางคนเตรียมตัวไม่ทันและไม่อาจมาร่วมงานได้ทำให้จำนวนขุนนางที่เข้าร่วมพิธีมีน้อยกว่าที่คิดแต่ถึงกระนั้นฝ่าบาททรงสั่งให้เหล่านางกำนัลช่วยกันจัดพิธีให้ดีที่สุดเพื่อให้สมพระเกียรติขององค์หญิงต่างแคว้น

            ฝ่าบาทในชุดแดงได้เสด็จเคียงข้างองค์หญิงที่สวมชุดแดงและมีผ้าคลุมหน้ามิดชิดทั้งสองเดินเคียงคู่กันอย่างสง่างาม มองจากภายนอกช่างเหมาะสมกันยิ่งนัก

            หลังจากทั้งคู่ไหว้ฟ้าดินกันเสร็จเรียบร้อยแล้วอยู่ดีๆ ก็มีลมพัดแรงมาก ทำให้ผ้าคลุมหน้าเปิดออก

            “เจ้าคือ ผิงหลางนี่” ฝ่าบาททรงตกพระทัย

            สักพักผิงหลางก็แย่งดาบมาจากทหารองครักษ์จากนั้นนางก็เข้าจู่โจมฝ่าบาท

            “เจ้าเป็นอะไรไป! ทำร้ายเราทำไม ตั้งสติสิผิงหลาง” ฝ่าบาททรงพยายามเตือนสติ

            แต่ผิงหลางนั้นหาได้หยุดไม่นางยังคงใช้ดาบฟาดฟันฝ่าบาทไม่ยั้ง

            ทหารองครักษ์และซูเยี่ยนกำลังจะเข้าไปช่วยแต่ถูกฝ่าบาทห้ามไว้

            “ไม่ต้อง! เราจัดการเอง”ฝ่าบาททรงกลัวว่าผิงหลางจะได้รับบาดเจ็บ

            ฝ่าบาททรงมีวิทยายุทธ์เหนือกว่าผิงหลางมากทำให้พระองค์ทรงสามารถปัดดาบในมือนางทิ้งได้และสามารถจี้จุดทำให้ผิงหลางไม่อาจขยับเขยื้อนไปไหนได้ด้วย

            “เจ้าเป็นอะไรไป ผิงหลาง”ฝ่าบาทตรัสถาม

            “จงสังหารฝ่าบาท จงสังหารฝ่าบาทจงสังหารฝ่าบาทๆๆๆๆๆๆ ” ผิงหลางพูดถ้อยคำเดิมๆ ซ้ำๆเหมือนคนถูกสะกดจิต

            “กงกง! จงไปตามหมอหลวงเสี่ยวอี้ให้ไปที่ห้องพยาบาลเดี๋ยวนี้”ฝ่าบาทตรัสสั่ง

            “พะย่ะค่ะ” กงกงรีบไปดำเนินการทันที

            ฝ่าบาททรงอุ้มผิงหลางให้ไปนอนในห้องพักรักษาพยาบาลเพื่อที่จะให้หมอหลวงช่วยตรวจอาการนางให้

            ผ่านไปไม่นานหมอหลวงที่เคยเป็นหมอเทวดาพเนจรก็รีบเข้ามาดูอาการให้ผิงหลาง

            “นางเป็นอย่างไรบ้าง ทำไมนางถึงพูดคำเดิมๆซ้ำๆ แบบนั้น” ฝ่าบาททรงอยากรู้

            หลังจากท่านหมอตรวจอาการเสร็จ ก็ทูลว่า “ทูลฝ่าบาทนางถูกพิษของราชวงศ์แคว้นเหลียวพะย่ะค่ะ”

            “อะไรนะ! หรือว่าจะเป็นฝีมือขององค์หญิงแคว้นเหลียว”ฝ่าบาททรงสงสัย

            “เป็นไปได้พะย่ะค่ะ แคว้นเหลียวนั้นเชี่ยวชาญการใช้พิษองค์หญิงพระองค์นี้ก็เช่นกัน” ท่านหมอเสี่ยวอี้กล่าว

            “องค์หญิงต้องการอะไรกันแน่”ฝ่าบาททรงไม่เข้าพระทัย

            “คงต้องไต่สวนเท่านั้นพะย่ะค่ะ”ท่านหมอเสี่ยวอี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน

            “มีวิธีรักษาผิงหลางหรือไม่”ฝ่าบาทตรัสอย่างมีความหวัง

            “ช่างน่าละอายใจยิ่งนักกระหม่อมไม่รู้วิธีแก้พิษชนิดนี้พะย่ะค่ะ คงต้องขอยาแก้พิษจากองค์หญิงเท่านั้น”ท่านหมอกล่าว

            “ฝากดูแลผิงหลางด้วยเราจะเค้นเอายาแก้พิษมาจากองค์หญิงเอง” ฝ่าบาทตรัส

            “พะย่ะค่ะ” ท่านหมอรับคำ

            *****************************

            ณ ที่ประทับของฝ่าบาท

            “ขอบพระทัยเพคะที่ช่วยหม่อมฉันหม่อมฉันถูกผิงหลางจับตัวไป และนางก็ปลอมเป็นเจ้าสาวเข้าพิธีอภิเษกกับพระองค์เพคะ”องค์หญิงแสร้งตรัส

            “เลิกแสดงละครเถิดองค์หญิงนี่คือแผนการของเจ้า ผิงหลางได้รับพิษจากเจ้าทำให้นางไร้สติและยอมทำตามคำสั่งของผู้ที่วางยาพิษ ดังนั้นสรุปก็คือเจ้าบงการให้นางลอบสังหารเรา”ฝ่าบาททรงรู้แผนการชั่วขององค์หญิง

            “ทรงอย่าปรักปรำหม่อมฉันอย่างนั้นสิเพคะหม่อมฉันเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งเท่านั้นนะเพคะ” องค์หญิงทรงแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

            “เราท่องยุทธภพมานาน เราดูคนออกเลิกเสแสร้งเถิด เอายาแก้พิษมาให้เราเดี๋ยวนี้” ฝ่าบาททรงไม่อยากเสียเวลา

            “ขนาดผิงหลางทำร้ายพระองค์ถึงเพียงนี้พระองค์ทรงยังให้อภัยนางอีกไม่เพียงเท่านั้นยังเรียกหมอหลวงให้ตรวจอาการนางจนรู้ว่านางถูกพิษนั่นหมายความว่าพระองค์ทรงรักนางมากสินะเพคะ” องค์หญิงทรงมองฝ่าบาทออกเช่นกัน

            “ใช่! เรายอมรับว่าเรารักผิงหลางมากและจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนทำร้ายคนของเราด้วย” ฝ่าบาทตรัส

            “ก็ได้เพคะ! หม่อมฉันเป็นคนวางยานางเอง” องค์หญิงตรัสยอมรับอย่างหน้าตาเฉย

            “เจ้าทำเพื่ออะไร” ฝ่าบาททรงกริ้ว

            “หม่อมฉันอยากแต่งงานกับซูเยี่ยนเพคะ”องค์หญิงทรงบอกวัตถุประสงค์ที่แท้จริง

            “เขามีฮูหยินอยู่แล้วเจ้าจะไปเป็นมือที่สามหรืออย่างไร” ฝ่าบาทตรัส

            “ไม่รู้ล่ะเพคะหม่อมฉันจะมอบยาแก้พิษให้ก็ต่อเมื่อซูเยี่ยนยอมตกลงแต่งงานกับหม่อมฉันและฮูหยินของเขายอมเลิกกับเขาเท่านั้น” องค์หญิงตรัสข้อแม้

            “อะไรนะ! หากเราจับกุมเจ้าและบีบบังคับให้เจ้ายอมส่งยาแก้พิษมาล่ะ”ฝ่าบาททรงขู่

            “พระองค์ทรงอย่าลืมสิเพคะว่าหม่อมฉันเป็นแขกบ้านแขกเมืองนะเพคะหากคนของหม่อมฉันปล่อยข่าวว่าพระองค์ทรงทำร้ายหม่อมฉันยังไงเสด็จพ่อของหม่อมฉันก็คงไม่พอพระทัยนั่นยิ่งเป็นการจุดชนวนสงครามระหว่างแคว้นนะเพคะ” องค์หญิงทรงขู่

            “เจ้ากำลังขู่เราอยู่นะ” ฝ่าบาททรงตบโต๊ะเสียงดังด้วยความกริ้ว

            “ก็ลองมาดูกันว่าพระองค์ทรงจะเลือกคนรักหรือจะเลือกแผ่นดิน หรือไม่ หากพระองค์ทรงยอมทำตามคำขอของหม่อมฉันพระองค์ก็ทรงสามารถได้ทั้งคนรักกลับคืนและสามารถป้องกันสงครามระหว่างแคว้นได้”องค์หญิงตรัสอย่างเป็นต่อ

            “เราไม่อาจทำลายความรักของคนทั้งคู่ได้หรอก”ฝ่าบาททรงรู้ดีว่าซูเยี่ยนและเหวยเหนียงรักกันมากแค่ไหน

            “สุดแต่พระทัยของพระองค์เถิดเพคะหม่อมฉันขอตัวก่อนนะเพคะ แต่หม่อมฉันขอเตือนไว้ก่อนยาแก้พิษไม่ได้อยู่ที่ตัวหม่อมฉัน ตอนนี้หม่อมฉันนำมันไปซ่อนไว้แล้ว และหม่อมฉันขอเตือนอีกว่าหากพระองค์ทรงคิดจับกุมหม่อมฉันเพื่อเค้นถามหม่อมฉันก็เลือกที่จะยอมตาย แต่จะไม่มีวันยอมบอกที่ซ่อนของยาแก้พิษเด็ดขาด”องค์หญิงทรงขู่

            ฝ่าบาททรงกำพระหัตถ์ไว้แน่น แล้วตรัสว่า “งั้นตอนนี้เจ้าจงไปบอกเลิกคำสั่งสังหารเราเสียก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกที”

            “ก็ได้เพคะ” องค์หญิงทรงยอมทำตาม

            องค์หญิงทรงเสด็จไปที่ห้องรักษาตัวผิงหลางจากนั้นพระนางก็ตรัสว่า “จงฟังเรานะผิงหลาง เราขอยกเลิกคำสั่งสังหารฝ่าบาท”

            และผิงหลางก็พูดอย่างละเมอว่า “ยกเลิกคำสั่งสังหารฝ่าบาทแล้ว”

            จากนั้นฝ่าบาทก็ทรงคลายจุดให้ผิงหลาง ทำให้นางเอนตัวนอนลงไปบนเตียงอย่างคนไร้เรี่ยวแรงฝ่าบาทจึงทรงรีบประคองนางไว้

            “ทรงรีบตัดสินพระทัยหน่อยนะเพคะเพราะหากช้าเกินไป ฤทธิ์ยาอาจกำเริบถึงแก่ชีวิตได้” องค์หญิงทรงขู่

            ฝ่าบาททรงกัดพระทนต์ และตรัสว่า “จงจำไว้นะองค์หญิงการที่จะครองใจคน ไม่ใช่การใช้อำนาจมาบังคับจิตใจ แต่ต้องเป็นการเคารพ ให้เกียรติและมอบความรักแก่คนผู้นั้นอย่างจริงใจเท่านั้น”

            “แล้วหม่อมฉันจะพิสูจน์ให้พระองค์ดูเพคะว่ายังไงซูเยี่ยนก็ต้องเป็นของหม่อมฉัน” องค์หญิงตรัสอย่างมั่นพระทัย

            ฝ่าบาททรงส่ายพระพักตร์แล้วทอดพระเนตรดูหญิงสูงศักดิ์เสด็จออกจากห้องรักษาตัวของผิงหลางพระองค์ทรงดำริว่า “องค์หญิงองค์นี้ถูกตามใจมาตั้งแต่เล็กๆ จึงทำให้นางอยากได้อะไรก็ต้องได้โดยไม่คำนึงถึงจิตใจของผู้อื่น ยามมีอำนาจ นางคงสมปรารถนาทุกสิ่งอย่างแต่ยามหมดวาสนาขึ้นมา นางจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร”

            ฝ่าบาททรงกลับไปที่ประทับและเรียกให้ซูเยี่ยนและฮูหยินเข้าเฝ้าโดยด่วน

            “ถวายบังคมพะย่ะค่ะ/ถวายบังคมเพคะ” ซูเยี่ยนและฮูหยินถวายความเคารพพร้อมกัน

            “ลุกขึ้นเถิด” ฝ่าบาทตรัส

            “ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ/ขอบพระทัยเพคะ” คู่สามีภรรยากล่าว

            “เอ่อ คือว่า…

    คล้ายกับเรื่องเหวยเหนียง หมอดูเทวดา ที่คุณอ่าน