เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 140 สังหาร

              เจ้ายังอ่อนหัด!

              เสียงนั้นดังก้องกังวานไปไกล ใบหน้าของอู้จงในยามนี้บวมเป่งและมองเมิ่งฝานด้วยความโกรธแค้นเขาเป็นถึงทหารองครักษ์แห่งเมืองเฉินตูที่ผ่านสงครามและการต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วนแต่กลับถูกเด็กน้อยตรงหน้าบอกว่าอ่อนหัด นับเป็นการเหยียดหยามที่เขาไม่อาจยอมรับได้

              ร่างของอู้จงขยับเขาจับกระบี่ปราณปะทุในมือเอาไว้แน่นพลางเดินตรงไปหาเมิ่งฝาน ขณะเดียวกันกลิ่นอายแห่งความน่าสะพรึงก็ระเบิดออกมาพร้อมกับไอสังหารชั่วร้ายอันยากที่จะปิดบัง

              “เจ้าหนู ไปตายเสียเถอะ ยามที่กระบี่ของเหล่าจื่อเปื้อนเลือดเจ้ายังไม่เกิดด้วยซ้ำไป!”

              ในชั่วพริบตานี้อู้จงเดือดดาลขึ้นมาอย่างแท้จริงแล้วนัยน์ตาทั้งสองดวงแดงก่ำ ขณะเดียวกันก็ตั้งกระบี่ขึ้น จากนั้นจึงปล่อยพลังปราณออกมาจากร่างกายแล้วปล่อยให้มันหลั่งไหลเข้าไปในกระบี่ปราณปะทุอย่างไม่ขาดสาย

              เพียงชั่วพริบตาจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวที่อยู่ภายในกระบี่ก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆก่อนที่จะพุ่งเข้ามาหาเมิ่งฝานประหนึ่งดาวตกก็ไม่ปาน

              เด็กหนุ่มยังคงยืนอยู่กับที่ฝ่ามือของเขาขยับพร้อมกับเลือดลมภายในที่กำลังเดือดพล่าน ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาเมิ่งฝานฝึกฝนและเคี่ยวกรำอยู่ท่ามกลางการสังหารชุดเกราะหนักทับอยู่บนร่าง ทดสอบอยู่บนความเป็นความตายต่อให้เป็นเหล่าทหารก็ยังไม่ได้ฝึกฝนอย่างยากลำบากเช่นนี้

              หากไม่ใช่เพราะมู่อวี่อินบางทีเมิ่งฝานก็อาจจะเป็นเพียงเด็กน้อยที่เติบโตขึ้นมาท่ามกลางความอบอุ่น แต่ยามนี้เขี้ยวของเขามันอาบไปด้วยเลือดแล้ว

              ในชั่วพริบตาต่อมาพลันมีพลังอันน่าสะพรึงแผ่ซ่านออกมาจากแขนทั้งสองข้างของเมิ่งฝานก่อนที่เขาจะตวาดเสียงดัง

              “สองหมัดสะท้านสิงขรไสหัวกลับไปเสีย!”

              เพียงชั่วพริบตาพลังอันน่าสะพรึงก็พุ่งทะยานออกจากแขนทั้งสองข้างของเมิ่งฝานภายใต้พลังปราณที่ถาโถมทำให้สิ่งที่พุ่งทะยานเข้าไปยังเงากระบี่ของอู้จงนั้นดูคล้ายดั่งขุนเขาสองลูกก็ไม่ปาน

              ตู้ม!

              เสียงอันก้องกังวานดังลั่นไปทั่วทั้งบริเวณร่างของอู้จงล่าถอยอย่างไม่หยุดยั้งเมื่ออยู่ภายใต้พลังที่คล้ายดั่งสามารถเคลื่อนขุนเขาพลิกสมุทรนั้น

              ทั้งที่ตนเองปล่อยพลังออกมาทั้งหมดแต่กลับกระเด็นกลับออกมาเห็นได้ชัดว่าพลังของเมิ่งฝานอยู่ในจุดที่น่าสะพรึงจนไม่อาจคาดเดาเลยก็ว่าได้ ทั้งมีกลยุทธ์มากมายและยังมีศักยภาพที่เหนือกว่าขั้นพลังในปัจจุบัน!

              เป็นไปได้อย่างไรกัน!

              ทว่าอู้จงยังไม่ทันได้ทำให้พลังปราณกลับมาสงบร่างของเมิ่งฝานก็ทะลวงอากาศเข้ามาจู่โจมเขาด้วยหมัดแล้ว มือทั้งสองข้างนั้นราวกับขุนเขาก็ไม่ปานระลอกคลื่นแห่งพลังน่าสะพรึงจนขนหัวลุก อู้จงกัดฟันแน่นแล้วยกกระบี่ขึ้นมากำบังไว้เบื้องหน้าก่อนที่หมัดของเมิ่งฝานจะชกลงไป

              ปัง!

              การสั่นสะเทือนอันน่าสะพรึงที่เกิดขึ้นราวกับว่าเมื่อครู่เป็นหินก้อนใหญ่ที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วก็ไม่ปานมันพุ่งเข้าชนกระบี่อย่างดุดันต่อให้เป็นอู้จงที่ร่างกายสูงใหญ่ก็ยังต้องล่าถอย แต่เมิ่งฝานก็หาได้หยุดลงไม่แขนทั้งสองข้างของเขาขยับพร้อมกันแล้วชกเข้าไปยังอู้จงที่อยู่เบื้องหน้าต่อไป

              ปัง! ปัง!

              เสียงที่คล้ายดั่งสายฟ้าฟาดดังอย่างต่อเนื่องหมัดของเมิ่งฝานชกลงไปยังกระบี่ของอู้จงอย่างแนบชิดด้วยพลังโจมตีราวกับพลังของคชสารกระทืบเท้าก็ไม่ปาน

              หากเป็นเมื่อหนึ่งปีก่อนเมิ่งฝานพบกับอู้จงในสถานการณ์เช่นนี้คงไม่อาจเอาชีวิตรอดได้ แต่หลังจากที่ผ่านประสบการณ์มากมายในระยะหนึ่งปีที่ผ่านมาการเติบโตท่ามกลางภยันตรายของเมิ่งฝานก็ทำให้ความสามารถในการสังหารของเขามีแต่จะแข็งแกร่งกว่าอู้จงเท่านั้น

              ภายใต้พลังที่คล้ายดั่งสายธารหลากนั้นหมัดทั้งสองข้างของเมิ่งฝานคือศัสตราวุธที่เลิศล้ำที่สุด เขาชกเข้าไปยังกระบี่ของอู้จงติดต่อกันถึงสิบกว่าหมัด

              ตู้ม!

              ระลอกคลื่นแผ่ซ่านท่ามกลางฝุ่นควันนั้นคือร่างของอู้จงที่ล้มลงไปบนพื้น เขากระอักเลือดออกมาแล้วมองเมิ่งฝานด้วยความตกตะลึงในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจนี้เมิ่งฝานชกเข้าโจมตีเขามากถึงสิบเจ็ดหมัดโดยมันเป็นการโจมตีติดต่อกันในคราวเดียวทั้งหมด ไม่นานพลันมีเสียงแตกร้าวดังขึ้นกระบี่เล่มยาวในมือเขาแหลกสลายกลายเป็นผุยผุงแล้วลอยละล่องไปในอากาศ

              เมิ่งฝานใช้เพียงหมัดทำลายวัตถุศักดิ์สิทธิ์ระดับสี่จนแหลกสลายทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของจูเสี้ยวพลันแข็งทื่อแล้วสิ่งที่มาทดแทนหลังจากนั้นก็คือความหวาดกลัวและเหลือเชื่อ

              อ่อก!

              อู้จงกระอักเลือดออกมาและพยายามฝืนลุกขึ้นยืนเขาจ้องมองเมิ่งฝานด้วยความชั่วร้ายแต่นัยน์ตาคู่นั้นก็แฝงไปด้วยความเหลือเชื่อเช่นกันกว่าเขาจะพัฒนามาถึงขั้นนี้ได้ ปีนี้ก็มีอายุเกือบสามสิบแล้ว!

              เขากำหมัดแน่นก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น“เมิ่งฝาน เจ้าแข็งแกร่งมากก็จริง แต่อย่าได้อวดดีไปกล้าบุกเข้ามาถึงที่นี่เพียงลำพัง...วันนี้ข้าจะเอาชีวิตเจ้ามาให้จงได้!”

              ในระหว่างที่เอ่ยวาจาอู้จงก็กำหมัดแน่นแล้วในวินาทีต่อมาพลังชั่วร้ายก็ถาโถมออกมาจากฝ่ามือของเขา โดยพลังปราณที่ปรากฏออกมานั้นเป็นแสงสีแดงอย่างเหลือเชื่อซ้ำยังทำให้รู้สึกสั่นสะท้านอีกด้วย

              ขณะเดียวกันอู้จงก็ก้าวเดินออกไปเบื้องหน้าก่อนจะพุ่งเข้าหาเมิ่งฝานพร้อมด้วยหมัด

              “หมัดจุติวิบัติ!”

              วิชายุทธ์ระดับอักษรหงฝึกฝนจนเข้าสู่ขั้นสูง!

              เพียงชั่วพริบตารูม่านตาของเมิ่งฝานก็หดเล็กลงเบื้องหน้าของเขามีหมัดข้างหนึ่งปรากฏขึ้นมาอย่างฉับพลัน หมัดนั้นยังมาไม่ถึงแต่พลังมายาของมันกลับทำให้เขารู้สึกอยากที่จะล่าถอย

              การโจมตีของอู้จงในครั้งนี้ถือเป็นไพ่ราชาที่เขาเก็บซ่อนมาเนิ่นนานในชั่วพริบตาที่เขาลงมือเมิ่งฝานก็รู้สึกราวกับว่ามีอุกกาบาตพุ่งเข้ามาหาตนจิตสังหารภายในคือสิ่งยากจะปิดบังพลังปราณทั้งหมดล้วนแต่ผสานอยู่ภายในหมัดทั้งสิ้น

              ภายใต้แรงกดดันอันน่าสะพรึงนั้นร่างของเมิ่งฝานสั่นสะท้านแต่ก็ยังเดินออกไปด้านหน้าก้าวหนึ่งแทนที่จะถอยหลบ

              เวลานี้ต่อให้ถอยก็คงไม่มีทางรอดฉะนั้นเขาจึงต้องเผชิญหน้ากับมัน อาศัยพละกำลังปะทะกับพละกำลัง! เมื่ออยู่ภายใต้ระลอกคลื่นอันน่าสะพรึงเช่นนี้แม้แต่หลิงไต้โยวก็ยังอดไม่ได้ที่จะหันมาดู

              “ระวังตัวด้วย เมิ่งฝาน!”

              กลิ่นอายพลังแห่งความตายที่น่าสะพรึงทำให้นางอดไม่ได้ที่จะตะโกนเสียงดัง

              “ฮ่าฮ่า นี่คือหมัดจุติวิบัติของท่านพ่อข้าหึหึ...เมิ่งฝาน ข้าจะรอดูเจ้าตายเอง!”

              ไม่ไกลนัก จูเสี้ยวก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงอันร้ายกาจหมัดจุติวิบัตินี้เป็นวิชายุทธ์แห่งการสังหารระดับอักษรหงที่แท้จริงเป็นการผสานพลังปราณทั้งหมดที่มีมาไว้ด้วยกันแล้วชกออกไป ตัดสินความเป็นความตายในครั้งเดียว!

              “ขออภัยด้วยก็แล้วกันเมิ่งฝานแม้ว่าเจ้าจะแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก แต่วันนี้เจ้าจะต้องตายอยู่ที่นี่!”

              น้ำเสียงนั้นเยือกเย็นเป็นอย่างยิ่งขณะเดียวกันหมัดของอู้จงก็ชกเข้ามาหาเมิ่งฝานอย่างดุดัน หมัดของเขานั้นราวกับเป็นหลุมดำที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งก็ไม่ปานซ้ำยังอยู่ในระยะที่ห่างจากเมิ่งฝานไปเพียงไม่ถึงสามเมตร!

              ในช่วงเวลาคับขันเช่นนี้เมิ่งฝานกลับมีสีหน้าที่ราบเรียบฝ่ามือของเขาขยับพร้อมกับกระโดดขึ้นไปบนที่สูงแล้วเอ่ยขึ้นอย่างชัดถ้อยชัดคำ “หากต้องการชีวิตข้า เจ้าก็ต้องเอาชีวิตตนเองมาแลก...มหาหัตถ์สยบมาร!”

              เมื่อสิ้นเสียงนั้นฝ่ามือของเขาก็ขยับพร้อมกับกลิ่นอายพลังอันเก่าแก่โบราณที่ปรากฏขึ้นมากลิ่นอายพลังนั้นแข็งแกร่งและมากมายดุจดั่งสายธารหลาก แล้วในเวลาต่อมาพลันมีเงาฝ่ามือปรากฏขึ้นในอากาศซึ่งเมื่อเมิ่งฝานตะปบฝ่ามือดิ่งลงมาจากเบื้องบนก็ดูราวกับว่าขุนเขาลูกใหญ่กำลังกดทับลงมาก็ไม่ปาน!

              ตู้ม!

              ระลอกคลื่นแห่งพลังปราณอันแข็งแกร่งแตกระเบิดแล้วแผ่ซ่านไปทั่วสารทิศโดยมีพวกเขาทั้งสองเป็นใจกลางของการขยายตัวเพียงชั่วพริบตาต่อจากนั้นต่อให้เป็นเหล่าชายฉกรรจ์ก็ยังสั่นสะท้านไปทั้งหัวใจทั้งที่ผู้คนทั้งหลายเหล่านั้นเป็นทหารองครักษ์ที่เคยผ่านประสบการณ์การต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วนจนไม่ว่าการเข่นฆ่าที่เลวร้ายเพียงใดก็ไม่อาจทำให้หัวใจสั่นสะท้านได้

              ทว่าเมื่ออยู่ภายใต้ระลอกคลื่นแห่งพลังที่น่าสะพรึงนี้กลับรู้สึกขาอ่อน

              ฝุ่นควันฟุ้งกระจายระลอกคลื่นแผ่ซ่าน แล้วรอยฝ่ามือขนาดใหญ่ถึงห้าเมตรก็ปรากฏขึ้นบนพื้น! ทุกสรรพสิ่งโดยรอบแหลกลาญไปเพราะระลอกคลื่น หลิงไต้โยวที่อยู่ไม่ไกลก็เดินออกไปเบื้องหน้าและจ้องมองไปยังใจกลางการต่อสู้ด้วยความกังวล

              เมื่อฝุ่นควันเหล่านั้นค่อยๆ จางหายไปก็มีเงาร่างของคนผู้หนึ่งปรากฏขึ้นมาเขาสวมชุดสีคราม กำลังเลียริมฝีปาก เขาคนนั้นก็คือ...เมิ่งฝาน!

              มีเศษกระดูกปรากฏขึ้นในเวลาต่อมาซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นของอู้จงทั้งที่เขาเป็นถึงจอมยุทธ์ขั้นเกลาวิญญาณระดับสี่แต่กลับถูกจัดการจนเหลือเพียงเศษกระดูกและเพราะเหตุนี้เองจึงทำให้ทหารองครักษ์ยืนตัวแข็งเป็นหิน ก่อนจะมองไปยังจุดเกิดเหตุด้วยความตกตะลึง

              พวกเขารู้ถึงศักยภาพของอู้จงดีต่อให้เทียบกับบรรดาทหารมากมายก็ยังนับว่าอยู่ในแนวหน้าจึงได้ถูกเลือกให้มาคุ้มกันจูเสี้ยวทว่ากลับถูกบุรุษแปลกหน้าผู้นี้สังหารด้วยฝ่ามือเดียว บรรดาทหารองครักษ์ทั้งหลายต่างก็มองไปยังเมิ่งฝานแล้วกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

              ฝ่ามือของเมิ่งฝานขยับแต่กลับยิ้มเจื่อนเขานึกไม่ถึงว่าพลังของมหาหัตถ์สยบมารที่ถูกปล่อยออกไปเมื่อครู่จะมีอานุภาพของวิชายุทธ์ในตอนต้นแล้วทว่ามันก็ทำให้พลังปราณภายในร่างกายของเขาแทบจะหมดสิ้นไปเช่นกัน ซึ่งนั่นก็ทำให้เมิ่งฝานรู้สึกเหมือนกำลังจะทรุดยวบลงไปบนพื้น

              วิชายุทธ์ระดับอักษรฮวงนั้น ใช้พลังปราณมากมายจนน่าสะพรึงเสียจริง!

              เมิ่งฝานส่ายหน้าเล็กน้อย เขารู้ดีว่ายามนี้ไม่ใช่เวลาที่ตนเองควรจะล้มลงเมิงฝานใช้เพียงความคิดผนึกคัมภีร์ทวนเทพในร่างกายก็ขยับแล้วดูดกลืนพลังแห่งฟ้าดินเข้ามาในร่างกายของเขาอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา

              เด็กหนุ่มสามารถควบคุมการสั่งการให้ผนึกนั้นดูดกลืนพลังแห่งฟ้าดินได้ตามใจแล้วซึ่งนับว่าเป็นการฟื้นฟูที่มีความเร็วเหนือกว่าพืชวิเศษเสียด้วยซ้ำหลังจากนั้นเพียงไม่กี่อึดใจก็ดูดกลืนพลังงานแห่งฟ้าดินรอบกายเข้าไปจนหมดสิ้น พละกำลังในร่างกายฟื้นฟูกลับมากว่าครึ่ง

              เมิ่งฝานหันกลับไปอย่างรวดเร็วแล้วมองจูเสี้ยวที่อยู่ไม่ไกลด้วยแววตาอันราบเรียบก่อนที่จะหัวเราะออกมาเสียงเบา

              ทว่าภาพที่จูเสี้ยวมองเห็นนั้นกลับกลายเป็นความน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุดเขาอดไม่ได้ที่จะถอยหลังไปพร้อมนัยน์ตาที่ฉายแววแห่งความเหลือเชื่อ ถึงอย่างไรก็นึกไม่ถึงเลยว่าผู้ที่ถือว่ามีศักยภาพอยู่ในแนวหน้าแห่งเมืองเฉินตูอย่างอู้จงจะต้องมาตายอยู่ในเงื้อมมือของเมิ่งฝาน!

              ในชั่วพริบตานี้ ระลอกคลื่นแห่งพลังปราณของจูเทียนที่อยู่โดยรอบได้จางหายไปแล้วเมิ่งฝานจึงสบตากับเขาได้อย่างไร้สิ่งขวางกั้น!

              เมิ่งฝานเดินไปอยู่เบื้องหน้าของจูเสี้ยวทีละก้าวอย่างใจเย็นเขายังไม่ได้ขยับทว่ากลิ่นอายพลังอันน่าสะพรึงกลัวนั้นกลับทำให้จูเสี้ยวก้าวขึ้นไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าวแล้วคุกเข่าลงกับพื้นซ้ำยังก้มหัวลงไปด้วยความกลัว “เจ้าจะสังหารข้าไม่ได้ บิดาของข้าคือจูเทียนเจ้าอยากได้สิ่งใดขอเพียงเอ่ยปาก...”

              จูเสี้ยวมองไปยังเมิ่งฝานด้วยสีหน้าหวาดกลัวร้องไห้คุกเข่าขอร้องเมิ่งฝานที่กำลังเดินเข้ามาใกล้

              เมิ่งฝานมองไปยังจูเสี้ยวด้วยนัยน์ตาอันเย็นชาและมองการแสดงของอีกฝ่ายโดยหาได้ส่งเสียงใดออกไปไม่ ส่วนจูเสี้ยวก็คุกเข่าเข้ามาหาเมิ่งฝานทีละก้าวพร้อมกับเอ่ยเสียงดัง“ข้ามอบของล้ำค่าให้แก่เจ้าได้ มอบบรรดาศักดิ์ให้เจ้าได้จะมอบสตรีงามให้ก็ได้....แล้วก็ยังเอาชีวิตเจ้าได้ด้วย!”

              เมื่ออยู่ในระยะที่ห่างจากเมิ่งฝานเพียงหนึ่งเมตรจูเสี้ยวก็ไม่อาจอดทนได้อีกต่อไปเขาลุกขึ้นยืนอย่างฉับพลันพลางล้วงเอากริชที่อยู่บริเวณหน้าอกออกมาแล้วแทงตรงไปที่ต้นคอของเมิ่งฝาน

              ทว่าเมิ่งฝานกลับกระตุกยิ้มแล้วยกฝ่ามือขึ้นนิ้วทั้งห้าคว้าเข้าที่มือของจูเสี้ยวแล้วออกแรงบีบ แขนของอีกฝ่ายพลันหักไปในทันใด

              จากนั้นเมิ่งฝานก็ชูฝ่ามือขึ้นก่อนจะกดมันลงด้วยพละกำลังอันแข็งแกร่งดุจดั่งสามารถทำลายขุนเขาและพลิกสมุทรระลอกคลื่นแห่งพลังแผ่ซ่านอย่างถาโถม

              “ท่านพ่อของข้าเป็นถึง...”

              ปัง!

              ฝ่ามือดิ่งลงมาจากฟากฟ้าเมิ่งฝานสังหารจูเสี้ยวด้วยฝ่ามือเดียวทั้งที่อีกฝ่ายยังพูดไม่จบเสียด้วยซ้ำ

              ผู้คนที่อยู่โดยรอบนั้นต่างมองเห็นภาพเหตุการณ์นี้อย่างพร้อมเพรียงทหารองครักษ์หลายคนเข่าอ่อนล้มลงไปกับพื้น จูเสี้ยวเป็นบุตรคนเดียวของจูเทียนแต่กลับถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม

              ทั้งที่เป็นทายาทของจอมยุทธ์ขั้นปราณทะลวงแต่กลับถูกสังหารอย่างไม่ลังเล!

              ต่อให้เป็นหลิงไต้โยวก็ยังมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปเพราะตกตะลึงในความโหดเหี้ยมของเมิ่งฝานเวลานี้ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ ผู้คนทั้งหลายต่างก็ตัวแข็งทื่อ เมิ่งฝานที่สังหารเมิ่งซีไปอย่างไม่ลังเลแล้วนับประสาอะไรกับจูเสี้ยว

              เขาสังหารผู้คนโดยสนใจเบื้องหลังของอีกฝ่ายตั้งแต่เมื่อใดกัน!

    คล้ายกับเรื่องเมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน ที่คุณอ่าน