อสูรสยบสวรรค์

    อสูรสยบสวรรค์ ตอนที่ 40 : ตำหนักโอสถ

    หลังเสร็จศึกกับห้าภรรยา นนท์จึงไปที่ห้องฝึก เอาตำราค่ายกลมาดู " ค่ายกลเพลิงโอสถต้องใช้ร่วมกับหินอัคคี


    จะหาค่ายกลเร่งเวลาดันเจอค่ายกลเพลิงโอสถซะนี่ " นนท์บ่น


    นนท์จึงลองวาดค่ายกลเพลิงโอสถใช้เวลาราวๆครึ่งชั่วยาม จึงวาดค่ายกลเพลิงโอสถชิ้นแรกได้


    นนท์นำแผ่นหยกเปล่าสำหรับที่จะวาดค่ายกลเพลิงโอสถมาหนึ่งร้อยชุด " ฟูว เสร็จซะที ค่ายกลเพลิงโอสถหนึ่งร้อยชุด " 


    นนท์เพ่งจิตไปสำรวจหินอัคคีที่ภูเขาไฟ พร้อมสะบัดมือหินอัคคีหนึ่งล้านชั่งลอยเข้ามาอยู่ในแหวนมิติ


    " หาดูอีกที เจอจนได้ ค่ายกลเร่งเวลา หากเปิดใช้งานเวลาที่อยู่ในค่ายกลจะเร็วขึ้นเป็นห้าเท่า ต้องใช้พลังงานเป็นแก่นอสูร ยิ่งระดับสูงยิ่งอยูได้นาน


    หรืออะไรก็ได้ที่ให้พลังงาน อืม ถ้าเราอยู่ในค่ายกลแล้วทำการหยั่งรู้ก็จะใช้เวลาข้างนอกน้อยลง เพราะเป็นหนึ่งต่อห้า ข้างนอกหนึ่งวันเท่ากับข้างในห้าวัน


    เยี่ยม หากเราทำทุกอย่างในค่ายกลเร่งเวลา ก็จะประหยัดเวลาได้มาก ดี ดี ดี " นนท์พึมพำด้วยความดีใจ


    นนท์เริ่มทำการศึกษา แล้วเริ่มทำการวาดสี่ชั่วยามผ่านไปจึงสำเร็จแผ่นแรก นนท์วาดค่ายกลเร่งเวลาเพียงสี่ชุด


    " ลองใช้ดู " นนท์กินโอสถทิพย์ปฐพีเพื่อฟื้นฟูพลังงาน แล้วย่องไปที่ห้องนอน เปิดค่ายกลเร่งเวลา แล้วจึงเปิดศึกกับห้าภรรยาอีกรอบ


    " สามี ข้างนอกจะสว่างแล้วท่านต้องไปที่ตำหนักโสถมิใช่รึ " หลางจี้เสวี่ยถามด้วยความสงสัย


    " เสวี่ยเอ๋อร์ ตอนนี้ข้าวาดค่ายกลเร่งเวลาเสร็จแล้ว มิต้องกังวล หากเราใช้เวลาในนี้ห้าชั่วยามข้างนอกเพียงชั่วยามเดียว " นนท์บอกหลางจี้เสวี่ย


    พร้อมนำมังกรน้อยทะลวงรอยแยกของหลางจี้เสวี่ยในท่าตะแคงข้าง พร้อมยกขาข้างหนึ่งขึ้น


    " อ๊า สามีท่านี้ช่างน่าอายนัก " หลางจี้เสวี่ยร้องครางด้วยเสียงที่แสนหวาน


    " ท่านพี่ข้าอยากได้ท่านี้ " สาวๆออดอ้อนนนท์ แล้วนนท์ก็ถูกสยบเหมือนเดิม คราวนี้เป็นรอยแยกของฟางจื่อซินที่เป็นรอยแยกสุดท้าย


    นนท์ตื่นขึ้น สะบัดมือเก็บค่ายกลเร่งเวลา " อืมเช้าพอดี " นนท์พึมพำ แล้วจึงจัดการห้าภรรยาอีกคนละยก หลังจากจัดการตัวเองเสร็จ


    นนท์จึงไปที่ตำหนักโอสถ " คารวะผู้อาวุโสทุกท่าน " ตำหนักโอสถนี้มีผู้ที่หลอมโอสถได้น้อย นอกจากอาจารย์หลอมโอสถระดับสามแปดคนแล้ว


    ส่วนที่เหลือก็เป็นศิษย์ฝึกหัด ข้อจำกัดของสำนักที่มีแต่ศิษย์หญิงจึงมีตัวเลือกไม่มากนัก 


    นนท์เดินสำรวจตำหนักโอสถ ห้องหลอมโอสถ แปลงปลูกโอสถ นนท์นึกขึ้นได้


    " ผู้อาวุโส ข้าสามารถเชื่อมมิติเจดีย์แปดเหลี่ยมได้รึไม่ " นนท์ส่งจิตถามจิตทัศนะ 


    " เจ้าหนุ่มย่อมทำได้ " จิตทัศนะกล่าว


    " ท่านเจ้าตำหนักที่นี่มีห้องลับรึไม่ " นนท์ถามเจ้าตำหนักโอสถ


    " อาวุโสโจวท่านต้องการ ห้องลับไปทำไมรึ " เจ้าตำหนักสงสัยแต่ก็พาไปที่ห้องลับ นนท์สังเกตุห้องลับเป็นห้องสี่เหลี่ยมกว้างยาวด้านละยี่สิบจั้ง 


    นนท์เดินมาตรงกลางห้อง นำแท่งหินทรงกลมเส้นผ่าศูนย์กลางราวห้าจั้งออกมาจากเจดีย์แปดเหลี่ยมวางไว้ตรงกลางห้อง พร้อมทั้งทำการเชื่อมมิติเฉพาะส่วนที่ทำการทดลองหลอมโอสถ


    และทิ้งจิตทัศนะของห้องหลอมโอสถของเจดีย์แปดเหลี่ยมไว้ที่แท่งหิน เมื่อแล้วเสร็จนนท์จึงทำการทดลองการหลอมโอสถ


    นนท์หาที่นั่งชักนำจิตเชื่อมต่อกับจิตทัศนะของแท่งหิน เริ่มทำการหลอมโอสถในห้วงมิติแห่งความคิด


    ผ่านไปสองชั่วยามนนท์หมดแรง ลมปรานเหือดแห้ง พลังวิญญาณของกายจิตเกือบหมด สภาพของนนท์เหมือนกับคนที่เพิ่งหลอมโอสถ


    นนท์กินโอสถทิพย์ปฐพีถึงสามเม็ดถึงจะฟื้นฟูร่างกายให้สมบรูณ์ได้


    " ท่านเจ้าตำหนัก ผู้อาวุโสทุกท่าน นี่คือสมบัติล้ำค่า มีไว้ให้ทุกท่านหรือเหล่าศิษย์ทำการทดลองหลอมโอสถเสมือนจริง


    เมื่อครู่ข้าได้ลองทำการทดสอบการหลอมโอสถระดับเจ็ด อย่างที่ทุกท่านเห็นสภาพของข้าหลังหลอมโอสถเสร็จ ทุกอย่างเหมือนจริง


    เพียงแต่เราจะไม่เสียสมุนไพรสักต้นหากโอสถผิดพลาด เพราะเป็นการหลอมโอสถในห้วงมิติแห่งความคิด สิ่งที่จะได้รับ ความชำนาญของการหลอมโอสถ


    ผู้อาวุโสทุกท่านลองดูเถิด ท่านชักนำจิตให้สื่อสารกับจิตทัศนะของแท่งหิน เพื่อทำการทดลองหลอมโอสถ


    ข้าแนะนำว่าควรจะหลอมโอสถที่ท่านไม่เคยหลอมสำเร็จ เริ่มกันเถิด " กล่าวจบนนท์ถอยออกมา


    เหล่าผู้อาวุโสหาที่นั่งแล้วเริ่มชักนำจิตเชื่อมต่อกับจิตทัศนะของแท่งหิน บางคนสองเค่อก็หลุดออกมา บางคนหนึ่งชั่วยาม ทุกคนทำไม่สำเร็จ


    นนท์ให้ศิษย์ฝึกหัดทำการทดลองหอลมโอสถ เหล่าผู้อาวุโสต่างยินดีเป็นอย่างยิ่งที่นนท์ได้นำสมบัติล้ำค่ามาไว้ที่สำนัก 


    " ขอบคุณผู้อาวุโสโจว สมบัติชิ้นนี้ล้ำค่ายิ่งนัก สามารถทำการทดลองการหลอมโอสถโดยมิต้องกังวลว่าจะผิดพลาด ถึงจะผิดพลาดก็มิมีอะไรเสียหาย "


    " ท่านเจ้าตำหนักนี่เป็นตำราสูตรโอสถ ที่ข้าคัดลอกมาจากตำราที่อาจารย์ของข้าให้ไว้ " นนท์ยื่นตำราสูตรโอสถให้กับเจ้าตำหนัก


    เจ้าตำหนักเปิดดูถึงกับมือสั่น " นี่มัน เหมือนฝัน อาวุโสโจวอาจารย์ของท่านคือปรมาจารย์ท่านใด " เจ้าตำหนักมือสั่นปากสั่นละล่ำละลักถามนนท์


    " ต้องขออภัยที่ข้าไม่สามารถบอกชื่อของอาจารย์ข้าได้ เพราะอาจารย์ของข้าได้กำชับไว้ " นนท์กล่าว


    " ปัญหาอีกอย่างของอาจารย์หลอมโอสถคือไฟ หากไม่มีโอกาสหลอมเพลิงโอสถ ก็ไม่สามารถเป็นอาจารย์หลอมโอสถได้


    แต่ข้ามีทางแก้ นี่คือค่ายกลเพลิงโอสถใช้แทนเพลิงโอสถได้ แต่จะต้องนำหินอัคคีมาใช้ร่วมกัน " นนท์นำค่ายกลเพลิงโอสถหนึ่งร้อยชุดให้กับเจ้าตำหนักโอสถ และหินอัคคีอีกหนึ่งล้านชั่งเก็บในแหวนมิติ


    เจ้าตำหนักโอสถรับเอาไว้พลางน้ำตาซึม นนท์แสดงวิธีใช้แผ่นหยกเพลิงโอสถและหินอัคคี ให้กับเหล่าผู้อาวุโส


    " ท่านเจ้าตำหนัก นำสิ่งเหล่านี้ไว้แจกจ่ายให้กับศิษย์ที่ไม่มีโอกาสหลอมเพลิงโอสถเถิด " นนท์กล่าว


    " ท่านเจ้าตำหนัก ข้าอยากไปดูแปลงปลูกสมุนไพร " เจ้าตำหนักเดินนำนนท์ไปที่แปลงปลูกสมุนไพร เมื่อไปถึงแปลงปลูกสมุนไพร นนท์ทำการติดตั้งค่ายกลเร่งเวลา 


    " ท่านเจ้าตำหนัก ผู้อาวุโสทุกท่าน นี่คือค่ายกลเร่งเวลา " นนท์อธิบายการทำงานของค่ายกลเร่งเวลาให้ทุกคนฟัง ตำหนักโอสถต่างพากันน้ำตาซึม


    " ข้าว่าไม่เกินสิบปี ตำหนักโสถจะมีอาจารย์หลอมโอสถระดับห้าเป็นแน่ " นนท์วาดหวังต่ออนาคตของตำหนักโอสถ นนท์ยื่นเมล็ดพันธุ์สมุนไพรจำนวนมากให้กัตำหนักโอสถ


    พร้อมทั้งแนะนำการเก็บเกี่ยวและขยายพันธุ์สมุนไพร หากทำได้ครบวงจร ก็จะมีสมุนไพรเพียงพอไว้ใช้ เก็บสะสม หรือนำไปขายได้ เมื่อพูดคุยเสร็จนนท์จึงขอตัวลา 


    นนท์เดินกลับตำหนัก " นี่ก็ช่วงเย็นแล้ว ไปที่เจดีย์แปดเหลี่ยมดีกว่า " นนท์พาห้าภรรยาเข้าไปในเจดีย์แปดเหลี่ยม 


    ที่ห้องฝึก " ภรรยาข้าลองหลอมผลึกสวรรค์รึไม่ " นนท์สะบัดมือผลึกสวรรค์ลอยไปที่ห้าภรรยาคนละสองร้อยก้อน


    " เริ่ม " นนท์หลอมผลึกสวรรค์ ผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม " ตู้ม " เสียงดังในตันเถียนของนนท์


    " แม่เจ้าจักรพรรดิ์เทวะขั้นที่เจ็ด " นนท์ตะลึงกับผลที่ได้ " ผลึกสวรรค์ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก " 


    " เสวี่ยเอ๋อร์ทะลวง ทะลวงมาอยู่ที่จักรพรรดิ์ขั้นที่เก้า หนึ่งขั้นใหญ่กับอีกห้าขั้นย่อย " นนท์พยักหน้า


    " เย่เอ๋อร์ ทะลวงขั้นพลังราชันย์จักรพรรดิ์เทวะขั้นที่สอง  สุดยอดหนึ่งขั้นใหญ่ห้าขั้นย่อย " นนท์ยิ้ม


    " ซินเอ๋อร์ จักรพรรดิ์เทวะขั้นที่แปด เยี่ยม " นนท์พึมพำ


    " เสียนเอ๋อร์ จักรพรรดิ์เทวะขั้นที่เจ็ด นี่ก็ยอด " นนท์ดีใจ


    " ซือเอ๋อร์ จักรพรรดิ์เทวะขั้นที่สาม โอ้แม่เจ้า " นนท์ถึงกับตะลึง " สองขั้นใหญ่ " นนท์พยักหน้าอย่างพึงพอใจ


    นนท์พาห้าภรรยาไปผ่อนคลายที่น้ำตกสวรรค์ นั่งล้อมกองไฟ ย่างปลาสวรรค์ ย่างเนื้ออสูร กินอาหารไปพูดคุยกันไป ดื่มสุราเลิศรส


    นนท์นั่งมองห้าภรรยาที่มีความสวยต่างกัน ใบหน้าของพวกนางแดงเรื่อๆเพราะฤทธิ์สุราตัดกับผิวขาว


    " ห้าภรรยาของข้าช่างงดงามยิ่งนัก " หลางจี้เสวี่ยลุกขึ้นสะลัดชุดทิ้ง 


    " สามี แล้วถ้าภรรยาไม่ได้ใส่ชุดเล่าจะงดงามหรือไม่ " หลางจี้เสวี่ยยั่วยวนนนท์


    นนท์ยืนขึ้น มังกรน้อยฉีกทะลุชุดจนขาด " งดงามหรือไม่ต้องถามมังกรน้อยดู " ว่าพลางเดินเข้าหาหลางจี้เสวี่ย สองมือคว้าเอวหลางจี้เสวี่ยพร้อมประทับจูบที่แสนหวาน


    " อือ " ความเสียวซ่านทะยานขึ้นเพราะสี่ภรรยาปลุกปล้ำมังกรน้อย หลางจี้เสวี่ยเห็นดังนั้นจึงผลักนนท์ให้นอนหงาย


    และแล้วมังกรน้อยก็ถูกสยบอีกครั้ง เป็นจูเม่ยเสียนที่ใช้รอยแยกอวบอูมสยบมังกรน้อยให้สิ้นฤทธิ์





    คล้ายกับเรื่องอสูรสยบสวรรค์ ที่คุณอ่าน