“พี่...ตื่นได้แล้ว พี่จะแกล้งหลับไปถึงเมื่อไหร่ คนเขาพากันกลับบ้านไปหมดแล้ว” จูจื่อหลินปลุกพี่สาว
‘จูเสี่ยวลี่’ ยังไม่อยากตื่นเพราะอยากทบทวนกับความฝันที่แสนยาวนานและช่างเหมือนจริงต่ออีกสักพัก ‘ฝันร้ายอะไรอย่างนี้’
ในความฝันเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 17 เดือนตุลาคม ปี 1975 หลังจากที่จูเสี่ยวลี่แสร้งวางแผนะโน้ำ เมื่อมีคนช่วยเธอขึ้นจากน้ำ เธอก็ร้องไห้โวยวายและบอกทุกคนว่าเธอถูกสามีและครอบครัวของเขากดขี่สารพัด เธอต้องตื่นั้แ่ตีสามเพื่อไปตักน้ำและนำมาต้มเป็น้ำอุ่นเพื่อรอให้คนในบ้านใช้ล้างหน้าและอาบ จากนั้นก่อนเวลาหกโมงเช้า เธอต้องเตรียมอาหารเช้าไว้ให้ทุกคนอย่างเรียบร้อย โดยทุกคนจะได้โจ๊กหนึ่งถ้วย หมั่นโถวสองลูก อาหารจานกลางจะเป็ผัดผักซึ่งเป็ผักที่เธอปลูกไว้ในสวน หรือไม่ก็ผักป่าที่เธอเก็บมาได้ แต่อาหารเช้าสำหรับเธอกลับเป็โจ๊กใสที่มีข้าวอยู่ก้นถ้วยแบบนับเม็ดได้
ในระหว่างวันเธอยังต้องทำงานบ้าน ทำงานในนาแลกแต้ม ทำสวนผักเพื่อปลูกผักให้คนในครอบครัวกิน และยังมีงานต่างๆ อีกมากมายให้เธอจัดการ ไม่ว่าจะเป็อาหารกลางวัน รวมถึงอาหารเย็นล้วนเป็ฝีมือของเธอ หน้าที่เก็บล้างจานชามก็ยังเป็เธอ กว่าที่เธอจะได้เข้านอนและหลับพักผ่อนคือเวลาหลังจากที่ทุกคนในบ้านเข้านอนไปหมดแล้ว จูเสี่ยวลี่เล่าไปก็ร้องไห้ไป บวกกับร่างกายผอมบางที่ลมพัดก็แทบจะปลิวของเธอ ทำให้ชาวบ้านที่ได้ฟังต่างเห็นใจ ทั้งยังหันไปประณามครอบครัวซ่งหรือก็คือครอบครัวของสามีเธออย่างไม่เหลือชิ้นดี เป็เหตุให้คุณแม่ซ่งโมโหจนถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล
เมื่อทนเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากชาวบ้านไม่ไหว ‘ซ่งหย่วน’ สามีของเธอก็ยินยอมที่จะหย่า และเขายังใจดีให้เงินเธอกลับไปใช้ตั้งตัวอีกห้าร้อยหยวน ซึ่งจูเสี่ยวลี่ก็ไม่ได้คัดค้านและไม่มีความอาลัยอาวรณ์สามีเลยแม้แต่น้อย ทั้งเธอยังรับเงินมาอย่างดีใจ มิหนำซ้ำเธอยังพูดอย่างไม่เกรงใจว่าเงินห้าร้อยหยวนเมื่อเทียบกับงานบ้านที่เธอทำมาตลอดสามปียังถือว่าน้อยไป ครอบครัวซ่งได้ฟังก็ถึงกับถ่มน้ำลายและด่าจูเสี่ยวลี่อย่างไม่มีชิ้นดี ซ่งหย่วนได้แต่ยืนมองภรรยาลงชื่อในหนังสือหย่าอย่างที่ไม่มีใครเดาอารมณ์ของเขาออก จากนั้นจูเสี่ยวลี่ก็รีบลงนามในหนังสือหย่าเพราะกลัวว่าซ่งหย่วนจะเปลี่ยนใจ
หลังจากที่จูเสี่ยวลี่หย่าขาดจากซ่งหย่วน เธอก็หอบเสื้อผ้าย้ายไปอยู่กับเสิ่นต้าไห่ในบ้านพักยุวชนทันที เื่นี้สร้างความอับอายให้ครอบครัวจูเป็อย่างมาก
พ่อแม่ของจูเสี่ยวลี่ถึงกับประกาศตัดพ่อตัดแม่กับเธอ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำอันไร้ยางอายของจูเสี่ยวลี่ก็หนีไม่พ้นจูจื่อหลินผู้เป็น้องสาว เมื่อชื่อเสียงของพี่สาวเสียหาย จูจื่อหลินที่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานในอีกไม่กี่วันข้างหน้าก็ถูกบ้านฝ่ายชายมาบอกยกเลิกงานแต่ง ทั้งบ้านฝ่ายชายยังขอสินสอดกลับคืนทั้งหมด รวมถึงพวกเขายังได้เรียกร้องค่าเสียหายในการเตรียมงานเป็เงินถึงหนึ่งร้อยหยวน พ่อจูและแม่จูไม่อยากให้เื่ราวบานปลายและทนรับกับความอับอายไม่ไหวอีกต่อไป พวกเขาจึงจำใจเอาเงินหนึ่งร้อยหยวนมอบให้บ้านฝ่ายชายเพื่อเป็การจบปัญหา
ด้วยความเสียใจและความอับอายที่ตนเองถูกยกเลิกงานแต่ง จูจื่อหลินจึงหนีออกจากบ้าน ั้แ่นั้นก็ไม่มีใครทราบชะตาชีวิตของเธอ จนจูเสี่ยวลี่ย้ายไปอยู่เมืองหลวงกับเสิ่นต้าไห่ เธอถึงได้รู้ว่าหลังจากที่จูจื่อหลินหนีออกจากบ้าน แต่ยังหนีไปไม่ถึงไหน จูจื่อหลินก็ถูกพวกค้ามนุษย์จับตัวไปเพื่อส่งต่อให้นายหน้าขายบริการอีกทอดหนึ่ง เรียกว่าชีวิตของจูจื่อหลินถูกจูเสี่ยวลี่ทำลายอย่างสิ้นเชิง
ส่วนจูเสี่ยวลี่ตัวต้นเหตุของเื่ร้ายทั้งหมด เมื่อเธอได้อยู่กินกับเสิ่นต้าไห่สมอย่างที่ใจหวัง เธอถึงได้รู้ว่าเสิ่นต้าไห่ไม่ได้เป็ปัญญาชนแสนสุภาพอย่างที่เห็น เขาเป็ปีศาจร้ายที่มักจะทำร้ายเธอในเวลากลางคืน กลางวันเขาก็จะบังคับให้เธอไปทำงานแลกแต้มเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว เมื่อตอนที่เสิ่นต้าไห่อาศัยอยู่ตัวคนเดียว ด้วยกลัวว่าตัวเองจะอดตาย เขาขยันจนทำงานได้วันละสิบแต้ม ซึ่งเป็จำนวนแต้มสูงสุดที่ชายหนุ่มร่างกายกำยำจะทำได้ เหตุผลที่เขาต้องทำอย่างนั้นก็เพราะข้อที่หนึ่งเขากลัวว่าหากทำงานได้น้อย อาหารที่จะได้รับแบ่งปันก็จะไม่พอกิน เหตุผลข้อที่สองคือเขาอยากแสดงให้ทุกคนเห็นว่าแม้เขาจะเป็ยุวชนจากเมืองหลวงที่ถูกส่งตัวมาให้ลองใช้ชีวิตในชนบท แต่เขาก็เป็คนสู้งานและเป็คนขยันมากคนหนึ่ง หากใครจะรับเขาไปเป็ลูกเขยย่อมไม่ผิดหวัง และคนที่หลงใหลไปกับการแสดงของเสิ่นต้าไห่ก็มีเพียงคนเดียวคือจูเสี่ยวลี่
แต่หลังจากที่เสิ่นต้าไห่กับจูเสี่ยวลี่ได้อยู่ด้วยกัน เสิ่นต้าไห่ก็เลิกทำงาน ปล่อยให้งานในไร่และงานบ้านเป็ของจูเสี่ยวลี่ โดยเขาให้เหตุผลกับจูเสี่ยวลี่ว่าเขาเป็ยุวชนมีความรู้จึงต้องอ่านหนังสือและทบทวนความรู้อยู่ตลอดเวลา จูเสี่ยวลี่อยากจะท้วงว่าเธอก็เรียนจบชั้นมัธยมปลายมาเหมือนกัน และเธอก็ใช้เวลา่กลางคืนในการทบทวนความรู้ ส่วนเวลากลางวันก็ต้องทำงานแลกแต้ม ไม่อย่างนั้นคนเราจะมีชีวิตรอดไปได้อย่างไร แต่สุดท้ายเธอก็พูดไม่ออกเพราะกลัวว่าหากพูดมากไป เสิ่นต้าไห่จะไม่ชอบ
และในฝันของจูเสี่ยวลี่ยังเห็นอีกว่าหลังจากที่เธอหย่ากับซ่งหย่วน ชีวิตของซ่งหย่วนก็มีแต่ดีขึ้น แม้แต่ตัวซ่งหย่วนเอง หลังจากที่มีการประกาศว่าจะนำระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยกลับมาสอบอีกครั้ง ซ่งหย่วนยังสอบเข้าคณะแพทย์ได้ด้วยคะแนนอันดับหนึ่งของจังหวัดอีกด้วย แต่จะว่าไป ครอบครัวซ่งก็นับว่าเป็ครอบครัวที่ใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุขอยู่แล้ว แต่เป็เพราะหลังจากที่จูเสี่ยวลี่แต่งเข้าไป ครอบครัวซ่งที่เคยสงบสุขกลับมีแต่เื่ให้ปวดหัวทุกวัน
กลับมาพูดถึงชีวิตของจูเสี่ยวลี่อีกครั้ง เมื่อเธอย้ายไปอยู่กับเสิ่นต้าไห่ เธอต้องทำงานบ้านและงานในไร่หนักกว่าตอนที่อยู่กับครอบครัวซ่งเสียอีก และพอเสิ่นต้าไห่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ เขาก็พาเธอย้ายไปอยู่เมืองหลวงด้วยกัน ไม่ใช่เพราะเขารักเธอมาก แต่เป็เพราะเขาต้องพาเธอเข้าไปหาเงินเพื่อส่งให้ตัวเองเรียน
ก่อนที่เสิ่นต้าไห่จะพาจูเสี่ยวลี่เข้าเมืองหลวง เขาบอกกับเธอว่าการเรียนในมหาวิทยาลัยมีค่าใช้จ่ายมาก เงินเก็บที่มีไม่น่าจะให้เขาใช้เรียนได้ถึงสี่ปี และเขาก็ไม่อยากแยกจากเธอเพราะกลัวว่าเมื่อเขาไม่อยู่จะมีผู้ชายมาแย่งภรรยาของเขาไป ดังนั้นเขาจึง้าพาเธอเข้าไปหางานทำที่เมืองหลวงและใช้ชีวิตเช่นสามีภรรยากันอย่างมีความสุขเหมือนตอนใช้ชีวิตอยู่ในชนบท แรกเริ่มจูเสี่ยวลี่ไม่อยากไป เธอให้เหตุผลว่าเธอทำงานในนาแล้วส่งเงินไปให้เขาดีกว่า เพราะการไปอาศัยอยู่ในเมืองหลวงทุกอย่างล้วนต้องใช้เงิน แต่เสิ่นต้าไห่กลับบอกว่าเขาได้เตรียมงานไว้ให้เธอแล้ว แต่อาจจะเป็งานหนักสักหน่อย
แม้จูเสี่ยวลี่จะถูกเสิ่นต้าไห่ตบตีและใช้แรงงานอย่างหนัก แต่เพราะเธอรักเขามากและหวังว่าเมื่อเขาเรียนจบมหาวิทยาลัย เธอจะได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายร่วมกับเขา เธอจึงยอมติดตามเสิ่นต้าไห่ไปเมืองหลวง พร้อมกับวาดฝันถึงอนาคตอันสดใสของตัวเอง อีกทั้งงานหนักที่เขาพูดถึงเธอไม่กลัวเลยสักนิด เพราะในไร่ในนาก็งานหนักเหมือนกัน
แต่เมื่อจูเสี่ยวลี่รู้ว่างานที่เสิ่นต้าไห่หาไว้ให้เป็งานแบบใด เธอก็กลับตัวกลับใจไม่ทันแล้ว เพราะงานใช้แรงที่ว่าก็คือการที่เธอต้องถูกเสิ่นตาไห่พาไปให้บริการผู้ชายตามสถานที่ต่างๆ และเสิ่นต้าไห่ยังบังคับให้เธอต้องรับแขกให้ได้อย่างน้อยคืนละสามคน
จูเสี่ยวลี่อดทนทำงานที่แสนน่ารังเกียจนั้นอยู่ตลอดสี่ปี จนกระทั่งเสิ่นต้าไห่เรียนจบมหาวิทยาลัย เธอดีใจที่ความทุกข์กำลังจะหมดไปและเธอจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเสียที แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ดีใจ เสิ่นต้าไห่กับผู้หญิงคนใหม่ของเขาก็ผลักเธอไปกลางถนน
จูเสี่ยวลี่ได้ยินเพียงเสียงเบรกของล้อและแสงไฟหน้ารถที่สาดเข้ามาเต็มสองตาจนเธอลืมตาไม่ขึ้น จากนั้นเธอก็ไม่รับรู้กับสิ่งใดอีก จนเธอมารู้สึกตัวอีกทีเมื่อตอนที่คุณหมอเ้าของไข้แจ้งว่าเธอจะต้องกลายเป็คนพิการและต้องนอนติดเตียงไปตลอดชีวิต และคุณหมอคนนั้นก็ไม่ใช่ใคร เขาก็คือซ่งหย่วน อดีตสามีของเธอนั่นเอง
“พี่เสี่ยวลี่! พี่ตื่นได้แล้ว พี่หย่วนกลับไปบ้านนานแล้ว เขายังฝากฉันให้บอกกับพี่ด้วยว่าพอพี่ตื่น ให้พี่ไปคุยกับเขาเื่หย่าได้เลย เขาจะยอมหย่าให้พี่ และจะไม่บังคับให้พี่ต้องใช้ชีวิตร่วมกับเขาอีก” จูจื่อหลินปลุกพี่สาวอย่างหงุดหงิด
จูเสี่ยวลี่ลืมตาตื่นขึ้นมา เมื่อเธอมองเห็นน้องสาว เธอกอดน้องสาวแล้วร้องไห้ “จื่อหลิน! ดีจังเลยที่เธอยังอยู่ พี่ขอโทษที่ทำให้เธอต้องไปเจอเื่ร้าย พี่สัญญาว่าจะไม่ให้เธอไปทำงานนั้นอีก”
จูจื่อหลินผลักพี่สาวออก “พี่พูดอะไร ฉันไม่ได้ไปไหนเลยนะ ฉันก็อยู่ตรงนี้กับพี่ตลอด แล้วงานที่ว่ามันคืออะไร ทำไมพี่ต้องร้องไห้ขนาดนั้น ถ้าจะพูดถึงงาน เป็เพราะพี่นั่นล่ะที่ทำให้ฉันเสียเวลา ดูซิเนี่ย ฉันต้องมานั่งเฝ้าพี่ไปครึ่งค่อนวัน แล้ววันนี้แต้มการทำงานของฉันจะเหลือเท่าไหร่ล่ะทีนี้”
“จื่อหลิน วันนี้วันที่เท่าไหร่” จูเสี่ยวลี่มองไปรอบๆ ก็เห็นว่าเป็บ้านที่เธอคุ้นเคย ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้เธอนอนอยู่ที่โรงพยาบาลหรือ ที่เธอถามน้องสาวก็เพื่อ้ายืนยัน บางทีในฝันนั้นอาจเป็ภาพในอนาคตของเธอเอง หากเป็อย่างนั้นเธอต้องไม่ทำผิดแบบเดิม
“วันนี้เหรอ?” จูจื่อหลินเดินไปดูปฏิทินที่ติดอยู่ข้างฝา “วันนี้วันที่ 17 เดือนตุลา ปี 1975 พี่ถามทำไม”
“17 ตุลา 1975 เป็วันที่ฉันแกล้งะโน้ำเพื่อที่จะหย่ากับซ่งหย่วนไม่ใช่เหรอ” จูเสี่ยวลี่ยิ้มกว้าง “ถ้าอย่างนั้นก็ยังทันน่ะสิ”
“พี่พูดอะไร ยังทันอะไร?” จูจื่อหลินถามพี่สาวอย่างสงสัยก่อนจะทำหน้าใ “พี่อย่าบอกนะว่าพี่แกล้งะโน้ำเพื่อที่พี่จะหาทางหย่ากับพี่หย่วน พี่รู้ไหมว่าเพื่อช่วยพี่ พี่หย่วนเกือบแข็งตายอยู่ในน้ำไปพร้อมกับพี่แล้ว ดีที่มีชาวบ้านมาเห็นเสียก่อน”
“จื่อหลิน พี่เขยของเธอกลับไปนานหรือยัง?” จูเสี่ยวลี่รีบถามน้องสาว เธอไม่อยากเสียเวลาฟังน้องสาวบ่น
“กลับไปนานแล้วสิ พี่เขยดีออกปานนี้แต่พี่ก็ยังอยากจะหย่ากับเขา” จูจื่อหลินกลอกตาใส่พี่สาว “ฉันล่ะสงสัยจริงๆ ว่ายุวชนเสิ่นคนนั้นมีดีอะไรพี่ถึงจะทิ้งพี่เขยไปหาเขาได้ คนในหมู่บ้านต่างก็ชมว่าเสิ่นต้าไห่เป็คนเมืองที่ขยันและยังทำงานได้ถึงวันละสิบแต้ม ทุกคนต่างอยากได้เขาไปเป็ลูกเขย แต่ฉันกลับมองว่าเขาเป็พวกเสแสร้งคนหนึ่ง พี่ไม่รู้หรอกว่าลับหลังพี่ เสิ่นต้าไห่ก็ไปหยดคำหวานกับสาวๆ คนอื่นอีกตั้งหลายคน ลือกันว่าผู้หญิงบางคนเคยได้เสียกับเขาแล้วด้วยซ้ำ เหอะ...คงมีแต่พี่สาวของฉันนี่ล่ะที่แสร้งะโน้ำเพื่อหวังจะหย่ากับสามีที่ดีแล้วไปแต่งกับเ้าคนหลอกลวงนั่น”
“ใครบอกว่าฉันจะหย่า” จูเสี่ยวลี่จ้องน้องสาว
“ก็พี่ไง ลงทุนะโลงไปในน้ำตอนหน้าหนาวก็เพราะพี่อยากจะหย่ากับพี่เขยไม่ใช่เหรอ ตอนนี้พี่เขยก็รับปากแล้วด้วยว่าเขาจะหย่าให้พี่ รู้อย่างนี้แล้วไม่รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าไปหย่าให้มันเสร็จๆ ล่ะ”
“ไม่หย่า! ยังไงฉันก็ไม่หย่า” จูเสี่ยวลี่รีบลุกขึ้นสวมรองเท้า “จื่อหลิน ฝากบอกพ่อกับแม่ด้วย เื่วันนี้มันเป็อุบัติเหตุ เดี๋ยวฉันจะกลับมาอธิบายให้ฟังทีหลัง ตอนนี้ฉันต้องกลับบ้านซ่งก่อน”