หลี่ว์กว่างเป็เพียงผู้พิทักษ์เหวลึกเื่พวกนี้ไม่ได้อยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของเขาอยู่แล้ว
อีกอย่างเมื่อครู่เขาก็อุตส่าห์เตือนลู่เซิ่งด้วยความหวังดีแล้ว แต่ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ฟังแล้วเขาจะทำอะไรได้?
เมื่อคิดได้ดังนี้หลี่ว์กว่างจึงหลับตาลง เลือกที่จะไม่รับรู้เพื่อตัดความรำคาญ
ในขณะนั้นลู่เซิ่งก็มาถึงบริเวณทางเข้าถ้ำปีศาจลาวาแล้ว
เขามองดูวังวนโกลาหลอันลึกลับตรงหน้าและรู้ดีว่านี่คือทางเข้าสู่เหวลึก หัวใจของเขาเริ่มเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นและตั้งใจจะเข้าไปทันที
ทว่าในตอนนั้นเองบนแผงข้อมูลของเขากลับปรากฏตัวเลือกขึ้นมาสี่ระดับ ได้แก่ ทั่วไป ยาก นรกและฝันร้าย
เมื่อเห็นข้อมูลนี้ลู่เซิ่งก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่าบนดาวสีน้ำเงินในปัจจุบันเหวลึกทั้งหมดจะถูกแบ่งออกเป็สี่ระดับความยาก โดยเรียงจากต่ำไปสูงคือ ทั่วไป ยากนรก และฝันร้าย
ยิ่งระดับความยากของเหวลึกสูงเท่าไหร่เลเวลของมอนสเตอร์ข้างในก็จะยิ่งสูงขึ้น และความอันตรายก็จะยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย
แน่นอนว่าเหวลึกระดับความยากสูงย่อมดรอปอุปกรณ์และมอบค่าประสบการณ์ที่มากกว่าเดิมอย่างมหาศาล
แม้ถ้ำปีศาจลาวาจะเป็เพียงเหวลึกสำหรับมือใหม่แต่ก็มีระดับความยากทั้งสี่ระดับนี้เช่นเดียวกัน
“เพื่อความปลอดภัย ลองระดับทั่วไปที่ง่ายที่สุดก่อนแล้วกัน...”
ลู่เซิ่งยืนอยู่หน้าทางเข้าเหวลึกพลางใช้ความคิดชั่วครู่จากนั้นจึงเลือกระดับทั่วไปที่ง่ายที่สุด โดยตั้งใจจะเข้าไปลองเชิงดูก่อน
เมื่อเลือกโหมดเสร็จลู่เซิ่งก็ไม่ลังเลอีก ก้าวเท้าเดินเข้าไปในเหวลึกทันที
วิ้ง...
วินาทีต่อมาพร้อมกับแรงสั่นะเืลึกลับที่ยากจะหยั่งถึงร่างกายของเขาก็หายวับเข้าไปในวังวนโกลาหลอันน่าพิศวงนั้น
ตามมาด้วยความรู้สึกไร้น้ำหนักใน่เวลาสั้นๆ
ลู่เซิ่งรู้สึกว่าภาพตรงหน้ามืดดับลงแล้วสว่างขึ้นเมื่อลืมตาอีกครั้ง เขาก็มาปรากฏตัวในสภาพแวดล้อมที่แปลกตาโดยสิ้นเชิง
ที่นี่คือถ้ำที่ลึกและมืดมิดรอบด้านเต็มไปด้วยสายธารลาวาที่กำลังเดือดพล่านคลื่นความร้อนอันน่าสยดสยองพัดเข้าใส่จนลู่เซิ่งรู้สึกคอแห้งผาก
“แจ้งเตือน: ท่านได้เข้าสู่ถ้ำปีศาจลาวาแล้วหากยังไม่ได้กำจัดบอสใหญ่ประจำด่าน จะไม่สามารถออกไประหว่างทางได้!”
ในตอนนั้นเองแผงข้อมูลของลู่เซิ่งก็ปรากฏข้อความขึ้นมาอีกหนึ่งประโยค
ทว่าเขาไม่ได้แสดงอาการประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย
เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าบนดาวสีน้ำเงินในปัจจุบันเนื่องจากข้อจำกัดของกฎ เมื่อผู้ใช้อาชีพเข้าสู่ดันเจี้ยนหรือแดนลับแล้วจะเหลือทางเลือกเพียงสองทางเท่านั้น คือไม่ตาย ก็ต้องตะลุยผ่านด่านไปให้ถึงที่สุด
และนี่ก็คือเหตุผลที่หลี่ว์กว่างเตือนเขาด้วยความหวังดีก่อนหน้านี้
โฮก...
ในเวลาเดียวกันทันทีที่ลู่เซิ่งก้าวเข้ามามอนสเตอร์ตัวเตี้ยสีแดงฉานจำนวนหกตัวก็ปีนขึ้นมาจากลำธารลาวาข้างๆพวกมันต่างถือกระบองกระดูก แยกเขี้ยวคุกคาม และเข้ามายืนขวางหน้าเขาไว้
[เป้าหมาย: ปีศาจชั้นต่ำ]
[ประเภท: ปีศาจ]
[เลเวล: 20]
[ค่าพลังชีวิต: 1,080]
[ค่ามานา: 550]
[ระดับดาวพลังรบ: 70 ดาว]
...ปีศาจที่อ่อนแอตัวนี้ คือหน่วยสอดแนมของกองทัพปีศาจ!
............
“เืเยอะชะมัด!”
เมื่อเห็นข้อมูลพื้นฐานของมอนสเตอร์ที่ขวางทางอยู่ลู่เซิ่งก็เลิกคิ้วขึ้นเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คาดคิดว่ามอนสเตอร์ในเหวลึกจะมีเืเยอะขนาดนี้
ต้องรู้ก่อนว่าตอนนี้เขาเลเวล 20 แล้ว แต่มีเืเพียง 740หน่วยเท่านั้น
แต่มอนสเตอร์ในถ้ำปีศาจลาวานี่สิแค่สุ่มดึงมาสักตัวก็มีเืหลักพันเข้าไปแล้ว
แต่ลู่เซิ่งก็ไม่ได้ใมากขนาดนั้น
เพราะบนดาวสีน้ำเงินปัจจุบันไม่ว่าจะเป็เหวลึก แดนลับ หรือซากโบราณสถานมอนสเตอร์ในสถานที่อันตรายเหล่านี้ล้วนจัดเป็ ‘มอนสเตอร์ระดับชนชั้นสูง’ไม่ว่าจะเป็พลังโจมตีหรือพลังป้องกันล้วนแข็งแกร่งกว่ามอนสเตอร์ทั่วไปตามธรรมชาติมากในเลเวลที่เท่ากันจึงจำเป็ต้องอาศัยการร่วมมือกันหลายคนจึงจะกำจัดได้
เมื่อคิดได้ดังนี้ลู่เซิ่งจึงยังไม่รีบร้อนลงมือล่ามอนสเตอร์แต่หยุดยืนครุ่นคิดอย่างจริงจังอยู่กับที่
ก่อนหน้านี้เขาได้ใช้พร์ ‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ของตัวเอง บัฟให้สกิล ‘โล่เทพพิทักษ์’ และ ‘พิพากษาศักดิ์สิทธิ์’ แล้วทั้งสองอย่างให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง
และในครั้งนี้เนื่องจากเขาอยู่ในถ้ำปีศาจลาวาจึงไม่ต้องกังวลว่าใครจะมาเห็นความลับเข้า
ลู่เซิ่งจึงตัดสินใจลองดูสักตั้งด้วยการร่ายศาสตร์เวทอวยพรที่ผ่านการใช้พร์เสริมพลังหมื่นเท่าใส่ตัวเอง
“เสริมพลังหมื่นเท่า พรจาก์!”
วิ้ง...
วินาทีต่อมาตราสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์สีทองก็ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของลู่เซิ่งอย่างไร้ที่มา
และหลังจากได้รับพรค่าสถานะต่างๆของลู่เซิ่งก็พุ่งสูงขึ้นถึงระดับที่เรียกได้ว่าหลุดโลกไปเลยในพริบตา
[โฮสต์: ลู่เซิ่ง]
[อาชีพ: พาลาดิน]
[ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของอาชีพ: พิพากษา]
[เลเวล: 20 (เปลี่ยนอาชีพครั้งที่หนึ่ง) ]
[ค่าพลังชีวิต: 100,740]
[ค่ามานา: 100,290]
[พละกำลัง: 10,079]
[สติปัญญา: 10,029]
[ความคล่องแคล่ว: 10,029]
[จิติญญา: 10,029]
[ความทนทาน: 10,074]
[การประเมินระดับดาวพลังรบ:??]
............
“โคตรสุด!!! เืกับมานาหนึ่งแสนหน่วยเหรอ?”
เมื่อมองดูแผงสถานะของตัวเองลู่เซิ่งเกือบจะหลุดปากสบถออกมาดังๆ
แม้จะเดาไว้อยู่แล้วว่าสกิล‘พรจาก์’ ที่ปกติจะเพิ่มค่าสถานะทั้งหมดแค่1 หน่วย เมื่อใช้พร์เสริมพลังหมื่นเท่าแล้วก็น่าจะเพิ่มเป็ค่าสถานะทั้งหมด +10,000 หน่วย
แต่เมื่อได้เห็นความจริงยืนยันตามที่คิดลู่เซิ่งก็ยังรู้สึกเหมือนฝันไป
มันเป็การเพิ่มพลังที่เว่อร์เกินไปจริงๆค่าสถานะทั้งหมด +10,000 เชียวนะ
นี่เรียกไม่ได้ว่าเป็การเลื่อนระดับแล้วแต่มันคือบั๊กชัดๆ
ยิ่งไปกว่านั้นแม้แต่‘การประเมินระดับดาวพลังรบ’ ของเขาก็ไม่สามารถแสดงผลได้โดยมีเพียงเครื่องหมาย “??” ขึ้นมาแทนที่
นั่นเป็เพราะเลเวลและค่าสถานะของเขานั้นสวนทางกันอย่างสิ้นเชิงจนแม้แต่กฎแห่งฟ้าดิน ยังเกิดความผิดพลาดจนไม่สามารถคำนวณพลังรบที่แท้จริงออกมาได้
“เืขนาดนี้ ต่อให้ฉันยืนเฉยๆ ก็คงไม่มีใครตีเข้าหรอกมั้ง”
ในที่สุดลู่เซิ่งก็ดึงสติกลับมาได้เขาหัวเราะร่าด้วยความตื่นเต้น
“ลุย!”
เขาไม่รอช้าอีกต่อไปรีบเงื้อค้อนในมือขึ้นแล้วพุ่งเข้าใส่พวก ‘ปีศาจชั้นต่ำ’ที่ขวางทางอยู่เบื้องหน้าทันที
เคร้ง!!!
HP-10,500
HP-10,203
HP-10,834
วินาทีต่อมาตัวเลขดาเมจที่น่าสยดสยองเป็สายก็พุ่งกระฉูดออกมาต่อเนื่อง
มอนสเตอร์ในเหวลึกที่มีเืสูงเป็พันซึ่งตามปกติจะต้องอาศัยทีมห้าคนประสานงานกันจึงจะกำจัดได้แต่เมื่อเผชิญหน้ากับค้อนศึกของลู่เซิ่ง พวกมันกลับไร้ทางต่อต้านเพียงแค่การปะทะกันแค่ชั่วอึดใจแถบพลังชีวิตของพวกมันก็ถูกกวาดจนเกลี้ยงหลอดพร้อมกันทั้งหมด!
[ติ๊ง!]
[ขอแสดงความยินดี คุณกำจัด ‘ปีศาจชั้นต่ำ’ สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 450 หน่วย ได้รับวัสดุ‘หัวใจแมกมา’ !]
[ติ๊ง!]
[ขอแสดงความยินดี คุณกำจัด ‘ปีศาจชั้นต่ำ’ สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 450 หน่วย ได้รับวัสดุ‘หัวใจแมกมา’ !]
[ติ๊ง!]
[ขอแสดงความยินดี คุณกำจัด ‘ปีศาจชั้นต่ำ’ สำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 450 หน่วย ได้รับอุปกรณ์‘เสื้อคลุมขาดรุ่งริ่ง’ !]
...
ในขณะเดียวกันบนแผงข้อมูลของลู่เซิ่งก็ปรากฏข้อมูลการได้รับค่าประสบการณ์ชุดใหม่ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง