ความสัมพันธ์ระหว่างกันต์ดนัยและพรนับพันดูเหมือนจะขยับขึ้นมานิดหน่อยแต่ก็ยังคลุมเครือไม่มีอะไรชัดเจนพรนับพันยังคงตื่นเช้าไปทำงานทุกวันและในทุกๆ เช้าหญิงสาวมักจะคอยทำข้าวต้มหมูทิ้งเอาไว้ให้เสมอและมีบางครั้งที่เธอมักจะกลับมาทานมื้อเที่ยงด้วยกันไม่ใช่แค่นั้นกับเ้าก้อนขนสีส้มของพรนับพันที่่แรกๆ ดูจะน่ารำคาญไปบ้างแต่ตอนนี้กลายเป็ที่รักของกันต์ดนัยไปแล้วมันมักจะนอนอยู่ใกล้ๆ ชายหนุ่มเสมอ
“เหมี้ยววว”
“พอเลยอันนี้ของฉัน” เ้าก้อนขนเดินเข้าใกล้ชายหนุ่มเพื่ออ้อนขออาหารเพิ่มเหมือนทุกครั้งและดูเหมือนครั้งนี้อยากจะได้ข้าวต้มของเขา
“แกนะกินเยอะเกินไปแล้วอย่าให้มากไปกว่านี้เลย นับเขาจะอุ้มแกไม่ไหวเอาหรอก”เ้าก้อนขนเหมือนจะฟังเขาเข้าใจเลิกราวีกับข้าวต้มของเขาแต่ที่ไหนได้มันกลับเดินไปยังชามข้าวของตัวเองและกินอาหารที่พรนับพันใส่ไว้ให้ก่อนออกจากห้อง
หลังจากที่อาหารในชามหมดเ้าก้อนขนก็เดินมานอนข้างๆชายหนุ่มบนเตียงเหมือนดั่งเช่นทุกวัน
เย็นของวันกันต์ดนัยเดินมายังร้านกาแฟที่พรนับพันทำงานอยู่ชายหนุ่มเริ่มที่จะเดินมารับพรนับพันที่ทำงานเพราะไม่อยากให้เธอต้องเดินกลับบ้านคนเดียว
“ร้านปิดแล้วนะคะเอ๊า!!!คุณกันต์นับบอกแล้วไงคะว่านับกลับเองได้คุณไม่ต้องออกมารับ”
“ฉันก็บอกแล้วว่าฉันจะมารับเธอเป็ผู้หญิงเดินกลับบ้านคนเดียวไม่กลัวหรือไง?”
“ถนนที่นับใช้มีเสาไฟฟ้าอยู่ตลอดทางแล้วก็ไม่ใช่ทางเปลี่ยวสักหน่อยนะคะ”
“ยังไงมันก็อันตรายอยู่ดีให้ฉันมารับเธอนะดีแล้ว”
“มาฉันช่วยเราจะได้กลับบ้านกันเร็วๆ”ชายหนุ่มเริ่มที่จะยกเก้าอี้วางบนโต๊ะที่หญิงสาวเช็ดไปแล้ว
“ขอบคุณนะคะ”พรนับพันรู้สึกใจนุ่มฟูกับสิ่งที่ชายหนุ่มทำให้ รอยยิ้มบางๆ ถูกส่งถึงชายหนุ่ม
“อืม”
อยู่ๆ ประตูหน้าร้านก็ถูกเปิดออกพร้อมกับชายหนุ่มหน้าตาดีภายใต้กรอบแว่นสายตาชายผู้เป็เ้าของร้านกาแฟแห่งนี้
“คุณติณห์สวัสดีค่ะ” พรนับพันเป็คนที่เอ่ยปากทักทายคนที่เพิ่งเข้ามาภายในร้าน
“พี่นึกว่านับจะกลับไปแล้วซะอีกแต่เห็นไฟในร้านยังเปิดอยู่เลยเดินเข้ามาแล้วนั่นใครงั้นเหรอ?” ติณห์ถามถึงชายแปลกหน้าที่ยืนอยู่ในร้านของเขากับพรนับพัน
“อ้อเขาเอ่อ...คือว่า...เขาเป็...” หญิงไม่รู้ว่าควรจะตอบไปยังไงดีก่อนที่เธอจะคิดคำตอบได้กันต์ดนัยก็เอ่ยปากตอบไปด้วยตัวของเขาเอง
“ผมเป็แฟนของนับครับเห็นว่าเลิกงานแล้วเลยมารับกลับบ้านด้วยกัน” กันต์ดนัยเดินมายืนข้างๆ พรนับพันหญิงสาวที่มีส่วนสูงเพียงหนึ่งร้อยหกสิบเซนนิดๆเมื่อมายืนตรงกลางชายหนุ่มตัวสูงทั้งคู่ทำเธอดูกลายเป็เ้าสเมิร์ฟตัวฟ้า
“สวัสดีครับผมกันต์ดนัย”มือหนายื่นไปตรงหน้าชายแปลกหน้า
“สวัสดีครับผมติณห์เป็เ้าของร้านแต่ไม่ยักรู้นะครับว่านับมีแฟนแล้วไม่เห็นนับจะเคยบอกพี่เลยนะ”ติณห์แนะนำตัวกลับไปพร้อมจับมือทักทายกันต์ดนัยตามมารยาท
“เราเพิ่งตกลงคบกันเมื่อไม่นานนี้เอง”
“เอ่อคุณติณห์มาเช็กกล้องวงจรปิดเหรอคะ?”
“อืมใช่พี่ว่าจะมาเช็กกล้องแล้วก็ดูบัญชีสักหน่อย พี่ไม่ได้เข้าร้านมาสักพักแล้วด้วย”ติณห์ละสายตาจากชายหนุ่มลูกครึ่งมาสนใจพรนับพันทันทีที่เธอเอ่ยปากคุยกับเขา
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ?”
“ที่บริษัทมีปัญหานิดหน่อยแต่ไม่หนักเกินกว่าที่พี่จะจัดการหรอกไม่ต้องห่วง” สายตาอบอุ่นส่งถึงพรนับพันทำเอาเธอรู้สึกอุ่นใจเหมือนทุกครั้งที่ได้คุยกับเขาแต่ไม่ใช่กับชายที่อ้างตัวว่าเป็แฟนของหญิงสาวเขาไม่พอใจในสายตานั้นของติณห์ที่มองพรนับพัน
“นับทำงานต่อให้เสร็จแล้วรีบกลับบ้านเถอะพี่ว่าจะไปทำงานต่อแล้วเหมือนกัน”
“ค่ะงั้นนับขอไปเก็บร้านต่อนะคะ” เธอเดินไปทันทีที่จบประโยค กันต์ดนัยมองตามแผ่นหลังของหญิงสาวเท้าของเขากำลังจะก้าวตามเธอ
“เดี๋ยวก่อนสิครับคุณกันต์ดนัยผมมีเื่อยากคุยด้วยนิดหน่อย”
“เื่อะไร”
“ผมว่าที่นี่ไม่ค่อยเหมาะเท่าไรรบกวนเชิญที่ห้องทำงานของผมดีกว่า เชิญครับ” ติณห์ผายมือไปตามทางที่นำไปสู่ห้องทำงานของเขา
ห้องทำงานของติณห์ถูกตกแต่งสไตล์มินิมอลมีโต๊ะทำงานและจอมอนิเตอร์ของกล้องวงจรปิดติณห์เดินตรงไปนั่งประจำที่ผายมือเป็สัญญาณเชิญกันต์ดนัยให้นั่งยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
“คุณมีธุระอะไรจะคุยกับผม”
“คุณคือกันต์ดนัยเธียรนิติฐาดลลูกชายคนรองของคุณกษิดิศใช่หรือเปล่าครับ?”
“ถ้าใช่แล้วมันจะทำไม?คุณอยากพูดเื่อะไรก็พูดออกมาเลยมันคงไม่เกี่ยวหรอกว่าผมจะเป็ลูกของใคร”
“ผมแค่ไม่คิดว่าคนอย่างคุณจะมาเป็แฟนกับนับดูยังไงคุณกับนับก็ไม่น่าจะมีโอกาสอะไรให้ต้องมาเจอกัน จริงไหมครับ?”
“ถ้าตามปกติผมก็คงไม่มีโอกาสได้เจอกับนับหรอกแต่สถานการณ์ของผมกับนับไม่ค่อยจะปกติเท่าไรและผมกับนับเราทั้งคู่คบกันด้วยหัวใจไม่มีอะไรแอบแฝง”
“สถานการณ์ไม่ปกติ?หมายความว่ายังไง?”
“ผมว่ามันไม่ใช่เื่จำเป็อะไรที่ผมต้องบอกคุณ”
“แต่ผมว่ามันจำเป็เพราะคุณกำลังคบหาอยู่กับนับผมอยากรู้ว่าคุณจะไม่ทำตัวเหมือนพวกผู้ชายมักง่ายแล้วทำให้นับเสียใจ”กันต์ดนัยมองหน้าติณห์อยู่ชั่วครู่ก่อนจะเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เขาถูกลอบทำร้ายและถูกช่วยเอาไว้โดยพรนับพัน
“งั้นแปลว่าตอนนี้คุณก็กำลังตกเป็เป้าจากผู้ประสงค์ร้ายแล้วอย่างนี้นับเขาจะไม่พลอยโดนลูกหลงไปด้วยเหรอ?”
“ผมจะปกป้องเธอเองไม่ต้องให้คุณมาบอกหรอก”ติณห์กำลังยิ้มอย่างมีเล่ห์นัยบางอย่างจนกันต์ดนัยรู้สึกขนลุกวาบ
“คุณกันต์ดนัยคุณรู้ตัวหรือเปล่าว่าคุณกำลังหึง”
“พูดอะไรของคุณผมไม่ดะ...”
“คุณไม่ต้องห่วงหรอกครับผมไม่ได้รู้สึกกับนับในเชิงชู้สาวแต่เป็ในเชิงพี่น้องกันต่างหาก”
‘ก๊อกก๊อก ก๊อก’ ก่อนที่จะได้พูดอะไรตอบกลับฝ่ายตรงข้ามเสียงเคาะประตูจากใครอีกคนที่ยังอยู่ในร้านแห่งนี้
“เชิญครับ”
“ขอโทษค่ะคือนับทำความสะอาดเสร็จแล้ว นับเห็นคุณกันต์เดินมากับคุณติณห์เลยมาตามคุณกันต์ค่ะ”หญิงสาวเปิดแง้มประตูเข้ามา
“ขอโทษนะที่กักตัวเขาไว้ซักนานเลยทั้งที่เขาบอกว่าจะมาช่วยนับเก็บร้าน”
“ไม่เป็ไรค่ะงั้นนับกลับก่อนนะคะ”
“ครับกลับกันดีๆนะ ราตรีสวัสดิ์”
“ค่ะไปก่อนนะคะคุณติณห์” หลังจากร่ำลาชายผู้เป็เ้าของร้านชายหนุ่มเดินตามแผ่นหลังของหญิงมาเรื่อยๆก่อนที่เธอจะเอ่ยประโยคคำพูดทำร้ายความเงียบรอบข้างทิ้ง
“ไปคุยกันเื่อะไรเหรอคะ?”
“เปล่าไม่มีอะไร”
“เหรอคะ?น่าแปลกจังเลยนะคะ คุณกับคุณติณห์ก็เพิ่งจะรู้จักกันวันนี้ไม่ใช่เหรอคะ? ทำไมคุณติณห์ถึงได้มีเื่คุยกับคุณล่ะคะ?”พรนับพันหยุดเดินและหันกลับมามองใบหน้าของชายหนุ่ม
“เขาแค่เป็ห่วงเธอ”
“เป็ห่วงนับ?” คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อย
“ใช่เพราะว่าฉันไปบอกว่าฉันเป็แฟนของเธอเขาเลยเรียกฉันไปคุย มันก็แค่นั้นเอง”
“งั้นเหรอคะ?แล้วทำไมคุณกันต์ถึงได้บอกคุณติณห์ไปว่าเป็แฟนของนับล่ะคะ?”
“คุณหึงนับกับคุณติณห์หรือคะ?”สายตาและสายยิ้มของเธอมีความทะเล้น
“ถ้าฉันบอกว่าใช่ละเธอจะว่ายังไง”
“ก็ไม่ว่ายังไงเพราะว่านับบังคับความคิดคนอื่นไม่ได้ขอแค่มันไม่ไปเบียดเบียนคนอื่นก็พอค่ะ”
“แล้วเธอรู้สึกยังไงก็เขา”
“รู้สึกยังไงก็เขาเป็คนที่คอยช่วยเหลือนับมาตลอด รับนับเข้าทำงานในร้านทั้งที่นับเรียนไม่จบม.3 ด้วยซ้ำ แต่คุณติณห์ก็ยังให้นับทำงานทั้งๆ ที่นับไม่มีความรู้อะไรเลยเกี่ยวกับกาแฟเลย”
“เขาเป็เหมือนกับพี่ชายที่แสนดีของนับค่ะ”สายตาของเธอทำเอาหัวใจของชายหนุ่มเต้นช้าลงจังหวะหนึ่ง สายตาของพรนับพันเวลาที่พูดถึงติณห์มันช่างมีความหมายมากมายเหลือเกิน
“เธอรู้จักกับเขามานานแค่ไหนแล้ว?”
“น่าเกือบๆห้าปีแล้วค่ะ ทำไมเหรอคะ?”
“เธอรู้สึกยังไงกับเขางั้นเหรอ?ชอบเขาหรือเปล่า?”
“นับก็บอกไปแล้วนี่คะเขาเหมือนพี่ชายที่แสนดี นับชอบเขาแบบพี่ชาย”
“ถ้าอย่างนั้นแล้วฉันล่ะเธอรู้สึกยังไงกับฉัน ชอบฉันบ้างหรือเปล่า?” หญิงสาวไม่ได้ตอบในทันทีเธอแหงนมองใบหน้าของชายหนุ่มอยู่ชั่วครู่หนึ่ง สายตาช่างว่างเปล่าก่อนส่ายหน้าไปมาท่าทางของเธอมันบอกว่าเธอไม่ได้มีความรู้สึกแบบเดียวกันกับเขา
“อืมกลับห้องกันเถอะ ฉันอยากนอนแล้ว” แม้จะรู้สึกน้อยใจแต่เขาก็เข้าใจ กันต์ดนัยออกตัวเดินนำเธอไป
“คุณกันต์ค่ะ”เสียงของพรนับพันเรียกให้กันต์ดนัยหยุดเดินก่อนหันกลับมามองพรนับพันที่ยังยืนอยู่ที่เดิม
“ความรู้สึกของนับที่มีให้คุณมันเหมือนจะพิเศษกว่าคนอื่นนะคะ นับไม่รู้ว่ามันใช่ความรักหรือเปล่า คุณกันต์...ช่วยรอนับอีกหน่อยได้ไหมคะ?”
“ทำไมแต่ละประโยคของเธอเหมือนจะทำเอาหัวใจฉันเกือบหยุดเต้นเลยนะนับ”มือหนาดึงร่างบางปะทะอกแกร่งกอดเธอจนเต็มอก
“คุณกันต์คะนับหายใจไม่ออก”ชายหนุ่มคลายกอดให้หลวมแต่ยังกักกอดพรนับพันเอาไว้
“อย่าทำหน้าแบบนี้ได้ไหม?”
“ทำไมคะ?”คิ้วที่เลิกขึ้นของเธอเหมือนเธอกำลังทำท่าทางน่ารัก ทั้งที่ความเป็จริงมันคือท่าทางที่เธอมักจะแสดงออกอยู่เป็ปกติ
“มันทำให้ฉันหลงเธอมากขึ้นทุกวันไง”
“มาเถอะมันดึกแล้ว”มือหนายื่นมาตรงหน้าของหญิงสาว เธอมองมือหนาก่อนจะเลื่อนขึ้นมามองหน้าของชายหนุ่มรอยยิ้มของเธอปรากฏขึ้นอีกครั้งบนใบหน้าของเธอ
“ค่ะ”
แผ่นหลังของทั้งคู่เดินเคียงข้างกันไปตามทางด้วยกันและชายหนุ่มก็หวังว่ามันจะเป็อย่างนั้นในอนาคตข้างหน้าด้วยเช่นกัน