บทที่ 13 เธอต้องหาเสี่ยวซวี่ให้เจอ!
ตอนนี้ฉันหวังว่าเสี่ยวซวี่จะปลอดภัย
“คุณหนู คุณคิดว่าแม่ลูกคู่นั้นเป็คนทำหรือเปล่า?” ลุงหวังถามขึ้นด้วยความสงสัย
ก่อนเสียชีวิต คุณพ่อได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินของตระกูลเฉียวให้กับเฉียวอันอันกับน้องชาย ทำให้ฉินเหลียนกับลูกสาวอยากได้ทรัพย์สินของตระกูลเฉียว จนยอมเสี่ยงลักพาตัวเฉียวอันซวี่ไปก็ได้
“ลุงหวัง ไปหาเธอกันเถอะ!”
เธอต้องไปหาฉินเหลียนและถามให้รู้เื่
ลุงหวังรีบเข็นรถเข็นมาทันที ประคองเฉียวอันอันให้มานั่ง ก่อนจะเข็นเธอออกไป
ทั้งสองเพิ่งจะก้าวออกมาจากห้องพัก ก็พบกับฉินเหลียนที่ส่งแขกเสร็จและกำลังกลับมาพักผ่อน
เฉียวอันอันจ้องมองเธออย่างเ็า
ฉินเหลียนสะบัดเล็บพลางพูดจาเสียดสี “โอ้โห! คุณหนูตระกูลเฉียวแม้แต่จะทักทายผู้ใหญ่ก็ไม่ทำ เอามารยาทไปให้สุนัขหมดแล้วเหรอ”
“พูดจาให้มันดี ๆ หน่อย!” ลุงหวังโกรธจนตัวสั่นทันที ก้าวเข้าไปข้างหน้า ยกมือขึ้นเตรียมจะตบเธอ
ฉินเหลียนมองเขาด้วยสีหน้าใกลัว แข็งทื่ออยู่กับที่
เฉียวอันอันดึงตัวลุงหวัง และห้ามปรามเขาเอาไว้ ลุงหวังมองเธอด้วยความสงสัย
เฉียวอันอัน ส่ายหัวพลางพูดเบา ๆ “ลุงหวัง อย่าลืมเื่สำคัญ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะสั่งสอนเธอ”
ลุงหวังสูดหายใจเข้าลึก ๆ ควบคุมอารมณ์โกรธไว้ ส่งเสียงฮึดฮัดให้ฉินเหลียน แล้วไม่พูดอะไรอีก
ฉินเหลียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก จากนั้นก็เริ่มวางอำนาจอีกครั้ง “ถ้าไม่มีอะไรก็หลีกไป! ฉันจะพักผ่อน!”
พูดจบก็เตรียมจะเลี่ยงพวกเขาเพื่อเข้าห้องพัก
เฉียวอันอันเลื่อนรถเข็น ขวางทางเธอ “วันนี้เฉียวอันซวี่ไม่ได้มาร่วมงานศพของคุณพ่อ คุณรู้ไหมว่าเป็เพราะอะไร?” เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของฉินเหลียน พยายามสังเกตอาการของฉินเหลียน
แต่ฉินเหลียนกลับมีท่าทีสบาย ๆ “ฉันจะรู้ได้ยังไง แต่ฉันได้ยินมาว่าเฉียวอันซวี่ไม่ได้ไปบริษัทมาสามวันแล้ว ใครจะรู้ว่าเขาจะอาจหนีไปพร้อมเงินแล้วก็ได้”
“ป้าฉินพูดเล่นแล้ว” เฉียวอันอันไม่ได้โกรธ แต่กลับมีสีหน้าเรียบเฉย “ถึงแม้เฉียวกรุ๊ปจะล้มละลาย พนักงานลาออกหมด แต่เสี่ยวซวี่ก็ไม่มีทางหนีไปแน่ กลับกัน คุณเองต่างหากที่ถ้าเฉียวกรุ๊ปมีแนวโน้มว่าจะล้มละลาย คุณคงจะรีบคว้าเงินหนีไปเป็คนแรก”
ฉินเหลียนสีหน้าขรึม แต่ทันใดก็ยิ้มออกมา “ไม่คิดว่าหลังจากที่ผ่านเข้าประตูผี เธอจะกลายเป็คนปากจัดขนาดนี้ เธอถามฉันว่าเฉียวอันซวี่ไม่มาเพราะอะไร เธอสงสัยว่าฉันจับตัวเขาไว้เหรอ?”
“ใช่!” เฉียวอันอันยอมรับอย่างตรงไปตรงมา “คุณวางแผนแย่งชิงสิ่งที่ไม่ใช่ของคุณมาโดยตลอด ฉันกับเฉียวอันซวี่เป็อุปสรรคใหญ่ที่สุดของคุณ คุณควรรีบปล่อยเฉียวอันซวี่ ไม่อย่างนั้นฉันจะส่งหลักฐานให้ตำรวจ”
“หลักฐาน?” ฉินเหลียนมีท่าทีสับสน
เฉียวอันอันสั่งให้ลุงหวังเปิดวิดีโอให้ฉินเหลียนดู ลุงหวังเม้มปากแสดงวิดีโอจากกล้องวงจรปิดตอนที่เฉียวอันซวี่ถูกพาตัวออกไป จากนั้นก็ส่งแท็บเล็ตให้ฉินเหลียน
หลังจากดูจบ ฉินเหลียนหัวเราะชอบใจ “ท่าทางพวกเธอคงมีศัตรูไม่น้อยเลยนะ”
“คุณหมายถึงอะไร?” คิ้วของเฉียวอันอันขมวดคิ้วแน่น
หรือว่าเธอจะไม่ใช่คนจับตัวเฉียวอันซวี่ไป?
คำพูดถัดไปของฉินเหลียน เป็ไปตามการคาดเดาของเฉียวอันอัน “เฉียวอันซวี่ถูกพาตัวไปที่หน้าเฉียวกรุ๊ป ฉันไม่โง่พอที่จะลงมือที่หน้าเฉียวกรุ๊ปหรอกนะ เธอน่าจะคิดดูให้ดีว่าตัวเองได้ไปทำร้ายใครมาบ้าง คิดออกแล้วก็บอกฉันด้วย ฉันจะไปขอบคุณเขาเป็การส่วนตัว”
“ไม่ใช่คุณจริง ๆ เหรอ?” เฉียวอันอันไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้อีกต่อไป เธอดูกังวลมากขึ้น
ถ้าไม่ใช่ฉินเหลียน แล้วจะเป็ใคร?
ฉินเหลียนยิ้มเยาะ พูดจาแบบไม่ใส่ใจ “เธอคิดว่าฉันจะปล่อยให้ตัวเองพลาดท่า และมีหลักฐานอยู่ในมือเธอเหรอ?”
เฉียวอันอันเม้มริมฝีปาก ไม่พูดอะไรอีก
แน่นอนว่าฉินเหลียนไม่ได้โง่ขนาดนั้น
ฉินเหลียนกลอกตาไปมาแล้วพูดว่า “แต่ฉันให้เบาะแสเธอได้นะ”
เฉียวอันอันไม่เชื่อใจเลยก้มหน้าลง แล้วนึกถึงความเป็ไปได้อื่น ๆ
ฉินเหลียนพ่นลมหายใจออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ “ฉันได้ยินมาว่าวันทีเธอเข้าโรงพยาบาล เฉียวอันซวี่ต่อยหน้าคุณชายจิ้น บางทีคุณชายจิ้นอาจจะให้คนพาเขาไปก็ได้”
“เป็ไปไม่ได้!” เฉียวอันอันเงยหน้าขึ้นทันที ปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด
เขาไม่ใช่คนแบบนั้น
“จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่เธอ ฉันก็แค่คาดเดา เพราะทั้งเมืองเจียงเฉิง มีแค่คนเดียวที่กล้าพาเฉียวอันซวี่ออกไปต่อหน้าต่อตาเฉียวกรุ๊ปได้ ก็คือคุณชายจิ้น”
ฉินเหลียนทิ้งคำพูดที่ดูไม่สลักสำคัญ แต่กลับทำให้คนสงสัยได้อย่างไม่รู้จบ ก่อนเดินผ่านเฉียวอันอันเข้าไปในห้องพัก
“คุณหนู คุณเชื่อสิ่งที่เธอพูดไหมครับ?” ลุงหวังถาม
เฉียวอันอันส่ายหัว เธอไม่เชื่อ แต่ก็ต้องยอมรับว่าคำพูดของฉินเหลียนมีความเป็ไปได้
ถ้าหากเป็จิ้นเฉินจริง ๆ ล่ะ?
“ไปจิ้นกรุ๊ป!”
เธอต้องหาเสี่ยวซวี่ให้เจอ!
...
ตึกจิ้นกรุ๊ป มีความสูงมากกว่าห้าสิบชั้น สูงประมาณหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเมตร ไม่เพียงแต่เป็สัญลักษณ์ของเมืองเจียงเฉิงเท่านั้น แต่ยังมีชื่อเสียงไปทั้งประเทศอีกด้วย
เฉียวอันอัน เงยหน้ามองดูยอดตึกมองเห็นคำว่า 'จิ้นกรุ๊ป' ขนาดใหญ่ พลันรู้สึกถึงความกดดันอย่างมหาศาล ทำให้เธอหมดกำลังใจที่จะก้าวเข้าไปในตึกแห่งนี้
เมื่อเห็นเฉียวอันอันลังเลไม่กล้าเข้าไป ลุงหวังก็คิดว่าเธอกลัว เขาก็เป็หนึ่งในคนที่รู้เื่ความสัมพันธ์ระหว่างคุณหนูใหญ่กับคุณชายใหญ่ตระกูลจิ้น
“คุณหนู หรือจะให้ผมเข้าไปแทน?”
“ไม่ พวกเราเข้าไปเถอะ” เฉียวอันอันส่ายหน้า ถอนสายตา แววตากลับมามุ่งมั่นอีกครั้ง
เพื่อเสี่ยวซวี่ เธอจำเป็ต้องพบจิ้นเฉิน
ลุงหวังพาเฉียวอันอันเข้าไปในตึก แจ้งชื่อกับแผนกต้อนรับ เ้าหน้าที่เรียนสายไปยังเลขาของจิ้นเฉิน
ตอนนี้เธอทำได้แค่รอ และหวังว่าจิ้นเฉินจะยอมให้พบ
เฉียวอันอันบีบมือทั้งสองเข้าด้วยกัน สิบนิ้วกระดิกไปมาตลอดเวลา บ่งบอกถึงความไม่สงบในใจของเธอตอนนี้
“เลขาลู่ มีผู้หญิงคนหนึ่งเรียกตัวเองว่าคุณหนูเฉียว มาขอพบท่านประธานค่ะ” เลขาที่รับโทรศัพท์รีบไปหาลู่ซาน
ลู่ซานใอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นถามยืนยันอีกครั้ง “คุณบอกว่า คุณหนูเฉียว เฉียวอันอันอย่างนั้นเหรอ”
“ใช่ค่ะ”
ลู่ซานคิดสักพัก “เข้าใจแล้ว คุณทำงานของคุณต่อไปเถอะ”
พูดจบเขาก็เดินไปยังห้องทำงานของประธาน
หลังได้รับอนุญาต ลู่ซานก็ผลักประตูเข้าไป หยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานของจิ้นเฉิน
“มีเื่อะไร?” จิ้นเฉินกำลังตรวจสอบเอกสารที่แผนกส่งมาให้ เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา แต่ถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
เห็นได้ชัดว่าไม่พอใจที่ลู่ซานรบกวนเวลาทำงานของเขา
ลู่ซานจึงตอบด้วยความระมัดระวังว่า “คุณจิ้น คุณเฉียวอันอันมาขอพบครับ ตอนนี้เธออยู่ที่ห้องรับรองชั้นล่าง คุณจะไปพบเธอไหมครับ?”
ปากกาของจิ้นเฉินหยุดชะงัก คิ้วขมวด “เฉียวอันอัน?”
ลู่ซานพยักหน้า
ั์ตาของจิ้นเฉินประกายวาววับอย่างอธิบายได้ยาก
เฉียวอันอันกลับมาขอพบเขาด้วยตนเอง และมาที่บริษัทเขาด้วยตัวเอง น่าสนใจจริง ๆ!
“ให้เธอขึ้นมา”
เขาอยากรู้ว่าเธอ้าอะไร
ลู่ซานรับคำสั่ง หันหลังจะจากไปที่ประตู แต่ถูกจิ้นเฉินหยุดไว้อีกครั้ง
“เฉียวอวี่โม่ ผู้หญิงคนนั้นไปหรือยัง?”
ลู่ซานไม่เข้าใจว่าทำไมจิ้นเฉินถึงพูดถึงเฉียวอวี่โม่ในเวลานี้ แต่ไม่กล้าถาม จึงทำได้เพียงแต่ตอบอย่างเคารพ “คุณหนูเฉียวอวี่โม่ ยังอยู่ในห้องรับรองของท่านครับ”
เธอรอมาเกือบชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมกลับ ไม่มีมารยาทเลย เธอไม่รู้เหรอว่าคุณชายจิ้นไม่ได้อยากพบเธอ?
จิ้นเฉินยิ้มเย็น “ไปเรียกเธอมาหาฉัน แล้วค่อยพาเฉียวอันอันมาที่นี่”
“ครับ” ลู่ซานรีบเดินออกจากห้องทำงาน ไปที่ทางเข้าลิฟต์
ลู่ซานก้าวเท้าอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็มาถึงห้องโถงใหญ่
เขาเดินมาหาเฉียวอันอัน ก่อนจะทักทายแล้วจึงพูดอย่างสุภาพว่า “คุณเฉียว ผมจะพาคุณไปพบคุณชายจิ้น”
“รบกวนด้วยนะคะ”
“ไม่เป็ไรครับ!”
หลังพูดคุยกันสักพัก ทั้งสามคนก็เข้าไปในลิฟต์
ในลิฟต์ เฉียวอันอันรู้สึกกระวนกระวายใจ ไม่รู้จะเปิดปากถามอย่างไรเมื่อเจอจิ้นเฉิน เพื่อถามเื่ของเสี่ยวซวี่