Strike สไตรค์ ไล่ล่าข้ามจักรวาล

    ตอนที่ 29 นักรบแห่งความหวัง

    ณ ห้องที่มืดมิดแห่งหนึ่งภายในส่วนที่ลึกที่สุดของพระราชวังอาณาจักรพังนั้น...

    “สำเร็จแล้ว! ในที่สุดพวกเราก็สามารถสร้างสุดยอดนักรบขึ้นมาได้ สำเร็จ!”

    ชายผู้หนึ่งในชุดคลุมสีขาวได้ตะโกนออกมาอย่างสุดเสียงด้วยความยินดีอย่างสุดแรงภายใต้แสงสลัวๆของหลอดไฟสีแดงขนาดเล็กที่แกว่งไปมาอยู่บนเพดานคอยให้แสงสว่างเล็กน้อยกับห้องที่มือมิดนั้น

    “อา! ใช้แล้ว! ในที่สุดอาณาจักรของเราและเผ่าพันษ์ของพวกเราดวงดาวดวงในที่สุดก็ได้รับแสงแห่งความหวังมาแล้ว!”

    ชายอีกคนหนึ่งที่สวมชุดแบบเดียวกันได้ตะโกนออกมาด้วยความดีใจเช่นเดียวกันกับเพือนของตน แต่ที่ต่างกันเพียงเเค่ตัวเขานั้นได้นํ้าตาไหล่ออกจากดวงตาที่แดงกํ่าไปแล้วนั่นเอง

    ในท่ามกลางความยินดีอันเปี่ยมล้นนั้น ที่ตรงเบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสองนั้นได้มีสายตามากมายกำลังจับจ้องมองมาที่พวกเขา...

    สายตาเหล่านั้นคือสายตาของเหล่าเด็กชายทั้ง20คนที่ได้รับการทดลองตัดแต่งDNAพัฒนาร่างกายให้มีความแข็งแกร่งเหนือคนปกติจนสำเร็จออกมาเป็นสุดยอดนักรบทั้ง20คนตรงนี้

    บางคนนั้นอยากที่จะแข็งแกร่งขึ้นจึงมาเข้ารวม... 

    บางคนนั้นอยากจะแก้แค้นให้กับคนสำคัญที่จากไปจึงมาเข้ารวม... 

    บางคนนั้นอยากที่จะรักษาร่างกายที่ไม่สมประกอบจึงมาเข้ารวม...

    บางคนนั้นอยากที่จะก้าวข้ามใครสักคนที่ตนเองนั้นไม่อาจที่จะไปถึงได้

    จึงมาเข้ารวม...

    ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรหรือว่าจะเคยเป็นสิ่งใดมาก่อนก็ตาม มันก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว…

    ในตอนนี้นั้นพวกเขาเหล่านี้ก็คือ…

    ความหวังเพียงหนึ่งเดียวในการอยู่รอดของอาณาจักรแห่งนี้

    หลังจากความสำเร็จในการสร้างนักรบแห่งความหวังทั้ง20คนนั้นไม่นาน 

    องค์จักรพรรดิ์ที่ได้รับรู้ถึงการถือกำเนิดของนักรบชุดแรกทั้ง20คนนั้นทรงดีใจเป็นอย่างมาก

    จนพระองค์นั้นได้เชื่อเชิญเหล่าขุนนางต่างๆจากทั่วทุกอาณาจักรพันธ์มิตรให้มาเข้ารวมชมเชยเหล่านักรบทั้ง20คนนี้

    ณ ลานกว้างขนาดใหญ่ภายในส่วนลึกของพระราชอาณาจักรพัง ที่ปรกติจะเงียบสงบบัดนี้นั้นได้เต็มไปด้วยผู้คนเหล่าขุนนางชายหญิงจากทั่วทุกอาณาจักรนั้นมารวมตัวกันเพื่อเฉยชมเหล่านักรบแห่งความหวังทั้ง20คนที่กำลังจะทำการแสดงโชว์ทักษะการต่อสู้ให้ได้เห็นเป็นครั้งแรก

    “ยินดีตอนรับ!ทุกคน ที่อุตส่าห์มาจากทั่วทั้งทวีปเพื่อวันนี้ วันที่เหล่านักรบแห่งความหวังจะแสดงศักยภาพภาพของตนเองเป็นครั้งแรกให้พวกเรานั้นได้ประจักษ์!”

    โอ้!!!!!!!!!!!

    เสียงประกาศขององค์จักรพรรดิ์และเสียงกู่ร้องของเหล่าขุนนางนั้นเป็นเหมือนดังคำประกาศในการเปิดตัวเหล่านักรบแห่งความหวังทั้ง20คนที่กำลังจะมาปรากฏตัวออกมาจากประตูขนาดใหญ่ที่ได้เปิดออก..

    เหล่านักรบแห่งความหวังทั้ง20คนได้เดินเลียงแถวหน้ากระดาน5คน4แถวเข้ามาทางประตูนั้นอย่างพร้อมเพียงและเป็นหนึ่งเดียว

    พวกเขานั้นมีร่างกายที่สมสวนและกล้าเนื้อที่ดูแข็งแกร่งกว่าคนปกติ พวกเขานั้นได้สวมใส่ชุดเกาะสีแดงที่ทำมาจากโลหะอ่อนชั้นดีที่แข็งแกร่งแต่นํ้าหนักเบาที่มีรูปร่างแนบไปกับเหนือหนังของพวกเขาเอาไว้ ส่วนในมือขวาของพวกเขาได้ถือหอกสีขาวด้ามจับยาวกว่าตัวของพวกเขาเอาไว้อย่างมั่นคง มันช่างดูสง่างามราวกับนักรบแห่งสรวงสวรรค์ไม่มีผิด

    ทุกสายตาได้จับจ้องมาที่พวกเขาด้วยดวงตาที่เป็นประกายที่กำลังหลงไหล่ไปกับการก้าวเดินที่ไร้ที่ติตรงหน้า

    ตึ้ง! พวกเขาทั้งหมดนั้นได้หยุดลง ณ ใจกลางของลานกว้างท่ามกลางของสายตามากมายที่กำลังคาดหวังในตัวของเขาและแน่นอนสายตาขององค์จักรพรรดิที่จ้องมองลงมาจากบัลลังก์ที่อยู่สูงขึ้นไปตรงหน้าของพวกเขาทั้ง20คนนั้นที่มีความคาดหวังมากกว่าผู้ใดนะที่แห่งนี้

    “ทั้งหมดจัดแถวซ่อมรบ!”

    ครับ!

    หลังจากเสียงของมือขวาขององค์จักรพรรดิได้ดังขึ้นพวกเขานั้นก็ได้ตอบรับเสียงนั้นในทันที

    เหล่านักรบทั้ง20คนได้เดินแยกตัวออกจากแถวแล้วทำการจับคู่กับคนที่อยู่ข้างๆเพื่อจับคู่ทำการแสดงพลังของพวกเขาออกมาให้ทุกคนได้เห็น

    “ตั้งท่า!”

    ทั้งหมดได้ชูหอกสีขาวในมือขึ้นมาเตรียมพร้อมในการต่อสู้กับสหายตรงหน้า

    (เห็นรึเปล่าท่านพ่อ ข้าในตอนนี้นั้นได้กลายเป็นนักรบแห่งความหวังแล้วนะครับ...)

    หนึ่งในนักรบที่ตัวสูงใหญ่ที่สุดนั้นได้คิดขึ้นมาเช่นนั้น….

    (ท่านพี่...อีกไม่นานเวลาที่ข้าจะแก้แค้นให้ท่านจะมาถึงแล้วนะครับ...)

    หนึ่งในนักรบที่มีสายตาที่เฉียบคมที่สุดนั้นได้คิดขึ้นมาเช่นนั้น....

    (ในที่สุด! วันที่ข้าจะได้เป็นที่ยอมรับของผู้คนก็มาถึงแล้ว จะได้ไม่ต้องทนทุกต่อความหิวโหยอีกต่อไป….และไม่ต้องทนทุกต่อสายตาเหยียดหยามของผู้คนอีกต่อไปแล้ว....)

    หนึ่งในนักรบที่อ่อนแอและสายตาแย่ที่สุดในที่นั้นได้คิดขึ้นมาเช่นนั้น….

    (รอก่อนเถอะผู้สังหารอสูร...ด้วยร่างกายนี้ที่ข้าได้รับมา จะใช้มันสร้างชื่อเสียงแล้วก้าวข้ามตัวแกไปให้ได้!...แล้วหลังจากนั้นข้าจะกู้คืนเกียรติของท่านพ่อที่ถูกแกช่วงชิงไป กลับคืนมาด้วยมือคู่นี้!)

    หนึ่งในนักรบที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นมากที่สุดในที่นั้นได้คิดขึ้นมาเช่นนั้น….

    “เริ่มได้!”

    หลังจากสิ้นเสียงสัญญาณเหล่านักรบทุกคนต่างยกหอกในมือขึ้นมาแล้วทำการต่อสู้กับสหายตรงหน้าในทันที

    การต่อสู้ได้เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับเสียงโห่ร้องแห่งความดีใจของเหล่าขุนขางทั้งหลายที่กำลังเฝ้ามองดูการต่อสู้นี้อยู่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวังในตัวของพวกเขา

    ในตอนนี้นั้นเหล่าผู้คนที่สิ้นหวังไปแล้วครั้งหนึ่ง พวกเขาได้ลืมเลือนสิ่งนั้นไปแล้วได้คืนความหวังกลับมาอีกครั้ง 

    ความหวังที่จะเอาชนะการรบในครั้งนี้และความหวังที่จะส่งมอบความสิ้นหวังกลับคืนให้กับพวกมันที่กล้ามาหยามหน้าพวกเราถึงดวงดาวนี้ให้สิ้นซาก

    ตึ้ง!

    แต่ทว่าความคิดเหล่านั้นก็ได้หยุดลงเพียงเพราะเสียงที่ได้ดังขึ้นมาท่ามกลางโชว์การต่อสู้ตรงหน้า...

    มันคือเสียงของหอกที่ได้ร่วงลงสู่พื้น...ไม่ใช้เพียงแค่หนึ่งหรือสองแต่ทว่าเป็นทั้งหมดทั้ง20อันที่ร่วงหลนลงมาพร้อมกับร่างกายของเหล่านักรบที่ถือพวกมันอยู่

    ……………………..

    หยุดนิ่ง นั่นเป็นคำเดียวที่สามารถอธิบายสถานการณ์ในตอนนี้ได้เป็นอย่างดี

    เสียงโห่ร้องด้วยความดีใจที่ดังกึกก้องเมื่อครู่ได้หายไป พร้อมกับสีหน้าแห่งความหวังที่ได้เริ่มเปรี่ยนกลับไปเป็นความลังเลจนท้ายที่สุดแล้วก็แปรเปลี่ยนไปเป็นสีหน้าที่สิ้นหวังเช่นเดิม….

    “เกิดอะไรขึ้น! รีบเข้าไปดูอาการพวกเขาเร็วเข้า!”

    องค์จักรพรรดิ์ที่ได้ตั้งสติได้จึงออกคำสั่งให้เหล่าข้ารับใช้เข้าไปดูอาการพวกเขา

    “ครับ!!”

    เหล่าข้ารับใช้ที่ได้รับคำสั่งจึงได้รีบเข้าไปตรวจดูอาการของนักรบเหล่านั้นในทันที

    “นี่เป็นไงบ้าง? นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย...”

    คำถามได้ถูกถามออกมาด้วยนํ้าเสียงที่สั่นกลัว...

    “ไม่ไหว….ขยับตัวไม่ได้เลย...”

    “หายใจ...ลำบากชะมัดเลย...”

    “หัวใจ...มันเต้นรั่วๆ...ไม่ไหวทรมาร...ช่วยหยุดทีเถอะ...”

    “บ้าเอ้ย!...บ้าที่สุดเลย!...”

    เสียงร้องครวญครางที่เจ็บป่วดและเสียงของความเจ็บใจนั้นได้ดังออกมาจากร่างกายที่กำลังสั่นไปทั้งตัวของเหล่านักรบทั้ง20คนที่นอนกองอยู่บนพื้น...

    มันเป็นเสียงที่เล็กน้อยที่ค่อยๆรวมกันจนกลายเป็นเสียงที่สามารถได้ยินไปทั่วทั้งล่านกว้างแห่งนี้

    “อะไรกัน?...นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกัน!”

    “ทำไมพวกเขาถึงได้ล้มลงล่ะ?...”

    “ไม่นะ! ไม่นะ! ฉันไม่อยากที่จะรู้หรอก!...”

    “นี่มันความฝันใช้มั้ย?...ใช้แล้วล่ะมันเป็นเพียงแค่ฝันร้ายเท่านั้น รีบทำให้ฉันตื่นที่เถอะ!”

    เสียงที่เต็มไปด้วยความส่งสัยได้เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ... 

    จนกระทั้งในที่สุดได้เปลี่ยนไปเป็นความโกรธเกรี้ยวแทน...

    “อย่ามาล่อเล่นนะเฮ้ย! พวกแกเป็นนักรบแห่งความหวังไม่ใช้เหรอ รีบๆลุกขึ้นมาสิเว้ย!”

    “ใช้ๆ จะมาม่วยแต่สำออยอยู่ทำมั้ย รีบๆลุกขึ้นมาสิวะ!”

    “ถูกแล้วรีบลุกขึ้นมาซิ พวกแกรู้มั้ยว่าข้าออกทุนสำหรับพวกแกไปเท่าไหร่แล้วฮะ!”

    เสียงโวยวายที่สิ้นหวังจากเหล่าขุนนางที่เริ่มขว้างปาสิ่งของต่างๆที่สามารถหาได้ เข้าใส่พวกเขาเหล่านั้นที่นอนกองอยู่ที่ตรงนั้น...

    “หยุดได้แล้ว!”

    เสียงหนึ่งที่ได้ดังขึ้นมา มันได้หยุดการกระทำของทุกคนนะที่นั้นลงอย่างง่ายด้าย พร้อมกับได้นำพาสายตาของทุกคนจับจ้องมองไปที่บัลลังก์ตรงนั้นที่เจ้าของเสียงนั้นได้ประทับอยู่

    “ข้ารู้ว่าพวกเจ้านั้นผิดหวังเพียงใดเพราะข้าก็มีความรู้สึกเดียวกันกับพวดเจ้าทุกคน เช่นกัน...”

    องดิ์จักรพรรดิ์ได้ตัดออกมาเช่นนั้นด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งประกายใดๆ

    “แต่ทว่าถึงมันจะเป็นแบบนั้นก็ตาม...แต่ก็อย่าได้ร้องไห้คำควรไป!...”

    ตัวเขาได้หลับตาลงก่อนที่จะเริ่มพูดขึ้นมา

    “จงสรรเสริญด้วยความดีใจซะ!...”

    หลังจากที่คำพูดนั้นจบลงทุกคนนั้นต่างพากันส่งสัยในคำพูดนั้น 

    แต่ก็ไม่นานนักความคิดของพวกเขาก็ได้เปรี่ยนไปหลังจากพระองค์ได้เริ่มพูดออกมาอีกครั้ง…

    “ใช้แล้วสรรเสริญ...สรรเสริญให้กับพวกเขาเหล่านั้น!”

    องดิ์จักรพรรดิ์ได้จ้องมองแล้วชี้นิ้วไปยังพวกเขาเหล่านั้นที่นอนกองอยู่บนพื้น

    “พวกเขาเหล่านั้นคือผู้กล้าหารที่เสียสละตนเองเป็นหนูทดลองเพื่อปูทาง…”

    “ใช้แล้วปูทางให้กับการถือกำเนิดของเหล่านักรบแห่งความหวังที่แท้จริงที่กำลังจะปรากฏตัวออกมาอย่างสง่างามต่อจากนี้ยังไงล่ะ!”

    หลังจากที่สิ้นเสียงประกาศอันดังสนั่นแต่เบาบางขององคิ์จักรพรรดิ์นั้น ที่แห่งนี้ก็ได้เงียบลงไปครู่นึ้ง...ก่อนที่จะมีเสียงมากมายดังตามขึ้นมา…

    “ใช้แล้ว!ครับท่าน ท่านพูดถูกแล้ว!...”

    “ใช้ๆพวกมันก็เป็นเพียงแค่ไอ้พวกตัวอย่างทดลองที่ผิดพลาดเท่านั้น”

    “ใช้แล้วล่ะ พวกเขาคือผู้เสียงสละที่จะแบกรับความผิดพลาดเอาไว้เพื่อเหล่านักรบแห่งความหวังที่จะถือกำเนิดมาต่อจากนี้ เพื่อนำพาความหวังที่แท้จริงมาสู่พวกเรา!”

    ใช้แล้ว! ใช้แล้ว! ใช้แล้ว! ใช้แล้ว! ใช้แล้ว! ใช้แล้ว! ใช้แล้ว! ใช้แล้ว! 

    เสียงตะโกนโห่ร้องที่เป็นหนึ่งเดียวกันได้ดังสนั่นไปทั่วทั้งลานกว้างภายในพระราชวังแห่งนี้ ดังออกไปจนถึงตัวเมืองที่ด้านเลยก็ว่าได้ 

    เสียงนั้นมันเป็นนํ้าเสียงที่ตัดขาดจากความเป็นจริงตรงหน้า แล้วมองเข้าไปในความความฝัน มองเข้าไปในความหวังที่ถูกสร้างขึ้นมาค้ำจุนจิตใจที่แตกสลายของพวกเขาเหล่านั้น

    “เอาล่ะ!ถ้าเช่นนั้น...ถือว่าเป็นโอกาศอันดีในการแสดงความยินดีให้กับพวกเขาเหล่านี้ ข้าจะขอมอบชื่อใหม่ให้เป็นเหมือนดังเกียรติยศให้กับพวกเขาเหล่านี้เอง!”

    องค์จักรพรรดิ์ได้ลุกขึ้นมาจากบัลลังก์แล้วเตรียมพร้อมที่จะประกาศชื่อนั้นออกมา

    “นานของผู้ที่เสียสละ….นามของผู้ที่เปรียบดังเสียงกระซิบของการมาถึงของเหล่านักรบแห่งความหวังที่แท้จริง...นามของพวกเจ้านั้นคือ ไซเรน! ”

    หลังจากที่คำประกาศที่ดังกึกก่องนั้นจบลงนะที่แห่งนี้นั้นก็ได้เงียบลงไปครู่หนึ่ง…ก่อนที่จะมีเสียงดังขึ้นมาอีกครั้ง...

    โฮ่ลลลลลลล!!!!!!!!

    มันคือเสียงตะโกนโฮ่ลร้องของเหล่าขุนนางทั้งหลายที่ได้ประสานเสียงเป็นหนึ่งเดียวกัน มันเป็นเสียงที่ดังยิ่งกว่าครั้งไหนๆที่ผ่านมา...

    และนั่นก็คือเรื่องราวของพวกเราเหล่าผู้ที่ผิดพลาด เหล่าผู้คนที่เป็นเพียงแค่เสียงกระซิบที่ไม่อาจเป็นความหวังที่แท้จริงได้…

    แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นแบบนั้นก็ตาม!...

    ในวันนี้นั้นพวกเราจะแสดงให้เห็นเอง...ว่าถึงแม้จะเป็นเพียงแค่เสียงกระซิบก็ตาม!ก็จะสามารถกลายเป็นความหวังที่แท้จริงได้เช่นกัน….


    -------------------------


     ณ ใจกลางป่าใหญ่ท่ามกลางหุบเขาที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่มากมายนั้น ได้มีอยู่จุดหนึ่งที่ต้นไม้มากมายได้ถูกโค่นล้มหายไปจนเกิดเป็นพื้นที่โล่งกว้างขึ้นมาท่ามกลางต้นไม้มากมาย และนะจุดๆนั้นเองก็ได้มีสิ่งของขนาดมหึมาที่คุมเอาไว้ด้วยผ้าผืนใหญ่สีดำจนมิดชิดนอนเรียบอยู่บนพื้นใจกลางลานกว้างแห่งนั้น

    เปรี่ยง! เสียงอันดังสนั่นและแสงสว่างวูบท่ามกลางความมืดของท้องฟ้ายามราตรีที่เต็มไปด้วยเมฆฝนสีดําทมิฬมากมายนั้นเป็นเสียงของสายฟ้าที่ได้ผาลงมาจากฝากฟ้าอันแสนห่างไกลที่มาพร้อมกับเสียงเล็กจ้อยที่ดังอยู่ที่ด้านล่าง...

    ตึง!...ตึง!...ตึง!...เสียงฝีเท้าของใครบางคนที่กำลังรีบร้อนและร้อนรนที่กำลังวิ่งผ่านต้นไม้น้อยใหญ่มากมายเข้ามายังลานกว้างแห่งนี้

    “แฮก...แฮก...แฮก… จะต้องรีบไป… อีกนิดเดียวก็จะถึงแล้ว...”

    ชายสวมแววที่เหงือท่วมไปทั้งตัวที่ดูท่าทางเหนื่อยล้าแบบสุดได้ๆปราฎออกมาจากดงต้นไม้เข้ามาสู่ลานกว้างได้ในที่สุด...

    “แฮก...แฮก...แฮก…. ในที่สุดก็มาถึงแล้ว!...”

    ตัวเขาคือจาง เฉินสมาชิกของไซเรน!ที่มีร่างกายที่อ่อนแอที่สุดแต่กับมีมันสมองที่ดียิงกว่าทุกคนในกลุ่มนั้นเอง 

    ตัวเขาที่ได้วิ่งมาจนถึงตรงหน้าวัตถุขนาดใหญ่ตรงกลางของลานกว้างนั้นได้หยุดอยู่ที่ตรงหน้าของมันพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่พร้อมจะล้มลงกับพื้นได้ทุกเมื่อ

    “จะมามัวแต่นั่งอยู่แบบนี้ไม่ได้… จะต้องรีบแล้ว...”

    จาง เฉินได้เค้นแรงกายและใจทั้งหมดออกมาแล้วเริ่มปีนขึ้นไปด้านบนของสิ่นนั้นในทันที 

    ตึง...ตึง...ตึง...

    พอตัวเขาปีนขึ้นมาได้จนสำเร็จตัวเขาก็ไม่รอช้ารีบมุ่งหน้าไปยังใจกลางของสิ่นนั้นในทันที

    ตึก...ตึก...ตึก...

    ตัวเขาที่ไปถึงยังที่หมายได้คุกเข่าลงไป แล้วใช้มือกระฉากผ้าคลุมตรงนั้นออกมาเผยให้เห็นแผ่นโลหะสีแดงส้มรูปร่างคล้ายกับประตูพร้อมกับแผ่นกระจกสีดำขนาดเล็กกว่าที่ติดอยู่ตรงข้างๆกับมัน 

    ตัวเขาได้ใช้มือขวาแนบไปยังแผ่นกระจกนั้น

    ครืนนน~~~~

    แสงสว่างสีฟ้าได้สว่างขึ้นมาวิ่งไปตามฝ่ามือของตัวเขาจนทั่วทั้งหมด...และเมื่อแสงนั้นได้จางลงแผ่นโลหะคล้ายกับประตูได้เปิดออกเผยให้เห็นห้องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กที่พอสำหรับหนึ่งคนเข้าไปที่มีเก้าอี้โลหะตัวหนึ่งอยู่ที่ตรงกลางของห้องพร้อมกับอุปกรณ์มากมายที่ติดตั้งอยู่ที่ด้านในล้อมรอบเกาอี้นั้นเอาไว้ 

    ตึง! จาง เฉินได้เข้าไปที่ด้านในแล้วไปนั่งที่เกาอี้นั้นในทันที... 

    ตัวเขาได้วางมือลงไปยังหน้าจอของแผงควบคุมที่อยู่ตรงหน้าของเก้าอี้

    ครืนนนน~~~~~

    เมื่อตัวเขาทำแบบนั้นประตูก็ได้ปิดลง พร้อมกับแสงสว่างที่ปรากฎออกมาแล้วเปลี่ยนสภาพกลายเป็นหน้าจอโปร่งใสมากมายที่แสดงภาพของตัวอักษรมากมายที่บ่งบอกถึงระบบต่างๆมากมายออกมาจนทำให้ห้องนั้นเริ่มสว่างขึ้นมาเล็กน้อย

    “เปิดเครื่องยนต์และระบบเสร็จสิ้น!”

    จาง เฉินที่ได้เห็นแบบนั้นได้ยื่นมือทั้งสองข้างออกไปหคันบังคับรูปร่างคันโยกที่ได้ปรากฎออกมาจากที่วางแขนทั้งสองข้างของเกาอี้ที่ตัวเขานั้นนั่งอยู่ ตัวเขาได้จับมันเอาไว้อย่างมั่นคง

    “ทำการเดินเครื่องมาเกียน่าNo.2 โค้ดเนม เดอะ เม้าเท่น ณ บัดนี้!”

    ตัวเขาที่ได้ตะโกนออกมาได้เริ่มขยับคันโยกทั้งสองนั้น

    เปรี้ยง!.... เสียงของสายฟ้าที่ได้ผาลงมาจากที่ห่างไกลพร้อมกันกับร่างกายของยักษ์ใหญ่โลหะที่ได้ลุกขึ้นมาจากพื้น ด้วยสายลมที่รุนแรงและแรงสั่นสะเทือนของจากการเคลื่อนตัวได้ทำการกระฉากผ้าคลุมสีดำบนตัวมันนั้นออกมาจนเผยให้เห็นร่างกายที่แท้จริงของมัน…

    ร่างกายโลหะอันใหญ่โตที่ดูคล้านกับมนุษย์ที่มีร่างกายสีแดงตัดกับสีส้มได้ยืนตะหงางเหนือแมกไม้มากมายที่ลายล้อมตัวมันอยู่

    ตัวมันนั้นสูงยิ้งกว่าภูเขาทั้งหมด ณ ที่นี้ 

    ตัวมันนั้นแข็งแกร่งยิงกว่ากำแพงของประสาทใดๆก็ตามที่มีมาบนดาวดวงนี้ 

    ตัวมันนั้นมีมือขนาดใหญ่ที่ติดหนามเอาไว้ที่หลังมือที่ราวกับว่าใส่สนับมือขนาดใหญ่เอาไว้ไม่มีผิด

    ที่ขาของมันนั้นไม่ได้มีขนาดใหญ่มากแต่ก็แข็งแกร่งจนยากที่จะทำลายและยังคงมากพอที่จะรับนํ้าหนักอันมหาสารของมันเอาไว้ได้โดยที่ไม่ล้มลงไปกับพื้น

    ส่วนหัวของมันนั้นดูใหญ่โต้หนาแน่และแข็งแกร่งดูคล้ายกับหมวกเกาะเหล็กของนักรบสปาตันแห่งกองทัพเทพแห่งโอลิมปัสไม่มีผิด 

    และที่ภายในหมวกเกาะนั้นได้มีดวงตาขนาดใหญ่คู่หนึ่งที่ส่องแสงสีเหลืองทองออกมาสาดส่องเข้าไปยังความมืดมิดมากมายที่อยู่ตรงหน้าของมัน...


    ---------------------------


    หุ่นยักษ์ได้หันหัวของมันมองไปยังที่อีกด้านหนึ่งของหุบเขาที่อยู่ตรงข้ามของมัน ณ ปลายท่างนั้นได้มีป้อมปืนขนาดใหญ่ของพวกออร์คที่กำลังหันปากกระบอกมายังหุ่นยักษ์อย่างรีบร้อน

    “อยู่ตรงนั้นซินะ!”

    ครืนนนน~~~~~

    จาง เฉินที่ได้เห็นเป่าหมายได้ขยับคันโยกบังคับหุ่นยักษ์ให้มันมุ่งหน้าไปยังที่ตั้งของปืนใหญ่เพื่อทำลายมันในทันที 

    ตึง! ตึง! ตึง!

    หุ่นยักษ์ได้เริ่มขยับขาของมันแล้วก้าวเดินตรงไปอย่างช้าๆแต่มั่นคงและหนักแน่มุ่งตรงไปยังที่อีกด้านหนึ่งของหุบเขาในทันที

    และในระหว่างที่ขาของหุ่นนั้นได้ก้าวย่างไปในหมู่บ้านใจกลางหุบเขาซึ่งเป็นทางผ่านไปยังอีกฝากหนึ่งที่ปืนใหญ่ตั้งอยู่นั้น มันได้เหยียบย่ำผ่านบ้านเลื่อน,ซากศพของผู้คนมากมายที่พวหเขาสร้างขึ้นและรวมไปถึงพวกออร์คที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในหมู่บ้านจนสิ้นซากกลายเป็นเพียงแค่เศษเล็กเศษน้อยที่กองอยู่บนพื้นที่กลายเป็นหลุมบ่อไปแล้วนะเวลานี้

    “พวกเราจู่โจมมมม! หยุดมันเอาไว้ให้ได้!”

    โอ้อ!!!!!!!

    พวกออร์คมากมายที่อยู่ในหมู่บ้านได้ตะโกนออกมาพร้อมกับจับอาวุธในมือเอาไว้ให้มั่นแล้วกู่ร้องดังสนั่นวิ่งเข้าใส่ขาของหุ้นยักษ์เพื่อหวังที่จะทำลายมันในทันที 

    พวกออร์คมากมายได้เหวี่ยงอาวุธในมือของมันเข้าใส่โจมตีขาขนาดมหึมาที่หยุดนิ่งอยู่ตรงหน้า

    ตึง! ตึง! ตึง! ตึง! ตึง! ตึง! 

    ดาบ หอก ขวานและกระบองยักษ์ ได้ถูกฟันและทุบเข้าใส่ขาโลหะนั้นอย่างสุดแรงจนทำให้เกิดเสียงที่ดังสนั่นไปทั่วทั้งบริเวณ

    แต่ถึงกระนั้นขาโลหะที่ถูกโจมตีเข้ามาจากทุกทิศทางนั้นก็ไม่ได้รับความเสียงหายเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกันอาวุธของพวกออร์คต่างหากที่เริ่มแตกร้าวและพังลงในที่สุด

    “อย่ามาขวางนะเว้ย!”

    จาง เฉินที่เห็นการกระทำที่เปล่าประโยชน์ของพวกออร์คผ่านทางหน้าจอตรงหน้าได้ขยับคันโยกอย่างสุดแรง

    ครืนนนนน~~~~

    ขาของหุ่นยักษ์ที่กำลังถูกพวกออร์คโจมตีอยู่ได้ถูกยกขึ้นเหนือพวกมันแล้วได้กระทืบลงมายังพื้นเบื้องล่างอย่างสุดแรง…

    ตึ้งงงงง!

    ฝุ่นและควันที่เกินขึ้นมาจากแรงกระแทกนั้นได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งบริเวณ และพอควันได้จางลงก็ได้ปรากฎเพียงแค่พื้นที่แตกร้าวที่เต็มไปด้วยเศษซากของพวกออร์คที่ติดอยู่ตามพื้นเพียงเท่านั้น 

    “เห็นรึยังล่ะ ถึงพลังของข้า...ตราบใดที่ยังมีสิ่งนี้อยู่ก็จะไม่มีใครหน้าไหนมาเห็นว่าข้านั้นอ่อนแออีกแล้ว!”

    จาง เฉินที่เริ่มสะใจในการสังหารหมู่พวกออร์คได้ยิมออกมาด้วยลอยยิ้มที่หน้าขนลุก 

    “ฮ้า~~ฮา~ฮ่า~~ฮ้า~~! สมนํ้าหน้า สมนํ้าหน้าพวกแกแล้วไอ้เจ้าพวกชั้นตํ่าที่กล้ามาหาเรื่องกับพวกเรา ฮ้า~~ฮา~ฮ่า~~ฮ้า~~!”

    จาง เฉินที่หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆนั้นได้เริ่มบังคับหุ่นยักษ์ให้เดินไปยังเป่าหมายของตัวเขาอีกครั้ง 

    แต่ด้วยความหลงระเริงในพลังนั่นเองก็ได้เปิดช่องโหว่ออกมาโดยที่ไม่รู้ตัวเขานั้นไม่รู้ตัว และมีใครบางคนที่กำลังรอคอยโอกาศนี้อยู่...

    ครืนนนน~~~~~~

    เสียงของอะไรบางอย่างที่มีขนาดใหญ่และหน่าได้พุ่งตรงแหวกอากาศเข้ามาอย่างรวดเร็วและรุ่นเเรน ตรงเข้าหาที่ด้านหลังของหุ่นยักษ์นั้น

    ตึง! 

    มันได้กระแทกเข้ากับด้านหลังของหุ่นยักษ์อย่างรุ่นแรงจนทำให้ตัวหุ่นนั้นสั่นสะท้านไปทั้งตัว 

    “อา!...นี้มันบ้าอะไรเนี่ย...”

    จาง เฉินที่เกือบหน้าทิ้มลงจากเก้าอี้เพราะแรงกระแทกนั้นได้ทำการหันหัวของหุ่นยักษ์ไปยังทิศทางที่เกิดการกระแทนในทันที

    สิ่งที่ตัวเขาเห็นผ่านทางหน้าจอนั่นก็คือด้านหลังของหุ่นที่แตกร้าวพร้อมกับลูกตุ้มหนามติดโซ่ที่ติดอยู่ที่ตรงรอยแตกนั้น

    “อะไรวะนั่น...”

    จาง เฉินที่เริ่มมีลางสังหรณ์ไม่ดีได้หันหัวหุ่นมองไปยังสุดสายของโซ่ที่ล่ามลูกตุ้มหนานั่นอยู่ และที่ปลายทางของมันตัวเขาก็ได้เห็นร่างของออร์คชราที่ยืนอยู่บนหลังคาของเศษซากบ้านที่ได้พังทรายไปแล้วที่กำลังดึงโซ่ในมือของมันเพื่อดึงลูกตุ้มหนามที่ติดอยู่บนหลังของหุ่นกลับไปหาตัวมัน

    “เฮ้อ~ทำได้แค่รอยขีดข่วนเองเหรอเนี่ย ไม่รู้ว่ามันแข็งเกินไปหรือว่าข้ามันแก่ชรามากแล้วเลยกระแรงผิดไปกันแน่นะ...”

    ออร์คชราได้บ่นออกมาเล็กน้อยในขณะที่ลูกตุ้มหนามที่โดนดึงกลับมาได้หยุดลงอยู่ตรงปลายเท้าของออร์คชราตนนั้นแล้ว

    “แต่ก็เอาเถอะ...เพราะครั้งหน้าลูกตุ้มหนามของข้าโทรลล์เพ่นผู้นี้ จะทำให้แกแหลกเป็นชิ้นๆแน่นอน เตรียมใจเอาไว้ซะ”

    ออร์คชรานามโทรลล์เพ่นได้แหงนหน้ามองขึ้นไปยังเจ้าหุ่นยักษ์ที่อยู่ตรงหน้าที่ได้หันตัวเองกลับมาหาตัวเขาแล้วจ้องมองกลับมาด้วยเช่นกัน

    จาง เฉินที่อยู่ด้านในของหุ่นยักษ์ได้มองไปยังออร์คชราตรงหน้าที่อาจหาญเข้ามาท้าทายกับตัวเขานะเวลานี้

    มันเป็นออร์คที่มีขนาดใหญ่กว่าออร์คตัวไหนๆที่ตัวเขานั้นเคยเห็น ทั้งร่างกายและใบหน้าที่มีสภาพเหี่ยวย่นกับรอยแผลเป็นอยู่มากมายและเส้นผมยาวทักเบียที่กลายเป็นสีขาวโพนนั้นบ่งบอกถึงวันเวลาและประสบการณ์การมากมายที่ตัวเขาเคยผ่านมาในช่วงชีวิตนี้

    ร่างกายที่ส่วมใส่ชุดที่ทำมาจากหนังสัตว์ชนิดต่างมากมายที่ตัวเขานั้นเคยโค่นล้มมาเปรียบดังเหรียญตราแห่งเกียรติยศของตัวเขา

    ที่ในมือขวาของตัวเขานั้นได้ถือด้ามจับโลหะที่ติดโซ่ที่ลามกับลูกตุ้มหนามเอาไว้ ในขณะที่มือซ้ายนั้นได้จับไปที่โซ่ที่ห้อยลงมาแล้วยกลูกตุ้มหนามที่อยู่บนพื้นขึ้นมาเพื่อเตรียมตัวที่จะทำการโจมตีอีกครั้ง

    จาง เฉินที่เห็นแบบนั้นได้มองไปยังหน้าจอสีแดงที่อยู่ที่ด้านซ้ายของตนเอง

    ในหน้าจอนั้นปรากฎภาพของตัวอักษรสีแดงมากมายที่บ่งบอกถึงความเสียหายที่ตังหุ้นนั้นได้รับจากการโจมตีเมื่อคู่นี้ 

    (เสียหายถึงขนาดนี้เลยเหรอ...)

    จาง เฉินที่เริ่มรู้สึกไม่สบายใจได้เปรียนสีหน้ากลับมาเคร่งเครียดอีกครั้ง

    “ถ้าจะไม่ดีแล้วสิ…”

    ตัวเขาที่ได้กัดฟันแน่ได้หันกลับไปมองยังหน้าจอที่อยู่ด้านหน้าที่ในตอนนี้นั้นได้แสดงภาพของออร์คชราตรงหน้าที่กำลังเริ่มใช้มือซ้ายของตนเหวี่ยงโซ่ในมือเร็วขึ้นเรื่อยๆ

    ด้วยความเร็วในการเหวี่ยงแต่ล่ะครั้งได้เพิ่มพลังในการทำลายของลูกตุ้มนั้นขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดแล้วลอบข้างนั้นก็ได้เกิดสายลมที่กลายเป็นลมพายุขนาดย่อมๆที่พร้อมที่จะชีกกระชากทุกสิ่งทุกอย่างให้สิ้นซากได้ภายในพริบตา

    “หวังว่า...จะทำให้ข้านั้น...สนุกขึ้นมาได้นะ!”

    ออร์คชราได้ตะโกนออกมาด้วยเสียงที่หนักแน่นพร้อมกันนั้นได้ปล่อยโซ่ในมือปลดปล่อยลูกตุ้มหนามที่ถูกเหวี่ยงนั้นออกไปเข้าหาหุ้นยักษ์ตรงหน้า

    “อย่าหวังว่าจะมีครั้งที่สองนะ!”

    จาง เฉินได้ตะโกนออกมาพร้อมกันนั้นก็ได้ดันคันบังคับควบคุมแขนขวาของหุ้นยักษ์ให้พุ่งตรงเข้าไปใส่เจ้าลูกตุ้มหนามที่กำลังพุ่งเข้ามา

    ตึง!ลูกตุ้มหนามและหมัดโลหะยักษ์ได้เข้าปะทะกันอย่างแรงจนเกิดเป็นครืนพายุอากาศที่รุ่นแรงกระจายไปทั่วทุกทิศทาง พัดพาทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่แถวนั้นจนแตกกระจายและถูกพัดปลิวออกไปเหลือเอาไว้เพียงแค่พวกเขาทั้งสองเท่านั้นที่ยังคงยืนหยัดอยู่ได้

    บ้านที่ออร์คชรานั้นเคยยืนอยู่ได้ถูกพัดปลิวหายไปแต่ทว่าออร์คชรานั้นไม่ได้หายไปพร้อมกับบ้านนั้น แต่ตัวเขาได้อาศัยแรงลมที่เกิดขึ้นจากการปะทะในการลอยตัวขึ้นเหนือพื้นขึ้นไปยืนยังหัวไหล่ของหุ้นยนษ์ยักนั่นได้สำเร็จ 

    ตัวเขาได้ใช้โอกาศนี้ในการเหวี่ยงลูกตุ้มหนามในมือออกไปอีกครั้ง

    ตูม! เสียงของการกระแทกระหว่างโลหะทั้งสองได้ดังสนั่นไปทั่วทั้งบริเวณ แต่ทว่ามีเพียงแค่หนึ่งเท่านั้นที่ได้แตกกระจายออกไป

    ครืนนนน~~~ แขนขวาของหุ่นยนษ์ยักษ์ที่ได้ถูกทำลายข้อต่อไปได้ร่วงหล่นลงไปสู่พื้นเบืองล่าง ส่วนออร์คชราที่สูญเสียที่ยืนของตนเองไปก็ได้กระโจนพุ่งตัวตรงไปที่อีกด้านหนึ่งโดยหวังว่าจะไปยืนไหล่อีกข้างหนึ่งที่ยังเหลืออยู่

    ครืนนน~~~แต่ทว่าก่อนที่ตัวเขาจะไปถึงเพียงไม่กี่เมตรนั้นก็ได้มีบางสิ่งได้พุ่งเข้ามาที่ตัวเขา

    “หือ?”

    ออร์คชราที่รู้สึกถึงสิ่งนั้นก็ได้เหวี่ยงลูกตุ้มหนามไปยังทิศทางนั้นในทันที

    ตึง! ลูกตุ้มหนามนั้นได้ชนเข้ากับสิ่งนั้นอย่างรุ่นแรงจนทำให้เกิดแรงลมที่ได้พัดให้ออร์คชรานั้นกระเด็นออกไปจากทิศทางที่กำลังพุ่งไป

    ครืนนนน ออร์คชราได้ลงสู่พื้นเบืองล่างโดยที่ไม่มีรอยแผลใดๆ

    ตัวเขาได้หันกลับขึ้นไปยังทิศทางที่สิ่งนั้นพุ่งมาเมื่อคู่ แล้วเขาก็ได้พบว่าสิ่งนั้นก็คือส่วนหนึ่งของแผ่นชุดเกราะของหุ่นที่ได้ถูกปลดออกแล้วยิงออกมานั่นเอง

    “โหล่ ยอมเสียสละส่วนหนึ่งของร่างกายไปเพื่อขัดขวางตัวข้านั้นถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยม ข้าขอชื่นชม”

    หลังจากที่ตัวเขาเอยคำชมออกมา ตัวเขาก็ได้ตั้งท่าอีกครั้ง

    “แต่ทว่า ตัวเจ้าที่สูญเสียการป้องกันจะยังป้องกันการโจมตีของข้าได้อีกรึป่าวนะ”

    ตัวเขาได้เริ่มเหวี่ยงโซ่ในมืออีกครั้งเพื่อเตรียมการโจมตีครั้งถัดไป

    ต่างจากอีกด้านหนึ่งภายในห้องบังคับของหุ่นยักษ์นั้น ในตอนนี้ได้รับความเสียหายอย่างหนักหน่วง

    ควันร้อนๆที่พวยพุ่งออกมาจากท่อมากมายที่แตกหักด้วยแรงกระแทกที่เกิดขึ้นจากการปะทะเมื่อคู่นั้นได้ปกคลุมไปทั่วทั้งห้องจนแทบจะมองไม่เห็นอะไร

    แต่ทว่าภายในความมืดก็ได้มีแสงสีแดงกระพริบไปมามากมายจากหน้าจอที่ปรากฎตัวอักษรมากมายที่บงบอกถึงความเสียหายมหาสารที่ตัวหุ่นนั้นได้รับ

    และที่ด้านหน้าของแสงไฟนั้นก็ได้ปรากฎร่างของจาง เฉินที่ใบหน้านั้นท่วมไปด้วยเลือดที่ไหร่ออกมาจากบาตแผลบนหัวของเขาที่เกิดขึ้นตอนที่ปะทะกันเมื่อครู่นี้

    “ทำไม...กัน...”

    จาง เฉินได้จองมองไปที่จอตรงหน้า แต่ว่าจอนั้นไม่ใช้จอที่แสดงผลของความเสียหายที่ได้รับแต่เป็นจอที่แสดงภาพของออร์คชราที่กำลังเหวี่ยงลูกตุ้มอยู่ต่างหาก

    “ทำไมถึงสู่ไม่ได้กัน….ทั้งๆที่...ข้าแข็งแกร่งขึ้นแล้วแท้ๆเลย...”

    ตึ้ง! จาง เฉินที่เจ็บใจในความอ่อนแอ่ของตนเองได้ใช้มือทั้งสองข้างทุบลงไปที่ว่างแขนของเก้าอี้อย่างแรง

    [พวกเราจะแพ้จริงๆงั้นเหรอ...พวกเราไม่มีวันเป็นนักรบแห่งความหวังได้จริงๆงั้นเหรอ...]

    จาง เฉินที่เริ่มหมดอะไรตายอยากที่จะพยามต่อไปนั้นได้ก้มหน้าลงแล้วรอรับความตายที่กำลังจะมาถึง

    “สุดท้ายแล้ว...พวกเราก็เป็นได้เพียงแค่เสียงกระซิบสินะ...”

    จาง เฉินเริ่มหลับตาลงแล้วปล่อยให้เวลาไหร่ผ่านไป ปล่อยให้กายและใจจมดิ่งลงไปสู่ภายในความมืดมิดที่เรียกว่าความสิ้นหวัง

    ในตอนนั้นราวกับว่าเวลานั้นได้หยุดนิ้งลงแลหายไปคู่หนึ่ง

    ภายในท่ามกลางของช่องว่างไร้ซึ่งเวลานั้น ได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาภายในหัวของชายผู้สิ้นหวัง

    [ไม่ใช้!...] 

    “...”

    [พวกเราน่ะ!...] 

    “เสียงนี้มัน….”

    [ไม่ได้เป็นเพียงแค่เสียงกระซิบสักหน่อย!]

    “ใช้แล้วมันคือเสียงเมื่อตอนนั้น...”

    จาง เฉินที่จดจำเสียงและคำพูดนั้นได้ราวกับมันพึ่งเกิดขึ้นไปเมื่อครู่นี้ ได้เห็นภาพของต้วเขาและไซเรนคนอื่นๆที่ได้ฟังคำพูดของคาเซฮัสที่ได้พูดเอาไว้กับทุกคนในวันที่สิ้นหวังที่สุดในชีวิต

    [พวกเราจะแสดงให้พวกมันทุกคนได้เห็น ว่าพวกเรานั้นคือตัวตนแห่งความแข็งแกร่ง ความกล้าหาร ที่นำพามาซึ่งความหวัง!]

    คาเซฮัสได้ชูมือขึ้นสู่ฟากฟ้าและประกาศกองออกมา

    [พวกเราคือ...]

    “พวกเราคือ...”

    “[นักรบแห่งความหวังยังไงล่ะ!]”

    จาง เฉินได้ตะโกนออกมาพร้อมกับคำพูดของคนที่ตัวเขานั้นเชื่อมั่นที่ดังกองอยู่ในหัวของตัวเขา

    และในวินาทีนั้นเองราวกับว่าเวลาที่หายไปและหยุดลงได้เริ่มกลับมาเดินอีกครั้ง พร้อมกันกับจาง เฉินที่ได้ลืมตาตืนขึ้นมาอีกครั้งด้วยแววตาที่ละทิ้งความลังเลทั้งหมดไปจนหมดสิ้นแล้ว


    ----------------------


    จาง เฉินที่ได้สติกลับมาได้ใช้มือทั้งสองของตัวเขากดไปมาที่หน้าจอตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อตัวเขาทำแบบนั้นที่หน้าจอทั้งหมดก็ได้เปลี่ยนไปเป็นสีแดงทั้งหมดจนทำให้ห้องที่มืดมิดนั้นกลายไปเป็นสีแดงในที่สุด

    ตีด ตีด ตีด ตีด ตีด เสียงร้องเตือนความร้อนเกิดพิกัดได้ดังขึ้นภายในห้องนั้นพนังเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงจากความร้อนมหาสารที่เพิ่มขึ้นเลยๆลามไปจนถึงร่างกายของตัวหุ่นทั้งหมดก็ได้กลายเป็นสีแดงด้วยเช่นกัน

    “หือ ร่างกายแบบนี้มัน...”

    ออร์คชราที่ได้เห็นตัวของหุ่นกลายเป็นสีแดงทั้งหมดนั้นเริ่มมีสีหน้าที่จริงจังขึ้นมามากกว่าเดิม

    “ดูเหมือนว่าข้าเองก็คงต้องเตรียมตัวเตรียมใจแล้วสินะ...”

    ออร์คชราได้พูดออกมาพร้อมกับเพิ่มแรงเหวี่ยงลูกตุ้มในมือให้เร็วและแรงมากยิ้งขึ้น ยิ้งขึ้น ยิ้งขึ้น ยิ้งขึ้น ยิ้งขึ้นจนลอบตัวของมันปกคลุมไปด้วยพายุขนาดมหึมาที่รุ่นแรงมากกว่าครั้งที่แล้ว

    “จงรับการโจมตีทั้งกายและใจของข้าไปซะ!”

    ออร์คชราได้ตั้งท่าอย่างสุดตัว

    “สตอร์ม ฮิส สแมช!”

    ตัวเขาได้ตะโกนออกมาสุดแรงพร้อมกับเหวี่ยงลูกตุ้มหนามที่ปกคลุมไปด้วยพายุขนาดมหึมานั้นออกไปอย่างสุดแรงกาย

    พายุนั้นได้พุ่งตัวเข้าไปใส่หุ่งยักษ์สีแดงตรงหน้า

    แต่ทว่าในเวลาเดียวกันนั่นเองเจ้าหุ่นที่ได้กลายเป็นสีแดงก็เริ่มขยับด้วยเช่นกัน

    “ปลดลิมิตเตอร์เสร็จสิ้น แสดงพลังเหือกสุดท้ายให้แกได้เห็นเอง!”

    จาง เฉินที่ทั้งตัวเต็มไปด้วยเหงื่อมากมายที่ได้ไหล่ลินออกมานั้นได้กัดฟันแน่ก่อนที่จะเริ่มเปิดปากขึ้นมาอีกครั้ง

    “ฮี้ด โฮป แพนิคเชอร์!”

    จาง เฉินได้ตะโกนออกมาดังกึกก้องพร้อมกันกับที่หุ่นยักษ์ได้ง่างแขนซ้ายที่ยังเหลืออยู่ไปด้านหลังแล้วชกออกไปเข้าใส่พายุตรงหน้าที่กำลังพุ่งเข้ามา

    ตู้มมมมม!!!!!!!!

    ครืนนนนนนนนน~~~~~~~~~~~~

    แสงสว่างที่ร้อนแรงและสายลมที่โหมกระนำได้ทำลายทุกสิ่งที่อยู่นะบริเวณนั้น

    ทั้งพื้นดินที่ได้แยกออกจากกันและมีลาวาพวยพุ่งขึ้นมาจากลอยแยกมากมายนั้น

    ทั้งหมดที่เห็นนั้นคือภาพแห่งหายนะท่ามกลางหุบเขาที่เงียบสงบแห่งนี้ และที่ใจกลางของความหายนะนั้นได้มีตัวการทั้งสองที่ยังคงยืนหยัดอยู่นะที่แห่งนั้น

    ออร์คชราที่ร่างกายเริ่มพุพองจากความร้อนรอบข้างนั้นยังคงยืนหยัดพร้อมกับลูกตุ้มในมือที่กำลังสั่นไหว่ไปมาจากแรงปะทะที่ในตอนนี้มันนั้นกำลังดันพลังอยู่กับหมัดของหุ่นยักษ์ตรงหน้าของมัน

    ส่วนอีกด้านหนึ่งไม่มีใครรู้ว่าจาง เฉินในตอนนี้นั้นมีสภาพเป็นเช่นไร แต่ที่รู้ในตอนนี้นั้นก็คือหุ่นยักษ์ตรงหน้ายังคงขยับอยู่ ยังคงยืนหยัดต่อก่อนกับศัตรูตรงหน้าในฐานะของนักรบแห่งความหวังที่ตัวเขานั้นอยากที่จะเป็นมาโดยตลอด

    แต่การปะทะนั้นก็จบลงในเวลาไม่นาน

    เพล่ง! เสียงแตกที่ได้ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน

    มันคือเสียงของลูกตุ้มหนามที่ได้แตกออกจากการรับแรงกระแทกที่รุ่นแรงเกินไปไม่ไหวอีกต่อไป

    “อือ!”

    ออร์คชราที่ได้เห็นแบบนั้นได้ส่งเสียงร้องออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะกลางมือทั้งสองข้างออกเพื่อเตรียมรับแรงกระแทกที่กำลังมาถึง

    ครืน~~หมัดขนาดใหญ่ที่แตกร้าวสีแดงที่ร้อนแรงได้พุ่งฝ่าอากาศที่กลายเป็นไอ้นํ้าเข้ามาอย่างรวดเร็วจนในที่สุด

    ตึง! โลหะที่ร้อนระอุได้ปะทะเข้ากับร้างกายของออร์คชราเข้าอย่างจังจนตัวมันนั้นถูกดันออกไป….

    แต่แล้วก็ได้หยุดลง….

    “ชีวิตของข้าคงมาได้แค่นี้แล้ว...แต่ว่าข้านั้นจะไม่ยอมตายไปทั้งๆแบบนี้หรอก!”

    ออร์คชราได้ใช้มือทั้งสองข้างของมันจับหมัดของหุ่นยักษ์เอาไว้แน่จนมันนั้นไม่สามารถขยับไปไหนได้อีกต่อไป

    “โฮ่ก!!!!!!!!!!!!!”

    ออร์คชราได้ตะโกนออกมาเป็นครั้งสุดท้ายด้วยแรงทั้งหมดที่ตัวเขามี

    และคนที่จะตอบรับเสียงของเขานั้นก็คือออร์คตัวมหึมาสีเขียวที่ได้เดินเหยียบลาวาเข้ามาโดยที่เท้าของเขานั้นไม่ได้รับความเสียหายจากความร้อนนั่นเลยแม้แต่น้อย

    “เสียงเรียกร้องแห่งจิตวิญญาณของเจ้านั้น ตัวข้าได้รับมันเอาไว้แล้ว”

    แม่ทัพแห่งกองทัพออร์คนามคาคาร์คได้พูดออกมาพร้อมกับได้กำขวานขนาดใหญ่นามว่ารากจ์นาร์ที่มีขนากใหญ่กว่าตัวของมันเอาไว้แน่

    “สายฟ้าฟาดสีโลหิตอันแดงฉานจากขุมนรกอันเงียบสงัดเอ๋ย บัดนี้นั้นถึงเวลาแล้วที่เจ้าจะตอบรับเสียงเรียกของข้า”

    สายฟ้าสีแดงฉานได้ฟาดลงมาสู่คมขวานที่มีลวดลายเปลวเพลิงสีแดงฉานสลักอยู่ จนทำให้คมนั้นส่องสว่างสีแดงฉานออกมา

    “รากจ์นาร์ เฮล สไปรท์!”

    คาคาร์คได้ฟาดขวานที่ถูกห่อหุ้มไปด้วยสายฟ้าสีแดงฉานนั้นลงมาเข้าใส่หุ่นยักษ์ที่หยุดนิ่งและสหายตรงหน้าที่กำลังจะหมดแรงลง

    ครืน~~~~~~ครืนอากาศสีแดงที่คมกลิบที่ถูกห่อหุ้มไปด้วยสายฟ้าสีแดงฉานได้พุ่งเข้าใส่ทั้งสอง

    ตูมมมมมมม!!!!

    สายฟ้าสีแดงฉานได้แผดเผาทุกสิ่งตรงหน้าของมันไป

    ร้างกายของออร์คชรานั้นได้สูญสลายหายไปในพริบตา

    ส่วนร่างกายของหุ่นยักษ์นั้นได้ถูกเพลิงสีแดงฉานแผดเผาแล้วค่อยๆหายไปอย่างช้าๆ

    “จงหลับไหลอย่างสงบเถอะสหายของข้า ชีวิตของตัวเจ้านั้นได้ต่อสู้อย่างยอดเยี่ยมสมเกียรติแล้วล่ะ”

    คาคาร์คได้หันหลังแล้วเดินจากไป

    “ทีนี้ก็เหลือเพียงแค่เจ้าเท่านั้นแล้ว นักรบแห่งความแค้นเอ๊ย ข้ารอค่อยที่จะสู้กับเจ้าไม่ไหวแล้วล่ะ”

    คาคาร์คได้ยิ้มออกมาพร้อมกับความตื่นเต้นที่ได้เพิ่มขึ้น แต่ว่าความชะล่าใจก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

    ครืน~~~~ เสียงของการขยับได้ดังขึ้นจากด้านหลังของเขา

    “หือ?...”

    ตัวเขาได้ตอบสนองกับเสียงนั้นในทันทีจึงได้หันหลังกลับไปอย่างรวดเร็ว 

    และสิ่งที่ตัวเขาเห็นอยู่ตรงหน้านั้นก็คือร่างกายของหุ่นยักษ์ที่ผุพังที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉานที่กำลังแผคเผาตัวมันที่ได้ยืนตระหง่านขึ้นมาอยู่ตรงหน้า

    “โฮ่ล โดนไปถึงขนาดนั้นแล้วยังลุกขึ้มมาได้อีกงั้นเหรอ”

    คาคาร์คได้จับขวานในมือเอาไว้อย่างมั่นคงแล้วย่อตัวลงตั้งท่าเตรียมพร้อม

    “ข้าเห็นแก่จิตวิญญาณนักรบอันแรงกล้าของแก สุดท้ายนี้...ข้าจะให้เกียรติด้วยการปิดฉากชีวิตนั้นลงด้วยคมขวานของข้า”

    คาคาร์คได้กระโดดพุ่งตัวขึ้นไป ในพริบตาเดียวตัวเขาก็ได้ขึ้นไปอยู่เหนือหัวของหุ่นยักษ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    “จงหลับไหลอยางสงบเถอะ!”

    ตัวเขาที่ได้ตะโกนออกมาได้หมุนตัวกลางอากาศพุ่งตัวลงมาพร้อมกับขวานยักษ์ในมือคู่นั้น

    ครืน~~~~~ คมขวานได้ฟันผ่านตัวของหุ่นยักษ์อย่างง่ายดายราวกับว่ามันเป็นเพียงแค่เต๋าหู้เท่านั้น จนท้ายที่สุดทั้งตัวคาคาร์คและคมขวานของเขานั้นก็ได้หยุดลงที่พื้นด้านล่างพร้อมกันกับในเวลาเดียวกันที่ร้างกายของหุ่นยักษ์นั้นได้แยกออกเป็นสองท่อนแล้วกำลังจะล้มลงสู่พื้นที่เต็มไปด้วยลาวาที่ไหลนองอยู่เต็มพื้น

    “ช่างหน้าเสียด้ายจริงๆที่ข้าจะไม่ได้รู้นามของเจ้า...นักรบผู้มุ่งมั่นเอ๊ย...”

    คาคาร์คที่ได้คุกเข่าอยู่กับพื้นพูดออกมาด้วยนํ้าเสียงที่แผ่วเบา

    “ถ้าอยากรู้ล่ะก็! จงจำใส่หัวของแกเอาไว้ให้ดี!...”

    เสียงตะโกนได้ดังขึ้นมาจากด้านบน

    “ฮะ?!...”

    คาคาร์คที่ได้ยินเสียงนั้นจึงหันขึ้นไปมองอีกครั้ง

    และสิ่งที่ตัวเขาเห็นอยู่นั้นก็คือร่างกายที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉานที่ห่อหุ้มไปทั่วทั้งร่างกายที่แทบจะเห็นกระดูกมากมายโผล่ออกมาจากรอยแผลขนาดใหญ่มากมายที่เต็มไปทั่วทั้งตัว

    “นามของข้าคือ...จาง...เฉิน...ชายผู้ที่จะกลายเป็นนักรบแห่งความหวังยังไงล่ะ!!!!”

    จาง เฉินที่ได้ตะโกนออกมาเป็นครั้งสุดท้ายด้วยจิตวิญญาณแห่งนักรบอันแรงกล้านั้นที่ตัวเขามีอยู่ทั้งหมด พร้อมกับได้กดปุ่นในมือนั้นอย่างสุดแรง

    ตูม! แขนของหุ่นยักษ์ที่จาง เฉินยืนอยู่ได้ระเบิดออกแผดเผาร้างกายของตัวเขาให้หายไปในพริบตา แต่ทว่าด้วยแรงระเบิดนั่นเองทำให้ไอ้พ่นที่ติดอยู่ในแขนซ้ายของหุ่นยักษ์นั้นได้เริ่มทำงานขึ้นมา

    ครืน~~~~ แขนซ้ายขนาดมหึมาที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉานได้พุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูงและปลายทางนั้นก็คืออีกด้านของหุบเขาที่ที่ปืนใหญ่ของพวกออร์คนั้นตั้งอยู่

    ตูมมมมมม!!!!!!!

    แขนของหุ่นยักษ์ได้พุ่งชนเข้ากับปื่นใหญ่ของพวกออร์คอย่างจังจนทำให้เกิดการระเบิดขึ้นเป็นวงกว้างทำลายภูเขาลูกนั้นและพวกออร์คที่อยู่บนนั้นให้หายไปในพริบตาเดียว

    ซ่าซา ซ่าซา ซ่าซา ซ่าซา ซ่าซา

    สายฝนได้ตกลงมาอีกครั้งและสายฝนนั้นก็ได้ดับความร้อนของสนามรบที่ร้อนระอุแห่งนี้ลงมาเล็กน้อย 

    แต่ในเวลานั้นเองที่อากาศเริ่มเย็นลงกลับมีหัวใจของชายผู้หนึ่งที่ได้เริ่มร้อนแรงขึ้นมามากกว่าเดิม

    “ในที่สุดเจ้าก็กลายเป็นนักรบแห่งความหวังได้แล้วสินะสหายเอ๊ย...”

    คาเซฮัสที่ยืนมองเหตุการณ์ทัั้งหมดจากหุบเขาที่เคยเป็นที่จอดหุ่นได้พูดออกมาด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มปรากฎออกมา

    “ทีนี้ก็ถึงตาข้าแล้วสินะ...”

    ตัวเขาได้พูดออกมา แล้วได้เริ่มเดินออกไปท่ามกลางสายฝนและกลุ่มควันมากมายที่อยู่ตรงหน้า เพื่อมุ่งไปหาศัตรูแห่งโชคชะตาที่กำลังรอค่อยตัวเขาอยู่ในเงามืดที่มีชื่อว่าความแค้น….

    -------------------


    นิยายแนะนำ

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.77M 4643
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852