อสุราพลิกฟ้า ท้าบัญชาสวรรค์

    บทที่ 39: รุ่งอรุณแห่งความพินาศ


    บทที่ 39: รุ่งอรุณแห่งความพินาศ


    เช้าวันรุ่งขึ้น คฤหาสน์ของตระกูลเซียวเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความคึกคักและยินดี เหล่าคนรับใช้ต่างวิ่งวุ่นจัดเตรียมสถานที่สำหรับงานเลี้ยงเฉลิมฉลองครั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นในค่ำคืนนี้ เพื่อประกาศการร่วมมือกับตระกูลจางและแสดงแสนยานุภาพความเป็นใหญ่ในเมืองเมฆาล่อง


    เซียวอี้เฟิงตื่นขึ้นมาด้วยอารมณ์ที่ยังคงขุ่นมัวจากความพ่ายแพ้ในงานประมูล แต่เมื่อนึกถึงงานเลี้ยงในคืนนี้ เขาก็แสยะยิ้มออกมา 'คอยดูเถอะตระกูลหลิน...หลังจากคืนนี้ไป พวกเจ้าจะไม่มีที่ยืนในเมืองนี้อีกต่อไป!'


    แต่ความฝันอันหอมหวานของเขาก็กำลังจะถูกทำลายลงในไม่ช้า...


    ณ คลังโอสถสวรรค์ ยามผลัดใหม่ได้เดินทางมารับช่วงต่อจากทีมของจ้าวซาน


    "เมื่อคืนไม่มีอะไรผิดปกติใช่หรือไม่?" ยามคนหนึ่งเอ่ยถาม


    จ้าวซานหาวหวอด "เงียบสงบดี ไม่มีแม้แต่เงาของหนูสักตัว"


    หลังจากส่งมอบเวรยามเรียบร้อยแล้ว ยามผลัดใหม่คนหนึ่งก็เดินไปที่ประตูเหล็กเพื่อปฏิบัติภารกิจแรกของวัน...เบิก "หญ้าจิตรวมปราณ" จำนวนสิบต้นสำหรับโรงหลอมโอสถ


    เขาไขกุญแจและเปิดประตูเหล็กที่หนักอึ้งออก...


    และภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าก็ทำให้เขาหยุดนิ่งราวกับถูกสาปเป็นหิน! ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด!


    กลิ่นหอมของโอสถที่เคยอบอวล...หายไปไหน? ทำไมมันถึงถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอับชื้นและเถ้าธุลี?


    ชั้นวางของที่เคยเต็มไปด้วยกล่องหยกและขวดกระเบื้อง...ทำไมมันถึงว่างเปล่าไปเกือบหนึ่งในสี่! บนชั้นเหล่านั้นมีเพียงซากของสมุนไพรที่แห้งกรังเป็นสีเทาและเศษกระเบื้องที่แตกละเอียด!


    "อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาา!"


    เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวังดังลั่นไปทั่วทั้งลานกว้าง!


    "ยะ...แย่แล้ว! คลังโอสถ! คลังโอสถถูกปล้น!"


    สัญญาณเตือนภัยถูกตีดังขึ้นระรัว! ความโกลาหลบังเกิดขึ้นในคฤหาสน์ตระกูลเซียวทันที!


    จ้าวซานที่กำลังจะกลับไปพักผ่อน เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณก็มีใบหน้าซีดเผือด เขารีบพุ่งกลับมายังคลังโอสถด้วยความเร็วสูงสุด พร้อมกับเหล่าผู้อาวุโสและประมุขตระกูลเซียว "เซียวจ้าน" ที่รีบรุดมาดูด้วยตนเอง!


    เมื่อทุกคนก้าวเข้ามาในคลังโอสถและเห็นสภาพความพินาศเบื้องหน้า...ทุกคนต่างหยุดหายใจไปชั่วขณะ!


    "นี่...นี่มันเกิดอะไรขึ้น!" เซียวจ้านคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยวจนตัวสั่น แรงกดดันของยอดฝีมือขอบเขตทะเลวิญญาณระเบิดออกมาจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยว "จ้าวซาน! นี่มันเรื่องอะไรกัน! เจ้าเฝ้ายามอยู่ทั้งคืนไม่ใช่รึ!"


    จ้าวซานทรุดลงคุกเข่ากับพื้นทันที ใบหน้าของเขาไร้สีเลือด "ท่านประมุข! ข้า...ข้าไม่ทราบจริงๆ! เมื่อคืนไม่มีสิ่งใดผิดปกติเลย ประตูไม่ได้ถูกทำลาย...ไม่มีร่องรอยการต่อสู้แม้แต่น้อย!"


    ผู้อาวุโสคนหนึ่งรีบเข้าไปตรวจสอบซากสมุนไพรบนชั้นวาง เขายิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้น "ประหลาดมาก... นี่ไม่ใช่การขโมยธรรมดา... ดูเหมือนแก่นแท้พลังงานของสมุนไพรทั้งหมดจะถูก 'ดูด' ออกไปจนหมดสิ้น! ทิ้งไว้เพียงซากที่ไร้ค่า!"


    ในขณะที่ทุกคนกำลังสับสนและโกรธเกรี้ยวอยู่นั้นเอง เซียวอี้เฟิงก็ได้วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา


    เมื่อเขาเห็นสภาพภายในคลังโอสถ เขาก็ตกตะลึงไปชั่วครู่...ก่อนที่ภาพของชายในชุดคลุมลึกลับคนหนึ่งจะผุดขึ้นมาในใจ! ความแข็งแกร่งทางกายภาพที่น่ากลัว...ความเยือกเย็น...และความแค้นที่ตระกูลหลินมีต่อพวกเขา...


    ทุกอย่างเชื่อมโยงกันในหัวของเขาทันที!


    "เป็นมัน!" เซียวอี้เฟิงตะโกนลั่น "ต้องเป็นไอ้คนในชุดคลุมที่มากับตระกูลหลินแน่ๆ! ไม่มีใครอีกแล้ว! ตระกูลหลิน! พวกมันต้องเป็นคนทำ!"


    คำพูดของเขาทำให้ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียว


    เซียวจ้านผู้เป็นประมุขหรี่ตาลง แววตาของเขาสาดประกายสังหารอันเย็นเยียบออกมา "ตระกูลหลิน...กล้าดียังไงมาหยามเกียรติพยัคฆ์ถึงในถ้ำ!"


    ความโกรธเกรี้ยวจากการสูญเสียทรัพย์สินมหาศาลและความอัปยศจากการถูกลูบคม ทำให้เซียวจ้านตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด


    "ดี...ดีมากตระกูลหลิน! ในเมื่อพวกเจ้ากล้าหักหน้าตระกูลเซียวของข้าถึงเพียงนี้..."


    "งั้นในงานเลี้ยงคืนนี้ ข้าก็จะใช้พวกเจ้ามาเชือดไก่ให้ลิงดู!"


    "ส่งคนไป 'เชิญ' แม่นางน้อยหลินเวยเวยและ 'ผู้อาวุโสเกียรติคุณ' ของนางมาที่งานเลี้ยงให้ได้! บอกพวกมันว่านี่เป็นคำสั่งจากข้า...หากไม่มา...ตระกูลหลินก็ไม่จำเป็นต้องมีอยู่อีกต่อไป!"


    พายุแห่งความโกรธเกรี้ยวที่กำลังจะปะทุขึ้นในตระกูลเซียว...ย่อมจะสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมืองเมฆาล่องในอีกไม่ช้า!