ขณะที่เจี้ยนหลิน (剑林 - Jiàn Lín) กำลังจะเริ่มอธิบาย "เส้นทาง" อันน่าพิศวงที่เขาอ้างว่ามี "ดอกเหมยอัคคี" (火梅花 - Huǒ Méihuā) อยู่นั้นเอง สัญชาตญาณบางอย่างที่เฉียบคมเกินวัยของเขาก็พลันกรีดร้องเตือนภัย! เขาััได้ถึงไอสังหารเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากส่วนลึกของ "ป่าเงียบสนิท" (寂静森林 - Jìjìng Sēnlín) เบื้องหน้า – ทิศทางที่เขาเพิ่งจะชี้ไป!
"ระวัง!" เจี้ยนหลินะโออกมาโดยไม่รู้ตัว พร้อมกับดีดตัวถอยหลังไปหลายก้าวตามสัญชาตญาณ
กลุ่มของสือจิ้ง (石劲 - Shí Jìn) ที่กำลังจดจ่ออยู่กับคำพูดของเจี้ยนหลินถึงกับชะงักไปด้วยความประหลาดใจระคนไม่พอใจ "เ้าเด็กนี่มันเล่นตลกอะไรอีก!?" สือจิ้งคำรามอย่างหัวเสีย
แต่แล้ว... "กรรรซ์ซซซ!"
เสียงคำรามอันดุร้ายและทรงพลังราวกับจะฉีกกระชากผืนฟ้าก็ดังขึ้นจากพุ่มไม้หนาทึบที่อยู่ไม่ไกลนัก! พร้อมกันนั้น ร่างของสัตว์อสูร (妖兽 - Yāoshòu) ขนาดมหึมาตัวหนึ่งก็พุ่งทะยานออกมาจากความมืดด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว! กลิ่นสาบสัตว์อสูรเข้มข้นผสมกับกลิ่นอายเย็นเยียบแห่งการฆ่าฟันปะทะเข้าจมูกของทุกคนอย่างรุนแรงจนแทบจะหยุดหายใจ
มันคือ "พยัคฆ์เงามายา" (幻影妖虎 - Huànyǐng Yāo Hǔ) สัตว์อสูรที่ขึ้นชื่อเื่ความรวดเร็วและความสามารถในการสร้างภาพลวงตา! ร่างของมันใหญ่กว่าเสือโคร่งธรรมดาถึงสองเท่า ขนสีนิลดำสนิทของมันดูดกลืนแสงรอบกายจนมองเห็นเป็เพียงเงาร่างทะมึนที่เคลื่อนไหวราวภูตผี มีเพียงดวงตาสีทับทิมคู่หนึ่งที่ลุกโชนด้วยเปลวไฟแห่งความคลั่งแค้นและกระหายเื มันแยกเขี้ยวแหลมยาวสีขาวขุ่นที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโลหิตเก่าๆ คำรามเสียงต่ำน่าสะพรึงกลัวอีกครั้ง เสียงนั้นมิได้ดังสนั่น แต่กลับสั่นะเืโสตประสาทของผู้ที่ได้ยินจนรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้อง
"บัดซบ! พยัคฆ์เงามายาจริงๆ ด้วย!" สือจิ้งสบถออกมาอย่างหัวเสีย มันไม่คาดคิดว่าจะมาเจอสัตว์อสูรที่รับมือยากเช่นนี้ในเขตชายป่าที่เจี้ยนหลินนำทางมา "ทุกคน! เตรียมรับมือ! อย่าให้ภาพลวงตาของมันหลอกได้!" มันะโสั่งลูกน้องทั้งสองคน – ลู่ฉุย (陆魁 - Lù Kuí) และหวังเปียว (王彪 - Wáng Biāo) – พร้อมกับชักกระบี่เหล็กกล้าของตนออกมาอย่างรวดเร็ว ปลายกระบี่ของมันมีประกายพลังปราณ (灵气 - Língqì) สีแดงอ่อนๆ เคลือบอยู่ แสดงให้เห็นถึงระดับการบำเพ็ญเพียร (修炼 - Xiūliàn) ขั้นรวบรวมปราณระดับหกที่ไม่ธรรมดา
ลู่ฉุยและหวังเปียวก็รีบชักกระบี่ของตนออกมาเช่นกัน แม้สีหน้าจะเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก แต่ก็ยังคงพยายามตั้งกระบวนท่าป้องกัน ประกบอยู่ด้านซ้ายและขวาของสือจิ้ง
ทันใดนั้น! ร่างของพยัคฆ์เงามายาก็พลัน "สั่นไหว" เล็กน้อยราวกับภาพในผิวน้ำที่ถูกรบกวน ก่อนที่จะปรากฏร่างเงาของมันแยกออกมาอีกสองร่าง! ร่างจริงหนึ่งและร่างมายาสอง – ทั้งสามร่างมีลักษณะเหมือนกันทุกประการจนแยกไม่ออก! พวกมันเคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียงและรวดเร็วจนน่าทึ่ง พุ่งเข้าโจมตีกลุ่มของสือจิ้งจากสามทิศทางพร้อมกัน! กรงเล็บอันแหลมคมของพวกมันสะท้อนแสงจันทร์ริบหรี่ วาดเป็เส้นสายสีเงินอันตรายในอากาศ!
"ระวังภาพลวงตา! โจมตีไปที่ตัวที่ไอสังหารเข้มข้นที่สุด!" สือจิ้งคำรามลั่น มันตวัดกระบี่ในมือสร้างเป็ม่านกระบี่เพลิงบางๆ ขึ้นป้องกันตัว พร้อมกับซัดพลังกระบี่ (剑气 - Jiànqì) สีแดงเข้มสายหนึ่งเข้าใส่ร่างพยัคฆ์ที่อยู่ตรงหน้ามัน! "เพลงกระบี่เพลิงผลาญอสูร – คลื่นเพลิงทะลวง!" (焚妖剑诀 – 火浪冲 - Fén Yāo Jiàn Jué – Huǒ Làng Chōng)
"เคร้ง! เคร้ง! ฉัวะ!"
เสียงโลหะปะทะกับกรงเล็บดังสนั่น! พลังกระบี่เพลิงของสือจิ้งปะทะเข้ากับร่างพยัคฆ์ตัวหนึ่งอย่างจัง แต่มันกลับสลายกลายเป็กลุ่มควันสีดำในทันที – เป็เพียงร่างมายา! ในขณะเดียวกัน ร่างมายาอีกร่างหนึ่งก็เข้าโจมตีลู่ฉุยจากด้านข้าง ลู่ฉุยตวัดกระบี่ป้องกันได้ทันท่วงที แต่ก็ถูกแรงปะทะจนเซถอยไปหลายก้าว
แต่หวังเปียวกลับโชคร้ายยิ่งกว่า! มันหลงกลโจมตีร่างมายาอีกตัวหนึ่ง ทำให้เปิดช่องว่าง ร่างจริงของพยัคฆ์เงามายาที่แฝงตัวมาอย่างเงียบเชียบราวกับนักฆ่าในเงามืด ฉวยโอกาสนั้นตะปบเข้าที่หัวไหล่ของมันอย่างจัง!
"อ๊ากกกก!" หวังเปียวร้องโหยหวนด้วยความเ็ปสุดขีด กรงเล็บที่คมกริบราวกับใบมีดเหล็กกล้าฉีกผ่านอาภรณ์และเนื้อหนังของมันเข้าไปอย่างง่ายดาย โลหิตสีแดงสดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ! กลิ่นคาวเืคละคลุ้งไปในอากาศทันที!
เจี้ยนหลินที่แอบถอยห่างออกมาเล็กน้อย เบิกตากว้างมองภาพการต่อสู้อันดุเดือดเบื้องหน้าด้วยหัวใจที่เต้นระทึก นี่คือการต่อสู้ที่แท้จริง! พลังปราณที่ปะทะกันจนเกิดเสียงดังสนั่น! ไอสังหารที่แผ่ซ่านจนทำให้ขนลุกซู่! ความรวดเร็วและความโเี้ของการฆ่าฟัน! มันช่างแตกต่างจากการ "กระทบกระทั่ง" ของเหล่าศิษย์นอกที่เขาเคยเจอมาอย่างสิ้นเชิง!
เขาััได้ถึง "ความตาย" ที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ กลิ่นคาวเืที่เข้มข้นจนแทบจะทำให้คลื่นเหียน และเสียงร้องด้วยความเ็ปของหวังเปียวที่ยังคงดังโหยหวนไม่หยุด ทุกสิ่งทุกอย่างถูก "จดจำ" ไว้ในสมองของเขาอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็ท่วงท่าการใช้กระบี่เพลิงของสือจิ้ง, รูปแบบการโจมตีและการสร้างภาพลวงตาอันน่าทึ่งของพยัคฆ์เงามายา, หรือแม้กระทั่งการแสดงออกถึงความหวาดกลัวและความสิ้นหวังของลู่ฉุย
"บัดซบเอ๊ย! เ้าสัตว์อสูรชั้นต่ำ! กล้าดียังไงมาทำร้ายคนของข้า!" สือจิ้งคำรามอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาของมันแดงก่ำ มันทะยานเข้าใส่พยัคฆ์เงามายาอีกครั้ง คราวนี้เพลงกระบี่ของมันดูรุนแรงและบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม ทุกครั้งที่กระบี่ตวัดออกไปจะเกิดเสียงเสียดสีกับอากาศจนแสบแก้วหู ไอความร้อนจากกระบี่เพลิงของมันแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ ทำให้ใบไม้แห้งรอบๆ เริ่มจะลุกไหม้เป็จุดๆ! แสงสีแดงจากพลังกระบี่ของมันสาดส่องไปทั่วบริเวณ ตัดกับความมืดมิดของป่า สร้างภาพที่ทั้งงดงามและน่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน
พยัคฆ์เงามายาก็ต่อสู้อย่างดุเดือดไม่แพ้กัน ร่างมายาของมันปรากฏขึ้นและหายไปอย่างรวดเร็วราวกับภูตผี หลอกล่อให้สือจิ้งและลู่ฉุยโจมตีพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า กรงเล็บและเขี้ยวของมันทิ้งร่องรอยาแไว้บนร่างของทั้งสองคนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เสียงเนื้อฉีกขาดและเสียงกระดูกลั่นดังขึ้นเป็ระยะๆ!
เจี้ยนหลินมองดูการต่อสู้อันดุเดือดนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ส่วนหนึ่งเขารู้สึก "สมน้ำหน้า" ที่พวกสือจิ้งต้องมาเจอกับชะตากรรมเช่นนี้ แต่อีกส่วนหนึ่ง เขาก็อดจะรู้สึก "หวาดหวั่น" ไม่ได้ หากเป็เขาที่ต้องเผชิญหน้ากับอสูรร้ายตัวนี้...เขาคงจะกลายเป็เพียงเศษเนื้อในพริบตาเป็แน่
'นี่สินะ...พลังที่แท้จริงในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร!' เขาคิดในใจ 'ที่นี่ไม่มีที่ว่างสำหรับผู้อ่อนแอ หากไม่แข็งแกร่งพอ ก็มีแต่จะต้องถูกเหยียบย่ำและกลืนกิน!'
ทันใดนั้นเอง! ในขณะที่สือจิ้งกำลังจะตวัดกระบี่เข้าใส่จุดตายของพยัคฆ์เงามายา ร่างของอสูรร้ายก็พลันสลายกลายเป็กลุ่มควันสีดำอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ได้ไปปรากฏตัวขึ้นที่ไหนเลย!
"มันหายไปไหน!?" สือจิ้งร้องออกมาอย่างตื่นตระหนก มันรีบหันมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง
"ศิษย์พี่! ข้าว่า...ข้าว่ามันคงจะหนีไปแล้วล่ะขอรับ!" ลู่ฉุยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นเทา เนื้อตัวของมันเต็มไปด้วยาแและคราบเื
สือจิ้งมองไปรอบๆ อีกครั้ง เมื่อไม่เห็นวี่แววของพยัคฆ์เงามายาแล้ว มันก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่แล้วความเดือดดาลก็พลันพุ่งขึ้นมาแทนที่ "ไอ้เด็กเจี้ยนหลิน! มันต้องเป็ฝีมือของมันแน่ๆ! มันหลอกพวกเรามาติดกับ!" มันคำรามลั่น ก่อนจะหันไปมองยังทิศทางที่เจี้ยนหลินเคยยืนอยู่ แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า!
"มันหนีไปแล้ว! ตามหามันให้เจอ! ข้าจะฉีกมันเป็ชิ้นๆ!" สือจิ้งะโสั่งอย่างเกรี้ยวกราด
แต่ก่อนที่พวกมันจะได้ทำอะไร พื้นดินใต้เท้าของพวกมันก็พลันสั่นะเือย่างรุนแรง! พร้อมกับเสียงคำรามที่ดังยิ่งกว่าเสียงของพยัคฆ์เงามายาหลายเท่า ดังมาจากส่วนลึกของป่าเงียบสนิท! และคราวนี้...มันไม่ใช่แค่เสียงเดียว!
เจี้ยนหลินที่ฉวยโอกาสตอนที่พวกสือจิ้งกำลังต่อสู้อย่างดุเดือด ค่อยๆ ลอบเร้นหลบหนีออกมาได้อย่างหวุดหวิด บัดนี้เขาวิ่งลึกเข้ามาในป่าเงียบสนิทมากกว่าที่เคยตั้งใจไว้มากนัก เขาก็ได้ยินเสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวเ่าั้เช่นกัน! หัวใจของเขาร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม! 'นี่ข้า...หนีเสือปะจระเข้หรือนี่!'
เขาไม่กล้าที่จะหยุดวิ่งอีกต่อไป สัญชาตญาณร้องเตือนว่าอันตรายที่แท้จริง...อาจจะเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น!
(จบตอน 17)