เช้ามืดวันสอบซอฮยอนตื่นก่อนใครอื่นในเรือนพักเพื่อจัดการธุระส่วนตัวก่อนจะรีบมานั่งท่องหนังสือเป็นครั้งสุดท้าย ฮูหยินแชเคยสอนเอาไว้ว่าการตื่นมาอ่านหนังสือตอนเช้ามืดจะช่วยให้จำได้ดี
เมื่อรุ่งเช้ามาเยือนหญิงสาวก็ลาจางซังกุงไปยังสนามสอบ ซังกุงห้องปรุงรสบอกว่าใกล้วันคล้ายวันประสูติขององค์ชายยิมโฮงานในห้องเครื่องก็จะวุ่นวายมาก
"เดี๋ยวข้าเสร็จงานข้าจะรีบไปดูเจ้านะ"
"ไม่ต้องห่วงข้าหรอกเจ้าค่ะ ท่านไปทำงานของท่านเถิด"
"ได้อย่างไร ทั้งฮงซังกุงและมินซังกุงฝากข้าให้ดูแลเจ้า"
"แค่สอบเองนะเจ้าคะ"
"นั่นแหละ เอ้า ไปได้แล้วเดี๋ยวประตูลานปิด"
ซอฮยอนก้มศีรษะให้จางซังกุงและรีบวิ่งเข้าไปในลานหน้าฝ่ายในก่อนที่ประตูจะปิดลง
เด็กสาวในชุดชอโกรีนับร้อยคนยืนจับกลุ่มคุยกันเต็มลานหิน บางคนนั่งใต้ต้นไม้เปิดหนังสืออ่าน ซอฮยอนสังเกตว่าแทบทุกคนเป็นลูกหลานชนชั้นสูงทั้งสิ้น เนื้อผ้าสีแดง เหลือง ม่วง ชมพู ฟ้า ส้มละลานตาเต็มไปหมด กระโปรงซีมาบางคนก็พองฟูเป็นสีแสบตา แทงกีผูกผมด้านหลังก็เช่นกัน
"เดี๋ยวเป็นนางกำนัลก็อกแตกตาย" จู่ๆ ก็มีเสียงทักขึ้นข้างตัว หญิงสาวหันไปมอง
เด็กสาวแก้มแดงท่าทางใจกล้าคนหนึ่งปิดหนังสือในมือพลางยิ้มให้ซอฮยอน
"เจ้าพูดกับข้าหรือ" ซอฮยอนถาม
"ก็ข้าเห็นเจ้าตกตะลึงตาค้างมองชุดสีสวยๆ ของพวกนางขนาดนั้น ข้าเลยพูดให้เจ้ารู้ว่าถ้าเข้าวังมาเป็นนางกำนัลเดี๋ยวก็ต้องอกแตกตาย" นางพูดยิ้มๆ
"เหตุใดถึงอกแตกตายเล่า"
"กฎการแต่งกายของนางในเข้มงวดเสียยิ่งกว่าอะไรดี ชุดประจำตำแหน่งนางในส่วนมากก็จะมีแค่สีเดียวต่อห้อง กระโปรงก็ใช้แต่สีน้ำเงินเข้มไม่ก็กรมท่า แทงกีผูกผมก็ต้องเป็นสีแดงเท่านั้น เปียก็ต้องรวบ เจ้าคิดว่าพวกนางจะทนได้รึไม่"
ซอฮยอนหัวเราะ
ผู้สมัครสอบคนหนึ่งเดินสวนซอฮยอนก่อนจะหยุดชะงัก
"นี่เจ้า..."
ซอฮยอนหันไปมองก็เบิกตากว้าง
"มาสมัครทันด้วยรึเจ้าน่ะ" ซงฮวันนั่นเอง นางถามเยาะๆ
"ใช่" ซอฮยอนตอบสั้นๆ
"ตอนนี้ฮงซังกุงไม่อยู่คุ้มหัวเจ้าแล้ว จะสอบอะไรก็ต้องใช้สติปัญญาของตัวเองเท่านั้น คราวนี้อย่าหวังว่าจะเอาชนะข้าได้เหมือนตอนถอนหญ้า เจ้าจะถอนตัวตอนนี้ก็ยังทันนะ" ซงฮวันกล่าวพลางหัวเราะเสียงดังและเดินไปนั่งที่โคนไม้ใหญ่ใกล้กับประตู
"นางนั่นเป็นใคร พูดจาเสียมารยาท นางรู้จักกับเจ้าหรือ" เด็กสาวแก้มแดงถามซอฮยอน
ซอฮยอนส่ายหน้า
"ว่าแต่เจ้าชื่ออะไรหรือ"
"ซอฮยอน"
"ข้าซุนฮวานะ"
ทั้งสองยิ้มให้กัน
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้! คุณหนูเซจีมาถึงแล้ว"
เสียงตะโกนดังลั่นมาจากหน้าประตู นายทหารสองคนกุลีกุจอไปเปิดประตูด้วยความเร่งรีบ ทันทีที่ประตูเปิดก็ปรากฏร่างของเด็กสาวอายุสิบหกก้าวเข้ามา ผิวพรรณและอาภรณ์ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นลูกคุณหนูที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีมาตลอดชีวิต ใบหน้าหวานอ่อนเยาว์นั้นเชิดขึ้นและแข็งกระด้างพิกล บ่าวสองสามคนเดินตามพลางถือผ้าคลุมสีเหลือบปีกแมลงทับของนางมาด้วย
ทุกคนในลานหยุดพูดคุยและหันไปมองนางเป็นตาเดียว บางคนถึงกับอ้าปากค้าง ทว่าเด็กสาวสูงศักดิ์หาได้สนใจผู้ใดไม่ นางเดินอย่างพญาหงส์เฉกเช่นคนที่ถูกฝึกมาเพื่อเป็นนางวัง ไม่สะทกสะท้านต่อสายตาผู้ใด กิริยาอาการเดินเหินก็อ่อนช้อยแต่ขัดกับสีหน้าเย็นชานัก
"สวยนะ ถ้าจะยิ้มเสียบ้าง" ซุนฮวาพูดเบาๆ
"นางเป็นใครหรือ" ซอฮยอนถาม
"นางคือคิมเซจี หลานของคิมซังกุง"
"คิมซังกุง" ซอฮยอนทวนคำช้าๆ
"ใช่ ซังกุงรับบัญชาที่มีอำนาจล้นแนเมียงบูอย่างไรเล่า สกุลขุนนางใหญ่ เฮอะ ข้ารีบมาแต่เช้ากลัวประตูลานจะปิด แต่นางต่อให้มาสายเท่าใดก็มีคนเปิดประตูให้อยู่ดี ข้าละเกลียดอิทธิพลพวกนี้นัก" ซุนฮวาพูดฉุนๆ
"คิมซังกุง คิมซังกุง เจ้าหมายถึงคิมซิลวารึ" ซอฮยอนถาม
"ก็ใช่น่ะสิ อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่รู้จัก ยามนี้ไม่มีใครไม่รู้จักนางนะ ยิ่งเหตุการณ์น่าตกใจในวังที่เพิ่งเกิดขึ้นด้วยแล้ว"
"เหตุการณ์รึ"
ซุนฮวาทำเสียงรำคาญใจ
"เจ้านี่ไปมุดหัวอยู่ไหนมาถึงไม่รู้ว่าซังกุงประจำตัวอดีตพระชายาขององค์ชายยิมโฮที่ฆ่าตัวตายคาตำหนักนั่นก็คือคิมซังกุงคนนี้นี่แหละ"
ซอฮยอนตัวเย็นเฉียบ รู้สิ ทำไมนางจะไม่รู้ ชื่อของคิมซิลวานั้นดังก้องอยู่ในหูมาตลอดตั้งแต่พี่สาวต่างมารดามาบอกกล่าวถึงความแค้นของตน แต่นางนึกไม่ถึงว่าเด็กสาวสูงศักดิ์ผู้นี้จะเป็นหลานแท้ๆ ของคนที่ฆ่าพี่สาวนาง
"แล้วคิมซังกุงก็ให้หลานตัวเองเข้าวังด้วยอย่างนั้นสินะ" ซอฮยอนถามต่อ
"แน่นอนสิ คงจะวางรากฐานอำนาจสกุลคิมให้แน่นเลยกระมัง ตอนนี้ก็แทบจะล้นฟ้าอยู่แล้ว"
"แต่ข้าเพิ่งเคยเห็นหน้านางนะ ตอนมาสมัครครั้งแรกที่เราต้องอบรมกับซังกุง ทำไมข้าไม่เคยเห็นนาง"
"โอ๊ย เซจีเป็นลูกหลานขุนนางชั้นสูง อีกทั้งยังมีคิมซังกุงให้ท้าย นางไม่จำเป็นต้องมาอบรมเช่นนั้นหรอก สามารถข้ามขั้นมาสอบเซ็งกักชิได้เลย"
"ทำได้ด้วยหรือ" ซอฮยอนสงสัย
"อำนาจและเงินตราบันดาลได้ทุกสิ่งแหละ"
ซอฮยอนมองตามเซจีช้าๆ พลางคิดในใจว่านี่หรือคือคนสกุลคิมที่เป็นศัตรูกับสกุลซินมาช้านาน อาจเพราะเหตุนี้ใต้เท้าซินผู้เป็นบิดาจึงให้ตนเองเข้าวังมาในฐานะคนสกุลปาร์คเพื่อไม่ให้ถูกเพ่งเล็ง
ขณะที่เซจีเดินผ่านหน้าผู้สมัครทุกคน ซงฮวันก็รีบลุกขึ้นยืนและเดินไปคุยกับเซจีทันทีอย่างประจบประแจง
"เอ่อ เจ้าคงเป็นคุณหนูเซจีสกุลคิมใช่รึไม่ ข้าชื่อซงฮวันนะ"
เซจีเหลือบมองซงฮวันแวบหนึ่งและพยักหน้าช้าๆ
"เจ้าจะไปไหนหรือ อยากมาอ่านหนังสือกับข้าไหม" ซงฮวันพูดชวนเสียงหวาน
"ขอบใจ แต่ข้าจะไปหานายหญิง"
"จริงหรือ คิมซังกุงน่ะหรือ ข้าไปด้วยสิ อยากเจอตัวจริงนางเหมือนกัน" ซงฮวันทำท่าดีอกดีใจและเดินขนาบข้างเซจีออกไปจากลาน
ทุกคนในลานรีบจับกลุ่มพูดคุยกันต่อทันที
"นางนั่นช่างเลียแข้งเลียขาเก่งนัก" ซุนฮวาพูดเยาะๆ
เมื่อเซจีและซงฮวันเดินจากไป ซังกุงชุดสีเขียวอ่อนก็เดินเข้ามากลางลานหินก่อนจะตะโกนเสียงดัง
"ทุกคนจงมายืนเข้าแถวรวมตัวเดี๋ยวนี้ ต่อไปจะเป็นการคัดคนที่ไม่บริสุทธิ์ออกไปก่อนที่จะมีการสอบ"
ผู้สมัครทุกคนมองหน้ากันด้วยความตกใจ
"คัด... คัดคนที่ไม่บริสุทธิ์ออกหรือ"
สิ้นเสียงของซังกุง ผู้สมัครทุกคนก็รีบมาเข้าแถวเรียงกันเป็นแถวตอนลึก บางคนเดินอืดอาดเสียจนซังกุงต้องตวาดเร่ง
หมอหญิงสองคนซึ่งใส่ชุดยอนจีเดินเข้ามา หนึ่งในสองคนถือกรงนกซึ่งภายในบรรจุนกแก้วตัวสีเขียวสวยเกาะคอนอยู่ ใต้คอนมีถ้วยเล็กๆ รองหยดเลือดสีแดงเข้มข้นของนกอยู่ตลอดเวลา
"อ๋อ เลือดนกแก้ว" ซอฮยอนร้องออกมา
"ทำไม เจ้ารู้อะไรหรือ" ซุนฮวาหันหน้ามาถาม
"การคัดเลือกนางในของโชซอนจะทำโดยใช้เลือดนกแก้วหยดลงบนท้องแขน ถ้าหยดเลือดไหลออกมาจากแขนแสดงว่าไม่บริสุทธิ์ ถ้าหยดเลือดแน่นิ่งแสดงว่าบริสุทธิ์"
"อะไรนะ" ซุนฮวาร้อง
"จางอึยบี" ซังกุงผู้ถือรายชื่อผู้สมัครเรียกคนแรกให้ออกมาหน้าแถว
จางอึยบีเดินออกไป
"ถกแขนเสื้อขึ้นและหงายออกมาให้ข้า" ซังกุงสั่ง
อึยบีหงายท้องแขนยื่นออกไป หมอหญิงจุ่มเข็มลงไปแตะถ้วยเลือดนกแก้วและมาจ่อรอให้หยดเลือดค่อยๆ หยดลงบนแขนของอึยบี
เลือดหยดลงบนแขนและหยุดนิ่งไม่ไปไหน หมอหญิงพยักหน้าให้ซังกุงก่อนจะเช็ดเลือดออกจากแขนอึยบี
"ลีชางยอน" ซังกุงเรียกคนต่อไป
ทว่านางผู้นี้โชคร้าย ทันทีเลือดนกแก้วหยดลงแขน มันก็ค่อยๆ ไหลลงสู่ข้างแขนไปช้าๆ
หมอหญิงเหลือบมองหน้าซังกุง
"เจ้ากลับบ้านไปเสีย" ซังกุงกล่าว
"นายหญิง! ข้าไม่ได้ไม่บริสุทธิ์นะเจ้าคะ ข้าบริสุทธิ์จริงๆ ท่าน... ท่านถามพ่อแม่ข้าก็ได้"
"เลือดไหลตกจากแขนเช่นนี้ยังจะแก้ตัวอันใดอีก"
"นายหญิง คัดเลือกโดยใช้หยดเลือดนกแก้วเช่นนี้มันไม่ได้พิสูจน์ได้เลยนะเจ้าคะว่าใครบริสุทธิ์รึไม่ มันเป็นเพียงความเชื่อเท่านั้นนะเจ้าคะ หากบริสุทธิ์จริงแต่หยดเลือดลงไม่ตรงกลางแขนทำให้ไหลออกก็แสดงว่ามีราคีหรือเจ้าคะ ข้าว่ามันนำมาเป็นข้อตัดสินไม่ได้เลย" ชางยอนพูดออกมารัวเร็ว
ซังกุงนิ่งมอง
"เลือดนกแก้วพิสูจน์พรหมจรรย์เป็นตำนานแห่งความซื่อสัตย์ภักดี ความบริสุทธิ์จริงใจของเทพธิดาองค์หนึ่งบนสวรรค์ที่มาเกิดในร่างนกแก้ว ถ้าเจ้าคิดว่ามันเหลวไหลไร้สาระ จะลองดูอีกทีก็ได้" ซังกุงหันไปพยักหน้ากับหมอหญิง
หมอหญิงจุ่มเข็มแตะเลือดนกอีกครั้งก่อนจะมาจ่อที่ท้องแขนชางยอน
"ให้หยดเลือดลงตรงกลางล่ะ" ซังกุงกำชับ
หยดเลือดตกลงบนกลางท้องแขนของชางยอนพอดิบพอดี
มันค่อยๆ ไหลตกลงข้างแขนอีกครั้ง
ชางยอนหน้าซีด
"ทำไม... ทำไมถึงได้"
"ลองอีกที คราวนี้ลองหยดใกล้ๆ " ซังกุงสั่งอีกครั้งท่ามกลางความงุนงงของทุกคน
แม้จะหยดใกล้แขนหรือพยายามจะให้เลือดอยู่ตรงกลางแค่ไหน ของเหลวสีแดงจากกายนกแก้วก็จะไหลลงข้างแขนตลอดคล้ายกับว่ามันไม่อาจตั้งอยู่บนแขนชางยอนได้
"ประหลาดนะ ความเชื่อที่พิสูจน์ไม่ได้ เป็นเพียงตำนานไร้สาระ บางทีมันก็แม่นยำนัก เจ้าทดสอบถึงสามครั้ง แต่เลือดไหลลงทุกครั้ง เจ้าจะคิดอย่างไรล่ะ" ซังกุงถาม
"ข้า... ข้า" ชางยอนพูดไม่ออก
"นี่แหละคือความน่าพิศวงของความเชื่อ เจ้าอย่าหลอกตัวเองเลย ใจเจ้ารู้ดีว่าตัวเองนั้นบริสุทธิ์รึไม่ และการที่จะให้ไปถามพ่อแม่เจ้านั่นก็ไม่สามารถพิสูจน์อะไรได้อยู่ดี ลูกสาวหลายครอบครัวเสียพรหมจรรย์ไปโดยที่บิดามารดาไม่รู้ก็มีมากมาย เจ้ากลับบ้านไปเสียเถิด ผู้หญิงที่เสียพรหมจรรย์ไปแล้วไม่สามารถเป็นผู้หญิงของพระราชาได้"
นางวังรับใช้สองคนเข้ามาพาชางยอนออกไปจากลาน เสียงร่ำไห้สะอึกสะอื้นของนางดังจนได้ยินไปทั่ว
"คนต่อไป" ซังกุงสั่ง
มีน้อยมากที่จะไม่ผ่าน คนที่ไม่ผ่านนั้นจะเดินคอตกออกไปจากลานทันทีโดยไม่วิงวอนขอร้องหรือแก้ตัวใดๆ ส่วนคนที่ผ่านส่วนมากก็จะไปยืนรวมอยู่อีกฝั่งหนึ่ง และซุนฮวาก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย
"ปาร์คซอฮยอน" ซังกุงขานชื่อ
ซอฮยอนก้าวออกไปข้างหน้าพลางยื่นแขนที่ถกเสื้อขึ้นเรียบร้อยให้หมอหญิง
เลือดหยดลงบนแขนช้าๆ
ชั่วเวลาอันน่าหวาดหวั่น เลือดหยดนั้นสั่นเล็กน้อยก่อนจะนิ่งหยุดลงไม่ไหลตกแขน
ซอฮยอนพ่นลมออกจากปากอย่างโล่งอก นางรู้ดีว่าตัวเองบริสุทธิ์ แต่ก็อดกลัวไม่ได้อยู่ดีว่าเลือดนกอาจจะเล่นตลกกับตน
ซังกุงนับสิบคนพร้อมสมุดในมือเดินเข้ามาพลางสั่งให้คนที่ผ่านยืนเข้าแถวกันอีกครั้ง แต่แถวคราวนี้ไม่เหมือนเดิม ทุกคนต้องยืนให้รอบตัวมีที่ว่างพอสมควร ทำให้ช่องว่างของผู้สมัครทุกคนห่างกันเป็นทอดๆ
ซังกุงแต่ละคนเริ่มเดินตรวจผู้สมัครทุกคนอย่างละเอียด ซังกุงร่างท้วมคนหนึ่งเดินมาประจันหน้ากับซอฮยอน
"อ้าปาก ยิงฟัน และแลบลิ้นให้ข้าดู" นางสั่ง
"เจ้าคะ? " ซอฮยอนตกใจ
"ทำตามที่ข้าสั่ง"
ซอฮยอนรีบทำตามที่ซังกุงร่างท้วมบอก นางจ้องมองอยู่พักหนึ่งก่อนจะจดอะไรบางอย่างลงสมุดในมือ
"ยื่นมือออกมาให้ข้าดูทั้งหลังมือหน้ามือ ถกแขนเสื้อให้เห็นถึงไหล่ด้วย"
ซังกุงสำรวจตรวจตราทุกอย่าง นางจับเข้าที่ข้อศอกและใช้นิ้วลูบผิวของซอฮยอน จากนั้นก็มาจดๆ จ้องๆ ที่ใบหน้า หญิงสาวรู้สึกว่าซังกุงจะสังเกตตั้งแต่เปลือกตายันลำคอเลยทีเดียวและบางทีก็เหมือนจะทำท่าดมกลิ่นด้วย
"ก้มตัวลงข้าจะตรวจเส้นผมและศีรษะ" นางสั่งอีกครั้ง ซอฮยอนรีบทำตาม
ซังกุงยืนมองและใช้มือลูบไล้ผมหญิงสาวไปมา นางตรวจปกคอเสื้อและบริเวณท้ายทอยอย่างละเอียด
"ยืนขึ้นได้และถกกระโปรงขึ้น"
"เจ้าคะ! " คราวนี้ซอฮยอนตกใจจริงๆ
"ถกถึงแค่โคนขา เจ้าจะตกใจอันใดกัน" ซังกุงบอก
ซอฮยอนโล่งอกและถกกระโปรงขึ้นถึงบริเวณต้นขา
ซังกุงนั่งลงกับพื้นพลางถอดถุงเท้าหญิงสาวออกเพื่อตรวจเท้าเปลือยเปล่า นางสัมผัสทุกนิ้วและจับตรงข้อเท้าอยู่นานพอสมควรก่อนจะลูบไล้ไปถึงน่อง
"เอาลงได้" นางสั่งพลางลุกขึ้นยืนจดอะไรลงในสมุดอีกครั้ง ซอฮยอนรีบจัดกระโปรงให้เข้าที่
"คนนี้ผ่าน" ซังกุงประกาศ ซอฮยอนยิ้มออกมาด้วยความดีใจก่อนจะเดินแยกไปยังส่วนของผู้สมัครที่ผ่าน
"ตรวจร่างกายรอบนี้มีคนตกรอบเยอะอยู่นะ" ซุนฮวาทักซอฮยอนเมื่อเดินมารวมกลุ่มพลางชี้ให้ดูผู้สมัครนับสิบที่ร้องไห้ฟูมฟายเมื่อไม่ผ่าน
"ผู้หญิงคนหนึ่งมีรอยแผลเป็นจากไฟลวกที่ต้นขานิดเดียวก็โดนคัดออกแล้ว"
"จริงหรือ" ซอฮยอนตกใจ
สักพักหมอหญิงสูงอายุบนศีรษะประดับการีมาสีแดงอันบ่งบอกว่าเป็นหมอหญิงขั้นสูงก็เดินเข้ามาตรวจชีพจรคนที่ผ่านทีละคนเพื่อตรวจหาโรคร้ายแรง
ซอฮยอนเป็นคนแรกที่ถูกตรวจ หมอหญิงแตะไปยังข้อมือหญิงสาวอยู่นานสองนานและในที่สุดก็ประกาศว่าผ่าน ถัดจากซอฮยอนคือซุนฮวาซึ่งนางก็ผ่านเช่นกัน เมื่อตรวจทุกคนเสร็จสิ้นคราวนี้ก็มีเพียงแค่สองคนที่ไม่ผ่าน
"เอาล่ะ" ซังกุงในชุดสีเขียวเข้มพูดขึ้น "พวกเจ้าทุกคนที่ผ่านการพิสูจน์พรหมจรรย์ ตรวจร่างกายและตรวจโรค ต่อไปคือการสอบเซ็งกักชิ เป็นด่านสุดท้ายเพื่อเข้าเป็นนางใน ใครไม่ผ่านก็ออกจากวังไปเสีย ซึ่งการสอบเซ็งกักชินั้นแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือสอบข้อเขียนและตอบคำถามปากเปล่าซึ่งจะสอบภายในวันนี้ ส่วนที่สองคือสอบปฏิบัติซึ่งจะจัดขึ้นพรุ่งนี้ ฉะนั้นเวลานี้ทุกคนจงไปนั่งประจำที่ในเรือนสอบได้เลย"
ทุกคนเดินขึ้นมาบนเรือนสอบ บนพื้นมีเบาะรองนั่งประจำตัวพร้อมกับชื่อของผู้สมัครวางอยู่ข้างๆ แป้นหมึก กระดาษและพู่กัน ซอฮยอนพบชื่อตัวเองอยู่ที่แถวริมขวาสุดก็เดินไปนั่งประจำที่บนเบาะด้วยความตื่นเต้น
ซังกุงหลายคนซึ่งเป็นทั้งผู้คุมสอบและผู้ตัดสินผลการสอบเดินขึ้นมานั่งหลังโต๊ะขาเตี้ยที่หันหน้าเข้าสู่ผู้สมัครทุกคน สักพักก็ตามด้วยนางในใส่ชุดชอโกรีสีแดงที่เดินเรียงแถวเข้ามายืนก้มหน้าเว้นระยะห่างประจำตำแหน่งรอบๆ เรือนสอบอย่างสำรวม
"การสอบเซ็งกักชิเริ่มขึ้นแล้ว หากใครทุจริตจะถูกไล่ออกไปจากเรือนสอบทันทีและห้ามเข้าเป็นนางวังอีกชั่วชีวิต" ซังกุงคุมสอบประกาศ
"ไม่นึกไม่ฝันว่าการคัดนางในจะโหดถึงเพียงนี้" ซุนฮวาที่นั่งอยู่ด้านหลังซอฮยอนบ่นออกมาเบาๆ
โปรดติดตามตอนต่อไป