Perfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์

    ตอนที่ 53 วันสอบ

    กุบ กุบ กุบกุบ กุบ กุบ ๆ ๆ ๆ…เจ้าขาววิ่งเผ่นโผนไม่นานนักก็มาถึงหน้าที่ว่าการอำเภออู่ชางก่อนจะถึงเวลาเข้าห้องสอบอยู่นานพอสมควร ลานกว้างนี้เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาที่หวังจะมาสอบขึ้นทำเนียบบู๊ซิ่วไฉ่ หรือแม้แต่พ่อแม่แลญาติพี่น้องเพื่อนพ้องทั้งหลายต่างก็เข้ามาให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม อายุอานามของผู้เข้าสอบนั้นมิได้จำกัดไว้แต่ประการใด จึงมีตั้งแต่เด็กจนถึงคนชรา 50 ปีก็ยังมีการเข้ามาสอบให้เห็น ขอแค่เป็นเพศชายซึ่งไม่ต้องคดีอาญาย่อมสามารถจะมาเข้าสอบได้ทั้งสิ้นหากมีค่าธรรมเนียมข้อสอบหยางไคนำม้าไปฝากโรงเลี้ยงม้าด้วยราคา 10 เหวินต่อวัน แต่ต้องจ่ายถึง 25 หวิ่นเพราะเขาต้องใช้เวลา ณ สถานที่แห่งนี้ ไม่น้อยกว่า 2 วัน 1 คืน!! เมื่อสำรวจอุปกรณ์การเขียน รวมทั้งเครื่องห่มนอนของกินและน้ำดื่มแล้ว หยางไคก็ได้ไปรวมตัวที่ลานกว้างหน้าห้องสอบเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตราจสอบร่างกายและของใช้ทุกชิ้น ซึ่งทุกปีจะมีนักศึกษาบางราย ได้กระทำการทุจริตด้วยการคัดลอกข้อความจากตำราลงไปบนร่างกาย หรือในอุปกรณ์ใด ๆ ที่ได้นำมาติดตัวด้วย "หมายเลข ๑๔ ถังไป๋หู่ ทุจริตเขียนตำราใช้สอบที่เสื้อชั้นใน""หมายเลข ๒๗ หลิวต่ง ทุจริตเขียนตำราสอบที่ด้านในของถุงเท้า""หมายเลข ๓๓ จ้าวหยุนตี้ ทุจริตพกตำราเล็กซ่อนไว้ในเสื้อ" ส่วนใหญ่ที่โกงมักจะเป็นคนมีอายุมากแล้ว ครั้นพยายามเข้าสนามสอบอยู่หลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่ผ่าน จึงคิดสั้นด้วยการคดโกง โดยคนเหล่านี้จะถูกลงโทษโดยห้ามมิให้เข้าสอบได้อีกต่อไป ซึ่งหมายความว่าพวกเขาจะต้องตกเป็นสามัญชนไปจนชั่วชีวิต และอาจจะเป็นเพราะพวกเขาความสามารถไม่ถึงเกณฑ์อยู่แล้วจึงเลือกที่เสี่ยงกระทำการเช่นนี้ มากกว่าการยอมแพ้ในสนามสอบที่ตนไม่มีทางทำได้สำเร็จ จำนวนผู้เข้าสอบคนหลายร้อยคน เมื่อถูกตัดสิทธิ์ไปจำนวนหนึ่งย่อมเป็นที่น่ายินดีสำหรับคู่แข่ง จึงทำให้ผู้เข้าสอบและญาติบางรายก็ถึงกับออกอาการด่าประณามเพื่อยกตนให้สูงส่งขึ้นไปเสียอีกส่วนหยางไคนั้นทั้งเนื้อทั้งตัวมิได้ปรากฏสิ่งใดแปลกตา จะมีก็แต่พัดหยกราคาแพงระยับที่ปราศจากอักษรใด ๆ จารึกเอาไว้ เจ้าหน้าที่จึงปล่อยให้ผ่านเข้าห้องสอบไปอย่างรวดเร็ว นักศึกษาที่เข้าสอบทุกคนจะได้รับห้องสอบส่วนตัว ซึ่งเป็นเพียงห้องแคบ ๆ พอซุกหัวนอน แล้วมีหลังคาเป็นเพิงที่ทำด้วยหญ้าคาและผนัง 3 ด้าน พอให้บังแดดบังฝนได้บ้าง ไม่มีทั้งประตูหน้าต่าง ซึ่งแต่ละห้องเรียงชิดติดกันไปซึ่งไม่อาจมองเห็นกันและกันได้ เครื่องเรือนก็มีเพียงโต๊ะและตั่งอันเล็ก ๆ เพียง เท่านั้นเมื่อทุกคนนั่งลงจนพร้อมเพรียงแล้ว พนักงานก็เริ่มแจกกระดาษข้อสอบ จากนั้นเจ้าหน้าที่ผู้หนึ่งจึงร้องประกาศขึ้นว่า “การสอบถงซื่ออำเภออู่ชาง เริ่มทำข้อสอบ ณ ยามซื่อ (巳 9.00) วันที่ 10 เดือนหก เจิ้งถง ศก. ปีที่ 18 เริ่มได้” แกร้งง ... แกร้งงงง  …แกร้งงงง ...เมื่อสิ้นเสียงเคาะโลหะ ก็เป็นอันเริ่มต้นการทำข้อสอบของเหล่านักศึกษาจำนวนหลายร้อยชีวิต.. หยางไคอ่านกระดาษคำสั่งซ้ำไปซ้ำมาถึง 5 รอบ เพราะการสอบในครั้งนี้มิได้มีอะไรมาก เพียงแค่ให้ผู้เข้าสอบเขียนหัวข้อของ 4 หนังสือ 四书五经 5 คัมภีร์ 与儒家思想 โดยให้เขียนออกมาเป็นความเรียงส่วนตำราพิชัยสงครามทั้ง 7 เล่ม ให้เขียนหัวข้อทั้งหมดพร้อมคำอธิบายโดยสรุปซึ่งหยางไคทั้งอ่านทั้งท่องทั้งเขียนหนังสือและคัมภีร์เหล่านี้ไม่น้อยกว่า 10 รอบ!! หยางไคค่อย ๆ คัดหัวข้อต่าง ๆ ในตำราโดยไม่เร่งร้อน ทุกตัวอักษรเปี่ยมไปด้วยความบรรจง 4 หนังสือ (จตุรปกรณ์)ได้แก่บันทึกคำสั่งสอนเมิ่งจื๊อ (1) เมิ่งเคอ (2) ต้าเสวีย (3) และจงยง (4)ซึ่งเป็นหนังสือที่รวบรวมแนวคิด และ หลักการเมืองการปกครอง คัมภีร์ทั้ง 5 ของขงจื้อ (เบญจคัมภีร์)1.ซือจิง ตำรับรวบรวมคำร้อยกรองและบทเพลงเกี่ยวกับเรื่องราวในสมัยราชวงศ์โจว มีทั้งบท เพลงรัก เพลงพื้นเมือง บทกวีเกี่ยวกับการเมืองและพิธีต่างๆ2.ชูจิง ตำราประวัติศาสตร์รวบรวมเรื่องราวประวัติศาสตร์จีน เอกสารทางประวัติศาสตร์สมัยราชวงศ์โจว3.อี๊จิง ตำราพยากรณ์ใช้เป็นคู่มือทำนายการเสี่ยงทายและตำราโหราศาสตร์4.หลีจี๊ ตำราบันทึกแบบแผนพิธีกรรมต่างๆ มีทั้งหมด 64 บท เป็นตำราที่มีความสำคัญมากที่สุดตามความเชื่อของขงจื๊อชุนชิว จดหมายเหตุฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง เป็นการบันทึกเหตุการณ์สั้นๆ รายปีเกี่ยวกับเหตุการณ์แคว้นลู่ ซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของขงจื๊อ หยางไคคัดจนจบแล้วอ่านทวนอีก 3 รอบ ก็ปาเข้าไปยามเว่ย (未 13.00) จึงหยุดพักสายตาและข้อมือ จากนั้นรับประทานอาหารที่ได้เตรียมมาพร้อมด้วยผลไม้สด ๆ จากสวนวิญญาณแล้วงีบหลับประมาณเวลา 1 เค่อ (15 นาที) ครั้นตื่นขึ้นมาแล้วก็เอาน้ำลูบหน้าลูบตา จากนั้นเริ่มเขียนกระดาษข้อสอบต่อ ว่าด้วยหัวข้อ 7 ยอดคัมภีร์พิชัยสงคราม พร้อมด้วยรายละเอียดโดยสรุป อันได้แก่1.ลิ่วเทา หรือตำราพิชัยสงครามเจียงไท่กง2.ซุนจื่อปิงฝ่า หรือตำราพิชัยสงครามซุนวู3.ซือหม่าฝ่า หรือตำราพิชัยสงครามซือหม่าหรางจวี4.อู๋จื่อปิงฝ่า หรือตำราพิชัยสงครามอู๋ฉี่5.ซันเลี่ย หรือตำราพิชัยสงครามหวงสือกง6.เว่ยเหลียวจื่อ หรือตำราพิชัยสงครามเว่ยเหลียว7.หลี่เว่ยกง หรือตำราพิชัยสงครามหลี่จิ้ง เด็กหนุ่มนั้นมิได้มีปัญหาในเรื่องเนื้อความของตำราพิชัยสงครามเหล่านี้ แต่การเอาแต่เขียนให้ตรงตามตำราทั้ง 7 อย่างโดยไม่ขาดไม่เกินแม้แต่อักษรตัวเดียวย่อมเกิดความเบื่อหน่ายอยู่บ้าง หยางไคจึงจำเป็นต้องพยายามจูงใจตนเองมากขึ้นด้วยการคัดลายมือโดยประดิดประดอยและอ่อนช้อยงดงาม จนแล้วเสร็จตอนยามซวี (戌 19.00) จึงอ่านทบทวนอีก 3 รอบ อย่างสมบูรณ์เมื่อถึงยามห้าย (亥 21.00)แม้ทุกสิ่งอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว แต่อาจจะเป็นเพราะยังมิได้ถึงเวลานอน หรือเป็นเพราะเนื้อความในตำราพิชัยสงครามที่ตนชื่นชอบยังวนเวียนภายในหัวของเขาก็เป็นได้ หยางไคจึงเกิดอาการนอนไม่หลับเอาดื้อ ๆ แม้จะซุกกายในเครื่องนอนพร้อมทั้งพยายามข่มตาก็ตามทีจึงตัดสินใจลุกขึ้นนั่งบนตั่งไม้ แล้วควานหากระดาษเศษเหลือ ๆ เพื่อเขียนความคิดเห็นในเชิงวิจารณ์ตำราแต่ละฉบับโดยละเอียดชนิดแยบคาย จนอาการร้อนวิชาจึงค่อยทุเลาลงแล้วจึงเข้านอนไปในเวลานอนปกติของทุกวัน(23.00 น.) โดยหารู้ไม่ว่าผู้เข้าสอบคนอื่น ๆ นั้น ยังต้องอดตาหลับขับตานอน หนำซ้ำบางหลายยังไม่เหลือแม้เวลาให้รับประทานอาหารเลยแม้สักมื้อเดียว..

    คล้ายกับเรื่องPerfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์ ที่คุณอ่าน