เล็กน้ำ No.1

    ตอนที่ 63 ครั้งเเรกมันยากเสมอ

    " อย่าขยับ... " ไฝกระซิบอย่างแผ่วเบาข้างใบหูของเล็กน้ำ ทำให้เขาจำต้องหยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่างที่ทำให้เกิดเสียง " นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะมันเกี่ยวกับปากท้องของพวกเราโดยตรง "

    " นายเเน่ใจนะว่ามันกินได้ "

    " เเน่ใจมากกว่าไม่เเน่ใจก็เเล้วกัน "

    ไฝกล่าวออกมาโดยไม่หันมองหน้าของเล็กน้ำที่อยู่ด้านข้าง เพราะดวงตาของมันกำลังจับจ้องไปยังบางสิ่งที่หยุดนิ่งราวกับหินในพื้นที่ห่างออกไปเบื้องหน้า ในยามนี้ สองหนุ่มได้เปลี่ยนมาอยู่ในชุดคลุมสีดำที่เป็นสีเดียวกันกับพื้นดินที่ทั้งคู่กำลังหมอบราบอย่างกลมกลืน ทางทิศเหนือบนเนินเตี้ยๆ ไม่ห่างใกลจากถ้ำใต้ดินมากนัก

    " ถ้าไม่ทำอะไรซักอย่าง เดี๋ยวมันจะหนีไปอีกนะ " เล็กน้ำเร่งเร้า เขายกนิ้วชี้ไปอีกด้าน " ผมจะอ้อมไปดักมันทางด้านนู้น "

    " ไม่... ห้ามทำอะไรทั้งนั้น " ไฝกำชับ " ขอเวลาอีกหน่อย รอมันกินอาหารในมือให้หมดก่อน "

    กระต่ายรักบี้คือสัตว์วิญญาณที่เล็กน้ำกับไฝเฝ้าติดตามอย่างไม่ลดละมาทั้งวันทั้งคืน เทียบเคียงกับระยะเวลาในโลกเก่า เหตุผลที่ถูกเรียกว่ากระต่ายรักบี้ เพราะมันมักจะเอาอาหารหรือพืชพันธุ์ที่กินได้ถือเอาไว้เเนบอกอยู่ตลอดเวลา เเละยามใดที่มันพบเจอกับสัตว์นักล่า จะวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่งไม่คิดชีวิตคล้ายกับนักกีฬารักบี้รับเทิร์นโอเวอร์เข้าไปทำทัชดาวน์

    รูปลักษณ์ภายนอกของกระต่ายรักบี้ไม่ได้มีความเเตกต่างกับกระต่ายป่าเท่าใดนัก มันมีขนอ่อนนุ่มสีเทาหม่นคลับคล้ายกับสีสันของผืนฟ้าเบิ้องบนที่ปกคลุมอยู่ในดินเเดนพิศวงเเห่งนี้ บนใบหน้ากลมมนมีฟันจอบสีขาวขุ่นโค้งลงมาจรดปลายคาง จมูกเเหลมสีเข้ม เหนือขึ้นไปเป็นดวงตากลมโตสีเเดงก่ำถึงสามดวง จัดวางเป็นรูปสามเหลี่ยม กลอกวนไปมาต่างทิศทาง เมื่อมันยืนขึ้นจะเห็นกระเป๋าที่อยู่ตรงหน้าท้องเอาไว้กักเก็บอาหาร เเต่ยามใดที่ต้องหลบหนีจากภัยร้าย เเขนขาที่พรางซ่อนเอาไว้ใต้ขนหนานุ่ม จะยืดยาวออกมาพร้อมกับกรงเล็บเเหลมคมมีไว้เพื่อปกป้องตัวเอง

    เหตุผลที่ไฝต้องบอกให้เล็กน้ำรอก่อน ( ตำราหมื่นสายพันธุ์วิญญาณก็มีหัดอ่านบ้างนะ ) เพราะยามที่มันกัดกินอาหาร สัตว์ทุกชนิดมักจะคลายความระมัดระวัง เเละใบหูยาวทั้งสองข้างของมันที่ทำหน้าที่เหมือน ' เรดาร์เสเเกน ' จะอ่อนตัวพับปิดลงมา ส่งผลให้ประสิทธิภาพการรับรู้ถดถอย ช่วงเวลานั้น จะเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการลงมือ

    ทันใดนั้น ใบหูยาวที่สั่นไหวอย่างเเผ่วเบา ได้อ่อนยวบลงมาเเนบชิดข้างเเก้มราวกับไร้กระดูก ดั่งสารสัญญาณที่รู้กัน ไฝเร่งเร้าคลื่นเอกะวิ่งอ้อมเป็นวงกลมไปด้านข้างอย่างรวดเร็วจนฝุ่นตลบ เเสร้งทำเพื่อร้องเรียกความสนใจจากเจ้ากระต่าย ส่วนเล็กน้ำใช้หินใหญ่ต่างเเท่น เมื่อได้จังหวะตามที่นัดเเนะ เขากระโดดสูงขึ้นฟ้าอย่างเงียบเชียบ โดยใช้ประโยชน์จากชัยภูมิที่เป็นเนินดินลาดชัน พุ่งเข้าตีตลบกระต่ายรักบี้จากทางด้านหลัง

    ฟุบ!

    ในฝ่ามือของเล็กน้ำปรากฏตาข่ายฟ้าสีดำทึมทึบ ถักทอเป็นช่องตารางละเอียด ยืดขยายเป็นวงกว้างเกือบสิบเมตร ทิ้งตัวลงมาอย่างรวดเร็วราวกับถูกกดทับด้วยน้ำหนักมหาศาล ล้อมคอกกักขังเจ้ากระต่ายรักบี้ที่กำลังกัดเเทะต้นโสมยักษ์สีทองที่กุมอยู่ในกรงเล็บ เพียงเเต่สัญชาตญาณของสัตว์ผู้ถูกล่ามักจะเฉียบคมเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อปากเเหเริ่มอ้าออก มันก็เผ่นเเนบอย่างไร้ร่องรอยจนเกือบจะหลุดรอดไปได้ ดีที่ได้การสกัดกั้นด้วยมีดบินปีกนางเเอ่นเหินจากไฝ ต้อนให้มันจำต้องวกกลับมาอยู่ในจุดยุทธศาสตร์เดิมแทบทุกครั้ง

    ตั้งเเต่ร่วมกันครอบครองมิติเเห่งวงเเหวนมหัศจรรย์ กล่าวได้ว่าตลอดเวลาที่ล่วงเลยผ่านไป พวกเขาไม่เคยนิ่งเฉยหรือปล่อยเวลาให้สูญเปล่า โดยเฉพาะกับไฝที่เหมือนมีชนักใหญ่ปักเเน่นอยู่กลางอก มันฝึกฝนอย่างทนทรหดเอาเป็นเอาตาย ศาสตราวุธที่มีอยู่เเทบทุกชนิด เคล็ดลับตำราเอกะเกือบทุกเล่มล้วนเเล้วเเต่ผ่านตาของมันทั้งสิ้น เล็กน้ำในฐานะพี่ชายย่อมไม่น้อยหน้า กระบวนทวนของเขาก้าวล้ำไปอีกขีดขั้น เเม้ในยามนี้จะเปิดชีพจรได้เพียงจุดเดียว

    ด้านในเเหวนมิติมีครบเเทบทุกอย่าง เสื้อผ้า อาวุธ ตำรา เม็ดยาวิเศษ เนื้อสัตว์ตากเเห้ง บางครั้งเพราะการตรากตรำฝึกฝนอย่างหนัก ทำให้จิตใจเริ่มวิปริตแปรปรวนด้วยความเหนื่อยล้ากดดันที่รุมเร้าเล่นงาน จนทั้งสองเกือบจะคลุ้มคลั่งเสียสติ ถกเถียงกันอย่างรุนเเรง เมื่อคิดว่าทุกอย่างคลับคล้ายดั่งถูกใครบางคนวางเเผนจัดเตรียมเอาไว้ เพื่อลอบชักใยพวกเขาอยู่ในเงามืดอย่างเลือนลาง

    ขาดเพียงเเค่น้ำสะอาดเท่านั้น เเละดอกผลัดกำเนิดเป็นสิ่งเดียวที่ใช้กินเเทนน้ำได้ กลีบเดียวสามารถลืมเลือนความหิวกระหายได้ถึงสองวัน เหตุนี้จำนวนของมันจึงเริ่มลดน้อยลงอย่างน่ากังวล นับตั้งเเต่นั้น พวกเขาจึงตัดสินใจออกสำรวจหาเเหล่งน้ำในพื้นที่ใกล้เคียงอันเต็มไปด้วยปริศนา เเถมยังได้ฝึกฝนยอดวิชาควบคู่ไปด้วย

    " ถอยกลับไป! "

    ไฝตวาดก้อง เเววตาของมันเฉียบคมเจิดจ้า ฝ่ามือที่เคยว่าเปล่า ปรากฏมีดบินขึ้นมาอีกชุด เตรียมพร้อมพุ่งตัดอากาศออกไปได้ทุกเมื่อ

    " โดน! "

    เล็กน้ำร่ำร้องออกมาสุดเสียง ราวกับเห็นภาพหลอนล่วงหน้าที่ ' ตาข่ายจักรวาลพิกล ' หดตัวอย่างรวดเร็ว เข้ารัดพันกระต่ายรักบี้จนมันหมดหนทางหลบหนี

    เเต่เสี้ยวอึดใจนั้น ก่อนที่ตาข่ายจักรวาลพิกลจะเข้าขย้ำสำเร็จ เจ้าสัตว์วิญญาณขนนุ่มบ้องเเบ๊วที่มีความหวาดหวั่นเกาะติดทั่วใบหน้า กลับกระทำในสิ่งที่เหนือคาดคิด มันหมุนวนอยู่กับที่คล้ายกับดอกสว่านเเรงสูง นำพาฝุ่นดินดำตลบฟุ้งลอยเป็นเกลียวสู่ท้องฟ้า เมื่อทุกอย่างจางไป บนลานดินเหลือเพียงความว่างเปล่า กับตาข่ายที่หดตัวกลับคืนเป็นก้อนกลม

    " ไม่นะ! อาหารของข้า... "

    " ทางนั้น!! " เล็กน้ำไล่นิ้วไปตามเเนวดินปูดนูน เหมือนกับลูกคลื่นคันดินกำลังเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็ว " เร็วเข้า มันกำลังจะดำดินหนีไป! "

    " หือ! ป่าหิน!! พื้นที่เเบบนั้นอันตรายมาก ไม่เเน่อาจจะเป็นหลุมพรางที่มันขุดล่อรอเราเอาไว้ " ไฝเหมือนกำลังชั่งใจว่าจะตามต่อไปดีหรือไม่ ในทันใด มันหันหน้าไปหาเล็กน้ำที่กำลังเอื้อมเก็บตาข่ายเหมือนต้องการขอเเรงสนับสนุน

    " ตาม! "

    เล็กน้ำตอบกลับอย่างสั้นห้วน เเต่ได้ใจไฝไปเต็มๆ ทั้งสองสูญเสียเวลากับสัตว์วิญญาณตัวนี้ไปไม่ใช่น้อย หากต้องยินยอมเพียงเท่านี้ คงเป็นเรื่องที่ไม่อาจทำใจยอมรับได้ เป็นธรรมดาที่การออกล่าในครั้งเเรก มักจะเป็นสิ่งที่ยากเย็นเสมอ

    ไกลออกไป คลื่นเเนวดินหยุดชะงักอยู่ครู่หนึ่งเบื้องหน้าป่าหิน ก่อนจะตัดใจดำดินเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกันกับพวกเขาที่จำต้องหยุดอยู่ทางเข้าป่าหินเล็กน้อย เเต่ที่ทำให้ทั้งคู่ไม่รีบร้อนติดตามไป หาใช่เกิดจากความหวาดกลัว เเต่เป็นความเลิศล้ำสวยงามที่เปล่งประกายออกมาอย่างละเอียดอ่อน สร้างความตื่นตาตื่นใจไม่รู้จบ

    เมื่อคำนวณวัดจากสายตา ดงเสาหินเบื้องหน้า คงมีอาณาเขตไม่เกินสิบไร่ ภายในนั้น มีเสาศิลามรกตเรียบเนียนดั่งโดนกัดเซาะจากกระเเสน้ำอยู่หลายร้อยต้น ยืนตระหง่านสูงเหมือนร่วงหล่นจากฟ้า เปล่งประกายระเรื่อเเวววาวราวกับหยกเขียวจักรพรรดิ เบื้องบนเสาหินเป็นสะพานหยกโค้งทอดยาวครอบทับสองยังฝากฝั่ง กึ่งกลางสะพานหยกมีศิลาสีชาดก้อนใหญ่ยักษ์ลอยตัวสงบนิ่ง เมื่อมองผิวเผินคล้ายกับเเหวนทับทิมบนนิ้วเรียวงามของอิสตรี เมื่อศิลากระพริบเเสงจะดูดกลืนไอฟ้าดินเข้ามาอย่างไม่รู้จักอิ่ม หากเปลี่ยนเป็นโลกมนุษย์ใบเดิม การมีอยู่ของพวกมันคงไม่สามารถนำมาประเมินค่าได้

    " พื้นที่ตรงนี้เเปลกประหลาดเกินไป " ไฝกวาดสายตามองตามไปจนสุดความสูงของเสาหยก จากนั้นเอื้อมมือไปเเตะมันอย่างเเผ่วเบา " เย็นมาก... เย็นเหมือนกับน้ำเเข็งเลย! "

    " หรือจะเป็นเขาวงกต " เล็กน้ำเดินล่วงล้ำเข้าไปด้านในเพียงเล็กน้อย เขารู้สึกได้ถึงอุณหภูมิที่ลดต่ำอย่างรวดเร็วผิดปกติ " พวกเราคงไม่สามารถทนความหนาวเย็นขนาดนี้ได้เป็นเวลานาน เสาทุกต้นมีระยะห่างเเค่ให้สองคนเดินสวนกันได้เท่านั้น ไม่เเน่หนึ่งในพวกเราอาจจะปืนขึ้นไปสำรวจอีกทางจากด้านบนได้ "

    เเต่เหมือนรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ เล็กน้ำจึงหันหน้าไปหาไฝที่เอาเเต่ย่นคิ้วมุ่น ทันใดนั้น มันเเนบใบหูกับเสาหยกคล้ายดั่งต้องการฟังเสียงเต้นของหัวใจที่อยู่ด้านใน เนิ่นนานผ่านไป เล็กน้ำยังคงเฝ้ามองด้วยความเงียบขรึมอดทน โดยไม่มีทีท่าจะกล่าวสิ่งใดเพื่อเป็นการรบกวน

    ตั้งเเต่ได้ผจญชีวิตร่วมกัน พฤติกรรมที่ยากเกินเข้าใจของชายหนุ่มรุ่นน้องผู้นี้ มักจะขึ้นต้นด้วยความเเปลกประหลาดอยู่เสมอ เเต่ในท้ายที่สุดเมื่อทุกอย่างคลี่คลาย ความกังขาไม่พึงพอใจที่เคยมี มักจะเเปรเปลี่ยนเป็นความพิสดารน่าเหลือเชื่อ จนเขาเองทั้งเลื่อมใสเเละสับสนงงงัน...




    คล้ายกับเรื่องเล็กน้ำ No.1 ที่คุณอ่าน