มายด์ดันอกอีกฝ่ายสุดแรง ั์ตาแดงก่ำ ทั้งโกรธ ทั้งใ ขณะที่เดียร์ชะงัก รีบผละออก ยกมือขึ้นเหมือนยอมแพ้
“ขอโทษ... ผมไม่ได้ตั้งใจ”
เขาหันหลังจะเดินออก แต่เสียงของมายด์ดังขึ้นก่อน
“มายด์... ยี่สิบเก้า เพิ่งเลิกกับแฟน... เขามีคนใหม่... ทำงานที่แบงก์ตรงปากซอย”
“หึ!ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณมายด์” เดียร์ชะงัก หันกลับมา ดวงตานิ่งไปครู่ ก่อนยิ้มที่มุมปาก
“ผมก็เคยมีคนเลี้ยงนะ สาวใหญ่ไฮโซ ให้ทั้งบ้านให้ทั้งรถ แต่สุดท้ายมันไม่ใช่ ผมชอบชีวิตอิสระ คบแบบไม่ให้สถานะ เอามัน แค่ความสุข แล้วจบ”
มายด์ได้ฟังถึงกับกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ รสจูบเมื่อครู่ยังติดอยู่ริมฝีปาก ััแปลก ๆ ที่มีทั้งความเร่าร้อน และความจริงใจในเวลาเดียวกัน
จนทำให้เขาไม่แน่ใจว่า... สิ่งที่สั่นอยู่ในอกตอนนี้คือหัวใจ หรือคือเสียงจักรเย็บผ้าแว่วมาตามเสียงลมพัดผ่านบ้านยามบ่าย คล้ายดังมาจากชั้นล่าง
“กึก... กึก... กึก...”
ตะวันคล้อยใกล้สิ้นแสง แดดอ่อนๆ ลอดผ่านหน้าต่างไม้เก่ามาเป็เส้นฝุ่น กลิ่นไม้ผสมกลิ่นฝนจาง ๆ ค้างอยู่ในอากาศ บ้านเงียบสนิท จนน่ากลัวหลังจากทั้งคู่จัดของเสร็จ
เดียร์ขึ้นไปข้างบน เตรียมอาบน้ำ ออกไปเล่นดนตรีคืนนี้ เสียงประตูห้องน้ำปิดดัง แกร๊ก แล้วเงียบลง เหลือเพียงเสียงน้ำจากฝักบัวที่ไหลเบา ๆ
มายด์เดินวนอยู่ข้างล่าง ลูบฝุ่นตามโต๊ะไม้เก่า กวาดสายตาไปทั่วบ้านที่เพิ่งเป็ของเขาครึ่งหนึ่ง จนมาหยุดที่ ประตูใต้บันได บานไม้แคบ ๆ ที่เ้าของบ้านบอกไว้ว่า อย่าเปิด
มือเล็กแตะลูกบิดอย่างลังเล ความเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจตัวเอง แต่แล้วเสียงบางอย่าง ก็ดังขึ้นในความเงียบ
กึก...กึก...กึก...
เสียงจักรเย็บผ้าเบา ๆ ดังแทรกเข้ามาจากด้านใน เหมือนใครบางคนกำลังเหยียบคันจักรอย่างใจเย็น หัวใจมายด์เต้นแรงตึกตักจนเจ็บอก
“ไม่มีใครอยู่ในนั้นหรอก... มันคงแค่เสียงบ้านเก่า...”
เขาพึมพำกับตัวเอง แต่ขากลับก้าวเข้าใกล้แทนจะถอย มือบิดลูกบิดเบา ๆ บานประตูส่งเสียงเอี๊ยด กลิ่นฝุ่นกับสนิมผสมกลิ่นผ้าเก่าโชยออกมา
ในเงามืดมีเงาร่างของ จักรเย็บผ้า ตั้งอยู่ข้างหุ่นตัดชุดผู้หญิง ที่ไม่มีส่วนหัว เงาของมันทอดยาวไปตามพื้นเหมือนคนกำลังนั่งอยู่ตรงนั้น
มายด์กลืนน้ำลายช้า ๆ เสียงจักรหยุด...ก่อนจะดังขึ้นอีกครั้ง กึก...กึก...กึก... คราวนี้ดังชัดเหมือนอยู่ตรงหน้า
เขาค่อย ๆ ก้าวเข้าไป แสงสว่างจากประตูหลังบ้านลอดเข้ามาเพียงพอให้เห็นโต๊ะเล็ก ๆ ข้างจักร บนโต๊ะนั้น... มี ไดอารี่ปกหนังสีดำ วางอยู่
มือเขาสั่นเล็กน้อยขณะเอื้อมไปหยิบ คราบฝุ่นเกาะหนาแต่ตรงขอบเหมือนเพิ่งมีคนจับเมื่อไม่นานเขาเปิดหน้าแรกออก
“เธออยู่ในบ้านฉันแล้ว... ฉันเห็นเธอผ่านกระจกทุกบาน”
คำในหน้ากระดาษเหมือนเพิ่งถูกเขียน หมึกยังไม่แห้งดีหัวใจมายด์กระตุกแรง ความเย็นแล่นขึ้นจากสันหลัง เสียงบางอย่างดังขึ้นตรงข้างหู เสียงหายใจเบา ๆ ที่ไม่ใช่ของเขา
“ใครอยู่ตรงนั้น!?”เขาหันขวับ ไม่มีใคร
ทันใดนั้น เงาผู้หญิงผ่านวาบตรงกระจกเงาของหุ่นตัดเสื้อ
“อ๊ากกก!!” เสียงกรีดร้องดังสะท้อนทั่วบ้าน
เดียร์ที่อยู่ชั้นบนแทบจะไม่ทันคิด เสียงน้ำจากฝักบัวหยุดลง เขาคว้าผ้าเช็ดตัวพันเอว พุ่งลงบันไดมาแทบจะในทันที
“มายด์!” เขาเรียกเสียงดัง
ร่างสูงในผ้าเช็ดตัวเพียงผืนปรากฏตรงประตูห้องเก็บของ ไหล่เปียกชื้น เงาน้ำไหลตามแผ่นอกจนแสงบ่ายสะท้อนวาบ มายด์หันกลับมา หอบหายใจแรงเขายกมือขึ้นชี้ไปที่จักรเย็บผ้า
“เสียง... มันมีเสียง... มันขยับเอง... ผมเห็นเงา—!”
เดียร์ก้าวเข้ามาใกล้ คว้ามือเขาไว้แน่น
“เฮ้... มันไม่มีอะไรหรอกคุณ แค่บ้านเก่า เสียงมันหลอนเฉย ๆ”
เสียงของเดียร์ต่ำและนิ่ง ความอุ่นจากฝ่ามือทำให้มายด์รู้ตัวว่าทั้งตัวสั่น เขาหายใจถี่จนเสียงแทบกลืนกันเดียร์ยังจับมือเขาไว้
“ใจเย็นนะ...”
สายตาทั้งคู่สบกัน ใกล้จนได้ยินเสียงหัวใจของอีกฝ่ายชัดกว่าเสียงฝนพรำข้างนอก เวลานั้น ทั้งความกลัวและความอบอุ่นแปลก ๆ ปะทะกันในอกของมายด์
บ้านเงียบลงอีกครั้ง แต่ในเงามืดหลังจักรเย็บผ้า...เงาของหุ่นยังคง เอนตัวไปข้างหน้า เล็กน้อย เหมือนมีใครกำลังก้มดูทั้งสองอยู่ในตอนนี้
ฝนโปรยปรายลงบนหลังคาบ้านไม้กึ่ปูนทั้งคืน เสียงหยดน้ำกระทบสังกะสีดัง “ติ๋ง...ติ๋ง...” คล้ายจังหวะหัวใจของคนในบ้าน
ไฟดวงเดียวตรงโถงชั้นล่างส่องแสงสีเหลืองหม่นมัวๆ ราวกับฝุ่นในอากาศไม่อยากให้ใครมองเห็นทุกอย่างชัดเกินไป
มายด์นั่งพิงหัวเตียง มือถือไดอารี่ปกหนังดำที่เขาเพิ่งเก็บ จากห้องใต้บันได ข้างในมีกระดาษเก่าเปื้อนหมึกและคราบน้ำตา
ลายมือเริ่มต้นสวย เรียบ แต่เมื่อเปิดหน้าถัดไป ตัวอักษรกลับสั่นและกดแรงจนแทบทะลุแผ่น
“เขาไม่กลับบ้านอีกแล้ว คืนนี้ฉันเย็บผ้าไปเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองร้องไห้”
สายตาของมายด์ค้างอยู่ตรงบรรทัดนั้น เสียงฝนเหมือนค่อย ๆ หายไปแทนที่ด้วยเสียงบางอย่าง... “กึก...กึก...กึก...”
เสียงจักรเย็บผ้าโบราณดังขึ้น จากชั้นล่างอย่างช้า ๆ เป็จังหวะสม่ำเสมอ เขาวางไดอารี่ไว้ข้างตัว ก่อนค่อย ๆ ลุกจากเตียง
ทุกย่างก้าวลงบันไดเหมือนเหยียบหัวใจตัวเอง บันไดไม้ ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดแต่ไม่มีแรงลม กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ แบบเดียวกับในไดอารี่โชยขึ้นมา...
กลิ่นแป้งเก่าผสมกลิ่นเหล็กขึ้นสนิม ในแสงไฟสีเหลืองสลัว มายด์เห็นบางอย่างขยับตรงมุมห้อง
เงาของหุ่นผู้หญิงเมื่อตอนหัวค่ำ นั่งอยู่ตรงจักรเย็บผ้า แต่เงากลับมีผมยาวคลอไหล่ ตัวเอนไปข้างหน้า มือขวากำลังขยับขึ้นลงช้า ๆ เขากลั้นหายใจ พยายามมองให้ชัด
“คุณเดียร์...” เขาเรียกเสียงสั่น ทันใดนั้น เสียงสายกีตาร์ดีดเบา ๆ ดังขึ้นตรงหลังหู
“หาอะไรอยู่เหรอครับ?”
ร่างสูงของเดียร์ยืนอยู่ข้างหลังในเงาไฟ เสื้อยืดสีดำเปียกชื้นแแ่กับแผ่นอก กลิ่นสบู่ผสมกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ทำเอาหัวใจมายด์แทบหล่น
“คุณ... คุณเลิกงานแล้วเหรอ?”
“อื่ม..วันแรกนะ..ผมกำลังลงมาหาเบียร์... แล้วคุณล่ะ มายืนอยู่ในความมืดทำไม?”
เสียง “กึก...” ดังขึ้นอีกครั้ง ทั้งคู่หันไปพร้อมกัน จักรเย็บผ้าที่อยู่มุมห้องกำลัง “ขยับ” ช้า ๆ โดยไม่มีใครแตะเดียร์วางกระป๋องเบียร์ในมือ พลางยิ้ม
“อืม... บ้านนี้แม่งก็มีจังหวะของมันจริง ๆ”
เขาก้าวเข้ามาใกล้จนมายด์รู้สึกได้ถึงความอุ่นจากลมหายใจ
“กลัวเหรอ?”
“ไม่นะ”
“โกหกไม่เนียนเลย มือคุณเย็นไปหมดแล้ว”
เดียร์ยื่นมือมาจับ มือใหญ่และอุ่นของเขาััปลายนิ้วของมายด์แ่เบา ความกลัวที่พันรอบอกเริ่มคลาย แต่กลับมีอย่างอื่นเต้นแทนหัวใจเต้นแรงจนแทบได้ยิน
เสียงจักรหยุด...แต่ในหัวกลับได้ยินเหมือนมันยังเดินอยู่ “กึก...กึก...” ครั้งนี้เป็จังหวะหัวใจของเขาเอง
“อย่ามองผมแบบนั้นสิ...” เดียร์เอ่ยเสียงต่ำ
“แบบไหน?”มายด์ถามเสียงห้วย
“แบบที่ผมรู้ว่า..อีกไม่กี่วินาที คุณจะหายใจไม่เป็จังหวะแล้ว”
มายด์ไม่รู้ว่าเพราะอะไร มือเขาไม่ยอมขยับ ริมฝีปากทั้งคู่ค่อย ๆ ขยับเข้าหากัน แสงจากไฟหลอดเดียวกะพริบวาบ เหมือนบ้านกำลังกลั้นหายใจ
ก่อนที่ริมฝีปากจะัักัน เสียงประตูใต้บันได “แกร๊ก...” ดังขึ้นเบา ๆ เหมือนมีใครเปิดทั้งคู่หันขวับพร้อมกัน
แต่ในเงามืดห้องใต้บันได มีเพียงเงาหุ่นตัดเย็บยืนอยู่...และบนอกหุ่นนั้น มีด้ายแดงเส้นหนึ่งพาดอยู่เหมือน รอยเย็บ ทั้งที่หุ่นไม่ได้ขาด
................................