เทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์

    บทที่ 69

    “แกว่ายังไงนะ.. แม่ดารานั่นจะมากับเราด้วย? เธอจะมาด้วยทำไมกัน อีกอย่างเราต้องไปรับเธออีกเหรอ.. ไม่!! ไม่ต้องไปสนใจเธอ ฉันไม่ให้เธอไป” หลังจากที่ไอซ์เล่าให้ฟังว่าหลินฟางฟางต้องการที่จะไปกับพวกเขา ครีมก็กล่าวปฏิเสธกับไอซ์ไปตรงๆ“แกก็.. แกทำอย่างนี้ไอซ์ก็ลำบากใจแย่สิ แกคิดดูดีๆนะ ถ้าเราปฏิเสธเธอไป ธุรกิจของไอซ์ก็มีปัญหากันพอดี อีกอย่างพวกเราก็ไปกันตั้งหลายคน ไม่น่าจะมีอะไรเสียหายหรอก จะเป็นการดีซะอีก แกจะได้รู้ว่าพวกเขาคุยกันไปถึงขั้นไหนแล้ว ฮิฮิ เออ.. นอกจากนี้คุณหลินฟางฟางเขาอาจจะช่วยเราโปรโมทร้านคาเฟ่ของเราก็ได้นะ..อืมๆๆ”บิวตี้กล่าวกับเพื่อนสนิทอย่างมีเหตุและผล แต่ดูเหมือนว่าเธอจะหลุดเผยธาตุแท้ออกมาแล้ว ไอซ์ที่เห็นอย่างนั้นก็ได้แต่นั่งเบะปาก เพราะเขารู้ว่าพี่บิวตี้จ้องจะจิ้นเขากับหลินฟางฟางให้ได้ ส่วนครีมที่ได้ยินก็ขมวดคิ้วคิดตามสักเล็กน้อย นับว่าที่เพื่อนเธอกล่าวมาก็น่าสนใจมากเลยทีเดียว เธอพยักหน้าให้กับบิวตี้เล็กน้อย“ก็ได้.. ให้เธอทำงานให้เราบ้าง ร้านเราจะได้ปังๆ ไอซ์แกอย่าลืมเน้นย้ำกับเธอด้วยล่ะ” ครีมกล่าว“พี่ก็พูดจีนได้ พี่ก็พูดเองสิครับ ทำไมต้องเป็นผมด้วยล่ะ..” ไอซ์กล่าวอย่างเซ็งๆกับเหล่าพี่สาวทั้งสอง“ก็ฉันไม่สนิทนี่นา.. ช่างมันเถอะ จะลองคุยดูก็แล้วกัน ว่าแต่เธอพร้อมหรือยังล่ะ เดี๋ยวเราก็ออกบ้านกันแล้ว” ครีมกล่าว สำหรับเธอแล้วที่ยอมให้ลินฟางฟางมาด้วยทั้งหมดก็เพื่อธุรกิจของน้องชาย และของเธอเท่านั้น ไม่ได้คิดอะไรมากกว่านั้น“ผมถามเธอแป๊บหนึ่ง.... เธอบอกว่าพร้อมแล้ว” ไอซ์ที่พิมพ์ถามไม่นานก็ได้คำตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว มันเร็วยิ่งกว่าพวกเขาโทรคุยกันเสียอีก บิวตี้แอบส่องไปที่มือถือ และเห็นว่าพวกเขาคุยกันหลายประโยคเธอก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ แต่เธอก็ไม่รู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกัน เพราะว่าเธอแปลจีนไม่ออก“โอเค.. ล้างจานแล้วก็ออกบ้านกัน!!” เวลา 08.45 น. เสียงสตาร์ทรถเบนซ์ของครีมก็ดังขึ้นเป็นการบ่งบอกว่าได้เวลาออกบ้านแล้ว ไอซ์ทำหน้าที่เปิดประตูบ้านให้พี่สาวขับออกมา แน่นอนว่าเขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยกับพี่สาวเรื่องของประตูให้รีบจัดหาช่างมาทำเป็นประตูเลื่อนอัตโนมัติได้แล้ว เวลาเก้าโมงนิดๆ พวกเขาทั้งสามก็เดินทางมาถึงโรงแรมในเครือตระกูลหลินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หรือจะบอกว่าโรงแรมแห่งนี้เขาเป็นเจ้าของก็คงจะไม่ผิด เพราะไอซ์ถือหุ้นถึง 60 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด พนักงานต่างก็รู้จักหน้าตาของไอซ์ดี เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดเหมือนครั้งที่ผ่านๆมา การต้อนรับที่เกินหน้าเกินตามันสร้างความสงสัยให้กับครีม และบิวตี้เช่นเดียวกัน“พวกเขาบริการเราดีเกินไปหรือเปล่า ให้เราจอดรถตรงนี้ได้ แถมไม่พอยังเอาน้ำกับขนมมาให้อีก..” ครีมอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา บิวตี้ที่นั่งข้างๆกับครีมก็พยักหน้าเห็นด้วย“พวกพี่ลืมไปหรือเปล่า เราเป็นแขกของคุณหลินฟางฟางเชียวนะ เขาก็ต้องดูแลเราดีเป็นเรื่องธรรมดาป่ะล่ะ..” ไอซ์เริ่มแก้ต่างให้กับตัวเองอย่างร้อนรน คราวหลังต้องบอกพ่อบ้านหลินเอาไว้ว่าอย่าทำอะไรเกินหน้าเกินตาอย่างนี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว“ก็จริงอย่างที่ไอซ์พูด.. แต่ขนมของโรงแรมนี้อร่อยจริงๆแฮะ” บิวตี้กล่าวก่อนจะกัดมาการองที่เป็นของขึ้นชื่อของโรงแรมแห่งนี้ไปอีกคำ ไม่นานหลินฟางฟางก็ปรากฏตัว แน่นอนว่าผ้าคลุมหัว และแว่นตาดำเอาไว้เพื่อเป็นการปลอมตัว นักข่าวหรือปาปารัสซี่พวกนี้หูตาพวกเขากว้างใกล้ เธอต้องระวังอย่าให้ตกเป็นข่าว“สวัสดีครับ.. รีบขึ้นรถมาเถอะ เดี๋ยวคนอื่นเห็นจะเป็นประเด็นได้อีก” ไอซ์กล่าวก่อนจะเปิดประตูเชิญหลินฟางฟางด้วยตัวเอง เธอพยักหน้าให้กับไอซ์ก่อนที่จะกระโดดเข้าไปที่เบาะหลัง ไอซ์เองก็รีบวิ่งเข้าไปนั่งอีกทางหนึ่งทันที จากนั้นรถของครีมก็มุ่งตรงออกไปจากโรงแรม โดยมีรปภ.อำนวยความสะดวกให้เป็นอย่างดี“เธอจะถอดแว่นก่อนก็ได้นะ.. ฉันจะได้แนะนำครอบครัวให้เธอรู้จัก” ไอซ์กล่าวขึ้นมาอีกครั้ง เธอพยักหน้า และทำตามที่ไอซ์แนะนำ“คนขับรถเป็นพี่สาวแท้ๆของผมเอง เธอชื่อว่าครีม ส่วนอีกคนที่นั่งข้างๆ เธอเป็นเพื่อนสนิทของพี่สาวผม แต่ถึงอย่างนั้นผมก็นับเธอเป็นหนึ่งในครอบครัวของผมด้วยเช่นกัน เธอชื่อว่าบิวตี้” ไอซ์กล่าวแนะนำด้วยรอยยิ้ม“สวัสดีค่ะ ตัวจริงคุณสวยกว่าในรูปอีกนะคะเนี่ย.. ถ้าไม่ว่าอะไร ฉันขอถ่ายรูปคู่กับลายเซ็นด้วยนะคะ” บิวตี้กล่าวกับหลินฟางฟางเป็นภาษาอังกฤษตามที่เธอถนัด แน่นอนว่าหลินฟางฟางที่เรียนหลักสูตรปริญญาตรีมาจากอเมริกา เธอก็ไม่ได้มีปัญหาเรื่องการใช้ภาษาอยู่แล้ว“ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะ ส่วนเรื่องรูปฉันยินดีค่ะ” หลินฟางฟางกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม“สวัสดี อย่างที่น้องชายของฉันแนะนำคุณไป คุณสามารถเรียกฉันว่าครีมได้ และหวังว่าเราจะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในอนาคตนะคะ” ครีมกล่าวที่มองกระจกหลังเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมาเป็นภาษาจีนได้“ค่ะ.. ถ้าอย่างนั้นฟางฟางจะเรียกคุณว่าพี่ครีมเหมือนกับไอซ์นะคะ.. แต่ว่าพี่ครีมพูดภาษาจีนได้ชัดมากจริงๆ” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน ไอซ์ที่เห็นว่าการเริ่มต้นของพวกเธอดูดีกว่าที่คาดก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก“เมื่อก่อนพ่อของพวกเราทำงานร่วมกับคนจีนบ่อย และยังเน้นย้ำให้พวกเราเรียนภาษานี้จนเชี่ยวชาญเลยล่ะ พูดไปแล้วก็ยังนึกตลกตัวเอง เพราะฉันไม่คิดว่าจะได้ใช้ความสามารถนี้เลย” ครีมกล่าวอย่างเป็นมิตร หลินฟางฟางพยักหน้าเข้าใจในคำตอบ“ไม่แปลกใจเลยที่ไอซ์กับพี่ครีมจะพูดได้ชัดขนาดนี้.. นับว่าพ่อของพวกคุณ ท่านตัดสินใจได้ถูกต้องแล้ว หากพี่ครีมต้องการทำงานร่วมกับตระกูลหลิน ฉันยินดีที่จะแนะนำพี่อย่างแน่นอนค่ะ” หลินฟางฟางกล่าว“ฮ่าๆ ขอบคุณในความหวังดีนะคะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงจะยินดีกระโดดเต้นรำไปแล้วล่ะ แต่ตอนนี้ฉันไม่คิดจะกลับไปทำงานที่บริษัท เป็นลูกน้องให้กับคนอื่นอีกแล้ว และฉันกำลังจะทำร้านคาเฟ่เล็กๆ ถ้าไม่รังเกียจก็ช่วยโปรโมทหาลูกค้าให้ฉันเยอะๆนะคะ” ครีมกล่าว“แน่นอนค่ะ ฉันจะช่วยพี่ครีมอย่างเต็มที่แน่นอน รับรองได้เลยว่าลูกค้าเยอะมากแน่นอนค่ะ” หลินฟางฟางกล่าวตอบกลับ“นี่.. คุยอะไรกัน ฉันไม่รู้เรื่องอยู่คนเดียวเลย ช่วยคุยกันเป็นภาษาอังกฤษได้ไหมเนี้ย” บิวตี้ที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินของวงสนทนาก็อดที่จะบ่นออกมาไม่ได้ ทั้งสามที่ได้ยินคำพูดของเธอก็ถึงกับหัวเราะออกมาพร้อมกัน นับว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของความสัมพันธ์นี้“ว่าแต่.. แกเถอะ แอบไปเซ็นสัญญาร้านกับคุณปังปอนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกกันก่อน”ครีมนึกถึงร้านที่ตัวเองจะเช่าในครั้งก่อน แต่ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าวันนี้เธอจะได้เป็นเจ้าของมันแล้ว แน่นอนว่าเธอชั่งใจอยู่ว่าเจ้าน้องชายตัวดีของเธอไปเซ็นสัญญาในตอนไหน ส่วนหลินฟางฟางที่ได้ยินชื่อของปังปอนอย่างชัดเจนนั้น อาการของเธอก็เริ่มเปลี่ยนไป เธอดูสนใจอย่างออกหน้าออกตา และพร้อมจะฟังการสนทนานี้“ก็ไปเมื่อวาน พอดีไปเยี่ยมแม่ของคุณปอนเมื่อวานตอนเย็น ก็เลยถือโอกาสเซ็นสัญญาที่นั่นเลย” ไอซ์ตอบกลับตามความจริง พี่ครีมเองก็ไม่ได้กล่าวอะไรต่อ หลินฟางฟางที่ได้ยินว่าเมื่อวานเย็น สีหน้าของเธอก็เริ่มเปลี่ยนเป็นไม่พอใจเอามากๆ ‘ที่แท้ที่บอกว่าไม่ว่าง รีบวางสายของฉัน เป็นเพราะว่าอยู่กับยัยนั่น’ เธอกล่าวในใจพร้อมกับมองค้อนไปที่ไอซ์เล็กน้อย ก่อนจะพิงเบาะหลังอย่างไม่พอใจ แน่นอนว่าเธอไม่รู้ตัวเลยว่าได้แสดงอาการไม่พอใจนี้ออกมา และเป็นบิวตี้ที่เห็นอาการของหญิงสาวชาวจีนอย่างชัดเจน จากประสบการณ์ของเธอแล้วมันต้องมีเรื่องอะไรแน่นอน
    ‘เรื่องมันชักจะสนุกแล้วสิ.. รักสามเศร้าของเราสองสามคน ฮิฮิฮิ’ 

    คล้ายกับเรื่องเทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์ ที่คุณอ่าน