เฟรใช้นิ้วแตะัับนผิวหน้าโต๊ะเพื่อเรียกเมนูอาหารขึ้นมาโต๊ะนี้คล้ายกับโต๊ะในบ้านของเธโอคือผิวหน้าโต๊ะทำหน้าที่เป็จอคอมพิวเตอร์ได้ด้วยเธโอก็กำลังทำแบบเดียวกัน เขาใช้นิ้วเลื่อนดูรายการอาหารก่อนจะถามขึ้น
“สั่งเป็กับข้าวหรือว่าแบบราดข้าวคนละจานดีครับ ผมว่าแบบหลังเร็วดี”
“เอาแบบหลังก็ได้นายอยากทานอะไรล่ะ”
เธโอกวาดสายตามองดูรายชื่ออาหารก่อนจะอ่านออกเสียง“ข้าวผัดปู สปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศ ข้าวราดแกงเคอร์รี่ แถวนี้คงมีคนหลายเชื้อชาติแวะมาทานนะ”
“ไม่เห็นแปลกเกาะออลันด์ก็เป็แหล่งรวมคนหลายเชื้อชาติอยู่แล้ว”
“แต่ก็ไม่ใช่ทุกชุมชนจะมีหลายเชื้อชาตินี่ครับละแวกนี้น่าจะเน้นไปทางเอเชียนะ”เธโอมองไปยังผู้คนที่กำลังนั่งทานอาหารอยู่ในร้านแล้วจึงนึกถึงลูกค้าที่มาซื้อของในร้านของเขาส่วนใหญ่เป็คนผิวเหลืองผมสีเข้มซึ่งเป็เอกลักษณ์ของชาวเอเชีย
“นายมาร้านอาหารมานั่งวิเคราะห์เชื้อชาติให้มันได้อะไรขึ้นมา ร้านอาหารเขาก็ต้องมีทุกแบบให้เลือกคนถึงจะเข้าเยอะไม่ใช่หรือไง”
เธโอนิ่งเงียบเป็เชิงเห็นด้วยก่อนจะกดเลือกอาหารกับเครื่องดื่มไปหมวดละอย่างเมื่อส่งรายการอาหารที่เลือกแล้วหน้าจอก็ขึ้นข้อความให้รอสักครู่เขาจึงเงยหน้ามองเฟรที่พึ่งเลือกรายการอาหารเสร็จเช่นกัน
“รู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้ แต่ทานอาหารในร้านอาหารแบบนี้ทำให้ผ่อนคลายขึ้นนะครับ”
“นี่ปกตินายทานอาหารในร้านเดอะโมเมนโตตลอดเลยหรือ”
“มันสะดวกแล้วก็เร็วดี”
“ทำงานทั้งวันมันก็ควรมี่เวลาผ่อนคลายบ้างอย่าบอกนะว่านายแทบไม่เคยออกไปเที่ยวที่ไหนเลยด้วย”
เธโอยิ้มแห้งก่อนตอบคำถาม“ถ้ามีธุระก็ไปครับ แต่ถ้าให้ไปโดยไม่มีจุดหมายก็ไม่รู้ว่าจะไปทำไม”
“ถามจริงๆเหอะ เคยไปตรวจสมองบ้างหรือเปล่าเครียดขนาดนั้นมันไม่ะเิอยู่ข้างในหัวแล้วหรือ”
เธโอเลิกคิ้วข้างหนึ่งเหมือนมีบางอย่างที่ไม่อยากพูดถึงเขาได้แต่ตอบเสียงเบา “สมองของคนเราน่าทึ่งกว่าที่คิดครับเื่แค่นั้นไม่ทำให้มันะเิง่ายๆ หรอก”
เฟรหรี่ตามองอีกฝ่ายสิ่งที่เธอพูดไปเมื่อครู่คงไม่ได้เข้าหัวเธโอเลย เธอสูดหายใจแล้วกล่าวกับเขา“ลองฟังเสียงเพลงที่ร้านนี้เปิดสิ ฉันว่าเพราะดีนะ”
เธโอนิ่งฟังอยู่พักใหญ่แล้วจึงแสดงความเห็น“เป็เพลงที่เน้นเสียงเปียโน แต่คนร้องเสียงเพี้ยนไปนิดหน่อย มีเสียงคลื่นแทรกบางจุดคงเป็เพราะเปิดจากคลิปวีดีโอหรือเว็บไซต์อื่นไม่ใช่ไฟล์เสียงต้นฉบับหรอกครับ”
“พอเถอะ แบบนี้ทำอะไรก็คงหาความเพลิดเพลินไม่ได้แน่”เฟรรีบห้ามกลัวว่าเธโอจะวิเคราะห์เลยเถิดไปจนถึงนิสัยใจคอและบุคลิกของนักร้อง
ไม่นานนักบริกรสาวก็เดินถือถาดใส่จานอาหารและเครื่องดื่มมาวางเสริฟลงตรงหน้าทั้งคู่ของเธโอเป็ข้าวผัดสีเหลืองทองที่มีกุ้งตัวใหญ่วางเรียงอยู่เหนือข้าวซึ่งถูกกดพิมพ์รูปทรงดาวมาด้วยส่วนของเฟรเป็ผัดกระเพราหมูกรอบราดข้าวที่มองเห็นชั้นไขมันเยิ้มติดเนื้อหมูหุ้มด้วยหนังที่ถูกทอดจนเหลืองกรอบบริกรวางแก้วชาดำเย็นลงตรงหน้าทั้งคู่ก่อนจะเดินหายไปทางห้องครัวของร้าน
“ร้านนี้อาหารไทยของเขาขึ้นชื่อนะ”เฟรกล่าวก่อนจะหยิบช้อนขึ้นมาตักข้าวหอมมะลิหอมกรุ่นเข้าปาก เธโอกำลังจิบชาดำเย็นก็บังเอิญได้ยินเสียงคนในร้านคุยกันดังเข้าหู
“เมื่อวานพบศพคนตายเพราะวางเตาถ่านในรถตำรวจสรุปว่าฆ่าตัวตายอีกแล้ว”
“เดือนนี้เป็รายที่สองแล้วนะเกิดขึ้นบ่อยขนาดนี้หรือว่าจะเป็คำสาป”
เธโอหัวเราะเบาๆในลำคอก่อนเงยหน้าคุยกับเฟร “ผมว่าคุณตั้งหัวข้อข่าวเป็ อาถรรพ์คำสาปเตาถ่านในรถน่าจะดึงดูดดคนได้มากเหมือนกันนะครับ”
“ไอเดียดีนะเนี่ยยังไงก็ยังอธิบายสาเหตุที่ฆ่าตัวตายไม่ได้นี่ หรือฉันควรเปลี่ยนไปทำช่องเกี่ยวกับความเชื่อไสยศาสตร์กับเื่ผีดี”
“แค่ตั้งชื่อคลิปข่าวก็พอครับ”เธโอกล่าวตอบยิ้มๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ “ไม่น่าล่ะ คุณเควินถึงมาแถวนี้แต่เช้า”
“พอกันทั้งนายทั้งคุณเควินนั่นแหละจะเห็นทุกอย่างรอบตัวเป็คดีไม่ได้นะ”
“งั้นก็อย่าสนใจเลยครับทานอาหารต่อเถอะ”
“แต่่บ่ายฉันว่าจะลองมาหาข้อมูลใกล้ๆกับที่เกิดเหตุดู เผื่อมีอะไรน่าสนใจเอาไปลงคลิป”
“เฟรเองก็ไม่ต่างกับพวกผมเท่าไรหรอก”
“ไม่งั้นจะเป็เพื่อนกันได้หรือ”
เฟรยอมรับทำให้เธโอหัวเราะเบาๆ เฟรพึ่งเคยเห็นท่าทางตอนที่ดูมีความสุขของอีกฝ่ายทำให้เธอยิ้มกว้างออกมาได้บรรยากาศผ่อนคลายลงส่งผลให้รสชาติอาหารมื้อนี้น่าหลงใหลอย่างแปลกประหลาด แม้ว่าจะเป็อาหารธรรมดาที่ราคาไม่ได้สูงลิบลิ่วแต่กลับคุ้มค่าเหลือเกิน
เมื่อตะวันตกดินท้องฟ้าก็เปลี่ยนเป็สีดำมืดสนิทมองเห็นแสงดาวเป็จุดกระพริบเล็กๆทั่วทั้งท้องฟ้า ดวงจันทร์วันนี้มีให้เห็นแค่ครึ่งเดียว เฟรเดินถือแก้วใส่ชาร้อนมองดูพระจันทร์ผ่านหน้าต่างในห้องนอนของตนเองไม่นานนักเธอก็ได้ยินเสียงเตือนข้อความขึ้นมาบนจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานจึงเดินไปเปิดดู
ข้อความเตือนมาจากแอปพลิเคชั่นหาคู่ที่เธอลองไปสมัครเอาไว้สาเหตุที่เธอสนใจแอปแบบนี้ก็เป็เพราะในระหว่างที่กำลังหาข้อมูลเื่ที่พบศพคนฆ่าตัวตายโดยการวางเตาถ่านในรถบริเวณตรอกตรงแยกใกล้ร้านเดอะโมเมนโตคุณป้าที่อาศัยอยู่ข้างบ้านผู้ตายเล่าให้ฟังว่าผู้ตายทำงานฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่ส่งงานผ่านออนไลน์ก็เลยไม่ค่อยได้ออกจากบ้านแต่ก็มีเงินพอจะซื้อรถเป็ของตัวเองเธอไม่เคยเห็นว่าผู้ตายมีคนรู้จักหรือเพื่อนที่ไหนแวะมาเยี่ยมเยียนเลย ญาติก็มีแค่พ่อแม่ที่อยู่บ้านต่างจังหวัด่สองสามเดือนหลังเห็นเธอออกจากบ้านบ่อยขึ้น เธอบอกว่าไปรู้จักผู้ชายคนนึงผ่านแอปหาคู่ท่าทางเธอดูมีความสุขไม่คิดเลยว่าจะฆ่าตัวตายซึ่งประวัติแบบนี้คล้ายกับผู้ตายที่ฆ่าตัวตายในรถแบบเดียวกันอีกสองรายที่เฟรเคยหาข้อมูลเอาไว้เธอจึงลองถามชื่อแอปพลิเคชั่นหาคู่นั้นจากป้าข้างบ้านและได้รับคำตอบมาว่ามันชื่อแอปโซลแมชชิ่ง
หลังจากกลับมาที่บ้านเฟรก็ลองสมัครเข้าแอปโซลแมชชิ่งและกรอกประวัติของตนเองให้คล้ายกับประวัติของผู้ตายที่ฆ่าตัวตายในรถและตอนนี้แอปก็ช่วยจับคู่เธอกับผู้ชายคนหนึ่งจากรูปถ่ายที่เห็นเขาเป็ผู้ชายผิวเหลืองน่าจะมีเชื้อสายชาวต่างชาติหน้าตาคมสันและรูปร่างสูงโปร่ง เขาใช้ชื่อว่า อาร์ท ฮอบส์ และมีอาชีพเป็เทรนเนอร์ในฟิดเนสจึงไม่ได้มีเวลาเข้างานที่ตายตัวและอยากหาผู้หญิงที่มีเวลาไปเที่ยวกับเขาในวันธรรมดาที่ไม่ใช่วันหยุดสุดสัปดาห์ได้เฟรลองตอบตกลงแล้วจึงเริ่มสนทนากับอีกฝ่ายผ่านทางแอปพลิเคชั่นโซลแมชชิ่ง
เธโอกำลังนั่งอ่านบันทึกของอเล็กซ์พ่อของเขาอยู่ที่ด้านหลังโต๊ะเคาน์เตอร์สลับกับมองผ่านกระจกประตูร้านเดอะโมเมนโตราวกับกำลังรอใครบางคนเมื่อเหลือบมองนาฬิกาจึงพบว่าตีบอกเวลาบ่ายสามโมงแล้วเควินพึ่งจะแวะซื้อข้าวกล่องเข้ามาให้และกลับไปเมื่อสักครู่นี้แต่คนที่เขารอคอยกลับไม่ปรากฏตัวให้เห็นเสียที
ไม่นานนักเสียงเตือนข้อความเข้าจากแท็บเลตก็ดังขึ้นเธโอเปิดข้อความเตือนขึ้นจอบนผิวหน้าโต๊ะเคาน์เตอร์ มันเป็ข้อความจากสกอเลอร์เขาจึงคลิกเข้าไปอ่าน
“ฉันค้นเจอภาพน่าสนใจจากกล้องวงจรปิดด้วยอยากดูมั้ย”
“ภาพอะไรเกี่ยวกับตระกูลดามาเช่หรือ”
“ถ้าอยากดูก็คลิกสิ”สกอเลอร์พิมพ์จบก็แนบลิงค์คลิปวีดีโอส่งให้เธโอ
เธโอไม่เคยเห็นสกอเลอร์หยอกล้อแบบนี้ทำให้อดสงสัยไม่ได้เมื่อลองคลิกเข้าไปดูจึงพบว่าเป็ภาพจากกล้องวงจรปิด และคนที่อยู่ในกล้องวงจรปิดก็คือชายลูกครึ่งที่ชื่ออาร์ท ฮอบส์ ซึ่งกำลังนั่งคุยกับเฟรสองต่อสองในร้านอาหารแห่งหนึ่งนั่นเอง เธโอเบิกตานิดหนึ่งอย่างคาดไม่ถึงเขาเปลี่ยนเป็ใช้เสียงคุยกับสกอเลอร์
“คลิปนี้หมายความว่ายังไงผู้ชายคนนั้นเป็ใคร”
“เขาใช้ชื่อว่าอาร์ท ฮอบส์ รู้จักกับเฟรผ่านแอปพลิเคชั่นหาคู่ที่ชื่อ โซลแมชชิ่ง”สกอเลอร์เห็นเธโอนิ่งไปไม่ตอบอะไรกลับมาก็พิมพ์ถามอีกครั้ง“คุณ้าการปลอบใจรูปแบบใตหรือไม่”
“ไม่ต้องเลยนะสกอเลอร์”เธโอสูดหายใจเข้ากำลังใช้ความคิดก่อนจะกล่าวกับสกอเลอร์“ช่วยค้นหาความเชื่อมโยงระหว่างคนฆ่าตัวตายด้วยเตาถ่านในรถกับแอปหาคู่นี่หน่อยได้มั้ยอยู่ๆ เฟรไม่น่าจะคิดหาแฟนด้วยวิธีนี้”
“พูดเหมือนคุณรู้จักเธอดีเลย”
“ผมรู้จักเธอจากบันทึกของตัวผมในสมัยก่อนถ้าเชื่อตัวผมคนนั้นก็เท่ากับผมรู้จักเธอในระดับหนึ่ง”
สกอเลอร์ไม่ได้แสดงความเห็นอะไรเพียงแต่ส่งรูปภาพจากแอปหาคู่ที่ชื่อโซลเมชชิ่งให้เธโอดูรูปภาพเป็ภาพหน้าจอประวัติของผู้หญิงสามรายที่ฆ่าตัวตายด้วยการวางเตาถ่านในรถสกอเลอร์พิมพ์ข้อความหลังจากส่งรูปภาพ “เธอทั้งสามคนล้วนมีประวัติเคยถูกจับคู่กับชายที่ชื่ออาร์ท ฮอบส์ ทั้งสิ้น”
เธโอสีหน้าเครียดลงก่อนจะพูดกับสกอเลอร์“ถ้า อาร์ท ฮอบส์ จะนัดพบกับเฟร ก็ต้องทำผ่านแอปโซลแมชชิ่ง ใช่มั้ย”
“เงื่อนไขของแอปนี้กำหนดไว้แบบนั้นเพราะมีข้อกำหนดความเป็ส่วนตัว”
“แล้วพอจะเข้าไปดูได้มั้ยว่าก่อนผู้หญิงเ่าั้จะตายอาร์ท ฮอบส์ นัดพบกับพวกเธอแบบไหนบ้าง”
สกอเลอร์เงียบไปพักหนึ่งก็ส่งรูปถ่ายหน้าจอให้อีกครั้งคราวนี้เป็ภาพจากกระดานสนทนาที่ อาร์ท ฮอบส์ คุยกับเหยื่อทั้งสามราย “ทั้งสามครั้งเหมือนกันคือนัดให้ผู้หญิงขับรถแวะรับเขาที่ริมถนนห่างจากทางขึ้นทางด่วนประมาณหนึ่งกิโลเมตร”
“เป็ทางด่วนเดียวกันทุกครั้งหรือเปล่าถ้าใช่แล้วทำไมต้องเป็ทางด่วนนี้”
“เป็ทางด่วนเดียวกันอาจเป็เพราะทางด่วนนี้มีจุดพักรถซึ่งกล้องวงจรเสีย กล้องของทางด่วนจึงจับภาพรถของผู้ตายขาขึ้นและขาลงจากทางด่วนได้อย่าลืมว่าถ้าใช้ระบบขับรถอัตโนมัติก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าผู้ตายยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ระหว่างที่รถวิ่งลงจากทางด่วน”
“ถ้าจำไม่ผิดจุดที่พบศพพร้อมรถของผู้ตายคือบริเวณบ้านผู้ตายใช่มั้ย”
“ทั้งสามครั้งเหมือนกันคือบริเวณบ้านผู้ตายเองถ้ามองว่าเป็การฆาตกรรม ก็เป็ไปได้ว่าจะเป็การตั้งระบบขับขี่อัตโนมัติในพาผู้ตายกลับมาส่งที่บ้านทั้งแบบนั้น”
เธโอรีบพูดกับสกอเลอร์ด้วยความร้อนใจ“ช่วยติดตามการสนทนาของเฟรกับ อาร์ท ฮอบส์ ให้ทีถ้าเขานัดให้เธอขับรถไปรับที่ริมถนนก่อนถึงทางด่วนเดิม บอกผมด่วนเลย”
“หากคำนึงถึงความเป็ส่วนตัวของคนใกล้ตัวคุณไม่ควรเข้าไปแทรกแซงการนัดพบครั้งนี้ คุณยังยืนยันที่จะทำหรือไม่”ข้อความของสกอเลอร์ทำให้เธโอยกมือกุมขมับ เขาตอบกลับอีกฝ่าย
“มันใช่เวลาล้อเล่นมั้ยครับถ้าเฟรถูกหลอกไปฆ่าแล้วจะให้ผมคำนึงถึงความเป็ส่วนตัวมากกว่าหรือว่าชีวิตคนมากกว่าดีล่ะ”
“แนะนำว่าควรให้ความสำคัญกับเื่ที่ถึงแก่ชีวิตก่อน”
“สกอเลอร์...”เธโอได้แต่เรียกชื่ออีกฝ่ายแต่นึกไม่ออกว่าจะพูดอะไรต่อดี สุดท้ายเขาก็พิมพ์ข้อความกลับไปสั้นๆ“เอาตามที่คุณแนะนำนั่นแหละ”
เฟรขับรถออกจากบ้านั้แ่แปดโมงเช้าของวันอังคารเพราะอาร์ท ฮอบส์ นัดหมายให้เธอขับรถไปแวะรับเขาริมถนนก่อนขึ้นทางด่วนเธอรู้สึกแปลกใจเพราะเขานัดเมื่อวานตอนเย็นเพื่อมาเจอเธอวันนี้เธอแทบไม่มีเวลาเตรียมตัวเลย ในระหว่างที่กำลังขับรถอยู่ๆ ก็มีข้อความเตือนดังขึ้นจากโทรศัพท์ซึ่งเชื่อมต่อกับหน้าจอในรถด้วยมันเป็ข้อความของ อาร์ท ฮอบส์ ที่ส่งผ่านแอปโซลแมชชิ่งเฟรจึงกดเรียกข้อความขึ้นมาดู
“ไม่ต้องมาแล้วนะครับผมว่าเราเข้ากันไม่ได้”เมื่ออ่านจบเฟรก็รีบหาทางจอดรถข้างทางก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความแปลกใจแล้วพิมพ์ตอบกลับไป
“หมายความว่ายังไงคะแต่ฉันขับรถออกมาแล้วนะ”
ไม่มีข้อความใดๆส่งตอบกลับมา เฟรได้แต่นั่งกะพริบตาด้วยความงุนงงถ้าขับรถไปจุดนัดพบอาจจะไม่เจออาร์ท ฮอบส์ ก็ได้เฟรถอนหายใจยาวก่อนเปลี่ยนทิศทางไปขึ้นทางกลับรถเพื่อขับกลับบ้านแทน
เฟรเปลี่ยนจากขับรถกลับบ้านเป็เลี้ยวเข้าไปจอดในลานจอดรถใกล้กับร้านเดอะโมเมนโตเมื่อเดินมาถึงหน้าร้านก็ต้องแปลกใจอีกครั้งเพราะประตูร้านถูกปิดล็อกแ่าป้ายที่แขวนอยู่หลังประตูกระจกเขียนว่าปิดร้านเฟรถอนหายใจยาวเดินออกห่างจากร้านด้วยความผิดหวัง
หลังเดินออกจากร้านเดอะโมเมนโตเฟรก็เดินเรื่อยเปื่อยมาตามฟุตบาตริมถนนก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับร้านกาแฟริมสามแยกซึ่งทั้งสามด้านเป็กระจกใสทำให้มองเห็นทั้งชั้นหนึ่งและชั้นสองได้แบบทะลุปรุโปร่งเฟรเผลอเปิดประตูเข้าร้านโดยไม่ทันคิด ผนังและพื้นที่ตกแต่งเป็สีดำขาวดึงดูดสายตามากกว่าที่คิดเมื่อมองจากภายนอกเฟรเห็นที่ชั้นสองของร้านกาแฟมีเครื่องดนตรีสองสามอย่างวางอยู่และมีนักร้องนั่งร้องเพลงอยู่ด้วย
เมื่อเปิดประตูเข้ามาข้างในเหมือนอยู่คนละโลกกับข้างนอกทางร้านทำระบบเก็บเสียงได้ดีมาก ที่ชั้นหนึ่งมีลำโพงที่ต่อระบบเสียงจากไมค์ของนักร้องจากชั้นสองด้วยจึงเหมือนได้ฟังดนตรีสดทั้งร้าน เฟรรู้สึกประทับใจอย่างบอกไม่ถูกเธอเดินเข้าไปนั่งบนโต๊ะเก้าอี้นวมที่อยู่ติดริมกระจกฝั่งหนึ่งก่อนจะเปิดแอปโซลแมชชิ่งเพื่อดูความเคลื่อนไหวของอาร์ทฮอบส์ แต่กลับไม่มีการตอบรับใดๆ จากอีกฝ่ายเลย
เฟรได้แต่นั่งถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายถ้าเป็แบบนี้เบาะแสก็จะขาดตอนไปและเธอคงไม่มีข้อมูลพอจะไปลงคลิปช่องข่าวออนไลน์ของเธอเสียงเพลงในร้านช่วยปลอบใจเธอได้บ้างก็จริงแต่ไม่ช่วยให้ความผิดหวังหายไป เฟรแตะัับนผิวหน้าโต๊ะที่ตนเองนั่งอยู่เพื่อเรียกเมนูเครื่องดื่มของร้านขึ้นมาดูก่อนจะเลือกชามินต์ร้อนกับเค้กสตอเบอรี่โยเกิร์ตแล้วกดส่งรายการเครื่องดื่มไป
ในระหว่างที่นั่งรอขนมเค้กกับเครื่องดื่มมาเสริฟเฟรกดโทรศัพท์โทรหาเธโอแต่ไม่มีคนรับสาย เธอจึงกดเปิดโปรแกรมสนทนาก่อนพิมพ์ข้อความส่งหาเธโอเพื่อชวนออกมาดื่มชาด้วยกันเพราะเห็นเขาปิดร้านวันนี้แต่กลับไม่มีการตอบรับจากเธโอเลยยิ่งทำให้เธอผิดหวังหนักขึ้นไปอีกเฟรวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะพลางบ่นพึมพำ
“อยู่ดีๆหายไปเฉยๆ ไม่บอกไม่กล่าวแบบนี้ได้ยังไง แถมยังติดต่อไม่ได้ด้วย”
เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้นพร้อมกับชื่อเฟรซึ่งเป็ผู้โทรปรากฏขึ้นบนหน้าจอภายในรถเก๋งสีน้ำตาลแดงของเธโอเขาจงใจไม่รับสายและไม่ตัดสายด้วยไม่นานนักเสียงเตือนข้อความเข้าจากเฟรก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอรถด้วยแต่เธโอก็ไม่ได้กดเปิดอ่านอีกตอนนี้เขากำลังขับรถมุ่งหน้ามาตามถนนที่อาร์ท ฮอบส์ นัดให้เฟรมารับ เขาเป็คนบอกให้สกอเลอร์พิมพ์ส่งข้อความแทรกแซงระหว่างเฟรกับอาร์ทฮอบส์ เพื่อให้เฟรขับรถกลับบ้าน ส่วนตัวเขาเองมาที่จุดนัดพบแทนเฟรเธโอกวาดสายตาผ่านกระจกประตูข้างรถสลับกับกระจกหน้ารถเพื่อมองหาอาร์ท ฮอบส์
ในที่สุดเธโอก็มองเห็นเป้าหมายเขาขับรถเข้าไปจอดเพื่อให้อาร์ทเปิดประตูขึ้นรถ เมื่ออาร์ทมองเห็นหน้าของเธโอเขาก็ใรีบปฏิเสธ
“ฉันไม่ใช่ชายรักชายน่ะขอโทษทีนะ”
ในขณะที่อาร์ทกำลังลนลานจะปิดประตูรถเหมือนรู้ตัวว่าผิดแผนเธโอจึงเป็ฝ่ายกล่าวกับเขา
“คุณนัดพบกับเฟร อีสติน หรือเปล่า”
อาร์ทที่กำลังจะปิดประตูรถชะงักมือไว้เขาเปลี่ยนใจมองสำรวจภายในรถของเธโอแทน เมื่อเห็นว่ารถอยู่ในสภาพดีและเธโอมาคนเดียวเขาจึงหยุดคุยด้วย “ครับ แล้วคุณเป็ใคร รู้ได้ยังไงว่าผมนัดกับเธอที่นี่”
เธโอดูออกว่าอาร์ทหมายตารถของเขาและถ้าปล่อยอาร์ทไปวันนี้ เขาอาจจะหาทางนัดพบเฟรเพื่อทำร้ายเธออีกก็เป็ได้เธโอจึงเรียกให้อีกฝ่ายขึ้นรถ “ผมเป็เพื่อนเธอ ขึ้นมาคุยกันหน่อยมั้ย”