หลังเสร็จศึกกับห้าภรรยา นนท์จึงไปที่ห้องฝึก เอาตำราค่ายกลมาดู " ค่ายกลเพลิงโอสถต้องใช้ร่วมกับหินอัคคี
จะหาค่ายกลเร่งเวลาดันเจอค่ายกลเพลิงโอสถซะนี่ " นนท์บ่น
นนท์จึงลองวาดค่ายกลเพลิงโอสถใช้เวลาราวๆครึ่งชั่วยาม จึงวาดค่ายกลเพลิงโอสถชิ้นแรกได้
นนท์นำแผ่นหยกเปล่าสำหรับที่จะวาดค่ายกลเพลิงโอสถมาหนึ่งร้อยชุด " ฟูว เสร็จซะที ค่ายกลเพลิงโอสถหนึ่งร้อยชุด "
นนท์เพ่งจิตไปสำรวจหินอัคคีที่ภูเขาไฟ พร้อมสะบัดมือหินอัคคีหนึ่งล้านชั่งลอยเข้ามาอยู่ในแหวนมิติ
" หาดูอีกที เจอจนได้ ค่ายกลเร่งเวลา หากเปิดใช้งานเวลาที่อยู่ในค่ายกลจะเร็วขึ้นเป็นห้าเท่า ต้องใช้พลังงานเป็นแก่นอสูร ยิ่งระดับสูงยิ่งอยูได้นาน
หรืออะไรก็ได้ที่ให้พลังงาน อืม ถ้าเราอยู่ในค่ายกลแล้วทำการหยั่งรู้ก็จะใช้เวลาข้างนอกน้อยลง เพราะเป็นหนึ่งต่อห้า ข้างนอกหนึ่งวันเท่ากับข้างในห้าวัน
เยี่ยม หากเราทำทุกอย่างในค่ายกลเร่งเวลา ก็จะประหยัดเวลาได้มาก ดี ดี ดี " นนท์พึมพำด้วยความดีใจ
นนท์เริ่มทำการศึกษา แล้วเริ่มทำการวาดสี่ชั่วยามผ่านไปจึงสำเร็จแผ่นแรก นนท์วาดค่ายกลเร่งเวลาเพียงสี่ชุด
" ลองใช้ดู " นนท์กินโอสถทิพย์ปฐพีเพื่อฟื้นฟูพลังงาน แล้วย่องไปที่ห้องนอน เปิดค่ายกลเร่งเวลา แล้วจึงเปิดศึกกับห้าภรรยาอีกรอบ
" สามี ข้างนอกจะสว่างแล้วท่านต้องไปที่ตำหนักโสถมิใช่รึ " หลางจี้เสวี่ยถามด้วยความสงสัย
" เสวี่ยเอ๋อร์ ตอนนี้ข้าวาดค่ายกลเร่งเวลาเสร็จแล้ว มิต้องกังวล หากเราใช้เวลาในนี้ห้าชั่วยามข้างนอกเพียงชั่วยามเดียว " นนท์บอกหลางจี้เสวี่ย
พร้อมนำมังกรน้อยทะลวงรอยแยกของหลางจี้เสวี่ยในท่าตะแคงข้าง พร้อมยกขาข้างหนึ่งขึ้น
" อ๊า สามีท่านี้ช่างน่าอายนัก " หลางจี้เสวี่ยร้องครางด้วยเสียงที่แสนหวาน
" ท่านพี่ข้าอยากได้ท่านี้ " สาวๆออดอ้อนนนท์ แล้วนนท์ก็ถูกสยบเหมือนเดิม คราวนี้เป็นรอยแยกของฟางจื่อซินที่เป็นรอยแยกสุดท้าย
นนท์ตื่นขึ้น สะบัดมือเก็บค่ายกลเร่งเวลา " อืมเช้าพอดี " นนท์พึมพำ แล้วจึงจัดการห้าภรรยาอีกคนละยก หลังจากจัดการตัวเองเสร็จ
นนท์จึงไปที่ตำหนักโอสถ " คารวะผู้อาวุโสทุกท่าน " ตำหนักโอสถนี้มีผู้ที่หลอมโอสถได้น้อย นอกจากอาจารย์หลอมโอสถระดับสามแปดคนแล้ว
ส่วนที่เหลือก็เป็นศิษย์ฝึกหัด ข้อจำกัดของสำนักที่มีแต่ศิษย์หญิงจึงมีตัวเลือกไม่มากนัก
นนท์เดินสำรวจตำหนักโอสถ ห้องหลอมโอสถ แปลงปลูกโอสถ นนท์นึกขึ้นได้
" ผู้อาวุโส ข้าสามารถเชื่อมมิติเจดีย์แปดเหลี่ยมได้รึไม่ " นนท์ส่งจิตถามจิตทัศนะ
" เจ้าหนุ่มย่อมทำได้ " จิตทัศนะกล่าว
" ท่านเจ้าตำหนักที่นี่มีห้องลับรึไม่ " นนท์ถามเจ้าตำหนักโอสถ
" อาวุโสโจวท่านต้องการ ห้องลับไปทำไมรึ " เจ้าตำหนักสงสัยแต่ก็พาไปที่ห้องลับ นนท์สังเกตุห้องลับเป็นห้องสี่เหลี่ยมกว้างยาวด้านละยี่สิบจั้ง
นนท์เดินมาตรงกลางห้อง นำแท่งหินทรงกลมเส้นผ่าศูนย์กลางราวห้าจั้งออกมาจากเจดีย์แปดเหลี่ยมวางไว้ตรงกลางห้อง พร้อมทั้งทำการเชื่อมมิติเฉพาะส่วนที่ทำการทดลองหลอมโอสถ
และทิ้งจิตทัศนะของห้องหลอมโอสถของเจดีย์แปดเหลี่ยมไว้ที่แท่งหิน เมื่อแล้วเสร็จนนท์จึงทำการทดลองการหลอมโอสถ
นนท์หาที่นั่งชักนำจิตเชื่อมต่อกับจิตทัศนะของแท่งหิน เริ่มทำการหลอมโอสถในห้วงมิติแห่งความคิด
ผ่านไปสองชั่วยามนนท์หมดแรง ลมปรานเหือดแห้ง พลังวิญญาณของกายจิตเกือบหมด สภาพของนนท์เหมือนกับคนที่เพิ่งหลอมโอสถ
นนท์กินโอสถทิพย์ปฐพีถึงสามเม็ดถึงจะฟื้นฟูร่างกายให้สมบรูณ์ได้
" ท่านเจ้าตำหนัก ผู้อาวุโสทุกท่าน นี่คือสมบัติล้ำค่า มีไว้ให้ทุกท่านหรือเหล่าศิษย์ทำการทดลองหลอมโอสถเสมือนจริง
เมื่อครู่ข้าได้ลองทำการทดสอบการหลอมโอสถระดับเจ็ด อย่างที่ทุกท่านเห็นสภาพของข้าหลังหลอมโอสถเสร็จ ทุกอย่างเหมือนจริง
เพียงแต่เราจะไม่เสียสมุนไพรสักต้นหากโอสถผิดพลาด เพราะเป็นการหลอมโอสถในห้วงมิติแห่งความคิด สิ่งที่จะได้รับ ความชำนาญของการหลอมโอสถ
ผู้อาวุโสทุกท่านลองดูเถิด ท่านชักนำจิตให้สื่อสารกับจิตทัศนะของแท่งหิน เพื่อทำการทดลองหลอมโอสถ
ข้าแนะนำว่าควรจะหลอมโอสถที่ท่านไม่เคยหลอมสำเร็จ เริ่มกันเถิด " กล่าวจบนนท์ถอยออกมา
เหล่าผู้อาวุโสหาที่นั่งแล้วเริ่มชักนำจิตเชื่อมต่อกับจิตทัศนะของแท่งหิน บางคนสองเค่อก็หลุดออกมา บางคนหนึ่งชั่วยาม ทุกคนทำไม่สำเร็จ
นนท์ให้ศิษย์ฝึกหัดทำการทดลองหอลมโอสถ เหล่าผู้อาวุโสต่างยินดีเป็นอย่างยิ่งที่นนท์ได้นำสมบัติล้ำค่ามาไว้ที่สำนัก
" ขอบคุณผู้อาวุโสโจว สมบัติชิ้นนี้ล้ำค่ายิ่งนัก สามารถทำการทดลองการหลอมโอสถโดยมิต้องกังวลว่าจะผิดพลาด ถึงจะผิดพลาดก็มิมีอะไรเสียหาย "
" ท่านเจ้าตำหนักนี่เป็นตำราสูตรโอสถ ที่ข้าคัดลอกมาจากตำราที่อาจารย์ของข้าให้ไว้ " นนท์ยื่นตำราสูตรโอสถให้กับเจ้าตำหนัก
เจ้าตำหนักเปิดดูถึงกับมือสั่น " นี่มัน เหมือนฝัน อาวุโสโจวอาจารย์ของท่านคือปรมาจารย์ท่านใด " เจ้าตำหนักมือสั่นปากสั่นละล่ำละลักถามนนท์
" ต้องขออภัยที่ข้าไม่สามารถบอกชื่อของอาจารย์ข้าได้ เพราะอาจารย์ของข้าได้กำชับไว้ " นนท์กล่าว
" ปัญหาอีกอย่างของอาจารย์หลอมโอสถคือไฟ หากไม่มีโอกาสหลอมเพลิงโอสถ ก็ไม่สามารถเป็นอาจารย์หลอมโอสถได้
แต่ข้ามีทางแก้ นี่คือค่ายกลเพลิงโอสถใช้แทนเพลิงโอสถได้ แต่จะต้องนำหินอัคคีมาใช้ร่วมกัน " นนท์นำค่ายกลเพลิงโอสถหนึ่งร้อยชุดให้กับเจ้าตำหนักโอสถ และหินอัคคีอีกหนึ่งล้านชั่งเก็บในแหวนมิติ
เจ้าตำหนักโอสถรับเอาไว้พลางน้ำตาซึม นนท์แสดงวิธีใช้แผ่นหยกเพลิงโอสถและหินอัคคี ให้กับเหล่าผู้อาวุโส
" ท่านเจ้าตำหนัก นำสิ่งเหล่านี้ไว้แจกจ่ายให้กับศิษย์ที่ไม่มีโอกาสหลอมเพลิงโอสถเถิด " นนท์กล่าว
" ท่านเจ้าตำหนัก ข้าอยากไปดูแปลงปลูกสมุนไพร " เจ้าตำหนักเดินนำนนท์ไปที่แปลงปลูกสมุนไพร เมื่อไปถึงแปลงปลูกสมุนไพร นนท์ทำการติดตั้งค่ายกลเร่งเวลา
" ท่านเจ้าตำหนัก ผู้อาวุโสทุกท่าน นี่คือค่ายกลเร่งเวลา " นนท์อธิบายการทำงานของค่ายกลเร่งเวลาให้ทุกคนฟัง ตำหนักโอสถต่างพากันน้ำตาซึม
" ข้าว่าไม่เกินสิบปี ตำหนักโสถจะมีอาจารย์หลอมโอสถระดับห้าเป็นแน่ " นนท์วาดหวังต่ออนาคตของตำหนักโอสถ นนท์ยื่นเมล็ดพันธุ์สมุนไพรจำนวนมากให้กัตำหนักโอสถ
พร้อมทั้งแนะนำการเก็บเกี่ยวและขยายพันธุ์สมุนไพร หากทำได้ครบวงจร ก็จะมีสมุนไพรเพียงพอไว้ใช้ เก็บสะสม หรือนำไปขายได้ เมื่อพูดคุยเสร็จนนท์จึงขอตัวลา
นนท์เดินกลับตำหนัก " นี่ก็ช่วงเย็นแล้ว ไปที่เจดีย์แปดเหลี่ยมดีกว่า " นนท์พาห้าภรรยาเข้าไปในเจดีย์แปดเหลี่ยม
ที่ห้องฝึก " ภรรยาข้าลองหลอมผลึกสวรรค์รึไม่ " นนท์สะบัดมือผลึกสวรรค์ลอยไปที่ห้าภรรยาคนละสองร้อยก้อน
" เริ่ม " นนท์หลอมผลึกสวรรค์ ผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม " ตู้ม " เสียงดังในตันเถียนของนนท์
" แม่เจ้าจักรพรรดิ์เทวะขั้นที่เจ็ด " นนท์ตะลึงกับผลที่ได้ " ผลึกสวรรค์ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก "
" เสวี่ยเอ๋อร์ทะลวง ทะลวงมาอยู่ที่จักรพรรดิ์ขั้นที่เก้า หนึ่งขั้นใหญ่กับอีกห้าขั้นย่อย " นนท์พยักหน้า
" เย่เอ๋อร์ ทะลวงขั้นพลังราชันย์จักรพรรดิ์เทวะขั้นที่สอง สุดยอดหนึ่งขั้นใหญ่ห้าขั้นย่อย " นนท์ยิ้ม
" ซินเอ๋อร์ จักรพรรดิ์เทวะขั้นที่แปด เยี่ยม " นนท์พึมพำ
" เสียนเอ๋อร์ จักรพรรดิ์เทวะขั้นที่เจ็ด นี่ก็ยอด " นนท์ดีใจ
" ซือเอ๋อร์ จักรพรรดิ์เทวะขั้นที่สาม โอ้แม่เจ้า " นนท์ถึงกับตะลึง " สองขั้นใหญ่ " นนท์พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
นนท์พาห้าภรรยาไปผ่อนคลายที่น้ำตกสวรรค์ นั่งล้อมกองไฟ ย่างปลาสวรรค์ ย่างเนื้ออสูร กินอาหารไปพูดคุยกันไป ดื่มสุราเลิศรส
นนท์นั่งมองห้าภรรยาที่มีความสวยต่างกัน ใบหน้าของพวกนางแดงเรื่อๆเพราะฤทธิ์สุราตัดกับผิวขาว
" ห้าภรรยาของข้าช่างงดงามยิ่งนัก " หลางจี้เสวี่ยลุกขึ้นสะลัดชุดทิ้ง
" สามี แล้วถ้าภรรยาไม่ได้ใส่ชุดเล่าจะงดงามหรือไม่ " หลางจี้เสวี่ยยั่วยวนนนท์
นนท์ยืนขึ้น มังกรน้อยฉีกทะลุชุดจนขาด " งดงามหรือไม่ต้องถามมังกรน้อยดู " ว่าพลางเดินเข้าหาหลางจี้เสวี่ย สองมือคว้าเอวหลางจี้เสวี่ยพร้อมประทับจูบที่แสนหวาน
" อือ " ความเสียวซ่านทะยานขึ้นเพราะสี่ภรรยาปลุกปล้ำมังกรน้อย หลางจี้เสวี่ยเห็นดังนั้นจึงผลักนนท์ให้นอนหงาย
และแล้วมังกรน้อยก็ถูกสยบอีกครั้ง เป็นจูเม่ยเสียนที่ใช้รอยแยกอวบอูมสยบมังกรน้อยให้สิ้นฤทธิ์