ตอนที่ 2 เงาที่ไม่ควรมีอยู่
ค่ำคืนในป่าโกสดาร์ค
ไม่เคยมืดสนิท
ไม่ใช่เพราะแสงดาว
แต่เพราะเงาในป่าแห่งนี้ “หนากว่าปกติ”
ทรัซหยุดฝีเท้าลงกะทันหัน
ไม่ใช่เพราะได้ยินเสียง
แต่เพราะ ความรู้สึกว่าไม่ควรเดินต่อ
อากาศรอบตัวเย็นลงเพียงเล็กน้อย
ลมหายใจยังปกติ
หัวใจยังเต้นสม่ำเสมอ
แต่สัญชาตญาณในอก—ตึง
เด็กหนุ่มก้มมองพื้นโดยไม่หันศีรษะ
เงาของเขาทอดยาวไปบนหินชื้น
…แล้วมันก็ขยับ
ช้ากว่าร่าง
เพียงเสี้ยววินาที
พอให้รู้
แต่ไม่พอให้คนทั่วไปสังเกต
ทรัซไม่รีบขยับ
ไม่เร่งลมหายใจ
ไม่แผ่พลังออกไปสุ่มสี่สุ่มห้า
เขาจำคำของมารดาได้ดี
> “ถ้าเงาไม่ตรงกับร่าง
อย่าหนี
เพราะนั่นหมายความว่า…
มันยังไม่ลงมือ”
เขาย่อตัวลงช้าๆ เหมือนกำลังผูกเชือกรองเท้า
ปลายนิ้วแตะพื้นหินเย็นเฉียบ
พลังจิตแผ่ออกไป
ไม่เป็คลื่น
ไม่กระเพื่อม
เป็เพียงการ “ฟัง”
และสิ่งที่เขาได้ยิน…
ทำให้หัวใจเต้นพลาดจังหวะหนึ่งครั้ง
—ลมหายใจ—
ไม่ใช่ของมนุษย์
ไม่ใช่ของสัตว์อสูร
แต่เป็ลมหายใจของใครบางคน
ที่ ตั้งใจไม่ให้ได้ยิน
> “อย่าหันหลัง”
เสียงของเรกัลป์ดังขึ้นในจิต
ต่ำ หนัก และจริงจังกว่าทุกครั้ง
> “นี่ไม่ใช่ศัตรู
แต่เป็เงาที่กำลังดูว่าเ้า ‘เหมาะสม’ หรือไม่”
ทรัซขมวดคิ้ว
เงาที่ดูความเหมาะสม?
ก่อนจะคิดต่อ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากความมืดด้านหลัง
ไม่ดัง
ไม่เร่ง
เรียบเฉย ราวกับพูดถึงเื่อากาศ
“เด็กอายุเท่านี้
แต่ควบคุมเงาได้โดยไม่กระเพื่อมแม้แต่น้อย…”
ทรัซหมุนตัวกลับทันที
เงามายาเคลื่อนขึ้นหนึ่งชั้นโดยสัญชาตญาณ
ไม่ใช่เพื่อโจมตี
แต่เพื่อ ตัดเส้นทางที่อาจเกิดขึ้น
สิ่งที่เขาเห็นคือ—
ความว่างเปล่า
ไม่มีร่าง
ไม่มีพลังปราณ
มีเพียงเงาของต้นไม้ใหญ่
ที่หนาและนิ่งเกินควร
เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้มาจากด้านซ้าย
ทั้งที่เงายังคงทอดอยู่ทางขวา
“ดี
ไม่แตกตื่น
ไม่โต้ตอบเกินจำเป็”
เสียงนั้นหยุดชั่วขณะ
เหมือนกำลังประเมิน
“เ้า… ถูกสอนมาดี”
คำพูดนั้น
หนักกว่าการโจมตี
ทรัซกำมือแน่น
ไม่ใช่เพราะโกรธ
แต่เพราะอีกฝ่าย รู้
รู้ว่าเขาไม่ได้เติบโตมาแบบเด็กธรรมดา
รู้ว่าเขาเรียนรู้สิ่งที่ไม่ควรมีใครสอน
“ท่านเป็ใคร”
ทรัซถาม
เสียงนิ่งเกินวัย
เงาต้นไม้ขยับ
และร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาอย่างช้าๆ
ชายวัยกลางคน
เสื้อผ้าเรียบง่าย
ไม่มีสัญลักษณ์
ไม่มีอาวุธ
แต่ดวงตา…
ดวงตาคู่นั้น
มองทรัซเหมือนกำลังอ่านตำราเก่า
ทีละหน้า
ไม่เร่ง
ไม่พลาด
“ข้าไม่มีชื่อที่เ้าควรจำ”
ชายผู้นั้นกล่าว
“และคืนนี้
ข้าก็ไม่ได้มาหาเ้า”
ทรัซขยับปลายเท้าเล็กน้อย
เงารอบตัวตอบสนองทันที
“ถ้าเช่นนั้น”
เขากล่าว
“เหตุใดท่านจึงแสดงตัว”
รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนริมฝีปากของชายแปลกหน้า
เป็รอยยิ้มที่ไม่มีความอบอุ่น
“เพราะเงาของเ้า
เรียกข้าออกมา”
เรกัลป์คำรามต่ำในจิต
> “ถอย
คนผู้นี้…
ไม่ใช่คนที่เราควรสู้ตอนนี้”
ทรัซนิ่ง
เขาไม่รู้ว่าทำไม
แต่ลึกลงไป เขารู้ว่า
ถ้าถอยในคืนนี้
เขาจะเสียบางอย่างไปตลอดกาล
“ถ้าเงาข้าเรียกท่าน”
เด็กหนุ่มเอ่ยช้าๆ
“งั้นท่านก็ควรบอกข้า
ว่ามันเรียกไปทำไม”
ชายผู้นั้นหัวเราะเบาๆ
ครั้งนี้… แฝงความพึงใจ
“ดีมาก”
เขายื่นมือออกมา
ไม่แตะต้อง
ไม่ปล่อยพลัง
แต่เงาของทรัซ… สั่น
“จงจำไว้ เด็กน้อย”
เสียงนั้นต่ำและชัด
“เมื่อเงาของเ้าถูกเรียก
นั่นหมายความว่า…”
เขาหยุด
ก่อนเอ่ยคำสุดท้าย
“โลก
เริ่มรู้แล้วว่ามีเ้าอยู่”
สิ้นเสียง
ร่างนั้นก็หายไป
ไม่ใช่การเคลื่อนที่
ไม่ใช่การพรางตัว
แต่เป็การ
ไม่เคยอยู่ตรงนั้นั้แ่แรก
ทรัซยืนอยู่นาน
จนเงากลับมาตรงกับร่างดังเดิม
“เรกัลป์”
เขาพึมพำ
“โลกใบนี้
ใหญ่กว่าที่ข้าคิด… ใช่ไหม”
ดวงจิตอสูรเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่เคยใช้มาก่อน
> “ไม่ใช่โลกที่ใหญ่
แต่เป็เงาที่ลึก
และเ้า…
เพิ่งก้าวเข้าไปในมัน”
ทรัซเงยหน้ามองเส้นทางเบื้องหน้า
กำหมัดแน่น
เขายังไม่รู้ชื่อของใคร
ยังไม่รู้ศัตรูของตัวเอง
แต่รู้แล้วว่า—
ั้แ่วินาทีนี้เป็ต้นไป
เขาจะไม่มีวันเป็คนธรรมดาได้อีก
---