Pioneer Era

    ตอนที่ 95 ไปช่วยเพื่อนกันเถอะ!

    วันรุ่งขึ้น

    เอนมูว์ทัวร์ วันที่ 34

    ***หนุ่มซื่อบื้อ [โฮป]

    "... เงียบ"

    ห้องอาหารยามเช้ายังคงเต็มไปด้วยผู้คน

    ห้องโถงขนาดใหญ่ เถาวัลย์สีดำที่ห้อยโหนลงมาจากหลังคา กับแสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านกระจกบนหลังคาปะทะใบหน้าของนักเรียน

    สภาพแวดล้อมทุกอย่างยังคงเหมือนทุกวันที่ผ่านมา

    ใช่ มันควรจะเป็นยามเช้าที่ครื้นเครง

    แต่บรรยากาศในวันนี้ กลับเงียบสงัดราวกับงานศพที่แสนเศร้า…



    ทั้งหมดเป็นเพราะก่อการร้ายที่เกิดขึ้นเมื่อวาน

    บางคนถูกลักพาตัวไป

    บางคนเสียชีวิต

    นักเรียนที่มักจับกลุ่มสิบคนขึ้นไป จะต้องมีใครสักคนหายไป

    โดยเฉพาะกลุ่มของผม ที่ปัจจุบันเหลืออยู่ให้เห็นหน้าเพียงแค่สามคนเท่านั้น

    ผม ไฮเจน กับพรุน

    เหลือเพียงแค่นี้เท่านั้น



    "... ไม่ชินแฮะ"

    ผมใช้ส้อมเขี่ยลูกมะเขือเทศบนจาน แล้วกลิ้งมันไปมาอย่างเบื่อหน่าย

    เคยจินตนาการถึงภาพที่ตัวเองต้องอยู่ตัวคนเดียวตอนกลับทวีป

    เคยนึกภาพที่ตัวเองไม่ต้องทนฟังเสียง "ดอง~ ดอง~" ของยัยตัวป่วนทุกมื้ออาหาร

    เคยคิดว่าตัวเองคุ้นชินกับการอยู่คนเดียวเหมือนสมัยก่อน…

    "น่าเบื่อ… "

    ตั้งแต่เมื่อไหรกันนะ ที่ความวุ่นวายรอบตัว มันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว?



    เมื่อวาน เพราะเหตุวุ่นวาย เลยทำให้แพทย์สนามหายหัวไปหมด

    ผมกับไฮเจนเลยต้องไปหาอุปกรณ์การแพทย์มากันเอง

    พร้อมกับไปหาพรุนที่ห้องพยาบาลด้วย



    "โฮป---"



    แต่พอกลับมาที่สนาม… ก็พบว่าทุกคนหายตัวไปกันหมดแล้ว

    หลังจากนั้นก็วุ่นวายไปทั่ว



    "เฮ้---"



    ทั้งเลเซอร์ที่ยิงกันว่อนไปทั่วเมือง

    ทั้งเสียงปืนใหญ่

    ทั้งเสียงหวูดเตือนภัยสงคราม

    หลังจากนั้นก็จำไม่ได้แล้วว่าทำอะไรไปบ้าง



    "สนใจทางนี้หน่อยสิ---"



    ที่จำได้ คือพวกเราสามคนวิ่งตามตำรวจไปที่หลุมหลบภัย ก่อนจะถูกปล่อยตัวกลับ้านในช่วงดึกของเมื่อวาน



    *ตึ่ง! *



    "หืม? ไฮเจนเองเรอะ? พรุนก็ด้วย มากันตั้งแต่เมื่อไหรเนี่ย? "

    "ตั้งนานแล้ว! แถมกินกันจะเสร็จแล้วด้วย! เป็นอะไรของนาย มัวแต่เหม่อลอยอยู่ได้! สนใจฉันหน่อยสิยะ! "

    ไฮเจนหวีดร้องใส่ผมอย่างหัวเสีย พร้อมกับชี้ไปจานที่ว่างเปล่าของตัวเองกับของพรุน

    ไฮเจน… นายพูดติดสำเนียงผูผู้หญิงไปแล้ว รู้ตัวบ้างไหมเนี่ย?

    หมอนี่คงเลิกคิดกลับไปเป็นเพศชายแล้วละมั้ง?



    "...ขอโทษที พอดีมัวแต่คิดเรื่อยเปื่อยอยู่นะ"

    ว่าแล้วผมก็ใช้ส้อมเขี่ยมะเขือเทศในจานต่อไป

    ภาพของการป่วนโต๊ะอาหารทุกยามเช้าระหว่างยัยลี่กับโทแพซลอยเด้งขึ้นมาในหัวอีกครั้ง



    อืม… เงียบจริง ๆ นั่นละ

    ยัยลี่มันหายไปไหนกันแน่นะ?

    คงไม่ได้ถูกจับตัวไปอีกคนใช่ไหม?

    คงยัง… ไม่ตายไปหรอกใช่ไหม?

    เยลโล่ก็ด้วย มันคงยังไม่ถูกผู้ก่อการร้ายฆ่าหรอกนะ

    จาวิสอยู่กับเขาด้วย คงน่าจะปลอดภัย…

    ทุกคน… ยังปลอดภัยกันอยู่… หรือเปล่า?

    อยากเจอ… ทุกคน…



    "..."

    "... โฮปค่ะ"

    ในตอนนั้นเองที่พรุนเรียกผมด้วยน้ำเสียงที่ตึงเครียด

    มีอะไรอย่างงั้นหรือ?

    ด้วยความสงสัย ผมเลยเงยหน้ามองเธอ

    "ไป… ตามหาทุกคนด้วยกันเถอะค่ะ"



    ***



    ความสูญเสียจากเหตุการณ์เมื่อวานนั้น มีมากอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน

    ถึงปกติจะมีคนของหน่วยสำรวจเสียชีวิตทุกปี แต่ครั้งนี้ถือว่ามีประชาชนธรรมดา ที่เสียชีวิตเป็นครั้งแรก

    แถมหอคอยโบราณยังยิงโจมตีใส่ตัวเมืองอย่างไม่ทราบสาเหตุ

    เพื่อแลกกับความปลอดภัยของเมือง ทางการจึงตัดสินใจยิงถล่มหอคอยโบราณทิ้งทั้งหมด

    พวกเขาเลิกความคิดที่จะรักษาหอคอยเพื่อการศึกษาอีกต่อไป



    ซึ่งพวกเขาทำสำเร็จ แต่ก็แลกมาด้วยเรือรบทั้งหมดที่มีมากกว่ายี่สิบลำ

    แถมเป็นเพราะพวกเราถล่มหอคอยที่เป็นเสมือนตัวแทนเทพเจ้าของชนเผ่าท้องถิ่น เลยทำให้พอจะคาดเดาถึงชะตาชีวิตของคนที่ไปอาศัยในเมืองหลวงของพวกชนเผ่าท้องถิ่น

    รายข่าวระบุว่ายังมีความเป็นไปได้ที่จะถูกจับตัว มากกว่าจะถูกสังหาร

    แต่อีกส่ายข่าวกลับคาดการ ว่าคงถูกฆ่าทิ้งไปหมดแล้ว

    เพราะว่าไม่มีใครสามารถติดต่อไปหาพวกเขาได้เลย

    เพราะแบบนั้น เลยทำให้ทางการคุมตัวชนเผ่าท้องถิ่นทุกคนที่อยู่ในเมืองนี้ ไม่ให้ออกมาจากเขตพักอาศัยกัน

    แม้แต่พวกนักเรียนแลกเปลี่ยน ก็ไม่สามารถออกไปจากเขตของโรงเรียนได้



    กองทัพเองก็เริ่มเตรียมเคลื่อนตัวครั้งใหญ่ เพื่อไปช่วยตัวประกันกับคนที่สูญหายกลับมา

    รวมไปถึงเตรียมหน่วยช่วยเหลือ เตรียมไปรับคนใจกลางทวีปกลับมาก่อนจะเกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าขึ้น

    มีการระดมพลจำนวนมากอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน

    อาจเป็นเพราะว่ามีคนระดับวีรบุรุษเผ่ายักษ์ [บานา] โดนจับตัวไปด้วย พวกเขาเลยยกระดับอันตรายในระดับสูงสุด

    มีการเรียกตัวมหาวีรบุรุษกับวีรสตรีในอดีตมารวมพลเพื่องานนี้โดยเฉพาะ



    [เอรีส] กับ [แอร์บาส์ร] วีรสตรีกับวีรบุรุษเผ่ามนุษย์ที่เป็นพ่อแม่ของดิวซ์

    [สเลบ] วีรบุรุษเผ่ามนุษย์มด พ่อของยัยแฟต

    [แครอท] วีรสตรีเผ่ายักษ์ แม่ของพรุน

    [เอสเทอ] วีรสตรีเผ่าภูติ เห็นว่ากำลังเร่งเดินทางมาทวีปนี้ด้วยเครื่องบินด่วนอยู่

    [ยะมะโตะ] สุดยอดนักวิทยาศาสตร์เผ่ามนุษย์แห่งยุค

    อนึ่ง ยะมะโตะกับเอสเทอคือพ่อแม่ของยัยลิลลี่ผู้ร่าเริงละ

    พญาแห่งปักษา [ออกเซอร์] อัศวินสีแดง [โซเดียม] กับภรรยา [ไฮเจน] สามสหายจ้าวแห่งเวหาของเผ่ามนุษย์นก

    [เปอร์ไซด์] สิ่งมีชีวิตที่ แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี… (?)

    และยังมีชื่อนักรบมากมายที่ปรากฏบนหน้าประวัติศาสตร์ มารวมตัวในครั้งนี้

    ว่าแต่ทำไมเพื่อนของผมแต่ละคน ถึงกลายเป็นลูกคนดังเกือบทั้งหมดไปกันได้ฟะ?



    "ซึ่งรายชื่อทั้งหมดนี้ยังเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่ข่าวประกาศออกมานะ"

    "ใช่ค่ะ"

    "ยังจะ [ใช่ค่ะ] อีก? ทางการเล่นรวมพลขนาดนี้ แล้วเด็กอย่างพวกเราจะยื่นมือมายุ่งเพื่อ? ปล่อยให้มืออาชีพจัดการจะดีกว่ามั้ง? "

    "ค่ะ"

    "เพราะฉะนั้น พวกเราก็รีบหันหลังกลับเข้าหอพักกันได้แล้ว! "

    สถานการณ์ของพวกเราสามคนตอนนี้คือกำลังนั่งซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ริมกำแพงรั้ว ตรงใกล้ทางเข้าของโรงเรียนที่มีการคุ้มกันแน่นหนา

    "โฮปนี่นิสัยเหมือนไฮเจนเลยนะคะ? "

    "... เหมือนยังไง? "

    " ปากไม่ตรงกับใจค่ะ"

    ""เปล่าสักหน่อย! ""

    ผมกับไฮเจนคัดค้านเธอพร้อมกัน

    "ถ้าตั้งใจไม่คิดมาช่วยแต่แรก แล้วทำไมถึงเตรียมตัวเอาอาวุธมาครบมือกันละคะ? "

    "เออ… คือว่า…"

    ก็… ไม่ใช่ว่าไม่อยากช่วยเพื่อนเลยสักหน่อย…

    ไอนี่ไง ที่เรียกว่า [คนเราเตรียมตัวให้พร้อมทุกเวลา] ยังไงละ!



    "อีกอย่าง ฉันไม่อยากเสียใจอีกแล้วค่ะ"

    "เสียใจ? "

    พรุนหันมาพูดกับพวกเราด้วยสีหน้าที่ตึงเครียด

    "ถึงจะเห็นฉันต่อต้านครอบครัวแบบนี้ แต่ฉันรักครอบครัวตัวเองมากค่ะ"

    "..."

    "ไม่ได้จะพูดโอ้อวด แต่ในการประลองพลังระหว่างพี่น้องนั้น ฉันถือว่าเก่งที่สุดค่ะ"

    เธอทิ้งช่วงราวกับกำลังระลึกถึงอดีตตัวเอง

    "ตอนที่พี่ชายตายจากเหตุการณ์อะบอมบุกค่าย ฉันนะ เอาแต่คิดว่าทำไมตัวเองถึงไม่อยู่ที่นั่น และทำได้แต่เศร้าเสียใจค่ะ"

    "มันไม่ใช่ความผิดเธอเสียหน่อย"

    ใครจะรู้กันละว่าจะมีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นกัน จริงปะละ?

    "ไม่ค่ะ ถ้าตอนนั้นฉันทิ้งความดื้อรั้นด้านเวทมนตร์ แล้วจับอาวุธต่อสู้แบบจริงจังมาตั้งแต่แรก บางทีผลลัพธ์อาจจะต่างออกไปค่ะ"

    เธอพูดพร้อมกับแสดงดาบสองมือสีดำเล่มใหญ่ขนาดสองเมตรที่แบกแนบติดมากลางหลังให้ดู

    "แล้วคราวนี้ก็ท่านพ่อ… ฉันนะ ไม่อยากเจอเหตุการณ์ซ้ำรอยแบบพี่ชายอีกแล้ว ในเมื่อตัวเองมีพลังที่จะช่วย ฉันก็จะลงมือทำค่ะ ขอเสียใจเพราะลงมือ ดีกว่ามาเสียใจเพราะไม่ทำอะไรค่ะ"



    ไม่มาเสียใจทีหลังอย่างงั้นเรอะ…

    ถ้าผมมาทราบทีหลังว่ายัยตัวป่วนตายไป โดยที่ตัวผมกำลังนอนแอ้งแม้งอยู่ในบ้านจะรู้สึกยังไง…

    "... ก็ได้ งั้นมาทำเท่าที่พวกเราทำได้กัน ถ้าเห็นว่าไม่ไหว พวกเราควรถอยออกมาทันทีนะ ถ้าพวกเราตาย มันจะกลายเป็นทำให้ฝ่ายที่ถูกช่วยเสียใจเปล่า ๆ "

    "ค่ะ"

    "แล้ว… จะผ่านประตูหน้าไปได้ยังไงกันละคะทุกท่าน? "

    ในตอนนั้นเองที่ไฮเจนยื่นปีกสีขาวไปทางกลุ่มยามตรงประตูโรงเรียน พร้อมกับยิงคำถามใส่



    ตอนนี้พวกเรากำลัง

    นั่นสินะ… เฝ้าระวังแบบนั้น แม้แต่หนูสักตัวคงไม่น่าหนีออกไปได้หรอก

    แถมยามเฝ้าประตูในครั้งนี้ผิดกับทุกครั้ง เพราะเป็น [ทหาร] ที่มีอาวุธครบมืออีกด้วย

    หรือว่าจะลอบหนีออกไปทางอื่น…

    ไม่ไหว กำแพงมันถูกเสริมซะสูงกว่าเดิมไปแล้ว

    จริงสิ!

    "ไฮเจน ตอนนี้หอคอยโดนถล่มหมดแล้ว แสดงว่าน่านฟ้ากลับมาเป็นใจให้บินได้อีกครั้งแล้วใช่ปะ? "

    "เห็นข่าวเมื่อเช้าบอกแบบนั้นอยู่เหมือนกัน"

    "ถ้าอย่างงั้น---"

    ผมเดินไปเกาะหลังของเจ้าไฮเจน

    ผิวสัมผัสที่ส่งผ่านมาทางฝ่ามือ คือสัมผัสนุ่ม ๆ ของผิวสตรีเพศ

    มันเป็นผู้หญิงไปแล้วจริง ๆ ด้วยสินะ

    "บินเลย! "

    "ไม่ใช่ยานพาหนะส่วนตัวนะยะ! อีกอย่าง หนักแบบนี้บินไม่ขึ้นหรอกย่ะ! "



    ***



    ผมในตอนนี้ กำลังมีรอยตีนนกประทับใบหน้าด้วยเหตุผลบางอย่างอยู่…

    "ถ้าอย่างงั้นมาลองวิธีนี้กัน หนูลี่ ฝากทีนะคะ"

    "ปี้~"

    เจ้ามังกรวารีตัวน้อยกำลังเลื้อยออกมาจากเสื้อคลุมสีเทาของพรุน

    *พรืด~*

    เจ้ามังกนตัวน้อยที่น่า---



    มังกรวารีเกล็ดสีฟ้าอ่อนระบายสวยงามตรงหน้า มันมีขนาดตัวยาวถึงห้าเมตร…



    ตัวใหญ่ชิบ!

    ไม่ใช่ว่าตัวมันใหญ่ขึ้นหลังจากงานแข่งเมื่อวานหรือยังไง!?

    แล้วไซส์เบิ้มขนาดนี้ มันเข้าไปขดข้างในเสื้อคลุมได้ยังไงกันฟะ!?



    "เจ้าหนูลี่ตัวน้อย~"

    ไม่ตัวน้อยแล้ว!

    "ช่วยใช้ความน่ารักของเจ้าดึงความสนใจพวกยามทีสิ~"

    "ปิ ปิ้ว~"

    ว่าแล้วเจ้ามังกรน้อย (?) ก็เลื้อยออกจากพุ่มไม้ไปหยุดตรงหน้าพวกทหารยาม



    "ตัวอะไร!? "

    "อ๊ะ? มังกรวารีอย่างงั้นหรือ? "

    "ดูจากความยาวลำตัวแล้ว คงจะยังพึ่งวัยรุ่นอยู่เลยนี่"

    "ปี้~~~~"

    " น่าร้ากกกกกกกก! "

    พวกทหารยามเริ่มผ่อนการระวังภัยลงในทันทีที่เจ้าหนูลี่ช้อนตาใส ๆ มองไปที่พวกเขา

    น่าจะ… ได้ผลแฮะ

    พวกทหารยามเข้าไปรุมมันกันยกใหญ่

    ทั้งลูบ ให้อาหาร แล้วแหย่เล่นกับมัน

    ดีมาก! ตอนนี้ละ รีบเลื้อยถอยออกมาให้ห่างประตูอีกนิด ก็จะมีช่องว่างพอให้พวกเราหนีออกไปได้แล้ว!

    " ปิ ปิ ปิ้ว~! "



    *ผ่านไปสิบนาที

    "ปิ ปิ้ว~"

    เจ้าหนูลี่ยังคงเล่นกับพวกทหาร โดยไม่มีทีท่าว่าจะเลื้อยถอยออกมา เพื่อดึงให้พวกเขาเดินออกมาห่างจากประตูหน้า

    เออ… มันยังจำได้หรือเปล่า ว่าต้องทำอะไรนะ?

    "ล่าก่อนน้า~ เจ้าหนูน้อย~"

    "ปิ~ ปิ้ว! "



    ในตอนนั้นเองที่ทหารยามโบกมืออำลาเจ้ามังกรน้อย

    เจ้ามังกรน้อยเลื้อยกลับมาหาพวกเราที่ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ ด้วยอารมณ์ที่ร่าเริง

    ในปากของมันกำลังคาบตะกร้าบรรจุขนมหวานติดมือกลับมาด้วย

    มันเอาขนมมาวางตรงหน้าพรุน ราวกับจะบอกว่า "ปมเอาให้ละ~" เช่นนั้น

    "เก่งมากค่ะเจ้าหนูลี่~"

    "ปี้~"

    พรุนลูบหัวชื่นชมมันอย่างอ่อนโยน

    "..."

    มันใช่เรอะ!

    ก็… อยากจะตบมุขอยู่หรอก แต่ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจดีกว่า



    อืม… แล้วแบบนี้จะออกไปจากโรงเรียนด้วยวิธีไหนดีละเนี่ย?

    ถ้าชักช้า เดียวก็โดนพวกทางการช่วยออกมาได้ก่อนกันพอดี

    ไม่ใช่ว่าอยากให้ตัวเองเป็นคนช่วยพวกยัยลี่ออกมากับมือหรอกนะ

    ขอแค่ยัยนั่นปลอดภัย จะใครช่วยก็ได้ทั้งนั้น

    แค่ว่าถ้าตัวเองเป็นคนช่วยได้ มันจะรู้สึกสบายใจกว่า มันก็เท่านั้นเอง



    "กำลังลำบากกันอยู่หรือเจ้าคะ? "

    "ใคร!? "

    ผมรีบชักกระบี่แล้วหันไปที่ต้นเสียงนั้น

    บนกำแพงรั้วคอนกรีตที่ติดกับพุ่มไม้ที่พวกเราซ่อนตัว มีร่างของสตรีผู้หนึ่งนั่งโค้งตัวลงมาจับจ้องพวกเราอยู่คนหนึ่ง

    เธอสวมชุดคลุมสีเทาของโรงเรียน สวมมินิสเกิร์ตสั้นสีแดงข้างใน มีใบหูกระต่ายสีเทายืดยาว และมีขนฟูตามหลังมือสีดำ

    บนกำแพงที่ถูกเสริมจนสูงหกเมตร มีเชือกเส้นหนึ่งห้อยโยงลงมาจากด้านบน

    "ถ้าประตูหน้ามันเฝ้าระวังหนาแน่นมาก นัก งั้นก็ออกทางอื่นสิเจ้าค่ะ"

    เธอคือ [เพกมาไทต์] นักเรียนใหม่ชนเผ่ากระต่าย หนึ่งในเพื่อนสนิทยัยลี่คนนั้นนั่นเอง

    คล้ายกับเรื่องPioneer Era ที่คุณอ่าน

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    195K 399
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เทพมังกรเหนือปฐพี

    เทพมังกรเหนือปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    741K 474
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246