นักเรียนเสื้อคลุมสีแดงเพลิงกระโดษเข้าหาจางเฉินพร้อมกับปลดปล่อยกระบวนยุทธ
“งูเพลิงสลายโลกา”
บูม
คลื่นกำปั้นสีแสดงพุ่งออกมาแล้วแปรเปลี่ยนเป็นรูปแบบงูแดงลูกเป็นไฟอ้าปากหวังเข้ากัดจางเฉิน มู่หยงฟู่มองดูอย่างสบายอารมณ์มันแทบไม่ต้องออกแรงเลยก็ได้ชัยชนะง่ายๆ แค่จ่ายเงินเล็กน้อย
“อัดพลังไปเต็มที่ขนาดนาดมันจะมีสักกี่ชีวิตก็ต้องตายแหละ”
จางเฉินเดินกระบวนท่าหมัดลมปราณของเขาแล้วกระโดษขึ้นทุบหัวงูเพลิงทันที หมัดที่น่ากลัวแตกกระจายแล้วจางเฉินก็ใช้ท่าเท้าท่องเมฆาเข้าประชิดตัวเสื้อคลุมแดงทันทีกระแทกอีกหมัดเข้าที่หน้าอก
ตูมมมม
เสียงกระดูกแตกดังลั่นและนักเรียนเสื้อคลุมไฟก็ประทุเลือดจากปากกระเด็นออกจากเวทีทั้งตกใจและตะลึงงันไปทั้งสนามประลอง
“กำปั้นที่ดี จางเฉินกระบวนท่าเล็กๆน้อยๆ ของแกเป็นเพียงแค่การแสดงเล็กๆ ทางทีดีคุกเข่าและยอมเจ็บตัวซะดีๆ ดีกว่าไม่งั้นเจ้าจะรู้ว่าอะไรดีกว่าตาย” มู่หยงฟู่ไม่สนใจนักเรียนที่กระเด็นออกไปพูดพร้อมเดินเข้าหาจางเฉินพร้อมกับนักเรียนอีก2 คน
จางเฉินมองอย่างเฉยเมยเข้าสู่รัฐสมาธิกำหนดลมหายใจเพื่อคำนวณการใช้พละกำลัง หาจุดอ่อน และการจัดการลมปราณเพื่อให้เหลือสำหรับต่อสู้กับคนอื่นๆด้วย
“เจ้าเด็กนี่มองหาความตาย”มู่หยงฟู่โกรธมาก เขาจ้องมองจางเฉินเหมือนอยากจะฆ่าให้ตายถ้าดวงตาฆ่าคนได้จางเฉินคนตายไปแล้วหลายร้อยครั้ง
“สุนัขที่ชอบเห่ามักไม่กัด”
มู่หยงฟู่ได้ยินคำเดิมๆยิ่งโกรธมากกว่าเดิมจนตัวสั่น รวบรวมลมปราณจนสุดตัวหมายชีวิตของจางเฉินพลังสวรรค์และโลกโดยรอบต่างหมุนวนอยู่กับตัวมู่หยงฟู่ทั้งดูดกลืนพลังและพร้อมปลดปล่อยอย่างเต็มที่
“อินทรีทยานฟ้า”
บุมมมม
“งูเพลิงสลายโลกา
บูมมม
ทั้งสามคนต่างปล่อยกระบวนยุทธพร้อมๆกันเสียงดังกระหึ่ง อินทรีทยานฟ้าเป็นกระบวนยุทธธาตุลมซึ่งส่งพลังลมอย่างรุนแรงไปทั่วทั้งสนามแข่งแต่เป้าหมายก็คือจางเฉินเท่านั้น กระบวนท่างูเพลิงของนักเรียนอีกสองคนรวมเข้าอีกลมและไฟย่อมเกื้อหนุนกัน ทำให้จางเฉินเป็นจุดสนใจของทั้งอัศจรรทันที
จางเฉินยังคงใช้เพียงกระบวนท่ามวยพื้นฐาน ประกอบเป็นหมัดพลังปราณของเขาตามปกติ
ตูมมมม
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้คนทั้งอัศจรรต่างตกตะลึงและเบิกตาค้าง
การชกมวยพื้นฐาน สู่กับศิลปะการต่อสู้ระดับก่อเกิด 1 คนกับระดับหลอมรวมลมปราณ 3 คนมันขัดสามัญสำนึกทั่วไปเรียกได้ว่าเกิดการพังทลายทางแนวคิดระดับชั้นศิลปะการต่อสู้และระดับฝึกฝนอย่างสมบูรณ์
จางเฉินถอยหลังไปเพียง 2-3 ก้าวมู่หยงฟู่กับอีกสามคนต่างมีสีหน้าไม่สู้ดีเห็นมือและแขนของพวกเขาแตกและรู้สึกได้ถึงกระดูกแขนแหละเป็นชิ้นๆไม่นานทั้งสามคนก็เปิดปากพ่นเลือดออกมา พวกเขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น
“บินออกเวทีได้”จางเฉินกระโดดถีบทั้ง 3 คนไปคนละที
“แก”มู่หยงฟู่พ่นเลือดกระเด็นออกจากเวทีอย่างอนาถพร้อมด้วยเสียงกระดูกหน้าอกร้าวอย่างชัดเจนบินออกจากเวทีไกลกว่าสิบเมตรจึงอยุดลงและสลบไป ไม่รู้เป็นหรือตาย
เงียบ!
ความเงียบสงบของทั้งอัศจรร
ผู้ชมเงียบทุกคนมองจางเฉินด้วยความตกใจปากตาเบิกกว้าง
จางเฉินเพียงตบฝุ่นที่มือและไหล่เบาๆ ราวกับว่าทำสิ่งเล็กๆ น้อยๆเสร็จแล้วก็มองไปที่มู่หยงเลี่ยนซึ่งอยู่ไม่ไกล
“คราวต่อไปตาเจ้า”
อาจารย์มหาลัยรีบเข้าไปดูแลมู่หยงฟู่ทันทีแล้วทำมือเป็นสัญลักษณ์ว่ายังไม่ตาย ให้ยาแล้วจึงแบกมู่หยงฟู่ออกจากพื้นที่
“เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครทำน้องข้าขนาดนี้ เจ้าคิดว่าจะมามองหน้าทำท่ายินดีที่จะสู้กับข้า มองหาความตาย”
สนามของมู่หยงเลี่ยนนั่นจบไปเรียบร้อยแล้วโดยเหลือเพียงมู่หยงเลี่ยนคนเดียว ยืนประจันหน้ากับจางเฉิน คนอื่นๆ ในวงกลมหมายเลข5 ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้จางเฉิน ต่างต่อสู้กันเองเพื่อได้รับสถานที่ที่เหลืออีก 3ที่ ยกที่หนึ่งให้จางเฉินไปโดยอัตโนมัติ
“ฮ่าฮ่าไม่ถูกต้องเหรอ เจ้าเคยมองหาข้า ข้าก็มองหาเจ้าดังนั้นคราวต่อไปคือตาเจ้าแน่นอน”จางเฉินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ ถ้าเขาย้อนกลับไปเขาคงจะต้องแปลกใจกับตัวเองมากที่ดูเหมือนจะเป็นคนบ้าการต่อสู้ยิ่งเห็นคนเก่งกว่ายิ่งอยากเอาชนะ