ฮันย่าพาณัฐวลัญช์เดินตรงไปยังโซนที่เป็โซนคนใช้และคนงานอยู่กัน
“ห้องนี้ล่ะ ห้องพักของเธอ” ฮันย่าหันมาพูดบอกณัฐวลัญช์ ก่อนจะหันกลับไปเปิดประตูห้องนั้นให้ณัฐวลัญช์เข้าไป และทำท่าจะหันหลังเดินออกไป
“เดี๋ยวก่อนฮันย่า...... เอ่อหนูชื่อลันค่ะ ยินดีที่รู้จักนะคะ”
ณัฐวลัญช์หันกลับมาร้องเรียกฮันย่าเอาไว้ คลี่ยิ้มฉีกกว้างออกอย่างแสดงความเป็มิตร ก่อนจะแนะนำตัวเองให้ฮันย่าได้รู้จัก
“อืม!! ยินดีที่ได้รู้จัก พักผ่อนซะเถอะ พรุ่งนี้จะต้องตื่นแต่เช้าไปรับงานงานจากนายท่าน”
ฮันย่าพยักหน้าและมีสีหน้าคลายความตึงเครียดมึนตึงลงไปหน่อยหนึ่ง แล้วพูดตอบกลับด้วยการพูดช้าๆ ชัดๆ เพื่อให้หญิงสาวต่างบ้านต่างเมืองผู้นี้ ฟังเข้าใจในสิ่งที่พูดบอกออกมา
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
ณัฐวลัญช์กล่าวด้วยใบหน้าที่ยังคงเจือไว้ด้วยรอยยิ้ม ที่เป็ยิ้มแสดงถึงความจริงใจ ที่ส่งผ่านให้อีกคนหนึ่งได้เห็น ฮันย่าทำเพียงแค่พยักหน้าตอบรับ แล้วเดินจากไป ซึ่งฮันย่ารู้สึกสงสัยและมีความเห็นแย้งอยู่ในใจตัวเอง จากที่ได้ยินคำบอกเล่าเื่ราวจากเ้านายอยู่มิใช่น้อย
ณัฐวลัญช์มองตามหลังฮันย่าไปจนลับหายจากทางเดิน เธอจึงยื่นมือเรียวเล็กไปปิดประตู แล้วหันกลับมองดูภายในห้อง ที่จะเป็ห้องพักสำหรับใช้พักผ่อนหลับนอนอยู่ที่นี่ ห้องนี้เป็ห้องเล็กๆ มีที่นอนหมอนผ้าห่ม โต๊ะเล็กๆ และตู้เสื้อผ้าเพียงเท่านั้น ซึ่งนั้นก็พอทำให้ณัฐวลัญช์อยู่ได้อยู่แล้ว เพราะตอนที่อยู่บ้านลุงกับป้าของเธอ ก็จะประมาณนี้แหละ
ณัฐวลัญช์สลัดความคิดเกี่ยวกับทางฝั่งประเทศไทยออกไปจากสมองน้อยๆ ก้มลงเปิดกระเป๋าเดินทางออก แล้วหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาใส่ไม้แขวนเสื้อ นำไปแขวนเก็บไว้ที่ตู้เสื้อผ้า และบ้างชิ้นก็พับเก็บอย่างเป็ระเบียบ จนกระทั่งหมดทุกตัว แล้วค่อยหยิบผ้าเช็ดตัวขึ้นมาเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำ ดีว่าห้องน้ำมีห้องน้ำอยู่ในตัว ณัฐวลัญช์จึงไม่ต้องเดินหาห้องน้ำข้างนอก
:
ตอนเช้าณัฐวลัญช์ตื่นนอนขึ้นมาั้แ่ตีห้า แต่ด้วยว่าเธอมานอนต่างสถานที่ต่างบ้านต่างเมืองเป็ครั้งแรก และแถมยังเวลาของที่นี่กับที่ประเทศไทยก็ต่างกันด้วย จึงทำให้เธอนอนไม่ค่อยหลับ พอตื่นขึ้นมาก็ยังรู้สึกเพลีย อยากจะกลับไปนอนลงบนที่นอนตามเดิม แต่คงทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะวันนี้เธอจะต้องทำงานชดใช้หนี้เป็วันแรก
“เฮื่ออ!!.... ทำไมเพลียอย่างนี้นะ”
ณัฐวลัญช์บ่นพึมพำขณะพลิกร่างบางลุกขึ้นจากที่นอน โดยไม่ลืมที่จะพับเก็บผ้าห่มให้เป็ระเบียบเรียบร้อย แล้วลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกาย ให้สะอาดและสดชื่นเตรียมรับชะตากรรม ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้
“เฮื่ออ!!.... เราจะต้องเจออะไรบ้างเนี้ย!!” ณัฐวลัญช์ถอนหายใจออกมาอีกรอบเมื่อได้แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยดีแล้ว
“เอาวะ!! ไหนๆ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้วนี่นะ ก็ต้องสู้กันต่อไป” ณัฐวลัญช์สูดหายใจเข้าไปภายในปอดจนเต็ม แล้วค่อยปล่อยออกทางจมูกช้าๆ เพื่อเรียกความกล้าของตัวเอง
ณัฐวลัญช์เดินตรงไปยังประตูห้องพัก ยื่นมือเรียวเล็กเปิดประตูออกช้าๆ แล้วย่างก้าวเดินออกไปตามทางไปห้องโถง
“มอร์นิ่งค่ะฮันย่า” ณัฐวลัญช์ ร้องทักทายฮันย่า ที่กำลังเดินจะเข้าไปในห้องครัว
“มอร์นิ่งหนูลัน จะไปเจอนายท่านใช่ไหม? ตอนนี้นายท่านไปออกกำลังกายตอนเช้า ถ้ายังไงไปรออยู่ที่ห้องทำงานก็แล้วกัน ตามมา”
ฮันย่ากล่าวทักทายณัฐวลัญช์ด้วยสีหน้านิ่งเฉย ไม่ได้แสดงอะไรออกมาให้เห็นผ่านทางสีหน้าเลยแม้แต่น้อย
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ณัฐวลัญช์ว่าแล้วก็เดินตามฮันย่าไปยังห้องทำงานของอัศม์เดชไปติดๆ โดยไม่ให้บอกซ้ำ
“รอนายท่านอยู่ห้องนี้ ห้ามทำรุ่มร่ามใดๆ ทั้งสิ้น จงนั่งรออยู่ที่นี่อย่างสงบเสงี่ยม”
ฮันย่าบอกกล่าวพร้อมกับเตือนกันไว้อยู่ในที เพราะไม่อยากให้ตนเอง รวมทั้งเ้าหล่อนต้องเดือดร้อน
“ค่ะ”
ณัฐวลัญช์ตอบรับสั้นๆ อย่างเข้าใจ ก่อนจะเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตนสุดๆ
“อืม!!”
ฮันย่าตอบรับคำพูดของณัฐวลัญช์สั้นๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานของอัศม์เดชไป แต่ตอนเดินไปถึงประตูห้องทำงาน ก่อนที่จะเปิดประตูก้าวเดินออกไป ฮันย่าก็หันมาเมียงมองดูณัฐวดีอยู่ชั่วขณะหนึ่ง เพื่อเป็การชั่งใจ ว่าควรจะปล่อยให้อยู่ในห้องนี้ดีหรือว่าไม่ควรปล่อยให้อยู่ห้องนี้คนเดียวดี แต่สุดท้ายก็เลือกไว้ใจเ้าหล่อน ปล่อยให้อยู่คนเดียวรอผู้เป็เ้านายอยู่ตามลำพัง
๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘๑๘