ตอนที่สามสิบสาม การสอนเด็กให้เสียคน
ในโลกนี้มีเรื่องราวที่ไม่คาดฝันมากมาย
อย่างจอมคนท่านหนึ่งแห่งแดนไซฮก โดนัลด์ ทรัมป์ เคยเป็นเด็กก้าวร้าวถึงขนาดชกหน้าอาจารย์สอนดนตรีของตนเอง
และเขาได้ถูกส่งไปโรงเรียนเตรียมทหาร ให้ผ่านการฝึกกับครูฝึก
ทุกคนอาจจะคิดว่าเขาจะกลายเป็นคนสงบเสงี่ยมเมื่อเจอครูฝึกที่เข้มงวด
ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงในบางเรื่องเล่าว่า โดนัลด์ทรัมป์โดนซ่อมในวันแรก
แต่ผลลัพธ์ที่พวกเรารู้คือ
ครูฝึกคนนั้นกลายเป็นคนที่สนิทกับโดนัลด์ทรัมป์ และปกป้องชื่อเสียงของทรัมป์แม้จะผ่านมาจนถึงทุกวันนี้
ความลำเอียงของครูบาอาจารย์นั้นเป็นเรื่องจริง
เป็นเรื่องที่ครูบาอาจารย์ สถาบันการศึกษาพยายามสร้างภาพว่าไม่มี
แต่ก็เหมือนกับไปบอกกับคนกำลังจะหนาวตายและบอกกับพวกเขาว่า อุณหภูมิไม่มีอยู่จริง
สรรพสิ่งไม่เที่ยงแท้ ที่เห็นลมเคลื่อนไหว ที่แท้จริงใจเราเคลื่อนไหวนั่นล่ะ
ด้วยแนวคิดจากแดนไซฮก ทำให้ผมไม่ค่อยพอใจกับคำตอบที่ตีขลุมพรรค์นั้น
และต้องการอะไรที่อธิบายได้ เชื่อถือ ตรวจสอบได้ที่เป้ฯรากฐานของอวิชชาแดนไซฮก
ผมถึงได้เลือกสำนักไท่ซานที่เน้นการคำนวณนี้และแน่นอน
พอเป็นในโลกเก่า ที่ผมเจอคนที่อาจารย์ลำเอียงรักมากกว่าก็อาจจะไม่พอใจ
แต่ตอนที่เราเป็นฝ่ายได้รับข้อได้เปรียบและประโยชน์จากความลำเอียงเอง
ผมก็พยายามหาเหตุผลมาเข้าข้างตนเองสารพัด
จุดที่เลวร้ายที่สุด คือ ผมคิดว่าเหตุผลของผมฟังขึ้นจริงๆกว่าคนอื่นๆ
“ตูไม่อยากตายโว๊ย”
การลำเอียงในโลกเก่า เป็นเรื่องของคะแนนสอบ โอกาสสอบได้ทุน โอกาสในชีวิตที่เปิดกว้างเพราอาจารย์แนะนำช่องทางที่นักเรียน นักศึกษาอาจจะไม่รู้ด้วยตนเอง
ในโลกนี้ไม่ใช่แค่”อาจจะ” แต่การลำเอียงของอาจารย์และผลประโยชน์ที่ให้ส่งผลถึงความเป็นความตายของผม
เป็นโลกที่หากผมฝึกวิชา บ่มเพาะพลัง ทุกคนจะคิดว่าผมเป็นคนขยัน
ทั้งที่ผมมองว่า คนอื่นๆก็ทำอย่างผมได้เช่นกัน หากได้โอกาสเช่นเดียวกัน
ยอดฝีมือเมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่ จะได้รับการประคบประหงมจากสำนักและครูบาอาจารย์ เป็นหน้าเป็นตาของสำนัก
ในโลกที่ถือ”หน้าตา””ชื่อเสียง”เป็นสิ่งสำคัญ
มันอาจจะดูไร้สาระและบ้าบอ แต่นั่นล่ะคือเป้าหมายของมัน
“วัฒนธรรม”และสิ่งที่เป็น”นามธรรม”ต่างๆเหล่านี้ คือสิ่งที่กำหนดโฉมหน้าของสังคม
เด็กที่มีพรสวรรค์จะได้รับโอกาสและทรัพยากรมากกว่าเด็กที่ไร้พรสวรรค์
ทำให้ช่องว่างที่ห่างกันเพราะพรสวรรค์ส่วนตัวยิ่งห่างมากขึ้นไปอีกด้วยทรัพยากรที่ทุ่มเทให้กับเมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่หรือศิษย์เอกหัวแก้วหัวแหวนของพรรค
ปัญหาเดียวกับที่เรื่อง คัมภีร์คาถาอินเด็กซ์เจอ
แม้จะมีเด็กมีพรสวรรค์มากมาย แต่ทรัพยากรมีจำกัด การจะทุ่มเทสร้างมนุษย์พลังจิตเลเวลห้าได้นั้น ทำได้อย่างจำกัด
คนที่ถูกเลือกและทุ่มทรัพยากรให้เท่านั้นจึงจะสามารถไต่ระดับถึงเลเวลห้าได้
แน่นอน พวกที่ใช้ทรัพยากรคือคนที่มี”พรสวรรค์”
มันมีบางคนที่ทำลายสมการนี้อย่าง คามิโจว โทวมะ เอ๊ยพระเอกแนวปราณยุทธ
ที่สามารถก้าวข้ามความแตกต่างด้านทรัพยากรที่ทุ่มให้เมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่ได้
หลังจากที่นักพรตคิ้วขาวได้วางผมลงจากการอุ้มผมไปรอบๆห้องแล้วจนหัวมังกรหักไปข้างหนึ่ง
นักพรตคิ้วขาวก็ถึงกับให้ของสารพัดเป็นการช่วยผมในด้านการเสริมพลังลมปราณต่างๆ
ที่หากผมอ่านเรื่องเกี่ยวกับระเบียบของค่ายพรรคถูกต้อง
มันมีการกำหนดแต้มภารกิจของพรรค ที่ต้องทำผลงานถึงจะแลกของพวกนี้ได้
แต่นั่นล่ะ “เมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่” ได้รับการเอาใจให้ของพวกนี้มาโดยไม่ต้องลำบากลำบนไปทำภารกิจของพรรคหรือค่ายสำนักอย่างคนอื่นๆ
หน้าที่ของพวกเขามีอย่างเดียวคือ สร้างชื่อเสียงให้กับพรรค
มิน่า ไอ้เด็กพวกนี้ถึงเสียคนกลายๆ
เพราะคนอื่นที่ผ่านภารกิจ อาจจะต้องใช้ไหวพริบประสบการณ์บ้าง แต่พวกนี้พลังเหนือกว่าระดับเดียวกันตั้งแต่ต้น
พัฒนาพลังอย่างรวดเร็วเพราะทรัพยากรที่ค่ายพรรคทุ่มเทให้
และดันไปห้าวเป้งท้าสู้กับระดับราชันย์และมหาราชันย์ยุทธทำให้ถูกระทืบกลับมา
มันเหมือนสติไม่ดี แต่พอลองมองจากที่มาที่ไปแล้ว พวกนี้คิดว่าตนเองทำได้ทุกอย่างเพราะก่อนหน้านั้นพวกเขาทำได้ทุกอย่างจริงๆ
เมื่อไม่มีเหตุการณ์ที่พวกเขาเคยทำอะไรไม่ได้หรือผิดพลาดมาก่อน จึงเพาะสร้างนิสัยเช่นนั้นมา
ซึ่งนิสัยหยิ่งผยอง เหล่าอาจารย์กลับมองเป็นข้อดี ที่แสดงถึงศักดิ์ศรีของสำนักอาจารย์
ว่ายอดฝีมือรุนใหม่ของเรากดข่มยอดฝีมือของสำนักอื่นๆ
“..และยานี่ข้าปรุงกับมือ สามารถช่วยให้เจ้าเดินพลังวัตรได้เร็วเป็นทวีคูณ..”
นักพรตคิ้วขาว บรรยายยาวิเศษและสรรพคุณต่างๆด้วยสีหน้ายินดียิ้มย่อง
“และหากเจ้าพัฒนาระดับพลังได้มากขึ้น ข้าก็จะตบรางวัลให้เจ้ามากขึ้นอีก วะ ฮ่า อ่า ฮ่า ข้าอยากเห็นสีหน้าของพวกสำนักอื่นเหลือเกินเมื่อพวกนั้นได้พบว่าข้ามีศิษย์มังกรในแดนดินอย่างเจ้า วะ ฮ่า ฮ่า “
โอ๊ะ หัวเราะเหมือนที่บรรยายในเรื่องเลย
แต่เดี๋ยวสิ
หมายความว่าอาจารย์..นักพรตคิ้วขาวนี่เป็นคนใช้ระบบเอารางวัลมาล่อใจเด็กหรือนี่?
มันไม่ใช่วิธีการเลี้ยงดูที่จะทำให้เด็กที่จะเติบโตมากลายเป็นคนดีมีศีลธรรมเลยนะ
“ขอบคุณท่านอาจารย์ ศิษย์จะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวังรักษาชื่อเสียงของสำนักและเกียรติคุณของท่านอาจารย์ให้ยั่งยืนคู่โลกาต่อไป"
“วะ ฮา ฮา ฮา ขอเพียงเจ้าหมั่นขยันฝึกฝีมือ บรรลุขั้นราชันย์ยุทธได้ในสิบปีนี้ก็ถือว่าตอบแทนข้าแล้ว วะฮา ฮา ฮา”
นักพรตคิ้วขาวหัวเราะจนคิ้วขาวสะบัดไปมา
อืมราชันย์ยุทธที่ระดับพระเอกและนางเอกบรรลุได้ในประมาณปีครึ่งจากการที่เริ่มฝึกจริงจังล่ะนะ
จากการคำนวณของนักพรตคิ้วขาว แค่บรรลุขั้นนั้นได้ภายในสิบปีด้วยทรัพยากรจำนวนมหาศาลจากสำนัก
ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จที่ไม่เคยมีมาก่อนแล้ว
สำหรับนักพรตคิ้วขาว มองว่านั่นคือเวลาที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนแล้ว การพูดเลยเหมือนกับกึ่งล้อเล่นกึ่งจริงจัง
แบบเดียวกับที่คนทั่วไปว่า “ชั้นจะเป็นโฮคาเงะให้ได้ เชื่อชั้นเถอะ” นั่นเอง
ไม่มีใครคิดว่าเราจะเป็นโฮคาเงะได้จริงๆในสิบปี
แต่อย่างว่าล่ะ แค่สามปีพระเอกหรือนางเอกก็ทะลุมหาราชันย์ยุทธแล้ว
สำหรับผมที่มองจากมุมมองของนักอ่านมาก่อน เริ่มเข้าใจมากขึ้นว่าพระเอกนางเอกนั้นโกงกว่าที่เราคิดในตอนแรกอีก
“ครับท่านอาจารย์ ผมจะบรรลุขั้นราชันย์ยุทธภายในสิบปีอย่างที่ท่านอาจารย์คาดหวัง”
“เหลวไหล เหลวไหลนัก ฮา ฮาฮา”
นั่นคือคำพูดจากคนที่พยายามทำให้เด็กเสียคนเรอะ