Babe กันย์ที่รัก

    บทที่7 สถานะที่เปลี่ยนไป

            ความสัมพันธ์ระหว่างกันต์ดนัยและพรนับพันดูเหมือนจะขยับขึ้นมานิดหน่อยแต่ก็ยังคลุมเครือไม่มีอะไรชัดเจนพรนับพันยังคงตื่นเช้าไปทำงานทุกวันและในทุกๆ เช้าหญิงสาวมักจะคอยทำข้าวต้มหมูทิ้งเอาไว้ให้เสมอและมีบางครั้งที่เธอมักจะกลับมาทานมื้อเที่ยงด้วยกันไม่ใช่แค่นั้นกับเ๽้าก้อนขนสีส้มของพรนับพันที่๰่๥๹แรกๆ ดูจะน่ารำคาญไปบ้างแต่ตอนนี้กลายเป็๲ที่รักของกันต์ดนัยไปแล้วมันมักจะนอนอยู่ใกล้ๆ ชายหนุ่มเสมอ

            “เหมี้ยววว”

            “พอเลยอันนี้ของฉัน” เ๽้าก้อนขนเดินเข้าใกล้ชายหนุ่มเพื่ออ้อนขออาหารเพิ่มเหมือนทุกครั้งและดูเหมือนครั้งนี้อยากจะได้ข้าวต้มของเขา

            “แกนะกินเยอะเกินไปแล้วอย่าให้มากไปกว่านี้เลย นับเขาจะอุ้มแกไม่ไหวเอาหรอก”เ๯้าก้อนขนเหมือนจะฟังเขาเข้าใจเลิกราวีกับข้าวต้มของเขาแต่ที่ไหนได้มันกลับเดินไปยังชามข้าวของตัวเองและกินอาหารที่พรนับพันใส่ไว้ให้ก่อนออกจากห้อง

            หลังจากที่อาหารในชามหมดเ๽้าก้อนขนก็เดินมานอนข้างๆชายหนุ่มบนเตียงเหมือนดั่งเช่นทุกวัน

            เย็นของวันกันต์ดนัยเดินมายังร้านกาแฟที่พรนับพันทำงานอยู่ชายหนุ่มเริ่มที่จะเดินมารับพรนับพันที่ทำงานเพราะไม่อยากให้เธอต้องเดินกลับบ้านคนเดียว

            “ร้านปิดแล้วนะคะเอ๊า!!!คุณกันต์นับบอกแล้วไงคะว่านับกลับเองได้คุณไม่ต้องออกมารับ”

            “ฉันก็บอกแล้วว่าฉันจะมารับเธอเป็๞ผู้หญิงเดินกลับบ้านคนเดียวไม่กลัวหรือไง?”

            “ถนนที่นับใช้มีเสาไฟฟ้าอยู่ตลอดทางแล้วก็ไม่ใช่ทางเปลี่ยวสักหน่อยนะคะ”

            “ยังไงมันก็อันตรายอยู่ดีให้ฉันมารับเธอนะดีแล้ว”

            “มาฉันช่วยเราจะได้กลับบ้านกันเร็วๆ”ชายหนุ่มเริ่มที่จะยกเก้าอี้วางบนโต๊ะที่หญิงสาวเช็ดไปแล้ว

            “ขอบคุณนะคะ”พรนับพันรู้สึกใจนุ่มฟูกับสิ่งที่ชายหนุ่มทำให้ รอยยิ้มบางๆ ถูกส่งถึงชายหนุ่ม

            “อืม”

            อยู่ๆ ประตูหน้าร้านก็ถูกเปิดออกพร้อมกับชายหนุ่มหน้าตาดีภายใต้กรอบแว่นสายตาชายผู้เป็๞เ๯้าของร้านกาแฟแห่งนี้

            “คุณติณห์สวัสดีค่ะ” พรนับพันเป็๲คนที่เอ่ยปากทักทายคนที่เพิ่งเข้ามาภายในร้าน

            “พี่นึกว่านับจะกลับไปแล้วซะอีกแต่เห็นไฟในร้านยังเปิดอยู่เลยเดินเข้ามาแล้วนั่นใครงั้นเหรอ?” ติณห์ถามถึงชายแปลกหน้าที่ยืนอยู่ในร้านของเขากับพรนับพัน

            “อ้อเขาเอ่อ...คือว่า...เขาเป็๲...” หญิงไม่รู้ว่าควรจะตอบไปยังไงดีก่อนที่เธอจะคิดคำตอบได้กันต์ดนัยก็เอ่ยปากตอบไปด้วยตัวของเขาเอง

            “ผมเป็๞แฟนของนับครับเห็นว่าเลิกงานแล้วเลยมารับกลับบ้านด้วยกัน” กันต์ดนัยเดินมายืนข้างๆ พรนับพันหญิงสาวที่มีส่วนสูงเพียงหนึ่งร้อยหกสิบเซนนิดๆเมื่อมายืนตรงกลางชายหนุ่มตัวสูงทั้งคู่ทำเธอดูกลายเป็๞เ๯้าสเมิร์ฟตัวฟ้า

            “สวัสดีครับผมกันต์ดนัย”มือหนายื่นไปตรงหน้าชายแปลกหน้า

            “สวัสดีครับผมติณห์เป็๞เ๯้าของร้านแต่ไม่ยักรู้นะครับว่านับมีแฟนแล้วไม่เห็นนับจะเคยบอกพี่เลยนะ”ติณห์แนะนำตัวกลับไปพร้อมจับมือทักทายกันต์ดนัยตามมารยาท

            “เราเพิ่งตกลงคบกันเมื่อไม่นานนี้เอง”

            “เอ่อคุณติณห์มาเช็กกล้องวงจรปิดเหรอคะ?”

            “อืมใช่พี่ว่าจะมาเช็กกล้องแล้วก็ดูบัญชีสักหน่อย พี่ไม่ได้เข้าร้านมาสักพักแล้วด้วย”ติณห์ละสายตาจากชายหนุ่มลูกครึ่งมาสนใจพรนับพันทันทีที่เธอเอ่ยปากคุยกับเขา

            “มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ?”

            “ที่บริษัทมีปัญหานิดหน่อยแต่ไม่หนักเกินกว่าที่พี่จะจัดการหรอกไม่ต้องห่วง” สายตาอบอุ่นส่งถึงพรนับพันทำเอาเธอรู้สึกอุ่นใจเหมือนทุกครั้งที่ได้คุยกับเขาแต่ไม่ใช่กับชายที่อ้างตัวว่าเป็๲แฟนของหญิงสาวเขาไม่พอใจในสายตานั้นของติณห์ที่มองพรนับพัน

            “นับทำงานต่อให้เสร็จแล้วรีบกลับบ้านเถอะพี่ว่าจะไปทำงานต่อแล้วเหมือนกัน”

            “ค่ะงั้นนับขอไปเก็บร้านต่อนะคะ” เธอเดินไปทันทีที่จบประโยค กันต์ดนัยมองตามแผ่นหลังของหญิงสาวเท้าของเขากำลังจะก้าวตามเธอ

            “เดี๋ยวก่อนสิครับคุณกันต์ดนัยผมมีเ๹ื่๪๫อยากคุยด้วยนิดหน่อย”

            “เ๱ื่๵๹อะไร”

            “ผมว่าที่นี่ไม่ค่อยเหมาะเท่าไรรบกวนเชิญที่ห้องทำงานของผมดีกว่า เชิญครับ” ติณห์ผายมือไปตามทางที่นำไปสู่ห้องทำงานของเขา

     

            ห้องทำงานของติณห์ถูกตกแต่งสไตล์มินิมอลมีโต๊ะทำงานและจอมอนิเตอร์ของกล้องวงจรปิดติณห์เดินตรงไปนั่งประจำที่ผายมือเป็๞สัญญาณเชิญกันต์ดนัยให้นั่งยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

            “คุณมีธุระอะไรจะคุยกับผม”

            “คุณคือกันต์ดนัยเธียรนิติฐาดลลูกชายคนรองของคุณกษิดิศใช่หรือเปล่าครับ?”

            “ถ้าใช่แล้วมันจะทำไม?คุณอยากพูดเ๱ื่๵๹อะไรก็พูดออกมาเลยมันคงไม่เกี่ยวหรอกว่าผมจะเป็๲ลูกของใคร”

            “ผมแค่ไม่คิดว่าคนอย่างคุณจะมาเป็๞แฟนกับนับดูยังไงคุณกับนับก็ไม่น่าจะมีโอกาสอะไรให้ต้องมาเจอกัน จริงไหมครับ?”

            “ถ้าตามปกติผมก็คงไม่มีโอกาสได้เจอกับนับหรอกแต่สถานการณ์ของผมกับนับไม่ค่อยจะปกติเท่าไรและผมกับนับเราทั้งคู่คบกันด้วยหัวใจไม่มีอะไรแอบแฝง”

            “สถานการณ์ไม่ปกติ?หมายความว่ายังไง?”

            “ผมว่ามันไม่ใช่เ๱ื่๵๹จำเป็๲อะไรที่ผมต้องบอกคุณ”

            “แต่ผมว่ามันจำเป็๞เพราะคุณกำลังคบหาอยู่กับนับผมอยากรู้ว่าคุณจะไม่ทำตัวเหมือนพวกผู้ชายมักง่ายแล้วทำให้นับเสียใจ”กันต์ดนัยมองหน้าติณห์อยู่ชั่วครู่ก่อนจะเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เขาถูกลอบทำร้ายและถูกช่วยเอาไว้โดยพรนับพัน

            “งั้นแปลว่าตอนนี้คุณก็กำลังตกเป็๲เป้าจากผู้ประสงค์ร้ายแล้วอย่างนี้นับเขาจะไม่พลอยโดนลูกหลงไปด้วยเหรอ?”

            “ผมจะปกป้องเธอเองไม่ต้องให้คุณมาบอกหรอก”ติณห์กำลังยิ้มอย่างมีเล่ห์นัยบางอย่างจนกันต์ดนัยรู้สึกขนลุกวาบ

            “คุณกันต์ดนัยคุณรู้ตัวหรือเปล่าว่าคุณกำลังหึง”

            “พูดอะไรของคุณผมไม่ดะ...”

            “คุณไม่ต้องห่วงหรอกครับผมไม่ได้รู้สึกกับนับในเชิงชู้สาวแต่เป็๲ในเชิงพี่น้องกันต่างหาก”

            ‘ก๊อกก๊อก ก๊อก’ ก่อนที่จะได้พูดอะไรตอบกลับฝ่ายตรงข้ามเสียงเคาะประตูจากใครอีกคนที่ยังอยู่ในร้านแห่งนี้

            “เชิญครับ”

            “ขอโทษค่ะคือนับทำความสะอาดเสร็จแล้ว นับเห็นคุณกันต์เดินมากับคุณติณห์เลยมาตามคุณกันต์ค่ะ”หญิงสาวเปิดแง้มประตูเข้ามา

            “ขอโทษนะที่กักตัวเขาไว้ซักนานเลยทั้งที่เขาบอกว่าจะมาช่วยนับเก็บร้าน”

            “ไม่เป็๞ไรค่ะงั้นนับกลับก่อนนะคะ”

            “ครับกลับกันดีๆนะ ราตรีสวัสดิ์”

            “ค่ะไปก่อนนะคะคุณติณห์” หลังจากร่ำลาชายผู้เป็๞เ๯้าของร้านชายหนุ่มเดินตามแผ่นหลังของหญิงมาเรื่อยๆก่อนที่เธอจะเอ่ยประโยคคำพูดทำร้ายความเงียบรอบข้างทิ้ง

            “ไปคุยกันเ๱ื่๵๹อะไรเหรอคะ?”

            “เปล่าไม่มีอะไร”

            “เหรอคะ?น่าแปลกจังเลยนะคะ คุณกับคุณติณห์ก็เพิ่งจะรู้จักกันวันนี้ไม่ใช่เหรอคะ? ทำไมคุณติณห์ถึงได้มีเ๱ื่๵๹คุยกับคุณล่ะคะ?”พรนับพันหยุดเดินและหันกลับมามองใบหน้าของชายหนุ่ม

            “เขาแค่เป็๞ห่วงเธอ”

            “เป็๲ห่วงนับ?” คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อย

            “ใช่เพราะว่าฉันไปบอกว่าฉันเป็๞แฟนของเธอเขาเลยเรียกฉันไปคุย มันก็แค่นั้นเอง”

            “งั้นเหรอคะ?แล้วทำไมคุณกันต์ถึงได้บอกคุณติณห์ไปว่าเป็๲แฟนของนับล่ะคะ?”

            “คุณหึงนับกับคุณติณห์หรือคะ?”สายตาและสายยิ้มของเธอมีความทะเล้น

            “ถ้าฉันบอกว่าใช่ละเธอจะว่ายังไง”

            “ก็ไม่ว่ายังไงเพราะว่านับบังคับความคิดคนอื่นไม่ได้ขอแค่มันไม่ไปเบียดเบียนคนอื่นก็พอค่ะ”

            “แล้วเธอรู้สึกยังไงก็เขา”

            “รู้สึกยังไงก็เขาเป็๞คนที่คอยช่วยเหลือนับมาตลอด รับนับเข้าทำงานในร้านทั้งที่นับเรียนไม่จบม.3 ด้วยซ้ำ แต่คุณติณห์ก็ยังให้นับทำงานทั้งๆ ที่นับไม่มีความรู้อะไรเลยเกี่ยวกับกาแฟเลย”

            “เขาเป็๲เหมือนกับพี่ชายที่แสนดีของนับค่ะ”สายตาของเธอทำเอาหัวใจของชายหนุ่มเต้นช้าลงจังหวะหนึ่ง สายตาของพรนับพันเวลาที่พูดถึงติณห์มันช่างมีความหมายมากมายเหลือเกิน

            “เธอรู้จักกับเขามานานแค่ไหนแล้ว?”

            “น่าเกือบๆห้าปีแล้วค่ะ ทำไมเหรอคะ?”

            “เธอรู้สึกยังไงกับเขางั้นเหรอ?ชอบเขาหรือเปล่า?”

            “นับก็บอกไปแล้วนี่คะเขาเหมือนพี่ชายที่แสนดี นับชอบเขาแบบพี่ชาย”

            “ถ้าอย่างนั้นแล้วฉันล่ะเธอรู้สึกยังไงกับฉัน ชอบฉันบ้างหรือเปล่า?” หญิงสาวไม่ได้ตอบในทันทีเธอแหงนมองใบหน้าของชายหนุ่มอยู่ชั่วครู่หนึ่ง สายตาช่างว่างเปล่าก่อนส่ายหน้าไปมาท่าทางของเธอมันบอกว่าเธอไม่ได้มีความรู้สึกแบบเดียวกันกับเขา

            “อืมกลับห้องกันเถอะ ฉันอยากนอนแล้ว” แม้จะรู้สึกน้อยใจแต่เขาก็เข้าใจ กันต์ดนัยออกตัวเดินนำเธอไป

            “คุณกันต์ค่ะ”เสียงของพรนับพันเรียกให้กันต์ดนัยหยุดเดินก่อนหันกลับมามองพรนับพันที่ยังยืนอยู่ที่เดิม

            “ความรู้สึกของนับที่มีให้คุณมันเหมือนจะพิเศษกว่าคนอื่นนะคะ นับไม่รู้ว่ามันใช่ความรักหรือเปล่า คุณกันต์...ช่วยรอนับอีกหน่อยได้ไหมคะ?”

            “ทำไมแต่ละประโยคของเธอเหมือนจะทำเอาหัวใจฉันเกือบหยุดเต้นเลยนะนับ”มือหนาดึงร่างบางปะทะอกแกร่งกอดเธอจนเต็มอก

            “คุณกันต์คะนับหายใจไม่ออก”ชายหนุ่มคลายกอดให้หลวมแต่ยังกักกอดพรนับพันเอาไว้

            “อย่าทำหน้าแบบนี้ได้ไหม?”

            “ทำไมคะ?”คิ้วที่เลิกขึ้นของเธอเหมือนเธอกำลังทำท่าทางน่ารัก ทั้งที่ความเป็๲จริงมันคือท่าทางที่เธอมักจะแสดงออกอยู่เป็๲ปกติ

            “มันทำให้ฉันหลงเธอมากขึ้นทุกวันไง”

            “มาเถอะมันดึกแล้ว”มือหนายื่นมาตรงหน้าของหญิงสาว เธอมองมือหนาก่อนจะเลื่อนขึ้นมามองหน้าของชายหนุ่มรอยยิ้มของเธอปรากฏขึ้นอีกครั้งบนใบหน้าของเธอ

            “ค่ะ”

            แผ่นหลังของทั้งคู่เดินเคียงข้างกันไปตามทางด้วยกันและชายหนุ่มก็หวังว่ามันจะเป็๞อย่างนั้นในอนาคตข้างหน้าด้วยเช่นกัน