บทที่ 8 กลายเป็ตัวประกันไปซะได้
“เด็กน้อย อยู่เฉย ๆ ซะ ถ้าทำให้ฉันโมโห ฉันจะยิงหัวแก!” ชายร่างกำยำ หนวดเคราเต็มใบหน้า ใช้ปืนจ่อคางของหนิวลี่ และตะคอกด้วยความดุดัน
หนิวลี่รู้สึกกลัวตามสัญชาตญาณจึงหดตัวลงเล็กน้อย รู้สึกใกับความเย็นเฉียบของปลายกระบอกปืนที่แผ่ซ่านมาที่ปลายคาง
บอกตามตรง หนิวลี่ยังรู้สึกมึนงงอยู่ ทำไมเขาถึงกลายเป็ตัวประกันไปได้? ก่อนหน้านี้ยังเชยชมความมหัศจรรย์ของพลังเวทกับเอลฟ์น้อยอยู่เลย จู่ ๆ ชายสองคนนี้ก็โผล่มาจากไหนไม่รู้ ใช้เขาเป็โล่กำบังของพวกมัน บังคับเขาเดินไปในห้องควบคุม
หนิวลี่ขยับตัวเล็กน้อย พยายามทำใจให้สงบ ยิ่งอยู่ในสถานการณ์อันตราย ยิ่งต้องใจเย็นถึงจะช่วยตัวเองได้
“พี่หู่ ตอนนี้จะทำยังไงดี?” หลังจากข่มขู่หนิวลี่แล้ว ชายที่มีหนวดเคราก็หันไปถามเพื่อนอีกคน ดูเหมือนจะถือเขาเป็ผู้นำ
หนิวลี่เหลือบมองไปทางนั้นด้วยหางตา
ผู้ชายคนนั้นค่อนข้างผอม อายุน่าจะราวยี่สิบกว่า ๆ ยังไม่ถึงสามสิบ แต่มีใบหน้าที่เหมือนทั้งโลกเป็หนี้เขา หม่นหมองน่ากลัว โดยเฉพาะดวงตาที่ยาวและแคบ มองปราดเดียวก็ทำให้นึกถึงงูเห่าที่น่าขนลุก
หนิวลี่รู้สึกโดยสัญชาตญาณว่า ชายผอมที่ดูอ่อนแอคนนี้ต่างหากที่อันตรายที่สุด ในใจยิ่งหนักอึ้งขึ้นอีกหลายเท่า
‘มือถือปืน สายตาดุร้าย นี่มันอาชญากรตัวจริง! ตกอยู่ในมือคนแบบนี้ โอกาสรอดน้อยกว่าตายแน่ ๆ’
“อย่าเพิ่งพูดอะไร ให้ฉันคิดก่อน” พี่หู่ใบหน้าเ็า เดินไปเดินมาในห้องควบคุม
หนิวลี่กลั้นหายใจ ได้ยินแต่เสียงฝีเท้าที่มีจังหวะจะโคนของพี่หู่
ทันใดนั้น พี่หู่ก็หยุดเดิน สายตามองมาที่หนิวลี่ ทำเอาหนิวลี่ตัวสั่น หดตัวแน่นิ่งยิ่งกว่าเดิมที่มุมโต๊ะไม้เก่า ๆ ตัวหนึ่ง
“ตอนนี้ต้องอาศัยเขาแล้ว เดี๋ยวถ้าตำรวจะโเรียก นายออกไปบอกพวกเขาว่า้ารถออฟโรดหนึ่งคัน จำไว้ว่าต้องกันะุได้ด้วย” พี่หู่พูดกับชายที่มีหนวดเครา
“อืม ฉันรู้แล้ว” ชายที่มีหนวดเครารีบพยักหน้า แล้วพูดด้วยใบหน้าโกรธเกรี้ยว “พี่หู่ ครั้งนี้ต้องเป็หลี่เตาปาแน่ ๆ ที่แอบไปบอกตำรวจ ไอ้หมอนี่อยากจะเมืองเอชคนเดียว เป็จักรพรรดิใต้ดินของเมืองเอช ถ้าพวกเราหนีรอดไปได้ครั้งนี้ ฉันจะถลกหนังมันทั้งเป็เลย”
แต่พี่หู่กลับส่ายหน้า ไม่พูดอะไร เพียงแค่กะพริบตา เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง
“คนข้างใน ฟังให้ดี เราให้เวลาพวกแกสามสิบวินาที ออกมาและยอมมอบตัวซะ ไม่งั้นพวกเราจะยิงแล้ว” เสียงะโของตำรวจด้านนอกโรงงานดังขึ้น
“ฮึ ไร้ความสามารถยังคิดจะให้ฉันยอมจำนนงั้นเหรอ” ชายที่มีหนวดทำหน้าดูถูก มองออกไปนอกหน้าต่างกระจก
ห้องควบคุมอยู่ชั้นสอง มีบันไดเหล็กเชื่อมต่อขึ้นลง เป็จุดที่ป้องกันง่ายโจมตียาก ดังนั้นชายมีหนวดจึงมองลงไปจากหน้าต่าง เห็นการจัดวางกำลังของตำรวจเกือบทั้งหมด
จากที่เห็น ตำรวจมีมากกว่ายี่สิบนาย ยึดครองทางเข้าออกไม่กี่ทางที่มี แต่ละคนพกอาวุธครบมือ
“คนข้างล่าง ฟังให้ดี ฉันมีตัวประกันอยู่ในมือ ถ้าพวกแกไม่อยากให้ตัวประกันได้รับอันตราย ก็อยู่เฉย ๆ ซะ!” พี่หู่พิงผนังะโเสียงดัง
“อะไรนะ! ข้างในมีตัวประกัน?” ตำรวจวัยกลางคนที่กำลังะโชะงักทันที เดิมทีพวกเขาล้อมคนร้ายไว้ได้และพร้อมจะบุกเข้าไปจับกุมทุกเมื่อ รอรับความดีความชอบได้ทันที
แต่ทำไมคนร้ายถึงมีตัวประกันได้ล่ะ? ตัวประกันนี่มาจากไหนกัน?
“ท่านรอง คนร้ายต้องขู่เปล่าแน่ ๆ ผมไล่ตามพวกเขาอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งบุกเข้ามาในโรงงานร้างนี่ ผมยืนยันว่า ข้างในไม่มีตัวประกันแน่นอน นี่ต้องเป็กลลวงของพวกมัน” ตำรวจร่างใหญ่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตำรวจวัยกลางคนพูดอย่างมั่นใจ
“แล้วถ้าพวกมันมีล่ะ? ถ้าตัวประกันได้รับาเ็ ใครจะรับผิดชอบ?” ตำรวจวัยกลางคนตวาดถาม
“คือว่า…” ตำรวจร่างใหญ่เงียบไป ถึงแม้จะเชื่อว่าในเวลาสั้น ๆ แบบนี้ คนร้ายไม่น่าจะจับตัวประกันได้ แต่ตัวเองก็ไม่ได้เห็นกับตาจริง ๆ ว่าพวกเขาไม่มีตัวประกัน ถ้ามีจริง ๆ ความรับผิดชอบนี้ก็ยากที่จะรับเหมือนกัน
“พี่หู่ ดูเหมือนพวกเขาจะไม่เชื่อว่าเรามีตัวประกันนะ” ชายมีหนวดเคราพูด
พี่หู่หัวเราะเยาะ “นายพาเขาออกไปเดินเล่นสักรอบ”
“ได้” ชายมีหนวดเคราจ้องมองไปที่หนิวลี่ด้วยสายตาดุร้าย ก่อนจะะโใส่ “เดินออกมา!”
หนิวลี่โกรธในใจ พวกนั้นมีปืนอยู่ในมือ ทั้งยังเป็โจรที่ยิ้มและพูดคุยกับตำรวจได้อย่างสบายใจ ตอนนี้ให้ความร่วมมือจะดีกว่า
หนิวลี่เดินออกมาอย่างว่าง่าย ท่าทางซื่อ ๆ อ่อนแอของหนิวลี่ ทำให้ชายมีหนวดพอใจมาก
คนอ่อนแอก็ควรสั่นเทาต่อหน้าคนแข็งแกร่งอย่างเขา
ชายมีหนวดคว้าตัวหนิวลี่ไว้ พาหนิวลี่เดินไปที่หน้าประตู เตะประตูเปิดออก หยิบปืนขึ้นมาจ่อที่ขมับของหนิวลี่ แล้วเดินออกจากโรงงาน
“เอ๊ะ! พวกเขา...มีตัวประกันจริง ๆ ด้วย!” ตำรวจร่างใหญ่มองอย่างตกตะลึงไปที่หนิวลี่ซึ่งถูกชายมีหนวดจ่อปืนไว้ รู้สึกอ่อนแรงขึ้นมาทันที
เขาไล่ตามอย่างใกล้ชิด ชัดเจนว่าพวกเขาไม่มีเวลาจับตัวประกัน แต่ทำไมจู่ ๆ ถึงโผล่ออกมาได้คนหนึ่ง? ใครบอกได้ไหมว่านี่มันเื่อะไรกัน?
ตำรวจวัยกลางคนมองตาขวางไปที่ตำรวจร่างใหญ่อย่างดุดัน แล้วหันไปทางชายมีหนวด ก่อนจะยกโทรโข่งขึ้น “ใจเย็น ๆ มีอะไรค่อย ๆ พูดกันดี ๆ อย่าทำร้ายตัวประกันเด็ดขาด”
“พูดดี ๆ บ้านแกสิวะ ฉันมีตัวประกันอยู่ในมือ ตอนนี้ฉันขอเตือนพวกแกนะ อย่างแรกห้ามยิง ไม่งั้นฉันจะยิงมันเป็คนแรก อย่างที่สองรีบเตรียมรถออฟโรดให้ฉัน ฉัน้ารถกันะุ ให้เวลาสามนาที ฉันต้องเห็น ไม่งั้นฉันจะยิงมัน ได้ยินไหม” ชายมีหนวดเคราะโอย่างภาคภูมิใจ
ตำรวจร่างใหญ่โกรธจัด ก่อนจะพูดกับตำรวจวัยกลางคน “ท่านรองผู้บัญชาการ พวกเราไม่ควรตกลงกับคนร้ายคนนี้ พวกเขายิงประธานบริษัทเหม่ยเซี่ยจนตาย ตอนนี้ได้รายงานไปยังทางการแล้ว ถ้าพวกเราทำแบบนี้ ผลที่ตามมาอาจจะร้ายแรงยิ่งขึ้น ผมไม่เห็นด้วย”
ตำรวจวัยกลางคนมองตำรวจร่างใหญ่อย่างโกรธเคืองอีกครั้ง ในใจคิด ‘ฉันจะไม่รู้เลยหรือไงว่ามันจะส่งผลเสียร้ายแรง? แต่ตอนนี้จะเก็บกวาดเื่นี้ยังไง ถ้าไม่ทำตาม ตัวประกันตาย คนที่ต้องรับผิดชอบก็คือฉัน แกจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ช่าง’
คิดอยู่สิบกว่าวินาที รองผู้บัญชาการกัดฟันพูดว่า “ทำตามที่เขาพูด นายไปขับรถกันะุมาเดี๋ยวนี้”
“อะไรนะ? ท่านรอง…”
“ไม่ต้องพูดแล้ว ตัวประกันสำคัญกว่า ตอนนี้ฉันเป็คนออกคำสั่งนาย” ตำรวจวัยกลางคนจ้องตาพูดเสียงเข้ม
สีหน้าของตำรวจร่างใหญ่เริ่มดูไม่ดี เหลือบมองชายมีหนวดที่กำลังลอยหน้าลอยตาอยู่นอกโรงงาน สะบัดหัวอย่างแรงแล้ววิ่งออกจากโรงงานร้าง
“กรุณารออีกสักครู่ คนของเราไปเอารถแล้ว พวกคุณอย่าได้ทำร้ายตัวประกันเด็ดขาด” ตำรวจวัยกลางคนรีบยกโทรโข่งขึ้นะโบอกอีกครั้ง
“อืม อย่างนี้สิถึงจะว่าง่าย เป็ตำรวจที่ดีของประชาชนจริง ๆ” ชายมีหนวดหัวเราะอย่างเหี้ยมโหด แขนอ้วน ๆ รัดคอของหนิวลี่ไว้ พลางก้มหน้าลงกระซิบ “หนุ่มน้อย นายนี่แหละผู้มีพระคุณช่วยชีวิตพวกเรา พอพวกเราปลอดภัยแล้ว ฉันจะตอบแทนนายให้ดี” พูดจบก็แลบลิ้นเลียคอของหนิวลี่
ร่างกายแข็งทื่อ รู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นวิ่งผ่านจากปลายเท้าขึ้นไปถึงศีรษะ แล้วตกลงมาอีกครั้ง ในหัวของหนิวลี่ผุดคำคำหนึ่งขึ้นมา!
‘เกย์!’
‘บ้าชะมัด บ้าชะมัด! ฉันถูกเกย์ลักพาตัวงั้นเหรอ! ยังจะตอบแทนฉันอีก หรือว่าเขา้า…’
คราวนี้ หนิวลี่รู้สึกขนพองสยองเกล้า ก่อนที่ความโกรธจะพุ่งขึ้นมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เขาเป็ผู้ชายปกติ ไอ้เกย์เวร ถ้าเขามีโอกาส เขาจะตัดไอ้จ้อนมันทิ้งแน่!