กลับสู่ยุค 70 ฉันจะเป็นภรรยาแสนดีของคุณสามีที่รัก (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 26 เปิดใจทุกเรื่อง

            “ที่รักคะ ฉันว่าฉันสร้างเรื่องใหญ่เข้าโดยไม่ตั้งใจแล้วล่ะค่ะ” จูเสี่ยวลี่บอกสามีทันทีที่เห็นเขาเดินเข้ามาในห้อง

            ซ่งหย่วนที่รู้สึกผิดปกติมาตลอดทั้งวัน เขาตั้งใจว่าเมื่ออาบน้ำเข้านอนก็จะถามว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับภรรยาหรือเปล่าอยู่เหมือนกัน “ผมก็ว่าจะถามอยู่เหมือนกันว่าตั้งแต่เช้าแล้วที่ผมเห็นเหมือนคุณใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ตกลงมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับคุณกันแน่”

            “ก่อนหน้านี้เราพูดถึงเรื่องของอาจารย์ไฉกับเสิ่นต้าไห่ที่พวกเขามีชู้คนเดียวกันใช่ไหมคะ แล้วช่วงนี้อาจารย์ไฉยังมาตามก่อกวนพี่ซินซินกับหนิงหนิงไม่เลิก แม้ไฉปาซุ่นจะห้ามพ่อของเขาแล้วยังอ้างถึงหนังสือตัดความสัมพันธ์ว่ามันมีผลทางกฎหมาย แต่อาจารย์ไฉก็ยังไม่กลัว แถมเขายังท้าให้ปาซุ่นไปแจ้งความมาจับเขาอีก จนตอนนี้ที่บ้านของเราเครียดจนไม่เป็นอันทำอะไรแล้ว แม้แต่อาเจ๋อยังคอยตามดูแลพี่ซินซินกับหนิงหนิงเพราะกลัวว่าอาจารย์ไฉจะมาพาพวกเธอไป

            ฉันเห็นอย่างนี้แล้วก็อยากจะรีบลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ครอบครัวของเรากลับมามีความสุขกันเหมือนเดิม พอดีวันนี้ฉันเดินไปทุ่งนาพร้อมกับแม่ม่ายหู ต่อไปฉันจะเรียกเธอว่าพี่สะใภ้หูก็แล้วกัน ด้วยความสงสัยว่าคนเรียบร้อยและดูจะเป็นคนขี้กลัวอย่างพี่สะใภ้หูจะเป็นคนที่ชอบให้ท่าและแย่งสามีชาวบ้านมาอย่างข่าวลือหรือเปล่า บวกกับเรื่องเครียดๆ ในครอบครัวเราที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ฉันจึงเข้าไปตีสนิทกับเธอเผื่อมีทางที่เราจะเริ่มทำแผนการบางอย่างได้และเรายังจะได้รู้จักพี่สะใภ้หูให้ดีขึ้นด้วย

            แต่คุณรู้ไหมว่าพอฉันได้คุยกับพี่สะใภ้หูจริงๆ แล้วเธอเป็นคนยังไง เธอเป็นผู้หญิงที่น่าสงสารมากคนหนึ่ง เธอไม่ได้อยากมีผู้ชายหลายคนและไม่ได้อยากเป็นชู้กับอาจารย์ไฉ แต่หลังจากสามีคนที่สองของเธอเสียชีวิตก็มีข่าวลือเกิดขึ้นว่าเธอมีดวงกินสามีและเป็นตัวซวยของครอบครัว ไม่นานพี่สะใภ้หูก็ถูกครอบครัวเดิมและครอบครัวของสามีตัดขาดแม้ว่าเธอจะมีหลานชายให้พวกเขาแล้วก็ตาม

            พี่สะใภ้หูถูกไล่ออกจากบ้านทั้งที่ไม่มีเงินหรือข้าวของติดตัว เธอก็เลยไปขอยืมเงินจากญาติสนิท แต่ผู้ชายคนนั้นกลับบังคับข่มเหงเธอ ยังไม่พอ...ไอ้เลวนั่นยังเรียกเพื่อนๆ ของเขาให้มาข่มเหงเธอและยังห้ามไม่ให้เธอนำเรื่องนี้ไปบอกใคร ถ้าไม่เพราะเป็นห่วงว่าลูกชายจะกลายเป็นเด็กกำพร้า พี่สะใภ้หูคงทำร้ายตัวเองแล้วจากโลกนี้ไปนานแล้ว จนกระทั่งอาจารย์ไฉมาช่วยไว้ ผู้ชายเลวพวกนั้นถึงได้หยุดมารังควานเธอ”

            “ฟังดูอาจารย์ไฉก็ดูเป็นคนดีอยู่เหมือนกันไม่ใช่เหรอ แต่จากน้ำเสียงของคุณทำไมมันไม่เป็นอย่างนั้นเลยล่ะ” ซ่งหย่วนถามอย่างสงสัยเมื่อเสียงของภรรยาที่พูดถึงอาจารย์ไฉกลับเปลี่ยนเป็นรังเกียจทั้งยังแฝงไปด้วยความโกรธ และภรรยาดูจะโกรธอาจารย์ไฉมากกว่าผู้ชายที่มาทำร้ายพี่สะใภ้หูเสียอีก

            “คนดีอะไรกันคะ ที่อาจารย์ไฉยื่นมือเข้ามาช่วยเพราะเขาอยากให้พี่สะใภ้หูไปเป็นเมียน้อยของเขาต่างหาก ด้วยสถานการณ์ของพี่สะใภ้หูตอนนั้นคุณคิดว่าเธอมีทางเลือกมากนักหรือไง เธอก็ต้องตอบตกลงที่จะไปเป็นเมียน้อยแทนที่จะรอให้ผู้ชายเลวกลุ่มนั้นกลับมารังแกเธออยู่แล้ว”

            “นั่นก็ยังถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีนะ อย่างน้อยพี่สะใภ้หูก็จะปลอดภัยจากผู้ชายกลุ่มใหญ่”

            จูเสี่ยวลี่พูดมาถึงตรงนี้ก็ถอนหายใจ “เฮ้อ...พี่สะใภ้หูก็พูดเหมือนคุณนี่ล่ะค่ะ ถ้าให้เธอเลือก เธอก็เลือกที่จะมีผู้ชายคนเดียวดีกว่าจะยอมให้ผู้ชายหลายคนมาย่ำยี แต่อาจารย์ไฉกลับเป็นพวกชอบใช้ความรุนแรงนี่สิคะ พี่สะใภ้ก็เลยไม่รู้ว่าสิ่งที่เธอเลือกจะเป็นทางเลือกที่ถูกต้องหรือเปล่า”

            “แล้วที่คุณบอกว่าคุณสร้างเรื่องใหญ่มันหมายความว่ายังไง”

            “พี่สะใภ้หูเป็นคนฉลาด พอเห็นฉันเข้าไปตีสนิทเธอก็ถามฉันว่าฉันมีเรื่องอะไรให้เธอช่วยหรือเปล่า หากเป็นเรื่องที่เธอช่วยได้เธอก็ยินดีช่วย ถือเป็นการตอบแทนบุญคุณคุณพ่อกับคุณแม่ที่เคยช่วยชีวิตเธอกับคุณย่าของเธอไว้เมื่อนานมาแล้วน่ะค่ะ”

            “คงเป็นตอนที่พี่สะใภ้หูอายุได้ประมาณสิบขวบล่ะมั้ง ตอนนั้นไม่ใช่แค่พ่อกับแม่ที่ไปช่วยดูแลเธอกับคุณย่า แม้แต่ผมยังได้วิ่งไปส่งข้าวส่งน้ำให้เธอตั้งหลายวัน”

            “ก็เพราะเรื่องนี้ล่ะค่ะทำให้ฉันรู้สึกผิด พอฉันเล่าให้เธอฟังว่าฉันอยากจัดการกับอาจารย์ไฉและเสิ่นต้าไห่ยังไง เธอก็ยอมรับปากที่จะช่วยทันที”

            “ในเมื่อเธอรับปากแล้วทำไมคุณยังมากลุ้มใจอยู่อีก”

            “ก็เพราะพี่สะใภ้หูบอกว่าอาจารย์ไฉเป็นคนอันตราย และก่อนที่อาจารย์ไฉจะกลับมาเป็นคุณครูสอนในโรงเรียนประจำหมู่บ้าน เหมือนว่าเขาเคยทำอาชีพไม่ดีมาก่อน พี่สะใภ้หูบอกกับฉันว่ายกเรื่องนี้ให้เธอเป็นคนจัดการ เธอห้ามไม่ให้ฉันเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้เป็นอันขาด และหากเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับเธอ เธออยากให้ฉันหาครอบครัวอุปถัมภ์ให้กับลูกชายของเธอน่ะค่ะ” พูดถึงตรงนี้จูเสี่ยวลี่ก็กอดสามีไว้แล้วร้องไห้ “อาหย่วน ฉันเป็นคนเห็นแก่ตัวมากเลยใช่ไหมคะ ทั้งที่ฉันรู้ว่าอาจารย์ไฉเป็นคนอันตรายมากขนาดไหนแต่ฉันก็ยังให้พี่สะใภ้เอาตัวเข้าไปเสี่ยง ถ้าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับพี่สะใภ้จริงๆ แล้วฉันจะทำยังไง ฉันยังจะกล้าสู้หน้าลูกชายของเธอได้เหรอคะ”

            ซ่งหย่วนเห็นภรรยาร้องไห้ออกมาอย่างหนักก็นึกสงสัย หากจะบอกว่าอาจารย์ไฉเป็นคนอันตรายจนทำให้ภรรยากลัวก็ไม่น่าจะใช่ เขาคิดว่าภรรยาต้องรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับอาจารย์ไฉแต่เธอไม่บอกเขาทั้งหมด บวกกับความสังสัยที่คิดว่าภรรยาอาจรู้เรื่องอนาคต เขาเคยคิดว่าเขาจะรอวันที่ภรรยาสามารถเปิดใจให้เขาได้ทุกเรื่อง ถึงวันนั้นภรรยาคงเล่าเรื่องทุกอย่างให้เขาฟังเอง แต่อยู่กันมาได้ปีกว่าๆ ภรรยาก็ยังไม่ยอมพูดเรื่องที่เธอเก็บอยู่ในใจ ทั้งบางครั้งภรรยายังเอาแต่คิดมากโดยที่เขาไม่รู้ว่าจะเข้าไปช่วยเธอได้อย่างไร ดังนั้นวันนี้เขาตัดสินใจจะถามภรรยาให้รู้เรื่อง

            “ลี่ลี่ ถ้าผมถามอะไรคุณสักอย่าง คุณสัญญาได้ไหมว่าคุณจะไม่ปิดบังผม” ซ่งหย่วนถามภรรยาอย่างจริงจัง

            จูเสี่ยวลี่พอจะเดาออกว่าสามีจะถามเธอเกี่ยวกับเรื่องอะไร เธอคิดคำตอบสำหรับเรื่องนี้ไว้แล้วเหมือนกัน ในความฝันนั้นเธอทำผิดต่อสามีอย่างไม่น่าให้อภัย แต่ในเมื่อตอนนี้เธอตัดสินใจที่จะเป็นคนดีและจะไม่หักหลังเขาเหมือนในความฝัน ฉะนั้นก็คงถึงเวลาที่เธอจะบอกความจริงให้เขารู้ หากเขายอมรับและให้อภัยเธอได้ เธอกับเขาก็จะใช้ชีวิตด้วยกันอย่างไม่มีอะไรต้องปิดบัง แต่หากเขายอมรับและให้อภัยไม่ได้ เธอก็พร้อมที่จะไปจากเขา “คุณอยากถามอะไรคะ”

            “ลี่ลี่ ก่อนหน้านี้ผมเคยสงสัยว่าคุณอาจรู้อนาคตล่วงหน้า” ซ่งหย่วนจ้องภรรยา “ตกลงแล้วสิ่งที่ผมสงสัยเป็นความจริงหรือเปล่า คุณรู้อนาคตล่วงหน้าของเราจริงๆ ใช่ไหม”

            “ถ้าฉันบอกไปแล้วคุณจะเชื่อฉันไหม”

            “เชื่อสิครับ ถ้าผมไม่เชื่อแล้วที่ผ่านมาผมจะยอมทำตามคุณทุกอย่างได้ยังไง ไม่ว่าจะเรื่องการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยหรือแม้แต่เรื่องที่เขาทำขนมไปขายในตลาดมืด ผมก็ทำตามคุณโดยไม่มีเงื่อนไข ถ้าอย่างนี้ไม่เรียกว่าผมเชื่อคำพูดของคุณแล้วยังจะเรียกว่าอะไรได้อีกล่ะครับ” ซ่งหย่วนกอดภรรยา “ลี่ลี่ ผมไม่อยากให้เรามีความลับต่อกัน ไม่ว่าคุณมีเรื่องอะไรอยู่ในใจ คุณบอกกับผมได้ทุกเรื่องเลยนะ ผมไม่อยากให้คุณเก็บมันไว้ในใจคนเดียว คุณรู้ไหมว่าทุกครั้งที่ผมเห็นคุณเครียดเหมือนมีเรื่องทุกข์อยู่ในใจ ผมรู้สึกโกรธและเกลียดตัวเองมากขนาดไหนที่ผมยังทำให้คุณไว้ใจไม่ได้”

            “อาหย่วน...” จูเสี่ยวลี่กอดสามี “ฉันจะเล่าความจริงให้คุณฟังทั้งหมด แต่ถ้าคุณให้อภัยฉันไม่ได้ ฉันยินดีที่จะหย่ากับคุณ”

            ซ่งหย่วนตัวเกร็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่เขารักลี่ลี่ของเขามาตั้งหลายปี อีกทั้งเขาไม่เชื่อว่าเรื่องที่เธอกำลังจะเล่าให้เขาฟังจะเป็นเรื่องที่เขายอมรับไม่ได้ หรือต่อให้เป็นอย่างนั้นเขาก็สัญญากับตัวเองไว้ว่าเขาจะยอมรับเธอให้ได้ “ผมไม่มีวันหย่า! ไม่ว่าเรื่องอะไรผมก็ไม่มีวันหย่ากับคุณ”

            จูเสี่ยวลี่น้ำตาไหลออกมาทันที วันที่เธอตกน้ำแล้วตื่นขึ้นจากฝันร้าย คำแรกที่เธอพูดก็เป็นประโยคนี้เหมือนกันว่าเธอจะไม่มีวันหย่ากับเขา เธอไม่คิดว่าเขาจะพูดประโยคเดียวกันออกมา

            “ฉันฝันค่ะ ในความฝันฉันทำเรื่องชั่วร้ายกับคุณมาก ในความฝันมีทางเลือกให้ฉันสองทางคือใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านเป็นชาวนายากจนไปกับคุณ กับอีกทางเลือกหนึ่งคือฉันทิ้งคุณแล้วไปอยู่กินกับเสิ่นต้าไห่ ในตอนนั้นฉันเลือกที่จะไปใช้ชีวิตกับเสิ่นต้าไห่ พอเสิ่นต้าไห่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้เขาก็พาฉันย้ายไปอยู่เมืองหลวง แต่ชีวิตของฉันกลับไม่ดีอย่างที่วาดฝัน เพราะเสิ่นต้าไห่บังคับให้ฉันไปทำอาชีพที่ฉันไม่อยากทำเพื่อหาเงินส่งให้เขาเรียน แต่พอเขาเรียนจบ เขากับผู้หญิงคนใหม่ของเขาก็ทำร้ายจนฉันเสียชีวิต”

            “ในความฝันการที่คุณเลือกจะไปอยู่กับเสิ่นต้าไห่เพราะในชีวิตจริงตอนนั้นคุณกำลังหาเงินเพื่อส่งกลับไปให้พ่อตากับแม่ยายไปหาหมอ แต่ผมช่วยเหลือคุณไม่ได้ คุณถึงได้ไปสนิทสนมกับเสิ่นต้าไห่ และยิ่งได้รู้ว่าเขาจะได้เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยในอนาคต คุณก็เลยเลือกที่จะไปใช้ชีวิตที่มีความสุขกับเขา แต่สุดท้ายมันก็ไม่เป็นอย่างที่คุณคิดเพราะเขาไม่ได้ทำดีกับคุณ” แม้คำพูดของจูเสี่ยวลี่จะรวบรัด แต่ซ่งหย่วนก็ฉลาดพอที่จะเดาอะไรๆ ต่อไปได้ และเขาก็ปะติดปะต่อเรื่องจริงของเธอกับเขา รวมกับเรื่องราวในความฝันของเธอได้อย่างน่าทึ่ง อีกทั้งเขายังพอจะเดาได้ด้วยว่าอาชีพที่เธอไม่อยากทำนั้นเป็นอาชีพอะไร แต่เขาเลือกที่จะไม่พูด เพราะมันจะเป็นการทำร้ายจิตใจของภรรยามากเกินไป

            “ฉันมันเห็นแก่ตัวและน่ารังเกียจมากเลยใช่ไหมคะ”

            “ถ้าพูดกันตามเหตุผล คนที่ควรจะรู้สึกผิดมากที่สุดควรเป็นผมสิ คุณต้องมาแต่งงานกับคนป่วยใกล้ตายอย่างผม พอผมหายดีแทนที่จะทำความรู้จักกับคุณให้มากขึ้นและแทนที่จะถามไถ่เกี่ยวกับครอบครัวของคุณให้มากขึ้น ผมกลับเฉยเมยและปล่อยให้คุณต้องหาวิธีแก้ปัญหาต่างๆ อยู่คนเดียว ถ้าผมใส่ใจคุณสักนิดคุณคงไม่ต้องไปสนิทสนมกับเสิ่นต้าไห่และคุณจะไม่ไปเจอกับเรื่องร้ายแบบนั้น” ซ่งหย่วนกอดภรรยาแน่นขึ้น “อีกอย่างนะลี่ลี่ เรื่องทั้งหมดมันเป็นแค่ความฝัน ผมจะโกรธจะเกลียดคุณเพราะความฝันนั้นได้ยังไง ผมต้องขอบคุณความฝันของคุณด้วยซ้ำที่ทำให้ผมต้องหันกลับมามองการกระทำของตัวเองใหม่ว่าผมจะปกป้องคุณยังไงและผมต้องทำดีกับคุณยังไงคุณถึงจะมีความสุข”

            “แต่ในความฝันตัวฉันสกปรกมาก” จูเสี่ยวลี่รู้ว่าสามีตั้งใจมองข้ามเรื่องนั้นไป แต่เธอทำไม่ได้ ในเมื่อคิดจะเปิดใจกันแล้วก็ต้องเปิดใจพูดกันให้หมดทุกเรื่องจะได้ไม่มีเรื่องให้ค้างคาใจต่อกันอีก

            “คุณก็บอกอยู่แล้วว่ามันเป็นแค่ความฝัน และบังเอิญว่าในความฝันคุณเลือกที่จะไปใช้เส้นทางอื่น แต่ตอนนี้เวลานี้คุณเลือกผม เพราะฉะนั้นไม่ว่าในความฝันนั้นจะเป็นอะไรมันก็ยังเป็นแค่ความฝันอยู่ดี ผมไม่เก็บมาใส่ใจ” ซ่งหย่วนก้มลงจูบศีรษะภรรยา “เพราะในความเป็นจริงคุณเลือกที่จะอยู่กับผม เรื่องอื่นผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้น”

            “ขอบคุณนะอาหย่วน ฉันสัญญาไม่ว่าจะความจริงหรือในความฝัน ฉันจะไม่ทรยศและจะไม่ทำร้ายคุณอีก” จูเสี่ยวลี่เงยหน้าขึ้นแล้วจูบที่ปลายคางสามี

            ซ่งหย่วนก้มลงมารับจูบภรรยา “ผมก็สัญญาว่าจะดีกับคุณ”

            หลังปรับความเข้าใจกันได้ก็เหมือนกับโลกของพวกเขามีแต่ดอกไม้เบ่งบาน เป็นสัญญาณว่าพวกเขากำลังจะก้าวไปบนเส้นทางที่มีความสุขด้วยกันอย่างแท้จริง

    คล้ายกับเรื่องกลับสู่ยุค 70 ฉันจะเป็นภรรยาแสนดีของคุณสามีที่รัก (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน