วันรุ่งขึ้น
เอนมูว์ทัวร์ วันที่ 34
***หนุ่มซื่อบื้อ [โฮป]
"... เงียบ"
ห้องอาหารยามเช้ายังคงเต็มไปด้วยผู้คน
ห้องโถงขนาดใหญ่ เถาวัลย์สีดำที่ห้อยโหนลงมาจากหลังคา กับแสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านกระจกบนหลังคาปะทะใบหน้าของนักเรียน
สภาพแวดล้อมทุกอย่างยังคงเหมือนทุกวันที่ผ่านมา
ใช่ มันควรจะเป็นยามเช้าที่ครื้นเครง
แต่บรรยากาศในวันนี้ กลับเงียบสงัดราวกับงานศพที่แสนเศร้า…
ทั้งหมดเป็นเพราะก่อการร้ายที่เกิดขึ้นเมื่อวาน
บางคนถูกลักพาตัวไป
บางคนเสียชีวิต
นักเรียนที่มักจับกลุ่มสิบคนขึ้นไป จะต้องมีใครสักคนหายไป
โดยเฉพาะกลุ่มของผม ที่ปัจจุบันเหลืออยู่ให้เห็นหน้าเพียงแค่สามคนเท่านั้น
ผม ไฮเจน กับพรุน
เหลือเพียงแค่นี้เท่านั้น
"... ไม่ชินแฮะ"
ผมใช้ส้อมเขี่ยลูกมะเขือเทศบนจาน แล้วกลิ้งมันไปมาอย่างเบื่อหน่าย
เคยจินตนาการถึงภาพที่ตัวเองต้องอยู่ตัวคนเดียวตอนกลับทวีป
เคยนึกภาพที่ตัวเองไม่ต้องทนฟังเสียง "ดอง~ ดอง~" ของยัยตัวป่วนทุกมื้ออาหาร
เคยคิดว่าตัวเองคุ้นชินกับการอยู่คนเดียวเหมือนสมัยก่อน…
"น่าเบื่อ… "
ตั้งแต่เมื่อไหรกันนะ ที่ความวุ่นวายรอบตัว มันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว?
เมื่อวาน เพราะเหตุวุ่นวาย เลยทำให้แพทย์สนามหายหัวไปหมด
ผมกับไฮเจนเลยต้องไปหาอุปกรณ์การแพทย์มากันเอง
พร้อมกับไปหาพรุนที่ห้องพยาบาลด้วย
"โฮป---"
แต่พอกลับมาที่สนาม… ก็พบว่าทุกคนหายตัวไปกันหมดแล้ว
หลังจากนั้นก็วุ่นวายไปทั่ว
"เฮ้---"
ทั้งเลเซอร์ที่ยิงกันว่อนไปทั่วเมือง
ทั้งเสียงปืนใหญ่
ทั้งเสียงหวูดเตือนภัยสงคราม
หลังจากนั้นก็จำไม่ได้แล้วว่าทำอะไรไปบ้าง
"สนใจทางนี้หน่อยสิ---"
ที่จำได้ คือพวกเราสามคนวิ่งตามตำรวจไปที่หลุมหลบภัย ก่อนจะถูกปล่อยตัวกลับ้านในช่วงดึกของเมื่อวาน
*ตึ่ง! *
"หืม? ไฮเจนเองเรอะ? พรุนก็ด้วย มากันตั้งแต่เมื่อไหรเนี่ย? "
"ตั้งนานแล้ว! แถมกินกันจะเสร็จแล้วด้วย! เป็นอะไรของนาย มัวแต่เหม่อลอยอยู่ได้! สนใจฉันหน่อยสิยะ! "
ไฮเจนหวีดร้องใส่ผมอย่างหัวเสีย พร้อมกับชี้ไปจานที่ว่างเปล่าของตัวเองกับของพรุน
ไฮเจน… นายพูดติดสำเนียงผูผู้หญิงไปแล้ว รู้ตัวบ้างไหมเนี่ย?
หมอนี่คงเลิกคิดกลับไปเป็นเพศชายแล้วละมั้ง?
"...ขอโทษที พอดีมัวแต่คิดเรื่อยเปื่อยอยู่นะ"
ว่าแล้วผมก็ใช้ส้อมเขี่ยมะเขือเทศในจานต่อไป
ภาพของการป่วนโต๊ะอาหารทุกยามเช้าระหว่างยัยลี่กับโทแพซลอยเด้งขึ้นมาในหัวอีกครั้ง
อืม… เงียบจริง ๆ นั่นละ
ยัยลี่มันหายไปไหนกันแน่นะ?
คงไม่ได้ถูกจับตัวไปอีกคนใช่ไหม?
คงยัง… ไม่ตายไปหรอกใช่ไหม?
เยลโล่ก็ด้วย มันคงยังไม่ถูกผู้ก่อการร้ายฆ่าหรอกนะ
จาวิสอยู่กับเขาด้วย คงน่าจะปลอดภัย…
ทุกคน… ยังปลอดภัยกันอยู่… หรือเปล่า?
อยากเจอ… ทุกคน…
"..."
"... โฮปค่ะ"
ในตอนนั้นเองที่พรุนเรียกผมด้วยน้ำเสียงที่ตึงเครียด
มีอะไรอย่างงั้นหรือ?
ด้วยความสงสัย ผมเลยเงยหน้ามองเธอ
"ไป… ตามหาทุกคนด้วยกันเถอะค่ะ"
***
ความสูญเสียจากเหตุการณ์เมื่อวานนั้น มีมากอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน
ถึงปกติจะมีคนของหน่วยสำรวจเสียชีวิตทุกปี แต่ครั้งนี้ถือว่ามีประชาชนธรรมดา ที่เสียชีวิตเป็นครั้งแรก
แถมหอคอยโบราณยังยิงโจมตีใส่ตัวเมืองอย่างไม่ทราบสาเหตุ
เพื่อแลกกับความปลอดภัยของเมือง ทางการจึงตัดสินใจยิงถล่มหอคอยโบราณทิ้งทั้งหมด
พวกเขาเลิกความคิดที่จะรักษาหอคอยเพื่อการศึกษาอีกต่อไป
ซึ่งพวกเขาทำสำเร็จ แต่ก็แลกมาด้วยเรือรบทั้งหมดที่มีมากกว่ายี่สิบลำ
แถมเป็นเพราะพวกเราถล่มหอคอยที่เป็นเสมือนตัวแทนเทพเจ้าของชนเผ่าท้องถิ่น เลยทำให้พอจะคาดเดาถึงชะตาชีวิตของคนที่ไปอาศัยในเมืองหลวงของพวกชนเผ่าท้องถิ่น
รายข่าวระบุว่ายังมีความเป็นไปได้ที่จะถูกจับตัว มากกว่าจะถูกสังหาร
แต่อีกส่ายข่าวกลับคาดการ ว่าคงถูกฆ่าทิ้งไปหมดแล้ว
เพราะว่าไม่มีใครสามารถติดต่อไปหาพวกเขาได้เลย
เพราะแบบนั้น เลยทำให้ทางการคุมตัวชนเผ่าท้องถิ่นทุกคนที่อยู่ในเมืองนี้ ไม่ให้ออกมาจากเขตพักอาศัยกัน
แม้แต่พวกนักเรียนแลกเปลี่ยน ก็ไม่สามารถออกไปจากเขตของโรงเรียนได้
กองทัพเองก็เริ่มเตรียมเคลื่อนตัวครั้งใหญ่ เพื่อไปช่วยตัวประกันกับคนที่สูญหายกลับมา
รวมไปถึงเตรียมหน่วยช่วยเหลือ เตรียมไปรับคนใจกลางทวีปกลับมาก่อนจะเกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าขึ้น
มีการระดมพลจำนวนมากอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน
อาจเป็นเพราะว่ามีคนระดับวีรบุรุษเผ่ายักษ์ [บานา] โดนจับตัวไปด้วย พวกเขาเลยยกระดับอันตรายในระดับสูงสุด
มีการเรียกตัวมหาวีรบุรุษกับวีรสตรีในอดีตมารวมพลเพื่องานนี้โดยเฉพาะ
[เอรีส] กับ [แอร์บาส์ร] วีรสตรีกับวีรบุรุษเผ่ามนุษย์ที่เป็นพ่อแม่ของดิวซ์
[สเลบ] วีรบุรุษเผ่ามนุษย์มด พ่อของยัยแฟต
[แครอท] วีรสตรีเผ่ายักษ์ แม่ของพรุน
[เอสเทอ] วีรสตรีเผ่าภูติ เห็นว่ากำลังเร่งเดินทางมาทวีปนี้ด้วยเครื่องบินด่วนอยู่
[ยะมะโตะ] สุดยอดนักวิทยาศาสตร์เผ่ามนุษย์แห่งยุค
อนึ่ง ยะมะโตะกับเอสเทอคือพ่อแม่ของยัยลิลลี่ผู้ร่าเริงละ
พญาแห่งปักษา [ออกเซอร์] อัศวินสีแดง [โซเดียม] กับภรรยา [ไฮเจน] สามสหายจ้าวแห่งเวหาของเผ่ามนุษย์นก
[เปอร์ไซด์] สิ่งมีชีวิตที่ แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี… (?)
และยังมีชื่อนักรบมากมายที่ปรากฏบนหน้าประวัติศาสตร์ มารวมตัวในครั้งนี้
ว่าแต่ทำไมเพื่อนของผมแต่ละคน ถึงกลายเป็นลูกคนดังเกือบทั้งหมดไปกันได้ฟะ?
"ซึ่งรายชื่อทั้งหมดนี้ยังเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่ข่าวประกาศออกมานะ"
"ใช่ค่ะ"
"ยังจะ [ใช่ค่ะ] อีก? ทางการเล่นรวมพลขนาดนี้ แล้วเด็กอย่างพวกเราจะยื่นมือมายุ่งเพื่อ? ปล่อยให้มืออาชีพจัดการจะดีกว่ามั้ง? "
"ค่ะ"
"เพราะฉะนั้น พวกเราก็รีบหันหลังกลับเข้าหอพักกันได้แล้ว! "
สถานการณ์ของพวกเราสามคนตอนนี้คือกำลังนั่งซุ่มอยู่ในพุ่มไม้ริมกำแพงรั้ว ตรงใกล้ทางเข้าของโรงเรียนที่มีการคุ้มกันแน่นหนา
"โฮปนี่นิสัยเหมือนไฮเจนเลยนะคะ? "
"... เหมือนยังไง? "
" ปากไม่ตรงกับใจค่ะ"
""เปล่าสักหน่อย! ""
ผมกับไฮเจนคัดค้านเธอพร้อมกัน
"ถ้าตั้งใจไม่คิดมาช่วยแต่แรก แล้วทำไมถึงเตรียมตัวเอาอาวุธมาครบมือกันละคะ? "
"เออ… คือว่า…"
ก็… ไม่ใช่ว่าไม่อยากช่วยเพื่อนเลยสักหน่อย…
ไอนี่ไง ที่เรียกว่า [คนเราเตรียมตัวให้พร้อมทุกเวลา] ยังไงละ!
"อีกอย่าง ฉันไม่อยากเสียใจอีกแล้วค่ะ"
"เสียใจ? "
พรุนหันมาพูดกับพวกเราด้วยสีหน้าที่ตึงเครียด
"ถึงจะเห็นฉันต่อต้านครอบครัวแบบนี้ แต่ฉันรักครอบครัวตัวเองมากค่ะ"
"..."
"ไม่ได้จะพูดโอ้อวด แต่ในการประลองพลังระหว่างพี่น้องนั้น ฉันถือว่าเก่งที่สุดค่ะ"
เธอทิ้งช่วงราวกับกำลังระลึกถึงอดีตตัวเอง
"ตอนที่พี่ชายตายจากเหตุการณ์อะบอมบุกค่าย ฉันนะ เอาแต่คิดว่าทำไมตัวเองถึงไม่อยู่ที่นั่น และทำได้แต่เศร้าเสียใจค่ะ"
"มันไม่ใช่ความผิดเธอเสียหน่อย"
ใครจะรู้กันละว่าจะมีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นกัน จริงปะละ?
"ไม่ค่ะ ถ้าตอนนั้นฉันทิ้งความดื้อรั้นด้านเวทมนตร์ แล้วจับอาวุธต่อสู้แบบจริงจังมาตั้งแต่แรก บางทีผลลัพธ์อาจจะต่างออกไปค่ะ"
เธอพูดพร้อมกับแสดงดาบสองมือสีดำเล่มใหญ่ขนาดสองเมตรที่แบกแนบติดมากลางหลังให้ดู
"แล้วคราวนี้ก็ท่านพ่อ… ฉันนะ ไม่อยากเจอเหตุการณ์ซ้ำรอยแบบพี่ชายอีกแล้ว ในเมื่อตัวเองมีพลังที่จะช่วย ฉันก็จะลงมือทำค่ะ ขอเสียใจเพราะลงมือ ดีกว่ามาเสียใจเพราะไม่ทำอะไรค่ะ"
ไม่มาเสียใจทีหลังอย่างงั้นเรอะ…
ถ้าผมมาทราบทีหลังว่ายัยตัวป่วนตายไป โดยที่ตัวผมกำลังนอนแอ้งแม้งอยู่ในบ้านจะรู้สึกยังไง…
"... ก็ได้ งั้นมาทำเท่าที่พวกเราทำได้กัน ถ้าเห็นว่าไม่ไหว พวกเราควรถอยออกมาทันทีนะ ถ้าพวกเราตาย มันจะกลายเป็นทำให้ฝ่ายที่ถูกช่วยเสียใจเปล่า ๆ "
"ค่ะ"
"แล้ว… จะผ่านประตูหน้าไปได้ยังไงกันละคะทุกท่าน? "
ในตอนนั้นเองที่ไฮเจนยื่นปีกสีขาวไปทางกลุ่มยามตรงประตูโรงเรียน พร้อมกับยิงคำถามใส่
ตอนนี้พวกเรากำลัง
นั่นสินะ… เฝ้าระวังแบบนั้น แม้แต่หนูสักตัวคงไม่น่าหนีออกไปได้หรอก
แถมยามเฝ้าประตูในครั้งนี้ผิดกับทุกครั้ง เพราะเป็น [ทหาร] ที่มีอาวุธครบมืออีกด้วย
หรือว่าจะลอบหนีออกไปทางอื่น…
ไม่ไหว กำแพงมันถูกเสริมซะสูงกว่าเดิมไปแล้ว
จริงสิ!
"ไฮเจน ตอนนี้หอคอยโดนถล่มหมดแล้ว แสดงว่าน่านฟ้ากลับมาเป็นใจให้บินได้อีกครั้งแล้วใช่ปะ? "
"เห็นข่าวเมื่อเช้าบอกแบบนั้นอยู่เหมือนกัน"
"ถ้าอย่างงั้น---"
ผมเดินไปเกาะหลังของเจ้าไฮเจน
ผิวสัมผัสที่ส่งผ่านมาทางฝ่ามือ คือสัมผัสนุ่ม ๆ ของผิวสตรีเพศ
มันเป็นผู้หญิงไปแล้วจริง ๆ ด้วยสินะ
"บินเลย! "
"ไม่ใช่ยานพาหนะส่วนตัวนะยะ! อีกอย่าง หนักแบบนี้บินไม่ขึ้นหรอกย่ะ! "
***
ผมในตอนนี้ กำลังมีรอยตีนนกประทับใบหน้าด้วยเหตุผลบางอย่างอยู่…
"ถ้าอย่างงั้นมาลองวิธีนี้กัน หนูลี่ ฝากทีนะคะ"
"ปี้~"
เจ้ามังกรวารีตัวน้อยกำลังเลื้อยออกมาจากเสื้อคลุมสีเทาของพรุน
*พรืด~*
เจ้ามังกนตัวน้อยที่น่า---
มังกรวารีเกล็ดสีฟ้าอ่อนระบายสวยงามตรงหน้า มันมีขนาดตัวยาวถึงห้าเมตร…
ตัวใหญ่ชิบ!
ไม่ใช่ว่าตัวมันใหญ่ขึ้นหลังจากงานแข่งเมื่อวานหรือยังไง!?
แล้วไซส์เบิ้มขนาดนี้ มันเข้าไปขดข้างในเสื้อคลุมได้ยังไงกันฟะ!?
"เจ้าหนูลี่ตัวน้อย~"
ไม่ตัวน้อยแล้ว!
"ช่วยใช้ความน่ารักของเจ้าดึงความสนใจพวกยามทีสิ~"
"ปิ ปิ้ว~"
ว่าแล้วเจ้ามังกรน้อย (?) ก็เลื้อยออกจากพุ่มไม้ไปหยุดตรงหน้าพวกทหารยาม
"ตัวอะไร!? "
"อ๊ะ? มังกรวารีอย่างงั้นหรือ? "
"ดูจากความยาวลำตัวแล้ว คงจะยังพึ่งวัยรุ่นอยู่เลยนี่"
"ปี้~~~~"
" น่าร้ากกกกกกกก! "
พวกทหารยามเริ่มผ่อนการระวังภัยลงในทันทีที่เจ้าหนูลี่ช้อนตาใส ๆ มองไปที่พวกเขา
น่าจะ… ได้ผลแฮะ
พวกทหารยามเข้าไปรุมมันกันยกใหญ่
ทั้งลูบ ให้อาหาร แล้วแหย่เล่นกับมัน
ดีมาก! ตอนนี้ละ รีบเลื้อยถอยออกมาให้ห่างประตูอีกนิด ก็จะมีช่องว่างพอให้พวกเราหนีออกไปได้แล้ว!
" ปิ ปิ ปิ้ว~! "
*ผ่านไปสิบนาที
"ปิ ปิ้ว~"
เจ้าหนูลี่ยังคงเล่นกับพวกทหาร โดยไม่มีทีท่าว่าจะเลื้อยถอยออกมา เพื่อดึงให้พวกเขาเดินออกมาห่างจากประตูหน้า
เออ… มันยังจำได้หรือเปล่า ว่าต้องทำอะไรนะ?
"ล่าก่อนน้า~ เจ้าหนูน้อย~"
"ปิ~ ปิ้ว! "
ในตอนนั้นเองที่ทหารยามโบกมืออำลาเจ้ามังกรน้อย
เจ้ามังกรน้อยเลื้อยกลับมาหาพวกเราที่ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ ด้วยอารมณ์ที่ร่าเริง
ในปากของมันกำลังคาบตะกร้าบรรจุขนมหวานติดมือกลับมาด้วย
มันเอาขนมมาวางตรงหน้าพรุน ราวกับจะบอกว่า "ปมเอาให้ละ~" เช่นนั้น
"เก่งมากค่ะเจ้าหนูลี่~"
"ปี้~"
พรุนลูบหัวชื่นชมมันอย่างอ่อนโยน
"..."
มันใช่เรอะ!
ก็… อยากจะตบมุขอยู่หรอก แต่ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจดีกว่า
อืม… แล้วแบบนี้จะออกไปจากโรงเรียนด้วยวิธีไหนดีละเนี่ย?
ถ้าชักช้า เดียวก็โดนพวกทางการช่วยออกมาได้ก่อนกันพอดี
ไม่ใช่ว่าอยากให้ตัวเองเป็นคนช่วยพวกยัยลี่ออกมากับมือหรอกนะ
ขอแค่ยัยนั่นปลอดภัย จะใครช่วยก็ได้ทั้งนั้น
แค่ว่าถ้าตัวเองเป็นคนช่วยได้ มันจะรู้สึกสบายใจกว่า มันก็เท่านั้นเอง
"กำลังลำบากกันอยู่หรือเจ้าคะ? "
"ใคร!? "
ผมรีบชักกระบี่แล้วหันไปที่ต้นเสียงนั้น
บนกำแพงรั้วคอนกรีตที่ติดกับพุ่มไม้ที่พวกเราซ่อนตัว มีร่างของสตรีผู้หนึ่งนั่งโค้งตัวลงมาจับจ้องพวกเราอยู่คนหนึ่ง
เธอสวมชุดคลุมสีเทาของโรงเรียน สวมมินิสเกิร์ตสั้นสีแดงข้างใน มีใบหูกระต่ายสีเทายืดยาว และมีขนฟูตามหลังมือสีดำ
บนกำแพงที่ถูกเสริมจนสูงหกเมตร มีเชือกเส้นหนึ่งห้อยโยงลงมาจากด้านบน
"ถ้าประตูหน้ามันเฝ้าระวังหนาแน่นมาก นัก งั้นก็ออกทางอื่นสิเจ้าค่ะ"
เธอคือ [เพกมาไทต์] นักเรียนใหม่ชนเผ่ากระต่าย หนึ่งในเพื่อนสนิทยัยลี่คนนั้นนั่นเอง