ตอนนี้หยางเทียน ถูกกันออกมาจากโรงพยาบาล ก็ได้ยินเสียงปืน ระดมยิงใส่กันลั่นโรงพยาบาล นักข่าวทีวี ต่างก้มไปกับพื้น กลัวลูกหลงจะพุ่งออกมา หยางเทียนพุ่งตัวลอยเหินข้ามกำแพง แล้วแฝงตัวเข้าไปกับต้นไม้ ที่มีอยู่มากมาย
พบเห็นศพ คนไข้ กับ พยาบาล นอนตายหลายคน หยางเทียนจับเป้าหมายโจรทั้งสิบได้ แล้ว กำลังจะลงมือ แต่ว่า หัวหน้าหน่วยคอมมานโด กลับเดินเข้าไปพูดคุยกับ โจรทั้งสิบอย่างเป็นกันเอง
“ เจ้านายสั่งให้ใช้แผนสอง ลากตัวประกันทั้งหมด เข้าไปในห้อง แล้วขังพวกมันเอาไว้รวมกัน แล้วจุดไฟเผาโรงพยาบาลทิ้งซะ แล้วพวกนาย ก็หนีไป พร้อมกันยารักษาโควิด และ ยาต้านไวรัส เฮลิคอปเตอร์ จอดอยู่ด้านหน้าแล้ว”
หัวหน้าโจร เห็นทหารที่มากับ หน่วนคอมมานโด ถูกพวกเดียวกัน ยิงทิ้งไปหลายสิบคน หัวหน้า คอมมานโด เอ่ยว่า
“ พวกมันไม่ใช่พวกของเรา ช่วยไม่ได้ เลยต้องยิงทิ้ง”
“ ถ้าเช่นนั้น พวกเราจัดการตามนี้”
ตัวประกัน ถูกพาเข้าไปในห้องใหญ่ หยางเทียน เห็น เฟยหยาน และ หมอหนุ่ม อยู่ในกลุ่นคนเหล่านี้ด้วย และยังมี หลวงพ่อฟรานซิส ยังคงนอนหลับที่เตียง ไม่รู้เรื่องราวใดใด ทั้งหมดถูกขังเอาไว้ในห้องผู้ป่วยรวม สามห้อง แล้วพวกมัน ก็เริ่มจุดไฟ หยางเทียนไม่รอช้า ขว้างเข็มปลิดวิญญาณใส่มือวางเพลิงทันที ฟิ๊ว ๆ ๆ ๆ
ทั้ง ห้าคนที่กำลังจุดไฟตายเรียบ ที่เหลือเห็นเพื่อนตายไปต่อหน้า ก็ส่ายปืนไปมา
แต่ว่า หยางเทียนยิงปืนใส่พวกมันก่อนทันที เปรี้ยงๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ โจรที่เข้ามาปล้นล้วนตายคาที่ เหลือหัวหน้าโจร กับ พวกคอมมานโดสายฟ้า ก็เริ่มสาดกระสุนใส่หยางเทียน แต่หาทำอะไรได้ไม่ หยางเทียนกลิ้งไปกับพื้นแล้วยิงสวนพวกมัน
แต่ละนัด ล้วนพุ่งเข้าเจาะหน้าผาก ล้วนตายทันที เสียงปืนยังคงดังลั่น ในโรงพยาบาล คราวนี้ตำรวจมากมาย มาสมทบอีก แต่พอได้ยินเสียงปืนจากด้านใน ก็ได้แต่หมอบกันเป็นแถว หยางเทียนกวาดยิง พวกคอมมานโดสายฟ้า ทีละคน
จนพวกมันเริ่มหวาดกลัว เพราะหาหยางเทียนไม่พบ จึงเริ่มถอยหนีเตรียมขึ้น เฮลิคอปเตอร์ แต่พอขึ้นไป พร้อมกันทั้งหมด กลับถูกหยางเทียน ใช้ปืนกลที่อยู่ในเฮลิคอปเตอร์ สาดกระสุนเข้าใส่ ทั้งหัวหน้าโจร และ หัวหน้าคอมมานโด และทหารอีก เกือบ ยี่สิบคน ล้วนถูกกระสุนปืนกลหนัก ยิงระยะเผาขน จนร่างกายของทั้งหมดเละเทะ กองรวมเป็นเนื้อเดียวกันอยู่ใน เฮลิคอปเตอร์
หลังจากทุกคนตายหมดแล้ว หยางเทียนก็เข้าไปเปิดประตูทั้งหมด เพื่อปลดปล่อยตัวประกัน
“ อาเทียน” เฟยหยานเห็นหยางเทียนเข้ามา ก็รีบวิ่งออกไปหาทันที
“ เฟยหยาน ไมเป็นไรใช่ไหม”
“ อืม แล้วเธอเข้ามาได้อย่างไร”
“ พอดีผมมาเยี่ยมลูกค้า เห็นพวกโจรตายหมดแล้ว เลยเปิดประตูเข้ามา”
หมอหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาหามองหยางเทียน ตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ เนี่ยเหรอ จางเทียน สอบแพทย์ได้ แต่ไม่ได้เรียน กลายเป็นฆาตกรติดคุก แล้วนี่ออกมาได้ยังไง หนีตำรวจมาใช่ไหม”
“ หมอฉีคะ ได้โปรดเถอะค่ะ อย่าพูดถึงเรื่องนี้เลยนะคะ” เฟยหยานอ้อนวอน
“ ไม่พูดก็ได้ แต่เธอต้องไป ดินเนอร์กับฉัน สองต่อสองคืนนี้” หมอฉีเอ่ยเบา กับ เฟยหยานต่อหน้า หยางเทียน ที่มองดูอยู่ ซึ่งพอเห็นมันก้มหน้าไปที่ข้างหูของ เฟยหยาน เท้าของหยางเทียน ก็บรรจงถีบเข้าไปที่แก้มซ้ายของมัน จนร่างเซถลาลงไปนอนกับพื้น
“ หมอฉี” เฟยหยานเอ่ยอย่างตกใจ
“ แก แกบ้าไปแล้วเหรอ ฉันเป็นเพื่อนกับ ลูกเจ้าของโรงพยาบาล นะเว้ย ฉันจะฟ้องแก ไม่ซิ ฉันจะแจ้งตำรวจ มาจับแก ไอ้นักโทษแหกคุก”
หยางเทียนเดินเข้าหา แล้วเตะเข้าที่ท้องของ ปั๊ก !! หมอฉี จนนอนตัวงอเป็นกุ้ง
“ ถ้าอยากเจ็บตัว แบบนี้อีก ก็เชิญ” หยางเทียนไม่แยแสหมอฉี ที่ชี้หน้าหยางเทียน แต่ไม่สามารถพูดออกมาได้ เพราะกำลังจุกแน่นพูดไม่ออก
หยางเทียนจับมือ เฟยหยานออกมา เพื่อเดินไปหา หลวงพ่อฟรานซิส
“ หึงเหรอ?”
หยางเทียนหยุดกึก แล้วปล่อยมือ เฟยหยานทันที
“ เปล่า เพียงแค่ไม่พอใจ ที่มันเอาเรื่องของผมไป บีบบังคับคุณเท่านั้นเอง”
“ จริง อ่ะ”
“ อืม”
เฟยหยานหัวเราะ แล้วเอ่ยว่า
“ แล้วเธอมาเยี่ยมใครล่ะ”
หยางเทียนก็มองหา หลวงพ่อฟรานซิสที่เตียง แต่ว่า ตอนนี้กลับไม่เห็นแล้ว
“ อ้าว หายไปไหนแล้ว”
คราวนี้ ตำรวจเข้ามาตรวจค้น กับเต็มไปหมด ทำให้ เจ้าหน้าที่ล้วนวุ่ยวาย หยางเทียนตามหา บาทหลวงฟรานซิส ไม่เจอ ไม่รู้ท่านหายไปไหน ถูกยิงแบบนี้ไม่น่าเคลื่อนไหวได้
“ บาทหลวงฟรานซิส ถูกยิงบาดเจ็บ มีอาการถูกทำร้ายตามร่างกาย อาการถือว่าหนักท่านไม่น่าลุกไปไหนมาไหนได้ น้ำเกลือ ถูกดึงออกไป ด้านนอกที่มีผู้เสียชีวิต ก็ไม่ใช่ร่างของท่าน แล้วคนในโรงพยาบาล ถูกคำสั่งห้าม เข้า ออก แล้วท่านหายไปไหนนะ” เฟยหยานเอาแฟ้มประวัติการรักษา ของ บาทหลวงฟรานซิสมาดู ก็พาให้สงสัยหนักขึ้นไปอีก
หยางเทียนพยายามส่งจิตไปตรวจสอบ เพื่อตามหา บาทหลวงฟรานซิส แต่ไมทันได้ส่งจิตตรวจสอบ ก็มีตำรวจมากัน ห้าคน โดยมี หมอฉีเดินตามมาด้วย
“ นั่นไงครับ จางเทียน มันเป็นนักโทษแหกคุกครับ มันยังทำร้ายผมอีกด้วย”
เฟยหยานตกใจยิ่ง ไม่คิดว่า หมอฉี จะแจ้งความจริงๆ ส่วนหยางเทียนได้แต่ถอนใจออกมา
“ ขอดูบัตรประชาชนด้วยครับ” ตำรวจเอ่ยเสียงเข้ม หยางเทียนก็กำลังจะควักบัตรจากอกเสื้อ ออกมาให้ตรวจสอบ แต่แล้ว ก็ต้องชะงัก ตำรวจก็เลยควักปืนขู่หยางเทียนทั้งหมด
“ คุกเข่าลงไปกับพื้น ยกมือขึ้นเหนือหัว”
หยางเทียนไม่ได้ทันทำอะไร ก็พบว่า มีเงาร่างคล้ายสัตว์ พุ่งปราดผ่านหน้าหยางเทียนไป แต่ไม่ได้ไปเปล่า มันคาบร่างของตำรวจไปด้วย ทุกคนหันไปมองด้วยความตกใจ เพราะมันคือ บาทหลวงฟรานซิส ที่บัดนี้มีหัว เป็นหมาป่า เสื้อผ้ายังเป็นของบาทหลวง เท้าและเล็บกลายเป็น สัตว์ไปหมดแล้ว มันอ้าปากงับร่างของตำรวจแล้วกลืนกินเข้าปากไป ตำรวจอีกสี่ คนหายตกใจ ก็เริ่มระดมยิงใส่ มนุษย์หมาป่าทันที เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ !! มันหาได้เป็นอะไรไม่ ผิวหนังมันหนากระสุนธรรมดาไม่อาจเจาะร่างมันได้ หยางเทียนควักปืน ยิงใส่ร่างของมันบ้าง เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ !!
ร่างของมันถูกกระสุนเจาะเกราะ จนพรุนไปทั้งร่าง เลือดอาบตัว กระสุนทะลุร่างของมัน แต่ว่าบาดแผลที่ถูกยิง ก็กลับสมานกับมาได้อีกเช่นเดิม
กรรซ์ กรรซ์ เสียงคำรามของหมาป่า ดังกึกก้อง มันกระโดดเข้าโจมีตีตำรวจ แต่หยางเทียนกลับก้าวเท้า เข้ามายืนขวางหน้า ตำรวจทั้งหมด แล้วเผชิญหน้า กับ เจ้าปีศาจหมาป่า สองต่อสอง
“ หยางเทียน ระวัง” เฟยหยานตะโกนออกไปอย่างสุดเสียง
หยางเทียนยืนนิ่ง คราวนี้เขาสังเกตที่หน้าผากของมันมี ตราประทับแปลกๆ สัมผัสดูแล้วน่าจะเป็นสัญลักษณ์ที่สร้างความเป็นอมตะให้กับมัน หยางเทียนเล็งเป้าหมายกลางหน้าผาก พอมันกระโดดใส่ หยางเทียนก็ลั่นไกออกไปทันที
เปรี้ยง !! นัดเดียวหยุดเจ้าหมาป่าลงไปกองกับพื้น แล้วก็ค่อยๆ เปลี่ยนร่างกลายเป็น หลวงพ่อฟรานซิส นอนแก้ผ้า ถูกกระสุนปืน เจาะเข้าที่กลางหน้าผาก นอนตาย ตำรวจเข้ามาดูก็ตกใจไม่อยากเชื่อว่า มนุษย์จะกลายเป็นหมาป่าไปได้
“ จับมันเลย มันเป็นฆาตกร ฆ่าคนตาย ทุกคนก็เห็นแล้วนี่” หมอฉีรีบบอกตำรวจทันที พวกตำรวจเข้ามาหาหยางเทียนแล้วเอ่ยว่า
“ ขออภัยด้วยครับ ผมต้องทำตามหน้าที่ ขอบัตรด้วยครับ”
หยางเทียนมอบบัตรประชาชนให้ตำรวจ ไปตรวจสอบ หมอฉีมองหน้าหยางเทียนอย่างเย้ยหยัน คล้ายว่า คราวนี้หยางเทียนเสร็จแน่ๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจ พอตรวจสอบเสร็จ ก็เข้ามาทำความเคารพหยางเทียนแล้วกล่าว่า
“ ขอโทษครับผู้กอง ที่ทำให้เสียเวลา”
หยางเทียนรับบัตรคืนมาก็ยังสงสัย เขาไปเป็นผู้กองตั้งแต่เมื่อไรกัน ส่วน หมอฉีก็อ้าปากค้าง
“ คุณตำรวจ มันฆ่าคนตาย คุณก็เห็นนี่ และมันคือจากเทียน ฆาตกรฆ่าคน นี่มันออกจากคุกมาได้อย่างไร”
“ นี่คือ ผู้กองหยางเทียน หน่วยปปส. คุณพูดเช่นนี้ หากผู้กองเอาเรื่อง คุณได้โดนข้อหาดูหมิ่นเจ้าพนักงานเลยนะ”
“ อะไรนะ ผู้กองหยางเทียน !”
เฟยหยานหันมามองหน้าหยางเทียนอย่างสงสัย
“ เธอไปเป็นผู้กองหยางเทียนตั้งแต่เมื่อไรกัน”
“ เรื่องมันยาว ไว้ค่อยเล่าวันหลัง”
หยางเทียนเดินเข้ามาหา หมอฉี แล้วเอ่ยออกมาว่า
“ เป็นหมอรักษาคนไข้ก็ดีอยู่แล้ว อย่าคิดหาเรื่องผมและอย่าทำ หน้าหม้อใส่เฟยหยานอีก ไม่อย่างนั้น ผมจะทำให้หมอรู้ ว่านรกบนดินนั้นเป็นอย่างไร” หยางเทียนเอ่ยจบก็กระแทกเข่าเข้าที่ท้องน้อย ร่างของหมอฉีค่อยฟุบลงไปกับพื้น
จากนั้น หยางเทียนก็จูงมือ เฟยหยานออกมาจากที่เกิดเหตุ แล้วรายงานเรื่องนี้ให้กับ ผอ.เฉียนคง
“ หน้าตาหมาป่าตัวนี้ไม่ใช่หมาป่าธรรมดา มันเป็นสัตว์เลี้ยง ของ ปีศาจตัณหา แอสโมดิวส์ แสดงว่า พวกมันกลืนกินร่างของ บาทหลวงไปจนหมดแล้ว ถึงได้สามารถควบคุมร่างได้แบบนี้ เรื่องนี้ คงต้องแจ้ง นักบุญเปาโลแล้ว ว่าให้ระวังตัวเอาไว้”
หยางเทียนวางหูเสร็จ เฟยหยานก็กล่าวว่า
“ ไปทำงานเถอะ ฉันอยู่ได้”
“ หากไอ้หมอฉีนั่นกล้าลวนลามคุณอีก โทรบอกผมได้เลยนะ”
“ อืม”
หยางเทียนกำลังเดินออกมาจากโรงพยาบาล เพื่อนั่งเท็กซี่กลับบ้านก็ได้ยินวิทยุออกข่าว มีเหตุฆาตกรรมประหลาดเกิดขึ้น ที่โบสถ์พระแม่มาเรีย มีแม่ชี วัยยี่สิบเศษ สี่คน ถูกข่มขืน แล้วฆ่าอย่างโหดเหี้ยม โดยที่ ร่างเปลือยของแม่ชีทั้งสี่คน ถูกตรึงด้วยตะปู ติดอยู่ผนังกำแพงเรียงกัน คล้ายกับพระเยซูโดนตรึงกับกางเขน
“ คนสมัยนี้ช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก ดูซิแม้แต่แม่ชี มันยังทำได้ลงคอ ชั่วช้าจริงๆ”
คนขับเท็กซี่ เอ่ยออกมาหลังจากฟังข่าวจบ หยางเทียนฟังแล้วก็หดหู่ใจ ตามคนขับเท็กซี่ไปด้วย
ทันใดนั้น ก็มีเสียงเรียกมือถือดังขึ้น เป็นอาเปียวโทร มา.
“ หยางเทียน เกิดเรื่องแล้ว ท่านนักบุญเปาโล ถูกผีสิง รีบมาช่วยกันหน่อย”
หยางเทียนฟังแล้วก็ตกใจ นักไล่ผี กลับถูกผีสิง แล้วใครจะไล่ผีให้ท่านกันเล่า
“ พี่ชาย ไปที่วิหารศักดิ์สิทธิ์โยเซฟ ก่อนครับ”
“ ได้เลยครับผม”
ไม่นานนักหยางเทียนก็มาถึง พอเปิดประตูเข้าโบสถ์ไป ก็พบว่า บาทหลวงชุดขาวทั้งสิบ กำลังอ่านไบเบิ้ล เพื่อไล่ผี ออกจาก ท่านนักบุญเปาโล โดยมี พวกการ์ดชุดขาว ถือขวดน้ำมนตร์ กับ ไม้กางเขนยืนล้อมรอบ ตรงกลาง ท่านนักบุญเปาโล ถูกมัดด้วยโซ่เต็มตัวไปหมด มัดกลับเสาที่ไม้กางเขน ส่วนอาเปียว กับ พวกล้วนถือไม้กางเขน และ นำกระเทียมมาห้อยคอเอาไว้
“ หยางเทียนมานี่เร็ว” อาเปียว นำกระเทียมจะห้อยคอหยางเทียนเอาไว้
“ ไม่ต้องหรอกครับ ผมไม่ชอบกลิ่นกระเทียมเท่าไร”
“ แต่ว่า มันช่วยได้นะ”
“ เอาน่ะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไม ท่านนักบุญเปาโลมีแต่เลือดเต็มไปหมด”
“ ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อเย็นก็เห็นท่านดีดีอยู่ แต่ตอนมืด พวกการ์ดชุดขาวพบว่าท่านหายตัวไป พอท่านกลับมา ตาก็เริ่มขวาง เลือดเต็มตัว ใครเข้าใกล้ ก็กระเด็นไปหมด จึงเชิญ บาทหลวงทั้งหมด มาช่วยกับสยบท่าน แล้วตรวจสอบพบว่า
ในร่างกายของท่าน มีสิ่งเลวร้ายแปลกปลอมอยู่ เลยทำการไล่ผีให้ออก แต่ว่าสวดมาตั้งนานแล้ว ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย ตอนนี้ ท่านนักบุญก็หลับสนิท แต่ใบหน้ากลับเปลี่ยนเป็นน่ากลัวอย่างนี้ก็ไม่รู้”
หยางเทียนมองหน้า นักบุญเปาโล ที่กลายเป็นปีศาจไปแล้ว พอหยางเทียนมองไป นักบุญเปาโล ก็ลืมตาขึ้น มองหน้าหยางเทียนนิ่ง
“ แก เอง ที่สังหารสัตว์เลี้ยงของข้า” นักบุญเปาโล บัดนี้ ร่างลอยขึ้นแล้วหันหน้ามองหน้าหยางเทียนจุดเดียว โดยไม่สนใจ นักบวชทั้งสิบที่กำลังสวดขับไล่อยู่เลย
“ แกคือใครกัน” หยางเทียนถามด้วยความสงสัย
“ คนที่รู้ชื่อข้า ล้วนตายหมดสิ้น เจ้าจะเป็นรายต่อไป” ปีศาจกระตุกโซ่ ขาดกระจาย แล้วสะบัดมือ ไล่ฟาด การ์ดชุดขาว ที่สาดน้ำมนตร์ใส่ จนกระเด็นไปคนละทิศละทาง น้ำมนตร์พอโดนตัวมันแม้มีควันขึ้น แต่ปีศาจหารู้สึกอะไรไม่ นักบวชทั้งสิบ ยกมือขึ้น พร้อมทาบไม้กางเขนใส่ กลับถูกเหวี่ยงกระเด็นแบบเดียวกันหมด พวกของ อาเปียว กับ ต้าสง ล้วนวิ่งหนีกันกระเจิง เหลือเพียงหยางเทียน ยืนมองนิ่งอยู่ไม่หนีไปไหน
“ แกคือ ปีศาจตัณหา แอสโมดิวส์”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุดก็มีคนเรียกชื่อข้าจนได้ แต่ก็สายไปแล้ว ข้ากลืนวิญญาณของนักบุญเปาโลไปหมดแล้ว ไม่มีใครขับไล่ข้าได้อีกแล้ว ต่อไปนี้ข้าจะกลืนกินแม่ชีสาวๆ สวยๆ จนหมดสำนักวาติกัน ใครเล่าจะขวางข้าได้ เจ้าเด็กน้อย เจ้าฆ่าสัตว์เลี้ยงของข้า เจ้าต้องตาย"....