หยางจื่อที่ได้กลับมาพักฟื้นที่ตระกูลหมิงและอยู่จนกระทั่งจนกว่าสุสารโบราณจะเปิด อาการบาดเจ็บของหยางจื่อส่วนใหญ่ในตอนนี้ได้หายสนิทเเล้ว
หยางจื่อในตอนนี้กำลังฝึกฝนทักษะดาบวายุอัสนีให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไม่เพียงแค่นั้นหลังจากจบสงครามพลังของหยางจื่อก็เพิ่มมากขึ้นจนทะลวงสู่ปราณปฐพีขั้นที่7 ได้อย่างง่ายดาย และมีสิ่งที่หยางจื่อคาใจก็คือเรื่องของหญิงสาวชุดแดงที่ได้มาช่วยหยุดสงครามที่สิ้นหวังนั้นรวมถึงเส้นรมปราณสัตว์เทพดั่งเดิมที่ตนเองครอบครองอยู่เส้นลมปราณมังกรสวรรค์ทางด้านวังหลวงของราชวงศ์ฉินภายในห้องโถงขนาดใหญ่ได้มีตัวตนที่ทรงพลังจำนวนมากนั่งอยู่พวกเขาต่างก็ประชุมถึงความเสียหายจากสงครามและตัวตนของหญิงสาวชุดแดง
"จากข่าวที่เรารู้หญิงสาวชุดแดงน่าจะเป็นนักบุญศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นคนสำคัญอย่างมากในนิกายฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์"จักรพรรดิฉินกล่าว "แล้วนิกายฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์นั้นอยู่ที่ใดงั้นรึ"ประมุขตระกูลมู่กล่าวถาม "นิกายฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่ในทวีปศักดิ์สิทธิ์ และทวีปศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นทวีปที่แข็งแกร่งที่สุดที่นั่นถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของผู้ฝึกตนเลยก็ว่าได้อย่าเช่นตัวตนระดับข้าที่อยู่ปราณจักรพรรดิก็เป็นได้แค่ผู้อาวุโสทั่วไปในสำนักเเห่งนั้น"จักรพรรดิฉินกล่าวผู้คนในห้องโถงต่างตกตะลึงและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน
"แล้วคนระดับนั้นทำไมถึงได้มายังทวีปเล็ก ๆอย่างทวีปเมฆาละ"เฉินฝ่านกล่าว "เรื่องนั้นข้าเองก็ไม่แน่ใจเห็นว่าพวกเขากำลังตามหาบางสิ่งอยู่"จักรพรรดิฉินกล่าว "คงไม่ใช่ว่าหมายตาสุสารโบราณของพวกเราหรอกนะ"เจ้าสำนักกระบี่นภากล่าว "ไม่แน่นอนเพราะว่านักบุญศักดิ์สิทธิ์อายุของนางคือ 25 ปี นางไม่สามารถเข้าไปยังสุสารโบราณได้หรอกแต่พวกอาณาจักรที่เหลือนี่สิพวกเขาต้องส่งคนของพวกเขามาที่อาณาจักรของพวกเราเพื่อเข้าไปในสุสารโบราณพร้อมกับพวกเราอย่างแน่นอน"จักรพรรดิฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ "เจ้าพวกเห็นแก่ตัวนั่นตอนที่พวกเราร้องขอความช่วยเหลือกลับส่งข้อแม้มาไม่อย่างงั้นก็จะไม่มาช่วยเหลือเราถ้าเราไม่มีทางเลือกเราคงไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้หรอก"เจ้าสำนักกระบี่นภากล่าว "เรื่องนั้นไม่จำเป็นต้องกังวลให้มากนักไม่ว่ายังไงในรุ่นเยาว์ที่อายุไม่เกิน18 ปีที่เเข็งแกร่งที่สุดก็เป็นคนของอาณาจักรฉินเราถ้าเกิดอะไรขึ้นเดี๋ยวเด็กคนนั้นก็จัดการให้พวกเราเอง"เฉินฝ่านกล่าว "นั่นสินะมีเด็กคนนั้นไปด้วยทำให้ข้าเบาใจเรื่องหมิงเยี่ยมากเลย"จักรพรรดิฉินกล่าว"แล้วอาการของเขาเป็นอย่างไรบ้างประมุขหมิงฮ่าว" จักรพรรดิฉินกล่าว
"อาการบาดเจ็บของเขาในตอนนี้ได้หายเกือบสนิทเเล้วพวกท่านไม่จำเป็นต้องกังวล"หมิงฮ่าวกล่าว "แต่ข้าอยากจะรู้เรื่องที่พวกหญิงสาวชุดแดงและหญิงชรานั่นกล่าวมากกว่า"เฉินฝ่านกล่าว"หมายถึงเส้นลมปราณสัตว์เทพดั่งเดิมหนะรึ" เจ้าสำนักวารีพิรุณกล่าว
"อืมข้าเองก็ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องเหล่านี้มากนักส่วนใหญ่เรื่องพวกนี้จะมีอยู่ในทวีปศักดิ์สิทธิ์" จักรพรรดิเฉินกล่าว"แต่ข้าว่าท่านประมุขหมิงฮ่าวจะต้องรู้บางอย่างแน่นอน" เฉินฝ่านกล่าว
"เฮ้อในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้เเล้วปิดไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาจากที่สหายข้าหาข่าวมาบอกข้าถ้าข้าเดาไม่ผิดเด็กคนนั้นน่าจะมีเส้นลมปราณมังกรสวรรค์เพราะในวันที่เด็กคนนั้นบ่มเพาะพลังได้มีออร่ามังกรสีทองพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า"หมิงฮ่าวกล่าว "จริงรึเนี่ย งั้นไม่ใช่ว่าตระกูลมู่ตกถังข้าวสารเเล้วหรอกรึ"เจ้าสำนักกระบี่นภากล่าวด้วยความตระหนก"ข้าก็พึ่งมารู้เรื่องนี้เช่นกัน" ประมุขตระกูลมู่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
"ข้าคงต้องส่งคนไปสืบข่าวเกี่ยยวกับเส้นลมปราณมังกรสวรรค์ที่ทวีปศักดิ์สิทธิ์และถ้าหากหมิงเยี่ยที่มีความสามารถพิเศษเนตรมารและหยางจื่อที่มีเส้นลมปราณมังกรสวรรค์ให้กำเนิดลูกละก็เด็กคนนั้นจะต้องมีความสามารถอย่างใดอย่างหนึ่งและมีพรสวรรค์สูงส่งอย่างแน่นอน"จักรพรรดิฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม "นี่ท่านคิดไปถึงใหนกันเนี่ยหยางจื่อและองค์หญิงหมิงเยี่ยเคยเจอกันแค่ครั้งเดียวเองนะและข้าก็ขอแนะนำอย่าได้บังคับหยางจื่อเด็ดขาดไม่งั้นพวกเรางานเข้าแน่" เฉินฝ่านกล่าว พวกหมิงฮ่าวและองค์รัชทายาทก็ช่วยไม่ได้ที่จะนึกถึงเหตุการณ์ที่คนของสำนักปฐพีคลั่งถูกแช่แข็งและมีน้ำเสียงที่ทรงพลังตักเตือนดังออกมามันทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก ทางด้านหยางจื่อภายในห้องหยางจื่อและมู่โหลวได้นั่งคุยกันอย่างสนิทสนมมู่โหลวที่นั่งพิงตัวหยางจื่อและดูแสงจันทร์ที่สวยงามกลิ่นหอมที่หอมหวานได้ลอยไปเข้าจมูกของหยางจื่ออย่างต่อเนื่องทำให้หยางจื่อที่ต้องอดทนต่อความเย้ายวนของมู่โหลวอย่างยากลำบาก "เจ้าไม่จำเป็นต้องอดทนขนาดนั้นก็ได้ ถ้าเป็นเจ้าข้าไม่ขัดข้องหรอก"มู่โหลวกล่าว"งั้นข้าก็ไม่เกรงใจละนะ"
หยางจื่อกล่าวเสร็จก็เข้าปะกบปากกับมู่โหลวในทันทีทั้งสองต่างก็กอดกันและดูดปากกันอย่างดุเดือดความรู้สึกที่อัดเเน่นมานานได้ถูกกระตุ้นเสื้อผ้าของมู่โหลวค่อยๆถูกปลดออกทีละชิ้นเผยให้เห็นผิวพรรณที่ขาวเนียนและน่าหลงใหล"อืม!!"
"เจ้าในตอนนี้ชั่งงดงามยิ่งนัก" หยางจื่อกล่าว
"งั้นแสดงว่าข้าที่ผ่านมาไม่งดงามอย่างงั้นหรือ"มู่โหลวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย"ไม่เลยเจ้าหนะงดงามอยู่เสมอ"
"อุ๊บ!!!!"
ในตอนนี้เองที่ชุดของมู่โหลวถูกปลดออกจนหมดเผยให้เห็นหน้าอกที่อวบอิ่มและได้ขนาดหยางจื่อใช้ปากไปดูดตรงยอกประทุมที่งดงามของมู่โหลว"ซีด!!!!"
"อย่าดูดเเรงนักสิ!!!!" มู่โหลวกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"อ๊าๆ"
ทวนมังกรของหยางจื่อได้ทะลวงเข้าไปในร่องรักของมู่โหลวจนทำให้นางครางออกมาด้วยความเสียวซ่านทางด้านหยางจื่อก็โยกสะโพ้งอย่างเมามัน"อ๊า ช่วยอ่อนโยนกว่านี้หน่อยซิ" มู่โหลวกล่าว
"ไม่ได้ข้าในตอนนี้ควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้เเล้ว" หยางจื่อกล่าว
"อ๊า ซืด!!!!"
ทั้งสองต่างเล่นบทเพลงรักกันอย่างมีความสุขจนกระทั่งตอนเช้ามาถึงทั้งหยางจื่อและมู่โหลวก็นอนกอดกันอยู่บนเตียงและไม่มีใครมาปรุกหรือรบกวนทั้งสองเลย