หัวหน้าอันธพาลยกแท่งเหล็กขนาดใหญ่ที่อยู่ในมือขึ้นมาแล้วทุบไปที่ไหล่ของฉินลู่
แม้ว่าเขาจะเป็นนักเลง แต่เขาก็รู้ว่าไม่สามารถฆ่าคน ไม่สามารถทำให้คนบาดเจ็บสาหัสได้
หากสร้างเรื่องใหญ่โต พวกเขาก็รับผิดชอบไม่ได้
แม้ว่าแถวนี้จะเป็นพื้นที่ที่อันธพาลยึดครองแต่นั่นก็เป็นเพียงการรังแกคนธรรมดาเท่านั้นหากกล้าเผชิญหน้ากับหน่วยงานความรุนแรงของรัฐจะต้องตายอย่างไม่ได้ผุดได้เกิดแน่นอน
ดังนั้นอันธพาลที่เป็นหัวหน้าจึงยั้งมือไว้และทุบไปที่ไหล่ของฉินลู่เท่านั้น
ถึงแม้เขาจะยั้งมือ แต่แท่งเหล็กก็แข็งมากพละกำลังที่เขาใช้ฟาดท่อนเหล็กนั้นก็ไม่เบาเลยถ้าไปทำแบบนี้กับคนธรรมดาที่ไม่ได้ฝึกฝนอย่างหนักโดยไม่ได้พักเลยสิบวันเป็นเวลาครึ่งเดือนคงจะลุกจากเตียงไม่ได้แน่ๆ
“ระวัง!”
เจ้าของร้านที่อยู่ด้านข้างเมื่อเห็นท่อนเหล็กกำลังจะลงมาโดนฉินลู่ก็ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ
แต่ใบหน้าของฉินลู่กลับราบเรียบไม่แสดงอารมณ์มองแท่งเหล็กที่เหวี่ยงลงมาโดยไม่มีการตอบสนองใดๆ ราวกับว่าตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
แต่ในขณะที่แท่งเหล็กกำลังจะลงมาโดน ฉินลู่ก็หันข้างหลบอย่างคล่องแคล่ว
ในสายตาของฉินลู่การโจมของหัวหน้าอันธพาลเต็มไปด้วยช่องโหว่
เขาก้าวไปข้างหน้า ยกเข่าขวากระแทกเข้าไปที่หน้าท้องของหัวหน้าแก๊ง
“อุก”
หัวหน้าแก๊งถูกโจมตีอย่างรุนแรงจนตัวงอ และล้มลงกับพื้นช้าๆ ก่อนจะอ้วกออกมา
“อะไรกัน”
พวกอันธพาลที่เหลือก้าวถอยหลังออกไปด้วยความตกใจมองไปที่ฉินลู่ด้วยสีหน้ามืดมน
เจ้าของร้านที่อยู่ด้านข้างก็ตกใจมากรวมถึงคนที่มามุงดูเหตุการณ์ด้านนอกประตูด้วย
พวกอันธพาลเหล่านี้โดยเฉพาะหัวหน้าแก๊งเป็นผู้ที่มีอำนาจของพื้นที่แถวนี้แต่ตอนนี้กลับถูกชายหนุ่มตัวเล็กๆ เตะจนล้มลงกับพื้นอย่างง่ายดายในสายตาของคนเหล่านี้ไม่ว่าจะมองยังไงก็ไม่เหมือนเรื่องจริง
“ฉันรู้จักเขา เขาเป็นเพื่อนบ้านตึกฉัน!” หญิงวัยกลางคนยิ่งมองฉินลู่ก็ยิ่งรู้สึกคุ้นเคยในที่สุดก็นึกขึ้นมาได้ว่าพวกเขาอาศัยอยู่ในอาคารเดียวกัน
“อยู่ตึกเดียวกับคุณเหรอ พ่อหนุ่มคนนี้ทำอะไร ทำไมเก่งอย่างนี้ เทควันโดเหรอ”
“ฮ่าๆๆ คราวนี้ไอ้พวกนี้โดนเตะร่วงลงไปนอนบนพื้นแน่ สมน้ำหน้า!”
“แต่พ่อหนุ่มคนนี้แค่คนเดียว เขาจะเอาชนะพวกมันได้เหรอ...” บางคนก็อดไม่ได้ที่จะกังวล
ฉินลู่ก้าวถอยหลัง จากนั้นก็มองไปที่เจ้าของร้านอีกครั้งและพูดว่า“เถ้าแก่ ไปเอาอาหารที่สั่งมาให้หน่อยครับ ผมรีบ”
“นี่... เอ่อ...” เจ้าของร้านชะงักเล็กน้อย แต่สามวินาทีต่อมา เขาก็ได้สติและพูดว่า “คุณ...คุณจะเอาอะไรบ้าง”
ฉินลู่พูดซ้ำ “ผมเอาโจ๊กสองชาม และซาลาเปาไส้เนื้อแปดชิ้น ขอบคุณครับ”
“เวร!”
อันธพาลที่เหลืออีกสี่คนในที่สุดก็ดึงสติกลับมาได้พวกมันจ้องมองไปที่ฉินลู่พลางพูด “เห็นพวกข้าเป็นอะไรตีลูกพี่ของพวกข้าแล้วยังคิดจะกินอีกเหรอ!ไปกินขี้ไป!”
“พวกเราจัดการมัน!ตีมันเลย! เรามีคนเยอะกว่า ลุย!”
อันธพาลทั้งสี่พุ่งเข้าใส่พร้อมกัน คิดจะสั่งสอนฉินลู่โดยอาศัยพวกมากรุม
แต่ฉินลู่เป็นใคร
ไม่ต้องพูดถึงอันธพาลกระจอกๆ สี่ต่อให้มีมากกว่าสิบสี่คนก็อย่าหวังว่าจะทำอะไรเขาได้
เนื่องจากเขามีร่างกายอ่อนแอตั้งแต่เด็กอาจารย์ของเขาจึงเน้นสอนวิธีหลบหลีกและเอาตัวรอดให้กับเขา
สำหรับอันธพาลกระจอกพวกนี้ ฉินลู่ไม่จำเป็นต้องหนีเลย แค่หลบก็พอ ใช้เวลาสักนิดก็จัดการพวกนี้ได้แล้วใช้แรงไม่มากก็ทำให้พวกเขาพ่ายแพ้ได้
ดังนั้นภายในเวลาเพียงหนึ่งนาทีเจ้าของร้านและผู้คนที่อยู่ด้านนอกประตูต่างก็ต้องอ้าปากค้างฉินลู่จัดการกับพวกอันธพาลเหล่านี้ด้วยหมัดสามหมัดและลูกเตะสองทีพวกเขาก็ลงไปกองกับพื้นโดยไม่ได้ใช้แรงอะไรมาก
“ไม่มีความท้าทายเลยจริงๆ ...”
ฉินลู่ปัดมือแล้วนั่งลง ก่อนจะพูดกับเจ้าของร้านว่า“เมื่อกี้ผมพูดว่าอะไร ให้คุณไปทำอาหารมาให้ผมก่อนตอนที่ผมจัดการพวกมันเสร็จก็ไม่เสียเวลากินข้าวของผมแล้ว แต่คุณไม่ฟังตอนนี้ผมก็ต้องรออีก”
เมื่อพูดอย่างนั้นฉินลู่ก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดูเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์ และถอนหายใจออกมา“จะแปดโมงแล้ว ซวยละ ผมสายแน่นอน”
“ฉัน... นี่... เดี๋ยวฉันไปยกมาให้...” เจ้าของร้านมองดูพวกอันธพาลที่นอนคร่ำครวญอยู่บนพื้นจากนั้นก็รีบกลับไปที่ห้องครัว และเริ่มเตรียมอาหารให้ฉินลู่
นักเลงคนแรกที่ถูกฉินลู่ตีเข่าใส่อย่างน่าเวทนาก็พยายามลุกขึ้นยืนมองฉินลู่อย่างหวาดกลัว และพูดอย่างเกรี้ยวกราด “ไอ้หนุ่ม ครั้งนี้ถือว่าแกเจ๋ง แต่ก็อย่าได้ภูมิใจเกินไปภายในสามวันฉันจะเอาคืนแกให้สาสม!ให้แกเสียใจที่ทำกับฉันในวันนี้ จะเอาคืนให้แกเป็นสิบเท่า”
ฉินลู่ไม่ได้มองพวกอันธพาลเหล่านี้เลยด้วยซ้ำเขาพูดออกมาอย่างเฉยเมยว่า “บ้านฉันอยู่ที่ยูนิตที่หนึ่งของชุมชนฝานหวานี่แหละมาแก้แค้นได้ตลอดเวลา”
“โอเค เยี่ยมมาก!ฉันจะจำไว้!” หัวหน้าแก๊งพยักหน้าอย่างดุดันจากนั้นก็ช่วยพยุงนักเลงที่ลุกไม่ขึ้น แล้วพูดกับพวกนักเลงคนอื่นว่า “ไปครั้งนี้เราแพ้ พรุ่งนี้เราค่อยกลับมาใหม่”
“เดี๋ยว!”
ฉินลู่มองพวกนักเลงเหล่านั้นที่กำลังจะเดินออกไปแล้วเรียก
พวกนั้นก็หันมามองคนที่เรียกให้หยุด
นักเลงเหล่านั้นต่างก็ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
พวกเขาจะมีความกล้าพอที่จะหาเรื่องฉินลู่อีกเหรอ เพราะว่ามีคนจำนวนมากเฝ้าดูอยู่ไม่ต้องพูดจารุนแรงพวกเขาก็เสียหน้ามากพออยู่แล้ว
หัวหน้าแก๊งหันหน้ากลับมาแล้วพูดว่า “มีเรื่องอะไรอีก”
"ฉันไม่มีเรื่องอะไร แต่...” ฉินลู่ชี้ไปที่บนกำแพงที่มีเครื่องทำความร้อนที่ถูกทุบจนพังแขวนอยู่และโต๊ะอาหารที่ถูกทุบอยู่บนพื้น “แกทำให้เจ้าของร้านเสียหายมากจ่ายค่าชดเชยมาก่อนแล้วค่อยไป”
“ค่าชดเชย หัวหน้าแก๊งชี้มาที่ตัวเองและพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ“แกให้ฉันจ่ายค่าชดเชยเหรอ”
“แกฟังภาษาจีนไม่เข้าใจเหรอ”
ทันใดนั้น เจ้าของร้านก็รีบวิ่งออกมาพร้อมกับโจ๊กและซาลาเปาวางอาหารลงบนโต๊ะของฉินลู่ จากนั้นก็รีบพูดว่า “ไม่ต้องหรอก ไม่ต้องชดใช้หรอกฉันจัดการเรื่องนี้เอง...”
เจ้าของร้านกลัวจริงๆว่าวันนี้พวกอันธพาลจะข่มอารมณ์โกรธไว้แล้วพรุ่งนี้จะกลับมาแก้แค้นเขา
“เถ้าแก่ผมรู้ว่าคุณกำลังกลัวอะไร ดังนั้นอย่ากังวลไปเลย” ฉินลู่ปลอบเจ้าของร้านจากนั้นก็ลุกขึ้นอีกครั้ง และเดินไปหาพวกอันธพาลทั้งห้า
“แก...แก...แกจะทำอะไร” หัวหน้าแก๊งเดินถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วทำหน้าเคร่งขรึม
“ฉันก็อาศัยอยู่ในชุมชนนี้เหมือนกันฉันรู้เกี่ยวกับความชั่วร้ายของแกไม่น้อย เมื่อกี้ที่พวกแกขู่ฉันก็ทำให้ฉันนึกถึงสุภาษิตที่ว่าถ้าไม่ถอนรากถอนโคนให้หมดก็จะทำให้เกิดปัญหาภายหลัง”
“แก...อย่านะ...แกจะทำอะไร เราไม่แก้แค้นแกแล้ว...” หัวหน้าแก๊งเห็นแววตาแห่งความโหดเหี้ยมในดวงตาของฉินลู่อย่างชัดเจน
ถึงเขาจะไม่เคยฆ่าใครแต่ตั้งแต่ที่เป็นหัวหน้าแก๊งอันธพาลมาก็เคยเห็นสายตาแบบนี้มาก่อนเป็นแววตาที่เย็นชา และเป็นแววตาของผู้ที่เคยฆ่าคน!
เมื่อเห็นอย่างนั้นก็ทำให้หัวหน้าแก๊งตกใจทันที
จู่ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่าสิ่งที่เขาเตะไม่ใช่แผ่นเหล็กธรรมดาแต่เป็นแผ่นเหล็กกันกระแทกคุณภาพสูง